หลังจากอิ่มท้องจากอาหารในโรงเตี๊ยม ไป๋ลั่วอิงออกมาสูดลมหายใจข้างนอกอาคาร ใต้ร่มไม้หน้าประตู หลินอวี่นั่งรอเงียบ ๆ เมื่อเห็นนางเดินออกจากโรงเตี๊ยมมาก็ยิ้มรับอย่างยินดี
“เ้าได้หาอะไรมารองท้องแล้วหรือยัง?” ไป๋ลั่วอิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่ม
“เรียบร้อยแล้วขอรับ บ่าวซื้อหมั่นโถวมากิน รสชาติดีทีเดียว” สีหน้าของเด็กหนุ่มดูลังเลเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ยื่นถุงผ้าเล็ก ๆ ออกมา
“พอดีบ่าว...เจอสายสร้อยข้อมือเส้นนี้ที่แผงข้างทาง ได้มาราคาถูก บ่าวใช้เงินของคุณหนูซื้อมา... ข้าเห็นว่ามันสวยดี แต่ก็ไม่แน่ใจว่าคุณหนูจะรับไว้หรือไม่”
ไป๋ลั่วอิงนิ่งไปเล็กน้อย มองดวงตาเด็กหนุ่มตรงหน้าแล้วหัวใจอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด นางยิ้มบางๆ
“ข้ายินดีรับไว้” นางกล่าวพร้อมยื่นมือไปรับ
ทันทีที่มือัักับสายสร้อย
ติ๊ง
[ท่านได้รับไอเทม: สร้อยข้อมือ “สายลมแห่งอวี้หยิน”]
ระดับ: สมบัติลับ (Rare)
สายพลัง: เคล็ดวิชาธาตุลม
คุณสมบัติพื้นฐาน: 1/5
เสริมความเร็วในการเคลื่อนไหว: +20% ความเร็วพื้นฐาน
ปลดล็อกสกิล: เงาพลิ้ว – ร่างกายจะเคลื่อนไหวกลืนไปกับลม ลดโอกาสถูกตรวจจับจากศัตรู
ปลดล็อกทักษะธาตุลมระดับต้น: สกิลสายลมเฉือน, สกิลกรีดเงาเบา, สกิลฝุ่นลมปกปิด
เพิ่มััการรับรู้พลังโดยรอบ: สามารถััพลังชีวิต/คลื่นพลังในรัศมี 20 เมตร
ต้านทานพลังโจมตีจากธาตุลมและเสียง: ลดดาเมจธาตุลมและเสียง 30%
สถานะ: สามารถอัปเกรดได้ (Lv.1/5)
เมื่ออัปเกรดระดับถัดไป 2/5 ใช้ศิลาิญญาขนาดเล็ก 2 ก้อน
แสงบางอย่างไหววูบในดวงตาไป๋ลั่วอิง ร่างบางนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ก่อนเรียกสติกลับคืนมา
'เคล็ดวิชาธาตุลมอย่างนั้นหรือ' ริมฝีปากของนางคลี่ยิ้มบาง จนยากจะห้ามตนเอง หากสามารถใช้พลังเช่นนั้นได้จริง ย่อมช่วยปิดบังความลับเื่ปราณรักษาระดับสูงที่หลบซ่อนไว้ได้ง่ายยิ่งขึ้น
มือเรียวก้มลงมองสร้อยในฝ่ามือ มันเป็เพียงเส้นไหมสีเข้ม ร้อยหยกเม็ดเล็กอย่างเรียบง่าย แต่ภายใต้รูปทรงธรรมดานั้น กลับเร้นซ่อนพลังบางอย่าง พลังที่ลึกซึ้ง...จนน่าประหลาดใจ แม้แต่ผู้ยังััได้ถึงแรงสะท้อนลึกถึงปลายกระดูก
“ของเช่นนี้...มีในตลาดทั่วไปได้อย่างไร” เสียงพึมพำหลุดจากริมฝีปากเบา ๆ ดวงตายังคงจับจ้องสร้อยในมือราวกับกำลังไขปริศนา จากนั้นก็เหลือบสายตาไปยังหลินอวี่ที่ยืนยิ้มแป้นอยู่ตรงหน้า แววตาใสซื่อไร้พิษภัย หากแต่มองจากมุมใดก็ชวนให้รู้สึกว่า...โชคดีเกินมนุษย์ไปหน่อย
เด็กคนนี้...ช่างโชคดีนัก จังหวะซื้อของราคาถูกกลับได้สมบัติวิเศษหน้าตาก็ดี พลังปราณก็นับว่าไม่เลวนัก ทุกอย่างมันช่างเหมือน…เหมือนเกินไป…
เหมือนกับนายเอกในนิยายของข้าไม่มีผิด โดยเฉพาะอวี่หานคนนั้นปลายนิ้วชะงักค้างอยู่กลางอากาศทันที
'อย่าบอกนะว่า...ข้าเก็บนายเอกมาเลี้ยง'
ไป๋ลั่วอิงส่ายหน้ารีบปฏิเสธกับตนเองอย่างรวดเร็ว นางบ่นพึมพำเบา ๆ ราวคนหวาดระแวงเต็มประดา
“ไม่ใช่...มันต้องไม่ใช่สิ นางเขียนไว้ชัด ว่านายเอกจะโผล่ฉากแรกในวัง…”
แต่แล้ว ภาพหนึ่งก็แวบวาบขึ้นในห้วงความทรงจำ...ฉากที่นางเคยเขียนไว้ในนิยาย
ขันทีขององค์ชายเจ็ด...กำลังจะเฆี่ยนตีอวี่หานในลานหลังตำหนัก เกอหนุ่มผู้นั้นพยายามหลบหนีออกจากตำหนักองค์ชายเจ็ด กลับถูกจับได้และถูกลงโทษอย่างหนัก แต่ในห้วงยามนั้น...องค์ชายห้าเสด็จผ่านเห็น และยื่นมือช่วยไว้โดยไม่เอ่ยสักคำ
นั่นคือฉากเปิดตัวพระเอกของนาง ฉากที่ควรจะเกิดในวังหลวง...ไม่ใช่ริมทางตลาดเช่นนี้
ไป๋ลั่วอิงยืนนิ่งตะลึงครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบตามองหลินอวี่อีกครั้ง
‘ไม่หรอกมั้ง... ข้าคงไม่ได้เป็ตัวการที่ทำให้นิยายเื่นี้เพี้ยนไปหรอกใช่หรือไม่...’
ในขณะที่นางกำลังจมอยู่กับความคิด หลินอวี่กลับเป็ฝ่ายหลุบตาลงก่อน สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็มัวหมองเล็กน้อย
“ของชิ้นนี้...ราคาถูกนัก ข้ากลัวว่าคุณหนูจะไม่ชอบ” ถ้อยคำของเขาทำให้ไป๋ลั่วอิงได้สติ นางรีบยิ้มกลบเกลื่อนทันที
“เปล่าเลย ข้าชอบมากจริง ๆ” ร่างบางยกสร้อยขึ้นดูอีกครั้ง “มันงามอย่างเรียบง่าย ถูกใจข้ายิ่งนัก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เด็กหนุ่มก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างดีใจ ใบหน้าเปล่งประกายคล้ายผู้ที่เพิ่งได้รับคำชมครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต
“บ่าวตั้งมั่นไว้แล้ว หากเจอของงามที่ถูกตาที่ใด บ่าวจะซื้อมาให้คุณหนูอีกขอรับ”
ไป๋ลั่วอิงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู
“ไว้เ้าเข้าทำงานในจวนแม่ทัพใหญ่เมื่อไหร่...เ้าจะมีเงินเดือนเป็ของตนเอง เมื่อถึงเวลานั้น หากเ้าอยากได้สิ่งใดก็ซื้อหามาด้วยตัวเองเถิด ไม่ต้องมัวแต่นึกถึงข้าให้ต้องเหนื่อยใจ”
หลินอวี่พยักหน้ารับเบา ๆ ใบหน้าแดงระเรื่อ แต่แววตากลับเจือด้วยความปลื้มปีติลึก ๆ
ไป๋ลั่วอิงเหลือบมองท้องฟ้า แสงแดดยามบ่ายเริ่มอ่อนแสงลงเรื่อย ๆ นางจึงเอ่ยกับบ่าวทั้งสอง
“กลับจวนกันเถิด เดี๋ยวท่านพ่อของข้าจะเป็ห่วง”
“เ้าค่ะ คุณหนู” เสี่ยวเหมยขานรับเบา ๆ ส่วนหลินอวี่ก็พยักหน้าตามทันที ไม่มีถ้อยคำใดเพิ่มเติม
ทั้งสามจึงออกก้าวจากหน้าโรงเตี๊ยม มุ่งหน้าเลาะทางเดินหลังตลาด เพื่อลัดเข้าสู่ประตูหลังของจวนแม่ทัพใหญ่
ครั้นเมื่อไป๋ลั่วอิงเหยียบย่างกลับเข้าสู่เรือนหยกหอมภายในจวนแม่ทัพใหญ่บ่าวไพร่ที่เฝ้าอยู่ต่างเร่งรีบออกมาต้อนรับเสียงทักทายดังแ่พร้อมกิริยานอบน้อมเคารพนอบน้อมจากทุกทิศทาง
“คารวะคุณหนูเ้าค่ะ”
แต่ไป๋ลั่วอิงหาได้กล่าวอันใดไม่ นางเพียงพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วจึงก้าวเข้าเรือนไปช้า ๆ ก่อนที่นางจะหันไปทางเสี่ยวเหมยและหลินอวี่ซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง
“เสี่ยวเหมย เ้าพาหลินอวี่ไปลงทะเบียนกับจ่างกวานเจียเถิด บอกจ่างกวานเจียว่านับแต่นี้...เขาจะเป็บ่าวรับใช้ในเรือนหยกหอม”
เสี่ยวเหมยเลิกคิ้วเล็กน้อย มองไปทางหลินอวี่อย่างลังเล เพราะตามธรรมเนียมแล้ว ชายหญิงไม่ควรอยู่ร่วมเรือนเดียวกัน
แต่ไป๋ลั่วอิงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “เด็กผู้นี้เป็เพศ เกอ มิใช่บุรุษเต็มตัว อีกทั้งมีปานสีแดงที่ข้อมือ...ย่อมไม่เป็ปัญหาอันใดกับข้าอยู่แล้ว”
เสี่ยวเหมยรับคำเบา ๆ แล้วพยักหน้าให้หลินอวี่ เด็กหนุ่มเองก็มีสีหน้าอึกอักเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็เดินตามไปอย่างว่าง่าย
ไป๋ลั่วอิงยืนมองแผ่นหลังของผู้เป็บ่าวทั้งสองที่ค่อย ๆ ลับหายไปตามทางเดิน ดวงตานิ่งสงบ หากในอกกลับเต็มไปด้วยความคิดสับสนวุ่นวาย
ในตอนนั้นเอง บ่าวรับใช้หญิงผู้หนึ่งก็รุดเข้ามา ค้อมกายก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“คุณหนูเ้าค่ะ ท่านแม่ทัพใหญ่และคุณชายใหญ่รอพบคุณหนูที่เรือนใหญ่เ้าค่ะ”
ไป๋ลั่วอิงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
นางก้าวเท้าออกจากเรือน ลมหอมอ่อน ๆ จากสวนในเรือนยังลอยอบอวลอยู่รอบกาย นางครุ่นคิดถึงครอบครัวของนางในร่างนี้
‘ท่านพ่อของนาง...เป็แม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งชายแดนตะวันตก ท่านพี่ของนาง...ก็เป็ขุนนางฝ่ายบุ๋นผู้เงียบขรึม’
แต่เมื่อนึกย้อนถึงเนื้อเื่ในนิยายที่ตนเคยเขียนไว้...กลับพบเพียงบรรทัดสั้น ๆ เท่านั้น
“ไป๋เทียนหย่ง บิดาของไป๋ลั่วอิงเป็แม่ทัพฝ่ายตะวันตก มีพลังปราณสายปฐีระดับสูง แต่ไร้บทสำคัญ”
“ไป๋อี้เฉิน พี่ชายของไป๋ลั่วอิงนั้น เป็ขุนนางขั้นห้า มีพลังปราณสายอักษร ใช้ควบคุมยันต์และการสื่อสาร แต่ไร้บทเด่น”
เพียงเท่านี้…ไม่มีการบรรยายถึงนิสัย ไม่มีเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อโครงเื่ ไม่มีแม้แต่ฉากที่ทำให้ผู้อ่านจดจำได้ มีเพียงบทเล็ก ๆ ตอนหนึ่งเท่านั้น ที่เล่าถึงครอบครัวของนางที่ตื่นใ ออกตามหาบุตรสาวที่หายตัวไปหลังถูกองค์ชายห้าจิ่นอวี่ ตุยเย่เพราะไปราวีคุณนายเอกก็เท่านั้น
‘สุดท้ายแล้ว...ครอบครัวของข้าเป็เพียงครอบครัวตัวประกอบธรรมดา ๆ ที่ข้าเขียนไว้ประดับเื่เพียงเท่านั้น...’
ไป๋ลั่วอิงหลุบตาลงเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อด้วยฝีเท้าที่เงียบเชียบ

โอย…ไรท์ไม่รู้ว่าควรจะขำหรือควรจะห่วงยัยน้องดีที่เก็บนายเอกมาได้โดยไม่รู้ตัว
แถมยังได้สร้อยระดับแรร์ที่น้องหลินมอบให้อีกแล้วดูนางเอกสิ… แทนที่จะใ
ว่าสร้อยของแรร์นางกลับหันไปมองเด็กแล้วคิดว่า “หรือข้าเก็บนายเอกมาเลี้ยง?”
นี้น้องไม่รู้ตัวเลยหรือว่าน้องเป็ตัวการทำให้หลุดพล็อตไปกี่เส้นทางแล้ว 555