ิกวานรับเสื้อผ้าสองชิ้นจากเจียงเป่าเฉียงแล้วขว้างลงบนพื้นใกล้กับร่างเล็กที่นั่งร่ำไห้อย่างหวาดกลัวอยู่บนพื้น
"ส่งไฟมาให้ข้า!!" ยมทูตกวานยังคงดุดัน ส่งเสียงตวาดดังลั่นไม่เลิกรา
"พวกเ้าคิดดูให้ดีสิ! ที่ผ่านมามีสตรีคนใดบ้างที่ปกป้องตนเองได้ พวกนางล้วนแต่หลอกลวงกันทั้งสิ้น จ้าวซือหยางผู้นี้ก็คงจะไม่ต่างกัน หากนางเป็หญิงสาวที่ถือกำเนิดจากสายน้ำจริงพวกเราก็มาดูกันว่านางจะดับไฟได้หรือไม่!"
ในขณะที่ชายหนุ่มรับคบเพลิงมาจากมือทหารแล้วก้าวเข้ามาใกล้จ้าวซือหยางมากขึ้น นางก็หลับตาลงอย่างสงบด้วยความสิ้นหวัง ในใจคิดเพียงว่าตนคงจะถูกเผาทั้งเป็แล้วเป็แน่ ต่อให้วิ่งหนีก็คงไม่พ้นคมดาบ สงสัยอยู่เพียงประการเดียวว่าตนได้ทำสิ่งใดผิดไป ทั้งๆ ที่ตนก็ไม่เคยยอมรับว่าเป็บุตรีแห่งสุ่ยซี ทำงานทุกอย่างเหมือนเช่นสตรีคนอื่นทำ เหตุใดมหาอุปราชผู้โเี้จึงต้องทำร้ายจิตใจและร่างกายตนถึงเพียงนี้
ิกวานชะงักไปชั่วครู่เมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวที่ไม่คาดว่าจะได้เห็นจากร่างงามที่ดูอ่อนแอไร้ที่พึ่งตรงหน้า แม้ว่าร่างของหญิงสาวจะสั่นเทาไปทั่วทั้งร่าง แต่นางก็ไม่ได้หลบหลีกหรือร้องขอความช่วยเหลือแต่อย่างใด
"พรึ่บ!!" คบเพลิงถูกโยนลงบนเสื้อผ้าชุดสีฟ้าแดงสองชิ้น เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว
"ดับมัน เ้าเป็บุตรีแห่งสุ่ยซีมิใช่หรือ เรียกน้ำมาดับไฟเสียสิ ทำมันเดี๋ยวนี้!!" ิกวานตะคอกพร้อมกับฉุดมือหญิงสาวข้างหนึ่งให้ลุกขึ้นยืน
"ข้า..ข้าทำไม่ได้ ข้าทำไม่ได้เ้าค่ะ"
"เห็นหรือยัง นางมิใช่บุตรีแห่งสุ่ยซี นางมีแซ่ นางคุ้มครองชีวิตตนเองไม่ได้ ทำไม่ได้แม้กระทั่งจะรักษาเสื้อผ้าของตนด้วยซ้ำ พวกเ้ายังคิดเพ้อฝันกันอยู่อีกหรือ การสร้างเขื่อนให้แล้วเสร็จเท่านั้นจึงจะทำให้สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ หาใช่การรอคอยเทพธิดาที่ไม่มีอยู่จริง!!" ิกวานะโเสียงดังกังวานท่ามกลางผู้คนนับหมื่น
ไม่ใช่ว่าเขาต่อต้านบุตรีแห่งสุ่ยซีหรือคำพยากรณ์ ในเมื่อคำพยากรณ์เคยเกิดขึ้นจริงกึ่งหนึ่งกับตนเองมาแล้ว มหาอุปราชหนุ่มก็ยอมให้กับความเท็จจริงข้อนั้น แต่อีกส่วนที่เขาเคยล้มล้างไม่ได้ยกตนขึ้นเป็จักรพรรดิได้สำเร็จเล่า? นั่นหมายความว่าคำพยากรณ์ทั้งหมดอาจไม่เกิดขึ้นทุกประการก็เป็ได้
เขาไม่้าให้ผู้คนย่ามใจละเลยการเร่งงานสร้างเขื่อนให้เสร็จสมบูรณ์แล้วฝากความหวังลมๆ แล้งๆ กับความเชื่อว่าจะมีบุตรีแห่งสุ่ยซีมาแก้ปัญหาให้อาณาจักรแห่งนี้ได้ คำพยากรณ์กำลังจะเกิดขึ้นในอีกสองปีข้างหน้าอยู่แล้วไม่อาจรอช้า จึงตั้งใจเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของจ้าวซือหยางออกมาต่อหน้าทุกคน
ขณะที่พูดไปมือข้างหนึ่งของิกวานก็ยังดึงคอเสื้อของหญิงสาวเอาไว้มั่น จ้าวซือหยางมองไปเสื้อผ้าชุดเก่าของตนที่ถูกเปลวเพลิงแผดเผา มองไปรอบทิศก็เห็นเพียงสายตาหลายคู่จับจ้องมองมาที่ตนผ่านม่านน้ำตาอย่างเลือนราง นางถูกผู้อื่นเหยียดหยาม ถูกนำตัวมาประจานต่อหน้าฝูงชน หญิงสาวรู้สึกได้เพียงเท่านั้นสติก็ดับวูบลงไป
ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงน้ำหนักในมือที่ทิ้งตัวลงไปอย่างกะทันหัน เขากระชากร่างเล็กขึ้นมาพาดไว้บนบ่า แบกร่างยับเยินของนางเดินกลับไปขึ้นม้าวางหญิงสาวในลักษณะคว่ำหน้าไปที่หน้าตักราวกับเศษผ้า ก่อนจะควบม้านำองครักษ์ส่วนตัวออกจากพื้นที่ก่อสร้าง มุ่งหน้ากลับไปที่จวนมหาอุปราชเมืองไหว
..........
"เ้าทำอะไรกวานเอ๋อร์ สตรีผู้นี้คือใคร?" เยี่ยนฟางซิน อดีตฮองเฮาผู้กลายเป็สามัญชนลุกออกจากเก้าอี้ เดินมาหาบุตรชายทันทีที่เห็นเขาแบกร่างสตรีผู้หนึ่งเข้ามาในจวน
"นางคือจ้าวซือหยางขอรับท่านแม่ ฝ่าาสั่งให้ข้าดูแลนาง ข้าเลยนำกลับมาไว้ที่จวนเสียเลย" ิกวานหงุดหงิดไม่น้อย จักรพรรดิิซังเจี๋ยฝากถ้อยคำมาพร้อมกับเสื้อผ้าของจ้าวซือหยางให้ตนดูแลสตรีผู้นี้ ห้ามมิให้ทำร้ายโดยเด็ดขาด แต่เขาลงมือไปแล้วนิดหน่อย จะทิ้งนางก็ไม่ได้ จำต้องเก็บนางกลับมาที่จวนด้วย
"ซือหยาง! หญิงสาวที่คนเขาร่ำลือกันว่าอาจเป็บุตรีแห่งสุ่ยซีตัวจริงเช่นนั้นหรือ แล้วเ้าทำอะไรกับนาง! ส่งนางมาให้ข้าเดี๋ยวนี้เลยนะ" เยี่ยนฟางซินร้อนใจ ตนได้ยินเื่หญิงสาวผู้นี้มาบ้างแล้ว ทีแรกยังคิดว่าบุตรชายมาถึงอาจจะพานางกลับมาดูแลอย่างดีอยู่เลย ไม่คิดว่าบุตรชายจะแบกร่างหญิงสาวที่สลบไสลเอาไว้บนบ่า เดินดุ่มๆ ปล่อยให้ร่างเล็กห้อยไปมากระแทกกับร่างใหญ่อย่างไม่ไยดี ไร้การทะนุถนอมอย่างที่ควรจะเป็
"มิได้ท่านแม่ นางอาจตัดสินใจปลิดชีพตนเองเสียเมื่อไรก็ได้ หากเป็เช่นนั้นฝ่าาต้องบันดาลโทสะใส่ข้าเป็แน่ ข้าจะเก็บนางเอาไว้ข้างกายเองขอรับ" ิกวานรีบตัดบท แบกร่างเล็กกลับไปที่เรือนพักตนเองทันที
บุคคลสองคนที่ชายหนุ่มยำเกรงและเชื่อฟังมีเพียง ิซุนซีผู้เป็เสด็จอาและิซังเจี๋ยผู้เป็พี่ชายและตนก็เคารพไม่ต่างจากบิดาผู้หนึ่งเท่านั้น ไม่ว่าตนจะดื้อรั้นเพียงใดแต่คำสั่งของคนสองคนนี้เขาไม่กล้าละเลย จ้าวซือหยางคล้ายว่าจะเป็หญิงสาวขี้กลัวใง่าย ถูกตนย่ำยีศักดิ์ศรีต่อหน้าคนนับหมื่น เป็ไปได้ว่านางอาจจะคิดสั้นจบชีวิตตนเอง เขาจะไม่เปิดโอกาสนั้นให้กับหญิงสาวเป็แน่
..........
จ้าวซือหยางรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งบนเตียงนอนหนานุ่ม นางเห็นห้องนอนที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างงดงาม ข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องล้วนเป็ของมีค่า โต๊ะเก้าอี้แม้กระทั่งอ่างไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะยังแกะสลักเอาไว้อย่างประณีตบรรจง
"ฉันทะลุมิติมาอีกที่แล้วเช่นนั้นหรือ?" หญิงสาวยันร่างที่รู้สึกราวกับถูกก้อนหินขนาดใหญ่ทุ่มใส่จนปวดเมื่อยไปหมด ลุกขึ้นนั่งสำรวจเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของตนที่ยังคงเป็ชุดแบบโบราณ แต่เนื้อผ้าและรูปแบบงดงามนุ่มลื่นไม่ระคายผิว
"แม่นาง ท่านฟื้นแล้ว อีกเดี๋ยวท่านมหาอุปราชก็คงจะเข้ามาเ้าค่ะ" หลี่มามาบ่าวรับใช้สตรีสูงวัยในเรือนของเยี่ยนฟางซิน ถูกสั่งให้เข้ามาอยู่เป็เพื่อนหญิงสาว เพราะเรือนของิกวานมีแต่บ่าวรับใช้ที่เป็บุรุษทั้งสิ้น
จ้าวซือหยางสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้ว่าตนยังอยู่ภายใต้เงื้อมมือของยมทูตกวาน คำว่าอีกเดี๋ยวนี่นานเพียงใดกันนะ แล้วเขาจะทำอย่างไรกับตนต่อ หญิงสาวลุกพรวดออกจากเตียงทันที
"ท่านป้า ข้าอยู่ที่ใดเ้าคะ ใช่อยู่ในกองธงเขียวหรือไม่" จ้าวซือหยางคิดว่าหากอยู่ในค่ายกองธงเขียว อย่างน้อยตนก็ยังรู้จักกับเจียงจางสื่อผู้อ่อนโยน เขามักจะไปตรวจงานการสร้างเขื่อนอยู่บ่อยครั้งและแสดงตัวเป็มิตรกับเหล่าสตรีในหอจี้อิน หากเป็ไปได้ตนจะรีบขอให้เจียงจางสื่อส่งตนกลับไปที่หอจี้อินโดยด่วน
"อยากไปอยู่ในค่ายทหารเช่นนั้นหรือ อ้อ! ที่นั่นคงมีแต่คนพร่ำชมเ้าจนได้ใจสินะ" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่แทบจะติดตรึงอยู่ในสมองของหญิงสาวดังขึ้นมาก่อนที่บ่าวรับใช้จะเอ่ยปากตอบด้วยซ้ำ
"หลี่มามา กลับไปดูแลท่านแม่เถิด ทางนี้ข้าจัดการเอง" ชายหนุ่มไม่รู้เดินมาจากที่ใด ก้าวเท้าไม่กี่ก้าวก็ถึงหน้าเตียงนอนของหญิงสาวแล้ว
หลี่มามาสบตากับหญิงสาวครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะพยักหน้าเบาๆ เป็การปลอบโยนจ้าวซือหยาง แล้วก็หันหลังออกจากห้องปิดประตูให้คนทั้งสองอยู่กันเพียงลำพัง
"ตุ้บ!!" จ้าวซือหยางเข่าทรุดอ่อนแรงลงทันที ร่างงามร่วงผล็อยลงไปคุกเข่ากับพื้นใช้สองแขนยันกายเอาไว้ไม่ให้ล้มลง ศีรษะโค้งต่ำในท่าทางหวั่นเกรง
ิกวานใช้สองนิ้วจับปลายคางของหญิงสาวให้เชิดขึ้นพร้อมกับออกแรงดึง จนร่างเล็กต้องยันกายลุกตาม เพราะหากตนไม่ลุกเขาคงจะกระชากใบหน้านางจนศีรษะหลุดลอยออกไปได้เลยกระมัง
หญิงสาวกลั้นลมหายใจเอาไว้ตลอดเวลา ใบหน้าแดงก่ำเนื้อตัวเริ่มสั่นเทารุนแรงขึ้นทุกขณะ เมื่อต้องเผชิญกับสายตาคุกคามของอีกฝ่าย ที่จับจ้องมองตนขึ้นๆ ลงๆ อย่างสำรวจตรวจตรา มองอย่างเดียวยังไม่พอ ครู่หนึ่งนิ้วมือหยาบจากการถือดาบอยู่เป็ประจำ ประทับมาที่พวงแก้มอ่อนนุ่มของหญิงสาวจนนางน้ำตาไหลออกมาอย่างช่วยไม่ได้อีกครั้ง