ตอนที่ 1
นชากับอัฐวัฒิเป็เพื่อนกันั้แ่เด็กๆแล้ว ทั้งสองมีนิสัยเหมือนกัน อายุ 22 ปีเท่ากัน เรียนมหา’ลัยเดียวกัน นชาเรียนจบบริหารธุรกิจ ส่วนอัฐวัฒิเรียนจบวิศวกรรมไฟฟ้า ทั้งสองสนิทกันมาก และสมัครเป็อาสาสมัครมูลนิธิด้วยกัน
วันนี้เป็วันหยุด นชาเลยมาเที่ยวบ้านอัฐวัฒิ อัฐวัฒิช่วยแม่ทำกับข้าวในครัว ส่วนนชาเดินออกมานอกบ้าน เธอสังเกตเห็น น้องสาวแสนสวยข้างบ้านมีชื่อว่า น้ำผึ้ง ผู้หญิงคนนี้เป็ผู้หญิงที่นายอัฐวัฒิแอบรัก น่าเสียดายที่เธอได้ตกลงเป็แฟนกับนายวิชาญแล้วเรียบร้อย แม่เห็นว่าลูกชายปล่อยแขกไว้คนเดียว เลยไล่ให้ไปคุยเป็เพื่อนนชา
“เฮ้ย อัฐวัฒิ ฉันแอบเห็นน้ำผึ้งไปบ้านนายวิชาญด้วยน่ะ” นชากล่าว
“อย่าพูดได้มั้ย ฉันกำลังอกหักอยู่” อัฐวัฒิกล่าว
“เออ เออ เื่นั้น ฉันก็เข้าใจนายนะ แต่นายวิชาญเป็คนไม่ดี ทำไมนายไม่เตือนน้องน้ำผึ้งเขาหน่อยล่ะ” นชากล่าว
“เธอดูหน้าฉันหน่อยดูน่าเชื่อถือมั้ยล่ะ แถมฉันกลับดึกทุกวัน น้องก็เข้าใจว่าชอบเที่ยวกลางคืนประจำ” อัฐวัฒิกล่าว
“ใช่จริงๆด้วย นายน่าจะโกนหนวดโกนเคราบ้างนะ มันดูไม่น่าเชื่อถือจริงๆนั่นแหละ” นชาตอกย้ำ
“เป็เพื่อนภาษาอะไรก็ไม่รู้ ตอกย้ำอยู่นั่นแหละ” อัฐวัฒิกล่าว
“โถ่ ฉันก็แค่ให้นายปรับปรุงตัวเฉยๆไง” นชากล่าว
“ฉันก็แอบห่วงน้ำผึ้งอยู่หรอก แต่คิดว่านายวิชาญคงจะพูดใส่ไข่ใส่สีฉันเรียบร้อยแล้ว น้องเขาถึงได้กลัวฉันมากขนาดนั้น” อัฐวัฒิกล่าว
“ก็ได้เพียงหวังให้น้องเห็นธาตุแท้ของนายวิชาญโดยเร็ว ก่อนที่อะไรมันจะสายเกินไป” นชากล่าว
“มันไม่เพียงเท่านั้นหรอก ยิ่งเธอมาหาฉันบ่อยขนาดนี้ น้องคงเข้าใจว่าเธอเป็แฟนฉันนี่สิ” อัฐวัฒิบ่น
“โห โทษกันซะงั้น ถ้าไม่ใช่เพราะแม่นายทำกับข้าวอร่อย ฉันก็คงไม่มาหรอก” นชากล่าว
“เปล่าฉันไม่ได้จะโทษเธอ เพียงบอกว่าน้องเข้าใจฉันผิดไง ต่อให้ฉันพูดอะไรน้องเขาก็คงไม่เชื่อฉันหรอก” อัฐวัฒิกล่าว
“ไปทานข้าวกันดีกว่า แม่นายกวักมือเรียกแล้ว” นชาตัดบท
นชากับอัฐวัฒิเลยไปทานกับข้าวฝีมือแม่ของนายอัฐ อร่อยอย่าบอกใครเชียว
ระหว่างที่ทานข้าวด้วยกัน แม่ของนายอัฐก็เลยชวนคุย
“แม่ว่านะ ผู้หญิงที่เป็อาสาสมัครมันอันตรายนะลูก ขนาดลูกชายแม่เอง แม่ก็ยังแอบเป็ห่วงเลย” แม่ของนายอัฐเตือน
“หนูคงทำอีกแค่สองเดือนค่ะ หนูสัญญากับแม่หนูแล้วว่า หลังจากสองเดือนนี้จะรีบไปสมัครงานดีๆ และเลิกเป็อาสาสมัครแล้ว เพื่อไม่ให้แม่เป็ห่วง” นชากล่าว
“ดีแล้วล่ะลูก และเ้าอัฐ ลูกก็ดูแลเพื่อนด้วยล่ะ ยังไงเพื่อนเขาก็เป็ผู้หญิงนะ” แม่ของนายอัฐกล่าวกับลูกชาย
“หรอครับ ผมเพิ่งรู้ว่านชาเป็ผู้หญิง” นายอัฐแกล้งเย้าแม่
“เดี๋ยวเถอะลูก ล้อแม่งั้นหรอ” แม่ของนายอัฐกล่าว
“เปล่าหรอกค่ะคุณแม่ มันล้อนชาต่างหาก หาว่า นชา เป็ทอมล่ะสิ” นชากล่าว
ทุกคนพากันหัวเราะ
*************************************
วันถัดมานชาทำงานอาสาสมัครเก็บศพ จนกระทั่งเลิกงาน วันนี้เธอเลิกงานสี่ทุ่มพอดี กำลังจะขับรถตัวเองกลับบ้าน แต่แล้วเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ใครก็ไม่รู้ล็อคตัวเธอและโปะยาสลบ
นชาฟื้นขึ้นมา ก็พบว่าเธอถูกจับมัดติดกับเก้าอี้ ปากถูกรัดด้วยผ้า เธอรีบสำรวจบรรยากาศโดยรอบ ที่นี่เป็สนามแข่งรถ เธอหันไปรอบๆ ก็เห็นผู้ชายฮือฮาเต็มไปหมด เธอมองดูตัวเองพบว่าเธอใส่เสื้อสายเดี่ยวนุ่งกระโปรงสั้น ตอนนี้เธอกำลังเป็รางวัลสำหรับผู้ชนะการแข่งรถครั้งนี้ นชาสังเกตเห็นผู้ที่แข่งรถมีทั้งหมดห้าคน หนึ่งในนั้นมีนายวิชาญด้วย เธอเลยคาดการณ์ว่า เธอต้องถูกนายวิชาญจับตัวมาเพื่อเอามาท้าพนันแข่งรถแน่ๆ
นชาพยายามดิ้น แต่เชือกก็รัดแน่นเสียเหลือเกิน ทุกคนสนใจแต่การแข่งรถ ไม่มีใครสนใจที่จะช่วยเธอเลยสักคนเดียว ทุกคนเห็นดีเห็นงามที่จะเห็นเธอเป็เหยื่อครั้งนี้ เธอน้ำตาไหลและคิดถึงแต่แม่เท่านั้น
แล้วเวลาก็ผ่านไปครึ่งชั่วโมง พบว่านายกวินทร์เป็ผู้ชนะการแข่งรถครั้งนี้ เขาเป็ลูกชายนักธุรกิจค้าทองที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียงมากในปัจจุบัน
ทุกคนที่เชียร์เขาพากันร้องเฮแสดงความยินดี เขาเดินมาหานชาพร้อมกับแก้เชือกที่รัดติดเก้าอี้ แต่ไม่แกะเชือกที่รัดมือและผ้าที่รัดปากออก เขาจับเธอพาดบ่าเขาแล้วเดินไปที่รถยนต์ของเขา เขาโยนเธอไปที่เบาะรถด้านหลังคนขับ แล้วเขาก็ขับรถไปคอนโดทันที
นายกวินทร์ปฏิบัติกับนชาอย่างกับรางวัลชิ้นหนึ่งเท่านั้น เธอทำได้แต่ร้องไห้และไม่รู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะรอดจากเงื้อมมือเขาได้
เมื่อถึงคอนโดเขาก็ยื่นกุญแจให้เด็กรับรถไปจอดให้ และอุ้มเธอพาดบ่าเขาอีกครั้ง ทุกคนในคอนโดเห็นเป็เื่ธรรมดา เลยไม่มีใครสนใจเธอเลยสักคน
กวินทร์วางเธอไว้บนเตียง แกะผ้าที่รัดปากเธอออก เธอกำลังจะพูด แต่เขาดึงเธอมาจูบหน้าตาเฉย มือเธอถูกรัดไว้ด้านหลัง เธอเลยต้านเขาไม่ได้ ทำได้แต่ร้องไห้
“ร้องไห้ทำไมน่ะ ช่วยไม่ได้นะ เธออยากเป็แฟนนายวิชาญเอง และในเมื่อเขาแพ้ เธอก็ต้องเป็ของฉัน” กวินทร์กล่าวอย่างเ็า
“ฉันไม่ใช่แฟนของนายวิชาญ มันจับฉันมา ฉันขอร้องนะ ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันยังมีแม่ต้องดูแล นายอย่าทำอะไรฉันเลยนะ” นชาขอร้อง
“ช่วยไม่ได้ ฉันเกิดถูกใจเธอขึ้นมาเสียแล้วสิ เอาน่า เป็เมียฉัน รับรองเธอจะได้ทุกอย่างที่เธอ้า” กวินทร์กล่าว
“ไม่ ฉันไม่ได้้าอะไรจากนาย” นชากล่าว
นายกวินทร์ไม่ฟังคำพูดเธอ เขาเริ่มจูบไซร้ซอกคอ ในขณะที่นชารีบดิ้นจนกระทั่งเธอกลิ้งตกเตียง
“เห็นมั้ยล่ะ ถึงเธอดิ้นไปเธอก็เจ็บตัวเปล่าๆ” กวินทร์ที่อยู่บนเตียงมองเธอนอนล้มตกเตียงอยู่อย่างนั้น
“ฉัน ฉัน เป็รอบเดือนพอดี มีอะไรกับนายไม่ได้” นชากล่าว
“อะไรนะ เป็รอบเดือน เสียอารมณ์จริงๆ” กวินทร์กล่าว
นายกวินทร์เลยแก้เชือกให้เธอ แล้วไล่เธอไปอาบน้ำ นชาจะถือโอกาสหลบหนี แต่แล้วเมื่อเธอวิ่งออกไปจากห้องนอน ก็เห็นลูกน้องนายกวินทร์ยืนเฝ้ารอบห้องเต็มไปหมด เธอถึงขั้นชะงัก
“เธอหนีไม่พ้นหรอก ไปอาบน้ำซะ จะได้ไปนอน มันดึกแล้ว” กวินทร์กล่าว
นชาจำใจต้องทำตามคำสั่งเขา เธอเปลี่ยนชุดโดยใส่เสื้อเชิ้ตของเขาและกางเกงบ๊อกเซอร์ เพราะในห้องเขาไม่มีเสื้อผ้าผู้หญิงเลย
กวินทร์กลับมาที่ห้องนอนในสภาพที่อาบน้ำแล้ว แสดงว่าเขาไปอาบน้ำที่ห้องอื่น เขานอนบนเตียงหน้าตาเฉย เธอเลยไปนอนโซฟาที่อยู่ภายในห้องนอน แต่แล้วกวินทร์มาอุ้มเธอให้ไปนอนด้วยกัน
“ปล่อยฉันนะ นายจะทำอะไรน่ะ” นชาพยายามดิ้น
“เธอเป็ผู้หญิงของฉัน เธอจะต้องนอนเตียงเดียวกันกับฉันด้วย ต่อให้วันนี้พวกเรายังไม่เข้าหอกันก็เถอะ” กวินทร์กล่าว
“แต่ฉัน” นชาเห็นสายตาเขาเริ่มโมโห เธอกลัวว่าเขาจะกระทำรุนแรงกับเธอ เธอก็เลยนอนข้างๆเขา
“ฉันยอมทำตามคำสั่งนายแล้ว แต่ฉันมีเื่จะขอร้องนายจะได้มั้ย” นชาพูดกับเขาดีๆ
“ว่ามาสิ” กวินทร์กล่าว
“ฉันขอโทรบอกแม่ก่อน ฉันไม่อยากให้แม่ต้องเป็ห่วง” นชากล่าว
“โตป่านนี้แล้วยังต้องโทรบอกแม่อีก” กวินทร์กล่าว
“ฉันอยู่กับแม่แค่เพียงสองคน ถ้าแม่เห็นฉันไม่กลับบ้าน แม่ต้องแจ้งตำรวจแน่นอน นายอยากถูกจับรึไง” นชาขู่
“อะ อะ โทรก็โทร บอกว่าไปเที่ยวกับเพื่อนหนึ่งสัปดาห์ก็แล้วกัน” กวินทร์กล่าว
“อะไรนะตั้งหนึ่งสัปดาห์ สองวันนายก็น่าจะเปลี่ยนผู้หญิงได้แล้วนี่” นชากล่าว
“ก็เธอเป็รอบเดือนไม่ใช่หรอ สองวันเธอก็ยังไม่หายหรอก” กวินทร์กะระยะเวลา
“ทำไมนายไม่หาผู้หญิงที่รักนายจริงๆแล้วแต่งงาน นายทั้งหล่อทั้งรวยคงหาได้ไม่ยากหรอก” นชากล่าว
“ฉันยังรักสนุก ไม่้าการผูกมัดนี่” กวินทร์กล่าวอย่างเ็า
“หากนายยังทำตัวแบบนี้อยู่ ระวังจะไม่มีใครรักนายจริงสักคน” นชากล่าว
“จะโทรมั้ย ฉันจะได้ไปหยิบมือถือที่ไม่โชว์เบอร์ให้เธอโทร” กวินทร์กล่าว
“โทรๆ” นชารับมือถือของเขาแล้วรีบโทรหาแม่ทันที
“ทำไมป่านยังไม่กลับอีกล่ะลูก แม่ห่วงลูกมากเลยนะ” แม่ของนชากล่าว
“แม่คะ หนูขอโทษค่ะแม่ เพื่อนบังคับให้หนูไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วย ตอนนี้หนูอยู่ที่ระยองแล้ว มือถือหนูไม่มีสัญญาณ เลยยืมโทรศัพท์เพื่อน ประมาณหนึ่งสัปดาห์นะคะถึงจะกลับ” นชาต้องยอมโกหก
“ตั้งหนึ่งสัปดาห์เชียวหรอลูก” แม่ของนชากล่าว
“รบกวนแม่บอกนายอัฐวัฒิให้ลางานให้หนูด้วยนะคะ” นชากล่าว
“อื้อ เดี๋ยวแม่บอกให้ ดูแลตัวเองดีๆด้วยนะลูก” แม่ของนชากล่าว
“ค่ะแม่” นชาโทรเสร็จต้องยื่นมือถือคืน
นายกวินทร์รีบเก็บมือถือทันที
“มานอนได้แล้ว” กวินทร์สั่ง
นชาเลยยอมนอนข้างๆเขา แต่นายกวินทร์รีบนอนกอดเธอทันที “ทำไมนายต้องนอนกอดฉันด้วยล่ะ”
“หรืออยากให้ทำอะไรไปมากกว่านี้ล่ะ” กวินทร์ขู่
นชาเลยยอมเงียบ ปล่อยให้เขานอนกอดเธออยู่อย่างนั้น เธอหลับไปสองชั่วโมง เธอก็สะดุ้งตื่นกลางดึก นชาได้ยินเสียงของกวินทร์นอนละเมอเรียกแม่ของเขา ในใจคิดว่า “นายคงเป็เด็กขาดความอบอุ่น ชอบเรียกร้องความสนใจล่ะสินะ”
เช้าวันรุ่งขึ้น นชารีบลุกจากเตียง เธอมองเห็นถุงผ้าอนามัยวางไว้ที่โซฟา แสดงว่านายกวินทร์คงจะสั่งลูกน้องให้ไปซื้อมาให้เธอแน่นอน นชาจึงรีบไปอาบน้ำ แต่ยังใส่ชุดเดิม เพราะเธอไม่มีเสื้อผ้าใส่ ครั้นจะใส่เสื้อสายเดี่ยวกระโปรงสั้นตัวเดิม มันก็โป๊จนเกินไป เดี๋ยวเกิดไปยั่วเขาเข้ามันจะยุ่ง
พอนชาอาบน้ำเสร็จ ก็เกิดเื่ยุ่งเสียแล้ว มีเสียงเคาะประตูห้องนอนดังมาก พอเธอไปเปิดก็พบว่า…
*****************************************************************************************************************
ตอนที่ 2
"นี่เธอเป็ผู้หญิงคนใหม่ของลูกฉันงั้นหรอ ดูแต่งตัวซิ ทำไมไม่หาเสื้อผ้าผู้หญิงใส่ดีๆ ห๊า” แม่ของกวินทร์กล่าวอย่างดูถูก
“คุณคือแม่ของกวินทร์หรอคะ” นชาถาม
“ใช่ ไปปลุกเขามาพบฉันเดี๋ยวนี้” แม่ของกวินทร์สั่ง
นชาเลยต้องเดินไปเรียกเขา ซึ่งจริงๆเขาก็ลืมตาอยู่ แต่ไม่ยอมลุกจากเตียงเท่านั้น
“คุณลุกขึ้นไปพบแม่คุณเถอะค่ะ” นชากล่าว
“มันเื่ของฉัน” กวินทร์ยังคงนอนต่อ
“แล้วคุณจะต่อต้านเพื่อ” นชากล่าว
“นี่เธอ” กวินทร์กล่าวเสียงดุ
“เอาเถอะค่ะ ฉันไม่มีสิทธิ์สั่งคุณ แต่คุณลุกขึ้นไปพบแม่เถอะนะคะ ควรคุยกับท่านให้รู้เื่ มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยนะคะ ที่คุณจะทำตัวดื้อแบบนี้” นชากล่าว
กวินทร์ี้เีฟังนชาสั่งสอน เลยรีบลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตา อาบน้ำ แล้วไปพบแม่ของเขา
“ลูกนี่เปลี่ยนผู้หญิงบ่อยจริงๆ แต่ต่อไปควรจะเลิกกับผู้หญิงเหล่านี้ให้หมดซะ เพราะลูกจะต้องหมั้นกับลูกสาวของเพื่อนแม่” แม่ของกวินทร์กล่าว
“ผมไม่หมั้นผมไม่แต่งกับใครทั้งนั้น” กวินทร์ค้าน
“หรือลูกรักผู้หญิงคนนั้นไปแล้ว ผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้า ลูกกล้าเลือกมันได้ยังไง” แม่ของกวินทร์กล่าวอย่างไม่เกรงใจ
“ผมจะแต่งงานกับนชาครับ” กวินทร์พูดไปอย่างนั้น
“อะไรนะ แม่ไม่ยอมเด็ดขาด ถ้าลูกเลือกมัน งั้นพวกเราตัดขาดความเป็แม่เป็ลูกกัน” แม่ของกวินทร์กล่าว
นชาอยากถือโอกาสนี้ ทำให้เธอออกไปจากที่นี่ให้ได้ เธอเลยรีบพูดแทรกทันที “ในเมื่อคุณก็มีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้ว นชายินดีไปค่ะ” เธอแกล้งบีบน้ำตา แล้ววิ่งออกไปเนียนๆ แอบขโมยมือถือมาแล้ว กะว่าค่อยโทรบอกนายอัฐวัฒิมารับเธอ
แต่แล้วนายกวินทร์ดันรู้ทันเธอเสียได้ เขาวิ่งเข้ามากอดจากด้านหลัง และแสดงละครได้เก่งมาก “ไม่เอาน่า นชา เธออย่างอนฉันสิ พวกเราเป็ผัวเมียกันแล้วนะ เธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆด้วย ฉันจะไม่ยอมทิ้งเธอเด็ดขาด”
ทั้งนชาและแม่ของเขาพากันใกับคำพูดของกวินทร์
นชาส่ายหน้ากำลังจะปฏิเสธ แต่กวินทร์รีบปิดปากเธอไว้
“ผู้หญิงคนนี้ท้องแล้วหรอ ทำไมลูกไม่ป้องกันเลยล่ะ” แม่ของกวินทร์กล่าว
“ผู้หญิงคนนี้ ผมรักจริงหวังแต่งครับแม่” กวินทร์กล่าว
“เอาล่ะ ในเมื่อเื่มันก็มาถึงขนาดนี้แล้ว ไปทำแท้งซะ” แม่ของกวินทร์กล่าวอย่างเ็า
“ไม่ครับแม่ ลูกคนนี้เป็ลูกคนแรกของผม ผมไม่ยอมแน่นอน ผมยอมตัดแม่ตัดลูกก็ได้ครับ แต่ผมจะไม่ยอมเสียเธอกับลูกไปเด็ดขาด” กวินทร์กล่าวอย่างมุ่งมั่น
“งั้นก็ได้ วันพรุ่งนี้พาเธอไปอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ หาเสื้อผ้าให้เธอใส่ดีๆด้วย ใส่เสื้อผ้าของลูกแบบนั้นมันดูน่าเกลียด” แม่ของกวินทร์ใจอ่อน
“ขอบคุณครับแม่” กวินทร์กล่าว
แม่ของนายกวินทร์เดินออกไปจากห้องพักของเขาทันที
นชาหมดความอดทน เธอเลยอาละวาดตีเขาอย่างแรง
“มันเจ็บนะนชา หยุดเดี๋ยวนี้” กวินทร์กล่าว
“ฉันไปทำอะไรให้นายนักหนา นายปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว ที่นายจะทำอะไรก็ได้แบบนี้ และฉันก็ไม่ใช่เมียนายด้วย ฉันจะกลับบ้าน" นชาหมดความอดทน
กวินทร์ก็หมดความอดทนเช่นกัน เพราะเธอเอาแต่ตีเขา เขาผลักเธอไปที่เตียง และคร่อมตัวเธอทันที “มันเจ็บนะนชา ก็เธอเป็ผู้หญิงของฉันแล้ว ฉันชนะพนัน ฉันก็ต้องได้ตัวเธอเสียก่อน รอฉันเบื่อเธอก่อนแล้วค่อยไป”
“ผู้หญิงก็เป็คนนะ ทำไมนายเป็คนแบบนี้ กล้าล้อเล่นกับความรู้สึกของผู้อื่นได้ยังไง ฉันขอแช่งให้ไม่มีใครรักนายจริง” นชากล่าวด้วยโทสะ
กวินทร์โมโห เพราะเธอพูดแทงใจดำของเขา ตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าไม่มีใครรักเขาจริงสักคน เขาเลยรีบจูบเธอทันที
นชารีบผลักเขาแล้วตบหน้า นชาวิ่งไปที่โคมไฟ กวินทร์เดินตามไป นชาเลยยกโคมไฟหมายจะตีหัวเขา
“คุณหยุดพยศได้แล้วนะ นชา” กวินทร์กล่าว
“ฉันเกลียดนาย เกลียดมาก อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ” นชากล่าว
กวินทร์เลยรีบแย่งโคมไฟ เขาแรงเยอะกว่า เลยแย่งไปได้ แล้วรีบผลักเธอไปที่เตียง “เลิกพยศได้หรือยัง หรือจะให้ฉันส่งศพไปให้แม่ของเธอดีล่ะ"
“นายจะฆ่าฉันหรอ” นชาชะงักเพราะไม่อยากตายตอนนี้
“ถ้ามันจำเป็นะ และสุดท้ายแม่เธอจะได้อยู่คนเดียวในโลกนี้ไง” กวินทร์ขู่
นชาต้องตั้งสติ เพราะเธอจะตายไม่ได้ เธอจะต้องตอบแทนบุญคุณและดูแลแม่แทนพี่ชายตัวเองด้วย เลยว่า “ฉันยอมแล้ว”
“ก็แค่นี้ ไปใส่ชุดสายเดี่ยวเมื่อวานซะ เดี๋ยวค่อยสวมเสื้อกันหนาวทับ ฉันจะพาไปซื้อเสื้อผ้า แล้วพากันไปอยู่บ้านของแม่ฉัน” กวินทร์สั่ง
“อื้อ” นชารับคำ
“ว่าง่ายแบบนี้ตั้งนานมันก็จบ ตามมาได้แล้ว ฉันี้เีอุ้มเธอมันหนัก” กวินทร์กล่าว
นชาเม้มปาก ในใจคิดว่า “ฉันคงไปสร้างเวรสร้างกรรมกับนายไว้เยอะสินะ ถึงต้องมาชดใช้แบบนี้”
กวินทร์พานชาไปเดินห้าง เขาทำกับเธอเหมือนอีหนู โอบเอวเธอเดินซื้อทั้งชั้นใน เสื้อผ้าต่างๆตั้งหลายชุด
ซื้อเสื้อผ้าเสร็จ เขาก็พาเธอกลับบ้านของแม่เขาทันที
แต่พอมาถึง ก็พบว่ามีผู้หญิงของนายกวินทร์มารออยู่แล้ว
“กวินทร์คะ ทำไมคุณไม่มาหาฉันบ้างเลย ฉันคิดถึงคุณแทบแย่แหนะ” นาตาชากล่าว
“ผมเลิกกับคุณแล้วนี่ครับ พวกเราจบกันไปแล้ว” กวินทร์กล่าวอย่างเ็า
ในใจนชาคิดว่า “สักวันฉันก็คงตกในสภาพนี้สินะ เวรกรรมจริงๆ”
“ผู้หญิงคนนี้เป็เมียใหม่คุณงั้นหรอคะ ไม่ยักรู้ คุณจะเปลี่ยนแนว เธอตัดผมอย่างกับสาวทอมบอยเลย” นาตาชาวิจารณ์
“ผมจะเปลี่ยนแนวหรือไม่ มันก็เื่ของผมครับ คุณกลับไปได้แล้ว ก่อนที่ผมจะให้คนของผมมาลากคุณไป” กวินทร์กล่าว
ผู้หญิงคนนั้นเลยยอมกลับไปแต่โดยดี
ต่อหน้าแม่ของกวินทร์ เขาก็แสดงทำเป็ดูแลเธออย่างดีราวกับคนท้องที่ต้องคอยประคบประหงม ซึ่งตัวเธอก็ต้องคอยแสดงไปกับเขาด้วย
นชากังวลมาโดยตลอดเื่ที่เธอต้องมีอะไรกับเขา สักพักเธอก็ได้ยินเสียง์ นางฟ้ามาโปรดเธอจริงๆ
“แม่จะให้นชามานอนกับแม่ ในเมื่อเธอท้องแล้ว ลูกไม่ควรจะมีอะไรกับเธอ เดี๋ยวลูกในครรภ์หลุดกันพอดี” แม่ของกวินทร์กล่าว
“ขอบคุณค่ะคุณแม่” นชาหลุดปาก
“แต่แม่ครับ แม่จะแยกพวกเราออกจากกันไม่ได้นะครับแม่ ผมต้องนอนกอดเธอทุกคืนผมถึงจะนอนหลับ” กวินทร์กล่าว
“โถ่ คุณคะ คุณอย่าไปหลอกคุณแม่เขาอย่างนั้นสิคะ คุณแทบจะถีบฉันตกเตียงเลยนะคะ ฉันก็กลัวจะแท้งลูกเพราะคุณนั้นแหละ” นชาแกล้งพูด
“จริงหรอ นชา งั้นไม่ได้แล้ว ให้นชามานอนกับแม่เลยก็แล้วกัน” แม่ของกวินทร์กล่าว
นชาอยากจะไปกอดเพื่อขอบคุณแม่ของเขาจริงๆ
กวินทร์รู้สึกเจ็บใจ ยิ่งเห็นเธอยิ้มอย่างมีความสุขด้วยแล้ว
ดังนั้นนชาจึงได้ไปนอนกับแม่ของเขา คืนนั้นแม่ของเขาได้ปรับทุกข์กับเธอ
“ฉันช่างเป็แม่ที่ไม่ดีเลยใช่มั้ย ฉันมัวแต่ทำงาน เลยทำให้กวินทร์เป็เด็กขาดความอบอุ่น ทำทุกอย่างเพื่อประชดฉัน ฉันตั้งใจว่าจะให้เขาเป็ผู้สืบทอด แต่พอเขาทำตัวแบบนี้ ก็คงไม่มีใครเชื่อถือเขาแน่ๆ” แม่ของกวินทร์กล่าว
“คุณแม่น่าจะคุยกับคุณกวินทร์ให้เข้าใจนะคะ ฉันรู้ว่าคุณแม่รักเขามาก ถ้าเขารับรู้ความรักของคุณแม่ เขาต้องกลับใจแน่ๆค่ะ” นชาปลอบ
“ฉันก็หวังอย่างนั้นนะ แต่ฉันอยากจะเตือนเธอ ในเมื่อเธอจะเป็แม่คน ก็ขออย่าเป็แม่แบบฉันล่ะ เธอจงรักและดูแลเอาใจใส่หลานฉันให้ดีด้วย” แม่ของกวินทร์กล่าว
“ฉันเชื่อนะคะ หากลูกชายคุณเป็พ่อคนแล้ว เขาต้องเข้าใจคุณค่ะ” นชากล่าว
แม่ของกวินทร์ยิ้ม เธอเอามือมาลูบหัวนชา “ขอบใจนะ ที่ให้กำลังใจฉัน นอนเถอะ”
*************************************
วันถัดมา กวินทร์เห็นว่าถ้าอยู่บ้านหลังนี้ต่อไป เขาจะไม่มีทางได้ตัวเธอ เขาเลยโกหกแม่ว่าจะไปแข่งรถที่ต่างจังหวัด และจะพาตัวนชาไปด้วย เพราะ้ากำลังใจ
“แต่นชากำลังท้อง ลูกจะพาเธอไปตกระกำลำบากทำไม” แม่ของกวินทร์กล่าว
“โถ่ แม่ รับรองผมจะดูแลเมียผมอย่างดีครับ ให้เธอไปกับผมนะครับ” กวินทร์กล่าว
“เดี๋ยวฉันโทรให้กำลังใจคุณก็ได้ค่ะ” นชากล่าว
“ผมต้องเห็นหน้าคุณด้วยครับ นชา” กวินทร์กล่าว
“เอาล่ะ งั้นนชาไปเถอะ เพราะพูดขัดยังไง นายกวินทร์ก็ต้องหาเหตุผลเป็ร้อยแปดมาพูดกับแม่อยู่ดี” แม่ของกวินทร์ใจอ่อน
“ขอบคุณครับแม่” กวินทร์ยิ้มอย่างมีชัย
นชาเม้มปาก วันนี้เธอแพ้เขาราบคาบ ได้แต่ภาวนาในใจให้เธอรอดพ้นจากเงื้อมมือของเขาด้วยเถิด
กวินทร์ยังคงแสดง โดยดูแลนชาอย่างดี แต่พอถึงสนามแข่งเท่านั้นแหละ เขาก็เปลี่ยนเป็คนละคนไปเลย
“เธออยู่นี่แหละ เดี๋ยวฉันไปรายงานตัวก่อน และห้ามหนีเด็ดขาด ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่” กวินทร์ขู่
นชาพยักหน้า ถึงกระนั้นเธอก็เดินสำรวจไปรอบๆก็เห็นแต่คนของนายกวินทร์ยืนคุมไปทั่ว เธอไม่คิดว่าลูกน้องของกวินทร์จะเยอะมากขนาดนี้ เธอคงหนีได้ลำบาก
นชายืนรอกวินทร์ได้สักพัก นชาก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง เธอสวยมาก หุ่นยิ่งกว่านางแบบ กำลังเดินเข้ามาหาเธอ
“เห็นนาตาชา บอกว่ากวินทร์มีผู้หญิงคนใหม่ ที่แท้ก็เป็เธอนั่นเอง” ซินดี้กล่าว
“คุณคือใครคะ” นชาสงสัย
“ฉันเป็เมียของกวินทร์ เธอควรเลิกยุ่งกับเขาได้แล้ว เพราะฉันเป็ตัวจริง” ซินดี้กล่าว
“ว่าไงซินดี้ ทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่ด้วย” กวินทร์ทัก
ซินดี้กอดนายกวินทร์ทันที “ฉันคิดถึงคุณจังเลยค่ะ”
“ผมมีเมียแล้วครับซินดี้ พวกเรากลับมาเป็แบบเดิมไม่ได้หรอก” กวินทร์รีบผละตัวออกมาจากตัวของซินดี้
นชาได้แต่ทึ่ง เพราะกวินทร์เคยเป็แฟนของผู้หญิงสวยคนนี้ ขนาดสาวสวยขนาดนี้ เขายังทิ้งเธอได้ แล้วตัวนชาล่ะ คงได้โดนถีบหัวส่งเข้าสักวัน
นชาขอตัวเข้าห้องน้ำ จริงๆเธอจะไปสำรวจเส้นทางหาทางหนีทีไล่
ส่วนซินดี้ก็เดินไปกับกวินทร์ เธอเล่าให้กวินทร์ฟังว่า “เห็นนชาบอกว่าคุณรักและแคร์เธอมาก เธอได้พนันกับฉันด้วยค่ะ ว่ายังไงคุณก็เลือกเธอแน่นอน”
“นชาก็เป็แค่ผู้หญิงชั่วคราวของผม เธอไม่ได้สำคัญขนาดหรอกครับ” กวินทร์กล่าว
“งั้นหรอคะ” ซินดี้แกล้งทำหน้าไม่เชื่อ
“เดี๋ยวผมจะพิสูจน์ให้ดูครับ” กวินทร์กล่าว
นชาเดินกลับมาหลังจากเธอสำรวจเส้นทางได้พอสมควร พอเธอเดินกลับมาที่เดิม เธอก็เห็นเขาเดินควงกับซินดี้อย่างเปิดเผย ในใจคิดว่า “แล้วนายจะเอาฉันมาเพื่อ”
เหตุการณ์มันยังไม่จบแค่นั้น ซินดี้เดินมาหานชาในห้องพักที่จัดเตรียมสำหรับนักแข่ง
“ฉันไม่ยอมยกกวินทร์ให้เธอหรอก จำไว้กวินทร์เป็ของฉัน” ซินดี้กล่าว
นชาหันหลังให้ ทำเป็ไม่สนใจ แต่เธอเอามือถือที่ขโมยจากนายกวินทร์มาตั้งกล้องถ่ายวีดีโอไว้
“ยอมรับไม่ได้ล่ะสิ แล้วฉันจะพิสูจน์ให้เธอดูก็แล้วกัน” สักพักซินดี้ก็กรี๊ด พร้อมกับตบหน้าตัวเอง แล้วเอาลิปสติกมาเขียนหน้าตัวเองจนเละไปหมด
นชาทึ่งกับการกระทำของซินดี้ สักพักกวินทร์ก็วิ่งเข้ามาในห้องของเขา เขาเห็นซินดี้ร้องไห้และมีสภาพยับเยิน
“คุณทำอะไรน่ะ นชา คุณกล้าทำร้ายซินดี้ได้ยังไง ห๊า คุณเป็แค่ผู้หญิงชั่วคราวของผมเท่านั้นนะ” กวินทร์กล่าว
นชากำลังจะพูด แต่เธอกลับเลือกที่จะไม่พูด ปล่อยให้เขาเข้าใจแบบนั้นก็ดี เธอจึงทำเป็ยืนเฉย
กวินทร์โอบไหล่ซินดี้ออกไปข้างนอก เพื่อล้างหน้าล้างตา
“ผมต้องขอโทษแทนนชาด้วยนะครับ” กวินทร์กล่าว
“ฉันไม่ถือสาเธอหรอกค่ะ เธอคงหึงคุณนะคะ” ซินดี้กล่าว
“ผมต้องไปเตรียมแข่งรถแล้ว คุณอยู่ได้ใช่มั้ยครับ” กวินทร์กล่าว
“อยู่ได้ค่ะ” ซินดี้กล่าว
*************************************
แต่จริงๆแล้ว กวินทร์เดินมาหานชา “คุณทำแบบนี้ทำไมนชา คุณกล้าทำร้ายซินดี้เชียวหรือ”
“ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่ได้ทำ คุณจะเชื่อฉันมั้ย” นชาถามหยั่งเชิง
“คุณยังกล้าทำร้ายผมเลย นับภาษาอะไรกับซินดี้” กวินทร์กล่าว
“ต่อไป ฉันจะพยายามไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกนะคะ” นชาแกล้งยอมรับ
กวินทร์กำลังจะเดินเข้าไปหานชา แต่ถูกขัดจังหวะ “นายครับ กรรมการเรียกตัวแล้วครับ”
กวินทร์เลยต้องรีบเดินออกไปจากห้องทันที
นชาเดินตามพวกเขาไป เธอเห็นบรรยากาศเดิมๆกลับมา เธอเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเป็สาวสวยมากๆ เธอไม่ได้ถูกจับมัดเหมือนนชา ดูเธอจะเต็มใจที่จะเป็รางวัลของการแข่งรถครั้งนี้เสียด้วย
นชาเฝ้าดูการแข่งขัน และแล้วมันก็เป็ไปตามคาด นายกวินทร์เป็ผู้ชนะการแข่งขันครั้งนี้ และเขากำลังจะได้สาวสวยคนนี้เป็รางวัลอีกคน
นชารู้สึกเ็ปใจมาก น้ำตาไหลออกมาเอง “นี่ฉันรักนายกวินทร์ไปแล้วหรือนี่ ฉันกำลังหึงเขางั้นหรือ”
นชารีบตัดใจทันที เธอหาทางหลบลูกน้องของนายกวินทร์สำเร็จ เธอได้เตรียมชุดทอมบอยมาหนึ่งชุด เธอรีบเปลี่ยนทันทีพร้อมกับใส่หมวกและแว่นดำในห้องน้ำ และแล้วเธอก็หลบสำเร็จ เธอไปโผล่ไปอีกสนามหนึ่งซึ่งมันก็เป็การแข่งรถเหมือนกัน
ทางด้านนายกวินทร์ เมื่อเขาชนะการแข่งขัน เขาเลือกที่จะสละรางวัล เขา้าเพียงคะแนนการแข่งขันเท่านั้น ผู้หญิงคนนั้นถึงกลับผิดหวังที่กวินทร์ไม่เลือกเธอ เธอเลยกลายเป็รางวัลของคนที่ได้ที่สองทันที
นายกวินทร์กำลังจะกลับห้องพัก แต่ลูกน้องมารายงานว่า “คุณนชาหายตัวไปครับ”
“ทำไมพวกนายไม่เฝ้าให้ดี ห๊า” กวินทร์โมโห
“ขอโทษครับนาย เธอไปตอนพวกเราเผลอจริงๆ” ลูกน้องกล่าว
“รีบตามหาตัวให้เจอ” กวินทร์สั่ง
“ครับนาย” ลูกน้องรับคำ
*************************************
นชาซึ่งสวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ สวมหมวกใส่แว่น เธอมองเห็นผู้หญิงที่คุ้นตาเธอและกำลังจะตกชะตากรรมเดียวกับเธอ เธอก็คือน้ำผึ้ง ผู้หญิงที่นายอัฐวัฒิแอบรัก
น้ำผึ้งถูกนายวิชาญหลอกให้มาเป็รางวัลให้กับนักแข่งรถ เธอถูกมัดมือมัดเท้า และใช้ผ้ารัดปากเช่นเดียวกัน ตอนนี้น้ำผึ้งทำได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นที่ถูกนายวิชาญหลอก แถมเธอจะต้องเสียตัวให้กับนักแข่งรถคนใดคนหนึ่งที่เป็ผู้ชนะอีก
นชาอาศัยตอนที่ทุกคนสนใจกับการแข่งขัน เธอรีบแอบช่วยแก้เชือกและผ้ารัดปากให้ และพาน้ำผึ้งค่อยๆหลบพรรคพวกของนายวิชาญ
เนื่องจากนชาสำรวจเส้นทางเข้าออกไปหมดแล้ว เธอจึงพาน้ำผึ้งออกมาจากสนามแข่งรถที่สองได้ ตอนนี้ทั้งสองอยู่ที่สวนสาธารณะ
“ขอบคุณนะคะ พี่คือแฟนของพี่อัฐวัฒิใช่มั้ยคะ” น้ำผึ้งถามเพราะเคยเห็นเธอไปบ้านอัฐวัฒิบ่อยๆ
“พี่เป็แค่เพื่อนค่ะ เป็เพื่อนกันมาั้แ่เด็กแล้ว” นชากล่าว
“ทำไมพี่ถึงกล้าเป็เพื่อนกับเขา เขาดูน่ากลัวจะตาย” น้ำผึ้งพูดตรงๆ
“ถึงเขาน่ากลัว แต่เขาก็ไม่ชั่วเหมือนนายวิชาญนะคะ” นชาหลุดปาก
น้ำผึ้งทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เพราะเธอเสียรู้นายวิชาญ จนเกือบจะกลายเป็รางวัลให้นักแข่งรถไปแล้ว
“พี่ขอโทษก็แล้วกัน พี่ไม่ได้จะตอกย้ำหรอกนะ พี่แค่จะบอกว่า นายอัฐวัฒิเขาแอบชอบน้องมานานแล้ว เขาทำงานเป็วิศวกร ตกค่ำเขาก็ทำงานเป็อาสาสมัครคอยเก็บศพ ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเท่านั้น เขาไม่ได้ไปเที่ยวกลางคืน อย่างที่น้องเข้าใจเลยนะคะ” นชากล่าว
“จริงหรอคะพี่” น้ำผึ้งรู้สึกดีใจที่อัฐวัฒิเป็คนดี
“อื้อ ถ้าน้องกลัวหน้าตาของอัฐวัฒิ น้องก็เป็คนบอกให้เขาไปโกนสิ รับรองเขาต้องเชื่อฟังน้องแน่นอน” นชาแนะนำ
“น้ำผึ้งจะสั่งพี่เขาได้หรอคะ” น้ำผึ้งไม่แน่ใจ
“ลองดูนะ งั้นพี่โทรเรียกอัฐวัฒิมารับพวกเราก่อนก็แล้วกัน” นชากล่าว
นชารีบโทรบอกเพื่อนให้มารับที่สวนสาธารณะใกล้สนามแข่งรถทันที
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง อัฐวัติก็เดินทางมาถึง แต่เขาแปลกใจที่เห็นน้ำผึ้งใส่เสื้อสายเดี่ยว สวมกระโปรงสั้น
“รีบไปเถอะ เดี๋ยวพวกนายวิชาญมาเห็นเข้า มันจะยุ่ง” นชากล่าว
“อื้อ” แต่อัฐวัฒิก็ไม่ลืมที่จะถอดเสื้อกันหนาวมาคลุมตัวน้องน้ำผึ้งไว้ ทำให้น้ำผึ้งเห็นในความเป็สุภาพบุรุษของนายอัฐวัฒิ
พอทั้งสามคนขึ้นมาบนรถ
“แล้วจะเล่าให้ฉันฟังได้หรือยังล่ะ” อัฐวัฒิกล่าว
“เอาเื่ของฉันก่อนก็แล้วกัน ฉันถูกนายวิชาญจับตัวไปเป็รางวัลให้กับนักแข่งรถ คนชนะก็เลยได้ฉันเป็รางวัล” นชาเล่าก่อน
“อะไรนะ แล้วใครชนะ เขาทำอะไรเธอหรือเปล่า” อัฐวัฒห่วงเพื่อน
“เป็นายกวินทร์น่ะ แต่ฉันเป็รอบเดือน เลยยังไม่ได้มีอะไรกับเขา และฉันก็หนีออกมาได้เสียก่อน แต่ก็มาพบว่า นายวิชาญจับตัวน้องน้ำผึ้งมาเป็รางวัลการแข่งรถเช่นเดียวกัน ฉันเลยรีบช่วยเธอและออกมาจากสนามแข่งพร้อมกัน” นชาเล่า
“โชคดีแล้วที่พวกเธอไม่ได้เป็อะไรน่ะ” อัฐวัฒิกล่าว
แม้ว่าบ้านของน้ำผึ้งจะอยู่ใกล้ๆกับบ้านของอัฐวัฒิ แต่ทั้งสามคนก็เกรงว่านายวิชาญจะบุกรุกเข้าบ้านน้ำผึ้ง เหตุเพราะคนในบ้านของน้ำผึ้งเข้าใจว่าน้ำผึ้งกับนายวิชาญเป็แฟนกัน อาจจะอนุญาตให้วิชาญเข้าบ้านทันที โดยที่ไม่ได้ถามน้ำผึ้งก่อนก็เป็ได้ ดังนั้นจึงให้น้ำผึ้งโทรไปบอกที่บ้านว่าจะค้างบ้านเพื่อน
น้ำผึ้งกับนชาจึงนอนห้องเดียวกัน แต่ทั้งสองคนตกลงว่าคืนนี้จะช่วยกันโกนหนวดโกนเคราให้กับนายอัฐวัฒิ พวกเธอจึงรวมหัวกันจับตัวนายอัฐวัฒิทันที
“เฮ้ยพวกเธอจะทำอะไรฉันน่ะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” อัฐวัฒิถูกจับมัดติดกับเตียงไม่ไผ่
“น้องน้ำผึ้งจะโกนหนวดโกนเคราให้นายนะ เธอบอกว่าเธอโกนให้พ่อประจำอยู่แล้ว” นชากล่าว
“น้องน้ำผึ้งครับ เดี๋ยวพี่โกนเองก็ได้ครับ” อัฐวัฒิกล่าวกับน้ำผึ้งด้วยเสียงสอง
“น่านะ พี่อัฐวัฒิ รับรองไม่ทำให้พี่เจ็บค่ะ” น้ำผึ้งกล่าว
อัฐวัฒิขยับตัวไม่ได้ เพราะนชามัดเขาติดกับเตียงไม้ไผ่แน่นมาก เขาจึงต้องปล่อยให้น้ำผึ้งโกนหนวดและเครา จนเกลี้ยงเกลา
แม่ของอัฐวัฒิก็ออกมาดูผลงาน “โห ลูกแม่ดูหล่อเหลากว่าเดิมตั้งเยอะ”
“ใช่ค่ะ พี่ดูหล่อจะตาย ถ้าน้ำผึ้งเห็นพี่แบบนี้ั้แ่แรก คงแอบชอบพี่ไปนานแล้วนะคะ” น้ำผึ้งกล่าว
“จริงหรอครับ น้องน้ำผึ้ง” อัฐวัฒิกล่าวเพราะดีใจที่กำลังจะมีหวัง
“แหม เสียงอ่อนเสียงหวานขึ้นมาทันทีเลยนะ พ่อสองมาตรฐาน ต้องมีเสียงหนึ่งเสียงสองด้วย” นชาแซว
“เลิกแซวเพื่อนได้แล้ว แล้วรีบมาแก้มัดได้แล้วด้วย ตะคริวจะกินอยู่แล้วนี่” อัฐวัฒิบ่น
“เอ้อ ลืมๆ กำลังตะลึงในความหล่อเหลาของเพื่อน” นชายังแซว
น้ำผึ้งก็เลยหัวเราะ “ที่แท้พี่อัฐวัฒิก็เป็คนตลกนะคะ”
“ตลกแล้วรักมั้ยครับ” อัฐวัฒิเดินหน้าเต็มกำลัง
น้ำผึ้งเขิน เลยเอามือมาตีที่แขนของอัฐวัฒิ
นชารู้สึกดีใจ ที่เห็นทั้งคู่กำลังจะลงเอยกัน แสดงว่าจริงๆแล้วน้ำผึ้งก็ชอบนายอัฐวัฒั้แ่แรกแล้ว แต่เพราะนายวิชาญไปพูดใส่ร้ายอัฐวัฒิ ทำให้น้ำผึ้งกลัวเขา แต่พอรู้ความจริง เธอจึงยอมเปิดใจให้นายอัฐวัฒิเต็มที่
“แม่ว่าพวกเราเลิกเล่น แล้วไปนอนกันเถอะจ้า” แม่ของอัฐวัฒิง่วงนอน
ทุกคนเลยพากันแยกย้ายกันนอน
นชายอมรับว่าตัวเองคงแอบชอบนายกวินทร์ไปแล้ว แต่พอเธอเห็นเขาแข่งรถเพื่อหวังรางวัลเป็ผู้หญิงคนใหม่ เธอก็เลยรีบตัดใจจากเขาทันที ในใจคิดว่า “ชาตินี้ขออย่าให้เจอกันอีกเลย นายกวินทร์”
แต่สำหรับกับน้ำผึ้งกับนายอัฐวัฒิพากันหลับฝันดี เพราะพวกเขากำลังจะสมหวังในความรัก
*************************************
นายกวินทร์พยายามตามหาตัวนชาให้เจอ เขาพยายามจะถามจากนายวิชาญ แต่วิชาญไม่ยอมบอก เขาจึงต้องออกตามหาด้วยตนเอง แต่หาตัวไม่เจอเลย เขาเข้าใจว่านชาน่าจะทำงานตามผับตามบาร์ เขาจึงไปขอร้องเพื่อนของเขาซึ่งเป็เ้าของผับ ให้ช่วยตามหานชาให้ด้วย
แต่ก็สิ้นหวัง กวินทร์ไม่รู้จะทำยังไงดี เขาเลยไปที่ห้องเก็บอัฐิของพ่อ ก็พบหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งเขียนที่หน้าปกว่า เรือนกาญจนา พอเขาอ่านรายละเอียด เลยคิดว่า แม้มันจะเป็เื่งมงาย แต่ก็จะลองขอพรดู ดังนั้นเขาจึงออกเดินทางไปป่า จนกระทั่งพบเรือนสีทอง และผู้หญิงคนหนึ่งที่ถือตะเกียงต้อนรับเขาอยู่
“ยินดีต้อนรับค่ะ คุณกวินทร์” อุไรกล่าว
“คุณเป็ใครครับ” กวินทร์สงสัย
“ฉันชื่ออุไรค่ะ เป็ผู้ดูแลเรือนหลังนี้ คุณ้าตามหาตัวนชาใช่มั้ยคะ” อุไรกล่าว
“เปล่าครับ แต่ผม้าให้เธอมาเป็ภรรยาผม” กวินทร์กล่าว
“หมายถึงเมียบำเรอหรอคะ” อุไรสงสัย
“ผมรักเธอจริงๆ ผมจะให้เธอเป็แม่ของลูกผมครับ จะจัดงานแต่งงานอย่างสมเกียรติ” กวินทร์กล่าว
“แน่ใจนะคะว่าคุณรักเธอจริงๆ ไม่ได้ทำไปเพราะคุณไม่อยากแต่งงานกับผู้หญิงที่แม่คุณหามาให้” อุไรถามย้ำ
“ผมรักเธอจริงๆครับ” กวินทร์กล่าว
“เอาละค่ะ งั้นคุณต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่เปิดเผยเื่ของเรือนกาญจนาและเื่ที่คุณประสบนี้กับใครเด็ดขาด” อุไรกล่าว
“ผมสัญญาครับ” กวินทร์กล่าว
“งั้นตามฉันเข้าไปในเรือนค่ะ” อุไรเดินนำเขาเข้าไปในเรือนกาญจนา
******************************************************************************************************************
ตอนที่ 3
เมื่อเข้าไปในตัวบ้าน อุไรสั่งให้กวินทร์เข้าไปในห้องแต่งตัวเพื่อแปลงโฉม อย่างกับห้องแปลงร่าง เพราะพอกวินทร์ออกมาจากห้อง กวินทร์กลายเป็เด็กหนุ่มวัย 18 ปี ใบหน้าเปลี่ยนเป็คนละคน
“ทำไมผมกลายสภาพเป็แบบนี้ไปได้ครับ” กวินทร์สงสัย
“หากนายจะขอพร นายจะต้องไปทำงานในมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือประชาชนเป็เวลา 10 วัน โดยจะใช้ร่างของเด็กหนุ่มวัย 18 ปี ชื่อชาติ เข้าไปทำงาน นายจะยอมรับมั้ยล่ะ” อุไรถาม
“ผมต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรอครับ” กวินทร์สงสัย
“นั่นน่ะสิ นายมีผู้หญิงมากมายอยู่แล้ว ทำไมถึงอยากจะนชาอีก หากนายไม่อยากทำ นายก็ปล่อยนชาไปซะ” อุไรกล่าว
“ได้ครับ ผมจะเข้าไปทำงานเป็อาสาสมัครครับ” กวินทร์กล่าว
อุไรแปลงกายเป็คุณป้าแก่ๆคนหนึ่ง เดินนำเขาไปที่ประตูมิติอีกบาน อย่างกับการ์ตูนโดราเอมอนเลย
พอเปิดออกไปก็พบว่าอุไรกับกวินทร์ในสภาพที่แปลงกลายเป็คุณป้าที่พานายชาติมาสมัครงานเป็อาสาสมัครที่มูลนิธิ
“ดิฉันฝากหลานด้วยนะคะ เขาชื่อ ชาติ อายุยังแค่ 18 ยังอ่อนประสบการณ์มากเลยค่ะ” ป้าอุไรกล่าว
“ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวพวกเราจะดูแลเป็อย่างดี” นายนนท์กล่าว
*************************************
“ป้าไปนะนายชาติ พอครบสิบวันป้าจะมารับเอง ป้าติดต่อให้หลานพักที่บ้านพักของที่นี่แหละ เพื่อสะดวกในการทำงาน” ป้าอุไรกล่าว
“ขอบคุณครับป้าอุไร” นายชาติต้องแสดงละครไปด้วย
อุไรยิ้มแล้วเธอก็เดินไปทางประตูมิติ สักพักก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
“พี่ชื่อนนท์นะ เดี๋ยวจะพาไปหานชาก่อนก็แล้วกัน ตอนนี้พี่ไม่ว่าง” นนท์เดินนำไปหานชา
“นชา เอ้ยพี่นชาทำงานที่นี่หรอครับ” ชาติสงสัย
“อื้อ นชา เธอเป็อาสาสมัครได้หลายปีแล้วล่ะ แต่เห็นบอกว่าจะทำอีกแค่เดือนเดียวก็จะเลิกทำแล้ว เพราะเธอสัญญากับแม่ของเธอว่าจะไปสมัครงานดีๆน่ะ” นนท์กล่าว
“อ๋อครับ” กวินทร์เข้าใจผิดคิดว่าเธอทำงานตามผับตามบาร์เสียอีก
กวินทร์ในนามของชาติเดินตามนนท์ไปหานชา ที่โต๊ะม้าหินอ่อน
“นชา! มีเด็กใหม่มาสมัครงานชื่อ ชาติ น้องเพิ่งจบม.6 อยากจะทำงานเป็อาสาสมัครน่ะ เธอช่วยแนะนำเลยก็แล้วกัน พอดีพวกเราไม่ว่างจริงๆ” นนท์กล่าว
“มานั่งด้วยกันสิชาติ” นชาชวน
“ขอบคุณครับ พี่นชา” ชาติกล่าว
“เฮ้ นชา มีแฟนเด็กก็ไม่บอกนะ” อัฐวัฒิแซว
“บ้า น้องชาติเขาเพิ่งสมัครมาเป็อาสาสมัคร พูดอย่างนี้น้องเขาก็เสียหายแย่สินายอัฐ” นชากล่าว
“กันเองนะน้อง ไม่ต้องเกร็ง พี่ชื่ออัฐวัฒิ มีอะไรก็ถามพี่ได้” อัฐวัฒิกล่าว
“ครับผม” ชาติรับคำ
“ฉันเพิ่งอ่านหนังสือพิมพ์ด้วยแหละ ได้ข่าวว่านายกวินทร์หายตัวไป แม่เขาประกาศออกตามหาตามหน้าหนังสือพิมพ์ด้วย” อัฐวัฒิเล่า
“ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับฉันนี่” นชาทำเป็ไม่สนใจ
“อ้าว ก็เห็นเคยอยู่ด้วยกันมาก่อนนี่ เผื่อจะห่วงใยกันบ้าง” อัฐวัฒิกล่าว
“นายกวินทร์น่ะ ขนาดตัวเอง เขายังไม่ห่วงเลย แล้วจะไปขอความห่วงใยจากผู้อื่นเพื่อ” นชากล่าว
“เห็นว่าเขาเป็เด็กขาดความอบอุ่น เขาก็เลยทำทุกอย่างเพื่อเรียกร้องความสนใจไง” อัฐวัฒิกล่าว
“แม่ของเขารักเขาจะตาย เขาเลือกที่จะไม่มองมันซะมากกว่า ถ้าแม่ของเขาไม่รักเขาจริง แล้วจะประกาศตามหาตามหน้าหนังสือพิมพ์ไปทำไม หากตัวเขาลองตรองดูสักนิด เขาก็ควรจะโทรไปบอกแม่ของเขาถึงจะถูก แม่ของเขาจะได้ไม่ต้องเป็ห่วง” นชากล่าว
“ฉันนึกว่า เธอจะหลงเสน่ห์นายกวินทร์นั่นเสียอีก ทั้งหล่อทั้งรวย” อัฐวัฒิกล่าว
“ฉันกลัวจะเป็เหมือนผู้หญิงคนนี้น่ะ” นชากล่าว
นชาเปิดคลิปของซินดี้ ที่เธอแกล้งทำร้ายตัวเองแล้วปรักปรำนชา เปิดให้อัฐวัฒิและชาติดู
เมื่อนายกวินทร์ในคราบของชาติเห็นเข้า เขาก็ได้เข้าใจแล้วว่านชาถูกซินดี้ปรักปรำจริงๆ ในใจเขาอยากจะขอโทษนชาที่ว่าเธอรุนแรงไป
“ชีวิตจริงยิ่งกว่าละครอีกนะ ไม่คิดว่าจะยังมีคนแบบนี้อยู่อีก ว่าแต่เธอถ่ายคลิปทำไม หรือเธอเอาให้นายกวินทร์ดูแล้ว” อัฐวัฒิกล่าว
“เปล่า ฉันี้เีพูดกับเขาน่ะ ถ่ายเก็บไว้เตือนตัวเองดีกว่า” นชากล่าว
“มาแล้วค่ะ มาแล้ว วันนี้น้ำผึ้งลงมือทำกับข้าวเองมาเลี้ยงพี่ๆด้วยค่ะ” น้ำผึ้งยกถุงกับข้าวถุงใหญ่มาเต็มมือ
“ฝีมือแฟนฉันเอง ทานตามสบายเลยนะ” อัฐวัฒิพูดอย่างเต็มปาก
น้ำผึ้งรีบวางของแล้วตีไปที่ไหล่ของอัฐวัฒิ “พี่น่ะ”
“พี่คือคนที่เป็รางวัลในสนามแข่งรถนี่ครับ” ชาติหลุดปาก
ทั้งสามหันมามองเป็ตาเดียว
“ชาติไปทำอะไรที่สนามแข่งรถน่ะ” นชาถาม
“ผม ไปเชียร์คนรู้จักครับ” ชาติรีบแก้ตัว
“ถ้านายเคยไปสนามแข่งรถ แสดงว่านายเคยเห็นนชาด้วยน่ะสิ” อัฐวัฒิกล่าว
“ครับ ผมรู้ว่าพี่นชาเป็แฟนพี่กวินทร์ครับ” ชาติกล่าวอ้าง
“ไม่ใช่นะ” นชากล่าว
“เอาน่า นชา กวินทร์เขาเป็คนดัง ใครๆก็ต้องรู้จักเธอ” อัฐวัฒิกล่าว
“คิดแล้วก็แค้นนายวิชาญนั่นไม่หาย มันโปะยาสลบฉัน แถมหลอกน้องน้ำผึ้ง จับตัวพวกเราไปเป็รางวัลให้นักแข่งรถเสียได้ โชคดีที่พวกเราหนีรอดมาได้” นชากล่าว
“ตอนนี้น้ำผึ้งก็แอบกลัวพี่วิชาญเขานะคะ บ้านพวกเราอยู่ติดกันเสียด้วย” น้ำผึ้งกล่าว
“พี่จะปกป้องน้ำผึ้งเองครับ” อัฐวัฒิกล่าว
“โอ๊ย หิวข้าวแล้ว งั้นพี่ถือวิสาสะเอาอาหารไปเทนะ น้องอุตส่าห์ทำมาให้ ปะ ชาติมาช่วยพี่” นชาเริ่มเลี่ยนเลยรีบตัดบท
ชาติเลยเดินตามนชานำอาหารไปเท แล้วเรียกทุกคนมาทานข้าวด้วยกัน
“มีข่าวดีเมื่อไหร่ก็บอกนะนายอัฐวัฒิ ได้แม่ศรีเรือนทำอาหารอร่อยซะขนาดนี้” นนท์กล่าว
“ครับพี่นนท์ เร็วๆนี้แหละครับ ผมเก็บเงินไว้สำหรับสู่ขอน้องน้ำผึ้งได้แล้ว” อัฐวัฒิกล่าว
น้ำผึ้งเขินจนหน้าแดง “แต่พี่ยังไม่ได้ขอน้ำผึ้งเลยนี่คะ”
“ก็กำลังจะขออยู่นี่ไงครับ” อัฐวัฒิกล่าว
“ฉันว่านะ นายน่าจะขอตอนอยู่สองต่อสองจะดีกว่า น้องเขาอายกันพอดี” นชากล่าว
“อ้าว เผื่อจะได้มัดมือชกเลยไง” อัฐวัฒิกล่าว
ตกกลางคืน เกิดอุบัติเหตุ นักแข่งรถขับรถพุ่งชนรถทัวร์ที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพ ทำให้ชาติได้ทำงานเป็วันแรก
ชาติช่วยยกตัวผู้าเ็ไปที่รถพยาบาล ในขณะที่นชาได้รับมอบหมายให้ปลอบเด็กน้อยผู้หญิงวัยสิบขวบ
“ไม่เอาไม่ร้องนะคะ พวกเรากำลังจะช่วยคุณพ่อคุณแม่หนูอยู่นะ เข้มแข็งไว้ เป็กำลังใจให้พ่อแม่นะคะ คุณหมอต้องรักษาหายแน่ๆ” นชากล่อม
นชาไปกับเด็กน้อย นั่งรถพยาบาล เพื่อไปคอยดูอาการของผู้ปกครองเด็ก
นชายังคงนั่งเป็เพื่อนเด็กน้อย จนกว่าญาติของน้องจะมาที่โรงพยาบาล
น้าของเด็กน้อยรีบวิ่งมาหาทันที “พี่เขยกับพี่สาวฉันเป็อย่างไรบ้างคะ”
“หมอยังรักษาอยู่ค่ะ สักพักน่าจะออกมาแล้ว” นชากล่าว
“ขอบคุณนะคะที่ดูแลหลานฉันให้ค่ะ” น้าของเด็กกล่าว
“มันเป็หน้าที่อยู่แล้วค่ะ งั้นฉันขอตัวนะคะ” นชากล่าว
นชาเห็นเด็กน้อยปลอดภัยและอยู่กับญาติ ก็หมดห่วง เลยเดินทางกลับมูลนิธิ ตอนแรกเธอจะเรียกรถแท็กซี่กลับ แต่นายชาติขับรถมูลนิธิมารับเธอที่โรงพยาบาล
“นายขับรถมูลนิธิมาทำไมที่นี่น่ะ” นชาสงสัย
“ผมมารับพี่ครับ ผมขออนุญาตพี่นนท์แล้ว” ชาติกล่าว
“ต่อไป อย่าทำแบบนี้นะ พี่กลับเองได้ รถนี้ควรจะอยู่ที่มูลนิธิ เพราะต้อง standby ช่วยชีวิตผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา” นชากล่าว
“ผมขอโทษครับ ต่อไปผมจะไม่ทำแบบนี้อีก พวกเรากลับกันเถอะนะครับ” ชาติกล่าว
ั้แ่นายกวินทร์ในคราบของนายชาติมาทำงานเป็อาสาฯ เขาก็กลายเป็คนว่าง่ายและเชื่อฟังนชาแทบทุกอย่าง รวมไปถึงเขาได้โทรศัพท์ไปบอกแม่ของเขาแล้วว่า เขาจะไปพักตากอากาศบ้านเพื่อนสักสิบวัน เพื่อไม่ให้แม่ของกวินทร์เป็ห่วง
“นักแข่งรถที่ขับรถชนรถปรับอากาศ เขาคือนายวิชาญนะครับ เขาเสียชีวิตคาที่เลย” ชาติเล่า
“พี่ทำได้แต่อโหสิกรรมให้เขา และขอให้ขอไปสู่สุคติก็แล้วกัน” นชากล่าว
“ดูพี่จะเป็ห่วงเด็กผู้หญิงคนนั้นมากเลยนะครับ” ชาติกล่าว
“สมัยที่พี่อยู่มัธยม พี่เคยประสบชะตากรรมที่คล้ายกัน พี่ชายแท้ๆของพี่ เขาเพิ่งจะรับปริญญาแท้ๆ และแม่ก็ภูมิใจในตัวเขามาก แต่แล้วนักแข่งรถคนหนึ่ง เขาขับรถพุ่งชนพี่ชาย จนพี่ชายเสียชีวิตคาที่ แม่พี่แทบจะไม่เป็ผู้เป็คน พี่ก็ได้แต่ตั้งปณิธานว่าพี่จะดูแลแม่แทนพี่ชายเอง” นชาเล่า
“แสดงว่าพี่ก็โกรธแค้นนักแข่งรถทุกคนสิครับ” ชาติกล่าว
“พี่ไม่ได้เป็อย่างนั้นหรอก พี่แค้นนักแข่งคนนั้นคนเดียว แต่พี่ก็ไม่อยากให้นักแข่งรถคนอื่นขับรถเร็วบนถนนสาธารณะแบบนี้ เพราะไม่เพียงตัวเขาจะเกิดอันตราย มันยังทำให้บุคคลที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ไม่ปลอดภัยไปด้วย” นชากล่าว
“ถึงแล้วครับพี่” ชาติกล่าว
“ยังไงก็ขอบใจนะนายชาติ” นชากล่าว
*************************************
เข้าสู่วันที่สอง นายชาติและนนท์ถูกแจ้งให้ไปช่วยกันจับงูเหลือมให้ชาวบ้านในตอนกลางวัน กวินทร์ในคราบนายชาติต้องทำในสิ่งที่เขาไม่เคยทำ นั่นคือการจับงูแล้วนำไปปล่อยในป่าช้า สักพักพวกเขาก็ได้รับรายงานให้พาคนท้องไปส่งโรงพยาบาล
ญาติและนายนนท์ช่วยกันอุ้มคนท้องขึ้นรถ ส่วนนายชาตินั้นเป็คนขับรถ เนื่องจากคนท้องเจ็บท้องอย่างมาก เธอเลยทั้งร้องทั้งเร่งให้ขับรถเร็ว เมื่อชาติได้ยินเท่านั่นแหละ ิญญานักแข่งรถก็เข้าสิงทันที ด้วยความที่เป็นักแข่งรถ เขาเลยขับรถมูลนิธิเร็วมาก เพียง 15 นาทีก็ถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
นายนนท์และญาติของเธอช่วยกันประคองเธอขึ้นเตียงคนไข้ทันที
“นี่นายชาติ ต่อไปอย่าขับรถเร็วขนาดนี้มันอันตราย ต่อให้นายขับรถได้ชำนาญก็เถอะ เพราะบางทีคนไข้เขาอาจจะเป็โรคหัวใจก็ได้ นอกจากจะรักษาอาการป่วยเดิมไม่ได้แล้ว เขายังเกิดหัวใจวายเฉียบพลันขึ้นได้ด้วย” นนท์ดุ
“ครับต่อไปผมจะไม่ทำแบบนี้อีกครับ” ชาติกล่าว
“ดีมาก นับว่านายเรียนรู้งานเร็วมากเลย” นนท์กล่าว
*************************************
วันที่สาม นายชาติและนชาได้รับมอบหมายให้ไปจับแมวที่มีเ้าของ ทั้งสองคนต่างพากันวิ่งไล่จับกันจ้าละหวั่น
แม้จะเป็แมวตัวเล็กๆ แต่มันสามารถปีนต้นไม้ ปีนกำแพงได้
นชาเลยนัดแนะกับชาติว่า “เดี๋ยวฉันจะคอยต้อนให้มันไปทางตันและมีกำแพงสูงนะ ส่วนชาติก็คอยตะครุบมันล่ะ”
“ครับพี่นชา” ชาติกล่าว
แต่แล้วพอชาติตะครุบมันได้ มันก็เล่นข่วนหน้านายชาติเต็มหน้าไปหมด
นชาอุ้มแมวไปคืนเ้าของ แล้วรีบพานายชาติไปล้างแผลที่หน้าทันที
“โอ๊ย พี่เบาๆหน่อยมันแสบ” ชาติกล่าว
“อยู่นิ่งๆสิ อีกนิดเดียวเอง โชคดีที่แผลไม่ลึก” นชากล่าว
“หน้าผมจะเป็แผลเป็มั้ยเนี่ย” ชาติห่วงหน้า
“ไม่เป็หรอก ค่อยไปทายาลบรอยแผลเป็เพิ่มเอานะ ว่าแต่มีรอยแผลก็เท่ห์ดีนะ เหมือนทหารผ่านศึกไง” นชากล่าว
“แต่ผมไม่ใช่ทหารนี่ครับ หากใครมาหาเื่ผม ผมก็ตายสิ” ชาติกล่าว
“เออๆ พ่อคนสำอาง เดี๋ยวก็หายแล้ว โอม เพี้ยง จงหาย” นชาทำท่าร่ายมนตร์
“เอ่อ พี่ทำอะไรหรอครับ ทำอะไรเป็เด็กไปได้” ชาติขำ
“น่ามันเป็เคล็ดน่ะ” นชากล่าว
นชานึกเอ็นดูน้องชาย เลยเอามือขยี้หัวนายชาติ “ไปได้แล้วน้องชาย”
กวินทร์ในคราบของนายชาติรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
*************************************
วันที่สี่ นายชาติต้องช่วยรุ่นพี่ดำน้ำงมหาศพที่จมน้ำ โชคดีที่เขาว่ายน้ำเป็ แต่งมตั้งนานก็ยังหาตัวไม่เจอ จนกระทั่งญาติของผู้ตายต้องถึงขั้นจุดธูปขอขมาและขอให้พบศพ ซึ่งน่าประหลาด นายชาติสามารถงมศพเจออย่างปาฏิหาริย์ นายชาติรู้สึกทั้งดีใจที่เจอศพ ทั้งเศร้าใจที่เห็นญาติพากันร้องไห้ที่สูญเสียญาติไป
*************************************
วันที่ห้า นายชาติกับนายอัฐวัฒิไปช่วยกันยกศพที่ผูกคอตายที่หอพักแห่งหนึ่ง เมื่อยกศพเสร็จ นายชาติเข้าไปสำรวจความเรียบร้อย สักพักเขาก็เจอจดหมายฉบับหนึ่ง เขาจึงสวมถุงมือหยิบมาอ่าน เขียนประมาณว่า “โลกนี้ไม่มีใครรักฉันจริง ฉันจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม ตายเสียจะดีกว่า ลาก่อน”
นายอัฐวัฒิก็สวมถุงมือแล้วหยิบมาอ่านเช่นกัน แล้วก็ยื่นให้กับตำรวจเพื่อใช้เป็หลักฐานพิจารณาคดีต่อไป
“พี่คิดยังไงบ้างหรอครับ” ชาติกล่าว
“พี่คิดว่าเขาคงจะอกหัก มันเป็อารมณ์ชั่ววูบของคนๆนึงน่ะ นะตอนนั้นเขาคงจะทุกข์มากจริงๆ เลยตัดสินใจโดยไม่คิดพิจารณาให้ดีเสียก่อน” อัฐวัฒิกล่าว
“แล้วถ้าพี่ห้ามเขาทัน พี่จะห้ามยังไงครับ” ชาติกล่าว
“พี่ก็จะบอกให้เขานึกถึงพระคุณของพ่อแม่ที่เลี้ยงเรามา ถึงผู้หญิงจะไม่รัก แต่เขายังมีพ่อแม่ที่รักเขายิ่งชีวิต” อัฐวัฒิกล่าว
“แล้วถ้าพ่อแม่ไม่รักล่ะครับ” ชาติกล่าว
“ไม่มีหรอกที่พ่อแม่จะไม่รักลูกตัวเอง พ่อแม่ย่อมรักลูกอยู่แล้ว แต่ที่มันต่างกันก็คือการแสดงออกของพ่อแม่ต่างหาก พี่ยกตัวอย่างจากนายกวินทร์ก็แล้วกัน นายกวินทร์คิดว่าแม่ไม่รักเขา เพราะแม่เขาเลี้ยงลูกด้วยเงิน แต่ความเป็จริงแล้วแม่เขารักเขามาก แต่ด้วยภาระที่แม่เขาต้องหาเงินตัวคนเดียว ทำให้ไม่มีเวลาให้กับลูกชาย มันเลยกลายเป็ความห่างเหินกันเท่านั้น” อัฐวัฒิกล่าว
“พี่คิดว่ามันต้องแก้ไขยังไงหรอครับ” ชาติกล่าว
“ถ้าพี่แนะนำนะ ตัวลูกชายต้องเข้าใจแม่ตัวเองเสียก่อน ว่าทำไมแม่ถึงไม่มีเวลาให้ ซึ่งวิธีแก้ไขก็คือ ต้องให้ลูกชายเข้าไปทำงานในบริษัท เขาจะได้รู้ซึ้งถึงความยากลำบากของแม่ตัวเอง เมื่อเข้าใจแล้ว ก็ต้องพูดคุยกันเพื่อบอกความ้าของแต่ละฝ่าย ปรับความเข้าใจกันให้เรียบร้อย ชีวิตนี้มันแสนสั้นนะ ไม่รู้ว่าพวกเราจะเกิดภัยเมื่อไหร่ก็ไม่รู้” อัฐวัฒิกล่าว
“แล้วพี่คิดยังไงกับความรักที่ไม่สมหวังครับ” ชาติกล่าว
“เื่ราวของความรักเป็สิ่งบังคับกันไม่ได้ และมันเป็เื่ของคนสองคน คำว่ารักสมหวัง นั่นหมายถึงทั้งคู่มีใจตรงกันถึงมารักกันได้ แต่หากความรักนั้น มันเกิดจากคนๆเดียว แน่นอนรักย่อมไม่สมหวังอยู่แล้ว การที่จะหาคนที่มีใจตรงกันกับเรานั้นหายากมากเลย ดังนั้นพี่ก็อยากจะบอกเขาว่า เื่อกหักมันเกิดขึ้นได้กับทุกคน สิ่งที่พวกเราจะต้องเตรียมรับมือกับมันก็คือ พวกเราต้องยอมรับกับความผิดหวังให้ได้ พร้อมที่จะยอมปล่อยวางได้เสมอ” อัฐวัฒิกล่าว
“โชคดีนะครับที่พี่สมหวังในความรัก” ชาติกล่าว
“ใน่แรกๆพี่ก็อกหักอยู่เหมือนกัน เพราะน้ำผึ้งได้ตกลงเป็แฟนกับนายวิชาญเสียก่อน โชคดีที่น้ำผึ้งได้เห็นธาตุแท้ของมันแล้วเรียบร้อย น้ำผึ้งเลยหันกลับมารักพี่ ตอนนี้ทั้งพี่และน้ำผึ้งก็อโหสิกรรมให้นายวิชาญแล้วล่ะ เพราะไหนๆเขาก็เสียชีวิตไปแล้ว” อัฐวัฒิกล่าว
“พวกเรารีบไปกันเถอะครับ เห็นว่าต้องมีการชันสูตรศพอีก” ชาติกล่าว
*************************************
วันที่หก นายชาติขับรถมูลนิธิ ไปสำรวจรอบๆเมือง เผื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ซึ่งมันก็มีจริงๆเสียด้วย
รถบิ๊กไบค์ฝ่าไฟแดงพุ่งชนรถกระบะ นายนนท์เลยรีบวอเรียกรถพยาบาลและแจ้งตำรวจทันที
ชาติค่อยจอดข้างทาง และช่วยโบกรถให้เลี่ยงเส้นทางไปทางอื่น นนท์เข้ามาดูผู้าเ็ โรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุดส่งรถพยาบาลมาช่วย ทีมแพทย์รีบลำเลียงผู้ได้รับาเ็ขึ้นรถทันที รถกระบะก็เรียกประกันมาช่วยเคลียร์
เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างเรียบร้อย นายชาติก็ขับพานนท์กลับมูลนิธิ เพราะโชคดีที่อุบัติเหตุรอบนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต
นายชาติจึงชวนคุย “พี่คิดยังไงถึงมาทำงานเป็อาสาสมัครล่ะครับ”
“ภรรยาพี่เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุน่ะ ในครั้งนั้นพี่ได้แต่หวังว่าจะมีใครสักคนมาช่วยพวกเราบ้าง เพราะพี่เองก็าเ็ เลยลุกไปช่วยเธอไม่ไหว สุดท้ายพี่ก็เสียเธอไป เพราะรถพยาบาลมาช้ามาก พี่เลยก่อตั้งมูลนิธิเพื่อรักษาความปลอดภัยให้ทุกคนไง” นนท์กล่าว
“แต่ภัยมันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาเลยนะครับ ยังไงพี่ก็ช่วยได้ไม่หมดทุกคนหรอก” ชาติกล่าว
“ก็อย่างว่านะ พวกเราไม่ใช่ superman เป็เพียงปุถุชนธรรมดาเท่านั้น ดังนั้นจึงช่วยเท่าที่ช่วยได้ หากมันสุดกำลังความสามารถจริงๆก็ต้องมีอุเบกขา คือการวางเฉย หรือการปล่อยวางเนื่องจากช่วยไม่ได้จริงๆ” นนท์กล่าว
“พี่คิดว่าความปลอดภัยมันสำคัญแค่ไหนหรอครับ” ชาติกล่าว
“มันสำคัญมากสำหรับทุกคน เพราะเวลาที่หนึ่งคนเสียชีวิต มันเท่ากับเป็การทำร้ายจิตใจของคนหลายคน เพราะคนรักและญาติพี่น้องย่อมโศกเศร้าเสียใจเมื่อคนคนนั้นจากไป และอีกอย่างแต่ละคนจะต้องมีสติดูแลตัวเองไม่ให้เกิดภัยด้วย เพราะสุดท้ายแล้วตนย่อมเป็ที่พึ่งแห่งตน เวลาที่เกิดภัย ไม่ใช่ว่าจะมีคนมาช่วยได้ทุกครั้ง” นนท์กล่าว
“พี่ถึงไม่ค่อยชอบพวกนักแข่งรถหรอครับ เห็นพี่อัฐวัฒิเล่าให้ผมฟัง” ชาติกล่าว
“พี่ไม่ได้ถึงขั้นเกลียดอะไรพวกเขาหรอกนะ พี่ก็แค่มีความคิดเหมือนกับนชา คือพวกนักแข่งรถไม่ควรขับรถเสี่ยงๆบนถนนสาธารณะแบบนี้ ถึงเ้าตัวจะชำนาญแค่ไหน ก็อย่าลืมว่ายังมีรถคันอื่นอาจจะเสียหลักขับพลาดได้ พี่จึงอยากให้พวกนั้นทำอะไรก็ขอให้นึกถึงผู้อื่นด้วยก็เท่านั้น” อัฐวัฒิกล่าว
*************************************
วันที่เจ็ด เกิดเรือล่มที่ท่าน้ำ มีหลายคนจมน้ำ ดังนั้นอาสาสมัครทุกคนต้องไปช่วยกันช่วยคนจมน้ำ นชาได้ว่ายน้ำไปช่วยเด็กน้อย ส่วนผู้ชายก็ช่วยผู้ใหญ่ แต่เนื่องจากมีผู้โดยสารหลายคนว่ายน้ำไม่เป็ เลยต้องมีการผายปอด เมาท์ทูเมาท์
นายชาติมองเห็นนชากำลังจะช่วยเหลือผู้ชายคนหนึ่ง เขาก็เลยรีบอาสาเข้ามาช่วยผายปอดให้แทน เพราะกวินทร์ในคราบของนายชาติเกิดหวงนชาขึ้นมา วันนี้นายชาติจึงเหนื่อยมาก เพราะเขาอาสาผายปอดช่วยชีวิตได้หลายคน
นชาเห็นนายชาติทำงานแทนตน เลยพาไปเลี้ยงข้าว
“ทำไมนายกระตือรือร้นขนาดนี้นี่ จะทำงานเอาโล่หรือยังไง” นชากล่าว
“ครับๆ ผมยังหนุ่มยังแน่น ผมยังมีแรงครับ” ชาติกล่าว
นชาเห็นนายชาติหิวมาก จนข้าวติดปากเต็มไปหมด นชาเลยช่วยเช็ดให้ ทำให้นายชาติอึ้งไปชั่วขณะ
“ค่อยๆกินก็ได้นายชาติ ข้าวติดปากหมดแล้วนี่” นชากล่าว
“ขอบคุณครับพี่” ชาติกล่าว
“ตายจริง พี่มีธุระเสียด้วยสิ เอายังไงดี ถ้าพี่ไปส่งชาติ พี่ก็จะไปไม่ทัน” นชากล่าว
“งั้นผมขอไปกับพี่ด้วยครับ” ชาติกล่าว
“พี่แค่จะนำนิยายเสียงไปบริจาคให้มูลนิธิคนตาบอดน่ะ ไปไม่นานหรอก” นชากล่าว
นายชาติเลยได้ไปมูลนิธิคนตาบอดกับนชา ไม่นานก็กลับ
ระหว่างที่นั่งรถมาด้วยกัน
“ผมได้ข่าวว่าพี่หางานได้แล้วหรอครับ” ชาติกล่าว
“ใช่แล้วล่ะ พี่จะเริ่มทำงานอีกสองเดือนข้างหน้า” นชากล่าว
“งั้นพี่ก็ไม่ได้ทำงานมูลนิธิแล้วสิครับ” ชาติกล่าว
“ก็พี่มีชาติเป็ผู้สืบทอดแล้วนี่ไง พี่ไม่ห่วงอะไรแล้ว” นชากล่าว
“แล้วทำไมพี่ถึงอยากมาทำงานเป็อาสาสมัครล่ะครับ” ชาติสงสัย
“พี่ทำแทนพี่ชายน่ะ ก่อนตายเขาเป็อาสาสมัครมาก่อน พี่แค่อยากทำแทนพี่ชายทุกอย่าง ทั้งงานอาสาสมัครและดูแลแม่ด้วย” นชากล่าว
“ดูพี่จะรักพี่ชายมากเลยนะครับ เอ่อพี่ ผมถามจริงเถอะ พี่แอบชอบพี่อัฐวัฒิหรือเปล่าครับ ทำไมสายตาที่พี่มองพี่อัฐวัฒิมันดูแปลกๆ” กวินทร์ในคราบนายชาติแอบหึง
“พี่เห็นเราเป็น้องรักเลยนะ พี่ยอมบอกก็ได้ นายอัฐวัฒิเหมือนพี่ชายพี่มากเลย พี่ก็แค่ศรัทธาเขาเท่านั้นเอง แต่พวกเราก็เป็เพื่อนกันมานานมากแล้ว ไม่มีทางคิดอย่างคนรักกันได้หรอก ซึ่งเื่นี้พี่ก็อธิบายให้น้ำผึ้งฟังแล้วด้วย เธอจะได้ไม่คิดระแวงพี่อีก” นชากล่าว
“ค่อยสบายใจหน่อย” ชาติเผลอหลุดปาก
“นายว่าไงนะ” นชาฟังดูแปลกๆ
“อ๋อ เปล่าๆครับ ผมหมายถึงพี่น้ำผึ้งคงจะสบายใจขึ้นครับ” ชาติรีบแก้ตัว
“อื้อ แล้วไป” นชากล่าว
*************************************
วันที่แปด วันนี้ไม่มีเหตุการณ์อันตรายเกิดขึ้นเลย นายนนท์เลยพาลูกน้องทุกคนไปเลี้ยงข้าว รวมถึงน้ำผึ้งด้วย โดยทุกคนนั่งบนรถตู้ของมูลนิธิ เพื่อที่จะได้ไปคันเดียวกัน แต่ทว่าอยู่ดีๆนายสง ซึ่งเป็อาสาสมัครคนหนึ่ง เกิดมีอาการตาขวาง และบอกว่าตัวเองไม่ใช่นายสง
“นี่นาย ผีเข้างั้นหรอ นายสง” นนท์สงสัย
“ใช่แล้ว ฉันเข้ามันเองแหละ ไปส่งฉันที่วัดเดี๋ยวนี้” ผีที่เข้านายสงกล่าว
นายอัฐวัติที่ขับรถตู้อยู่เลยมุ่งหน้าไปที่วัดทันที
นชาผู้ซึ่งกลัวผีเผลอไปจับมือนายชาติโดยไม่รู้ตัว มือนชาเย็นมาก
“นี่พี่กลัวผีงั้นหรอครับ” ชาติทัก
“เออ กลัว เงียบๆไว้ล่ะ” นชากระซิบบอก
ตอนนี้นายกวินทร์รู้ความลับอีกอย่างของนชาแล้ว
พอรถตู้ไปส่งที่วัด นายอัฐวัฒิรีบไปตามหลวงพ่อมารดน้ำมนต์ทันที
“โยมเป็ใคร ้าอะไร” หลวงพ่อถาม
“ฉันเป็ศพไร้ญาติที่พวกเขาช่วยเก็บศพฉัน แต่ฉัน้าบุญมากเลย เลยอยากให้คนพวกนี้ทำบุญให้ก็เท่านั้น” ผีที่เข้านายสงกล่าว
“อื้อ พวกเขารับรู้แล้วล่ะ เธอออกจากร่างของเขาได้แล้วนะ หรือจะต้องให้ถึงขั้นรดน้ำมนต์กัน” หลวงพ่อกล่าว
“ไม่ต้องจ้า ฉันออกแล้วล่ะ” ผีที่เข้านายสงกล่าว
นายสงก็ฟื้นคืนสติมาเหมือนเดิม โดยที่จดจำเื่ราวอะไรไม่ได้เลย
ทุกคนเลยต้องไปซื้อของไปถวายสังฆทานที่วัดนี้ และกรวดน้ำอุทิศให้กับศพไร้ญาติคนนั้น
*************************************
วันที่ 9 เกิดเหตุไฟไหม้ที่สนามแข่งรถเนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจร นชาไม่อยากกลับไปที่สนามแข่งอีก เลยให้พวกผู้ชายทั้งหมดไปที่นั่นแทน
โชคดีที่ไม่พบผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับาเ็ เนื่องจากมีคนตาไวเห็นเพลิงไหม้เสียก่อน แล้วรีบกดสัญญาณเตือนไฟไหม้ทัน ทำให้ทุกคนออกจากอาคารทันท่วงที และนักดับเพลิงก็มาช่วยดับไฟทัน แต่ทว่าสนามแข่งก็ต้องบูรณะซ่อมแซมมากพอสมควร
นายกวินทร์ในคราบนายชาติ้ารู้ต้นสายปลายเหตุ เลยขอตัวรุ่นพี่ บอกว่าวันนี้จะกลับมูลนิธิทีหลัง
ทุกคนเลยกลับกันไปก่อน
กวินทร์แอบเข้าไปดูกล้องวงจรปิด เพราะเขาสนิทกับเ้าของสนามแข่งพอสมควร เลยพบว่าเป็คู่อริมาวางเพลิง เขาเลยรีบส่งคลิปไปให้เ้าของสนามแข่งทันทีเพื่อดำเนินคดีต่อไป
*************************************
และแล้วก็ถึงวันสุดท้าย วันนี้มูลนิธิมีกิจกรรมล้างป่าช้า ทุกคนต้องเข้าสู่พิธีกรรมเก็บกระดูกศพไร้ญาติ เพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป
นายชาติได้จับคู่กับนชา
“ทำไมพี่เก็บช้าจังเลยครับ” ชาติบ่น
“งานนี้เป็งานละเอียดนะ พวกเราจะต้องเก็บกระดูกคนให้ครบทุกชิ้นและให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้” นชากล่าว
“ทำไมหรอครับ” ชาติสงสัย
“ถ้าเป็นายล่ะ นายอยากให้มีคนเก็บกระดูกเราแค่บางส่วน แต่ส่วนนิ้ว ข้อเท้า ยังอยู่ในป่าอยู่เลยมั้ย” นชาเปรียบเทียบ
“ครับๆผมเข้าใจแล้ว เดี๋ยวผมช่วยหาก็แล้วกัน” ชาติกล่าว
กว่าพิธีล้างป่าช้าจะเลิก ก็ปาไปห้าโมงเย็น นายชาติเดินเข้าไปในห้องทำงานของนายนนท์พร้อมกับยื่นใบลาออก
“ลาออกทำไมล่ะนายชาติ นายทำงานดีมากเลยนะ รุ่นพี่ต่างพากันชื่นชมนาย” นนท์เสียดาย
“แม่ผมให้ผมไปเรียนต่อต่างประเทศครับ คงแวะมาช่วยไม่ได้อีก” ชาติแต่งเื่
“อื้อ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็ไร ขอให้ประสบความสำเร็จในการเรียนก็แล้วกัน” นนท์กล่าว
“ขอบคุณมากนะครับ” ชาติกล่าว
นายนนท์เลยประกาศเลี้ยงส่งชาติ รุ่นพี่ทุกคนที่เอ็นดูเขาก็พากันไปกินข้าวเย็นด้วยกัน ทุกคนที่นี่อยู่ด้วยกันอย่างพี่น้อง ทำให้นายกวินทร์ในคราบนายชาติรู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
นชาเอามือมาลูบหัว เพราะรู้สึกเหมือนมีน้องชายคนแรก “โชคดีนะน้องชาย เรียนจบมาก็มาช่วยมูลนิธิได้”
“อย่าไปบอกน้องเขาแบบนั้นสินชา เผื่อน้องเขามีครอบครัวที่นั่น สาวฝรั่งยิ่งหน้าตาดีอยู่” อัฐวัฒิกล่าว
“แต่กลับมาไทย ก็มาเยี่ยมพวกพี่ได้ พวกเราเป็พี่เป็น้องกัน ที่นี่ต้อนรับนายเสมอนะนายชาติ” นนท์กล่าว
“ขอบคุณทุกคนมากครับ” ชาติซึ้งใจ
พอถึงเวลาห้าทุ่มนายชาติก็รีบกลับเข้าที่พักทันที รอจนกระทั่งถึงเวลาเที่ยงคืน อย่างกับซินเดอเรลล่า อุไรเปิดประตูมิติมารับนายกวินทร์กลับเรือนกาญจนา
“นายสามารถขอพรได้แล้วล่ะ นายสามารถทำงานที่นั่นได้ครบสิบวันพอดี” อุไรกล่าว
“ทำไมคุณถึงให้ผมไปทำงานที่นั่นครับ” กวินทร์ถาม
“หนึ่งคือนายจะได้รู้จักตัวตนของนชาเขา
สองคือนายจะได้รู้ว่าแม่นายห่วงนายแค่ไหน
สามคือนายจะได้เรียนรู้ความคิดของรุ่นพี่ นายจะได้ปรับปรุงตัว
สี่คือนายจะได้รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น
ห้าคือนายจะได้ไม่เสี่ยงชีวิตเพื่อประชดแม่ตัวเองอีก เพราะความปลอดภัยมีค่าสำหรับทุกคน หากนายขับรถเร็วโดยประมาท นอกจากนายตายแล้ว คนที่โดนนายชนไม่ตายก็าเ็สาหัส ดังนั้นการประชดชีวิตของนายอาจทำให้คนอื่นเดือดร้อนได้
หกคือนายได้เห็นแล้วว่าความรักมีจริงในโลกใบนี้ การที่นายอยากได้รับความรักจากใคร นายต้องให้ความรักเขาก่อน แม้ว่านายจะเป็ผู้ให้ความรักเพียงฝ่ายเดียว นายก็ต้องรู้จักความสุขที่เกิดจากการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน” อุไรกล่าว
“ทำไมมันเยอะแยะขนาดนี้ล่ะ” กวินทร์กล่าว
“นี่แค่ยกตัวอย่างเท่านั้นเอง มันอยู่ที่นายต่างหาก ว่านายได้ประโยชน์อะไร เอาล่ะนายขอพรได้แล้ว” อุไรกล่าว
“ผมอยากแต่งงานกับนชา และขอให้พวกเรารักกันตราบนานเท่านาน” กวินทร์กล่าว
“ขอให้พรของคุณ สมปรารถนาในบัดดล” อุไรร่ายมนตร์
“เอาล่ะนายกลับไปหาแม่ของนายได้แล้ว บุญคุณพ่อแม่ยิ่งใหญ่ไพศาล นายไม่ควรเป็คนอกตัญญู มันจะไม่ดีกับชีวิตของนายเอง นี่คือคำเตือนจากฉัน” อุไรกล่าว
“ขอบคุณมากครับ ผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างแล้ว” กวินทร์กล่าว
อุไรพากวินทร์ออกจากตัวบ้าน แล้วกวินทร์ก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และเขากำลังได้รับน้ำเกลือ
***********************************************************************************************************************
ตอนจบ
แม่ของนายกวินทร์นั่งเฝ้าไข้อยู่ เมื่อเห็นลูกชายฟื้น ก็รีบเดินเข้าไปหาทันที
“เป็อย่างไรบ้างลูกแม่ แล้วให้เด็กที่ไหนก็ไม่รู้มาโกหกแม่ บอกแม่ว่าลูกไปเที่ยวพักตากอากาศ แต่จริงๆแล้วลูกนอนโรงพยาบาลมาสิบวันแล้วนะ” แม่ของนายกวินทร์กล่าว
“หรอครับแม่ ผมขอโทษครับ ที่ทำให้แม่เป็ห่วง” กวินทร์ยอมพูดกับแม่ดีๆ
“ไม่เป็ไรลูก ว่าแต่ทำไมเมียลูกไม่มาเยี่ยมลูกบ้างเลยล่ะ” แม่ของกวินทร์กล่าว
“เธอคงยังไม่รู้ข่าวเสียมากกว่าครับ อีกอย่างเธองอนผม เพราะผมไปแข่งรถเพื่อชิงผู้หญิงอีกแล้ว” กวินทร์กล่าว
“แล้วลูกทำทำไมล่ะ รู้มั้ยคนท้องเขายิ่งคิดมากอยู่” แม่ของกวินทร์กล่าว
“ผมขอโทษอีกเื่ครับแม่ จริงๆแล้วพวกเราไม่ได้เป็อะไรกันหรอกครับ แต่ผมทำทุกอย่างเพื่อผูกมัดเธอไว้กับผมก็เท่านั้น” กวินทร์สารภาพ
“แม่ก็ว่าอยู่ นชาไม่เหมือนคนท้องสักนิด” แม่ของกวินทร์กล่าว
“ผมมีเื่จะขอครับแม่” กวินทร์กล่าว
“ว่ามาสิลูก” แม่ของกวินทร์กล่าว
“ผมจะเข้าไปฝึกงานในบริษัทครับ แต่ผมมีข้อแม้” กวินทร์ตั้งข้อแม้
“ขอแม้อะไร” แม่สงสัย
“หลังจากผมฝึกงานได้สำเร็จแล้ว แม่ช่วยสู่ขอนชาให้ผมได้มั้ยครับ” กวินทร์กล่าว
“ลูกรู้จักหัวนอนปลายเท้าเธอหรอ แม่ได้ข่าวว่านชาเป็รางวัลที่ได้จากการแข่งรถนี่” แม่กล่าว
“นชาถูกนายวิชาญจับตัวมาเป็รางวัลแข่งรถครับ จริงๆเธอไม่ได้เต็มใจ เธอเรียนจบบริหารธุรกิจแล้ว แต่ตอนนี้ทำงานเป็อาสาสมัครอยู่ที่มูลนิธิแห่งหนึ่งครับ” กวินทร์กล่าว
“แล้วลูกรักเธองั้นหรือ” แม่สงสัย
“ใช่ครับผมรักเธอคนเดียว ช่วยผมหน่อยนะครับ” กวินทร์ขอร้อง
“งั้นหลังจากลูกฝึกงานในบริษัทสำเร็จแล้วแม่จะไปสู่ขอนชาให้นะ” แม่รับปาก
“ขอบคุณครับแม่” กวินทร์ดีใจ
*************************************
หนึ่งเดือนต่อมา นชาทำงานเป็อาสาสมัครวันสุดท้าย ตอนกลางวันนนท์ได้เลี้ยงส่งเธอไปแล้ว พอถึงเวลาเย็นนนท์ก็ได้ให้นชากลับบ้านได้เลย
เมื่อนชาขับรถมาถึงบ้าน เธอก็ต้องแปลกใจ เพราะเห็นรถหรูๆแปลกๆมาจอดที่บ้านของเธอ
นชาเดินเข้าไปในบ้านเธอก็ต้องใ เพราะกวินทร์และแม่ของเขามานั่งรออยู่แล้ว
“มีอะไรกันหรอคะ พวกคุณมาที่นี่ทำไม” นชารีบถาม
“นชา! เกิดเื่เกิดราวขนาดนี้ทำไมไม่บอกแม่ล่ะ” แม่ของนชากล่าว
“เื่อะไรหรอคะแม่” นชาสงสัย
“ก็ลูกเป็รางวัลแข่งรถ จนลูกตกเป็เมียของนายกวินทร์ไปแล้ว ข่าวของลูกที่เป็เมียนายกวินทร์ก็แพร่สะพัดไปทั่ว นี่มันเป็เื่ใหญ่นะลูก ทำไมไม่บอกแม่สักคำ” แม่นชากล่าว
“ยังไงทางเราก็จะขอรับผิดชอบค่ะ ฉันก็เลยมาสู่ขอนชาให้เป็กิจจะลักษณะ” แม่ของกวินทร์กล่าว
“เอ่อ ความจริงแล้วนะคะ” นชาพูดไม่จบ
กวินทร์เดินมาลากตัวนชาออกไปนอกบ้าน “ปล่อยให้ผู้ใหญ่คุยกันก่อนนะคุณ มันเสียมารยาท”
“ปล่อยฉันนะ นายจะทำอะไร” นชาพยายามขัดขืนแต่ก็ต้องเดินไปตามแรงลาก
“มาสู่ขอเมียไง” กวินทร์กล่าว
“ใครเป็เมียนาย แล้วทำไมไม่ไปแต่งงานกับผู้หญิงที่เป็รางวัลคนนั้นล่ะ” นชาหึงไม่รู้ตัว
“หึงล่ะสิท่า” กวินทร์กล่าว
“ไม่มีทาง” นชากล่าว
“อะ นี่ ข่าวการแต่งงานระหว่างนักซิ่งรถที่ได้อันดับสองกับผู้หญิงที่เป็รางวัลแข่งรถคนนั้น” กวินทร์กล่าว
เมื่อนชาได้อ่านข่าว เธอก็แปลกใจว่าทำไมผู้หญิงที่ควรจะเป็ของกวินทร์ ทำไมไปแต่งงานกับชายคนนั้นเสียได้
“งงล่ะสิ ในวันนั้นผมได้สละรางวัลให้คนที่ได้อันดับสองไปแล้ว ผมมีคุณอยู่แล้ว จะไปมีใครอื่นได้ยังไง” กวินทร์กล่าว
“ก็บอกแล้วไง ว่าพวกเราไม่ได้เป็อะไรกัน” นชากล่าว
“แต่ผมรักคุณนี่” กวินทร์สารภาพรัก
“ฉันไม่เชื่อนายหรอก ขนาดผู้หญิงสวยๆตั้งมากมาย นายยังทิ้งพวกเธอได้เลย” นชากล่าว
“ความสัมพันธ์ของพวกเรามันเป็แบบไม่ผูกพัน เพราะความเป็จริงพวกเธอก็มีชายอื่นด้วย แต่สำหรับคุณมันไม่เหมือนกัน ผมรักจริงหวังแต่งนะ” กวินทร์กล่าว
“เชื่อตายแหละ” นชากล่าว
“ไปกันเถอะครับ แม่คุณกวักมือเรียกแล้ว” กวินทร์ยิ้มและดึงตัวนชาไปหาแม่
*************************************
“แม่ตกลงกับแม่ของกวินทร์แล้วนะลูก เดี๋ยวแม่จะเป็คนหาฤกษ์งานแต่งเอง” แม่ของนชากล่าว
“เดี๋ยวสิคะแม่ ให้หนูอธิบายก่อนสิคะ” นชาพูดไม่จบอีกแล้ว
“ลูกเสียหายขนาดนี้ มันปล่อยผ่านไม่ได้แล้ว เห็นมั้ยมีคนไปโพสต์รูปของลูกกับนายกวินทร์เสียทั่ว ยังมีรูปของลูกที่สวมเสื้อผ้าของนายกวินทร์นั่นอีก มันเสียหายรุนแรงจริงๆนะลูก” แม่ของนชากล่าว
“โถ่ แม่ ฟังหนูก่อนสิคะ” นชาพยายามอธิบาย
“ไม่เอาน่าคุณ อย่าขัดผู้ใหญ่ หรือคุณเห็นผมไม่เป็โล้เป็พายอะไร แต่ปัจจุบันผมเปลี่ยนแปลงตัวเองจนได้เป็รองประธานบริษัทแล้วนะ รับรองผมจะตั้งใจทำงานหาเลี้ยงคุณให้ได้เลย” กวินทร์กล่าว
“ไม่ใช่อย่างนั้น” นชากล่าว
“หยุดพูดเถอะหนูนชา ผู้ใหญ่เขาตกลงกันแล้ว ก็ขอให้เป็ไปตามนี้ ยังมี่หนึ่งหนูยอมหลอกฉัน ว่าหนูท้องกับกวินทร์เขาเลย รู้มั้ยฉันโกรธมากที่ถูกหลอก แต่ในเมื่อลูกชายฉันรักหนูมาก ฉันก็เลยให้อภัย” แม่ของกวินทร์กล่าวอ้าง
“งั้นก็ตกลงตามนี้แหละค่ะ” แม่ของนชากล่าว
“ขอบคุณคุณมากนะคะ ที่ไม่ถือสาลูกชายของฉัน” แม่ของกวินทร์กล่าว
“เอาเถอะ ความจริงฉันก็เคยมีลูกชาย ฉันจึงเข้าใจคุณค่ะ” แม่ของนชากล่าว
“งั้นฉันกับลูกขอลานะคะ” แม่ของกวินทร์บอกลา
เมื่อสองแม่ลูกกลับบ้าน นชาอยากจะอธิบายให้แม่ฟังแต่ทว่า
“ตอนนี้แม่ปวดหัวมากลูก ยังไม่พร้อมจะฟังอะไร ลูกเองก็ไปพักผ่อนก่อนเถอะ วันพรุ่งนี้ต้องไปรายงานตัววันแรกไม่ใช่หรอ” แม่ของนชาเดินหนี
“ค่ะแม่” นชากล่าวเสียงเศร้า
*************************************
วันนี้เป็วันไปรายงานตัววันแรกที่บริษัทแห่งหนึ่ง เนื่องจากนชาได้กะเวลาไว้พอดีเพราะมีรถส่วนตัว แต่ทว่า อยู่ดีๆรถก็สตาร์ทไม่ติด
“ติดสิ ติดสิ ไม่ได้นะ ถ้าไปรายงานตัวไม่ทัน เขาจะให้สละสิทธิ์” นชาเลยรีบติดต่อนายอัฐวัฒิ ก็พบว่า เพื่อนไปสัมมนาที่ต่างจังหวัดและพาน้ำผึ้งไปเที่ยวด้วยกัน
เธอเลยตัดใจโทรหานายกวินทร์
“ว่าไงที่รัก” กวินทร์รับสาย
“พาไปส่งที่ทำงานหน่อยสิคะ รถฉันเสียน่ะ” นชายอมลดทิฐิ
“ได้เลยครับที่รัก รอแป๊บนะ” กวินทร์กล่าว
15 นาทีต่อมา รถนายกวินทร์ก็มาจอดที่หน้าบ้าน นชาเลยรีบขึ้นรถทันที
“ทำไมคุณขับมาเร็วจังเลยคะ” นชาสงสัย
“เมื่อวานผมอยู่คอนโดครับ เลยใกล้ที่นี่มาก” กวินทร์กล่าว
“ว่าแต่ทำไมคุณถึงใช้เส้นทางที่รถติดล่ะคะ แล้วฉันจะไปทำงานทันได้ยังไง” นชาบ่น
“โถ่ ก็ผมไม่รู้เส้นทางลัดนี่” กวินทร์กล่าว
“คุณเป็นักแข่งรถ ทำไมคุณขับช้านักล่ะคะ” นชาบ่น
“อ้าว ก็นี่มันเป็ถนนสาธารณะ ผมจะไปกล้าขับรถเร็วได้ยังไง เดี๋ยวคนอื่นก็ได้รับอันตรายด้วยหรอกครับ” กวินทร์กล่าวยิ้มๆ
“โอ๊ย คุณต้องแกล้งฉันแน่ๆเลยใช่มั้ยคะ มันสายมากแล้วนะ เดี๋ยวฉันไปไม่ทันกันพอดี” นชากล่าว
“ใจเย็นหน่อยครับที่รัก” กวินทร์กล่าว
และแล้วรถก็ติดอีกยาว จนนชาต้องปล่อยวาง เพราะทางบริษัทได้ติดต่อเธอ
“คุณอยู่ที่ไหนคะ สายป่านนี้แล้ว” ฝ่ายบุคคลโทรมา
“ขอโทษด้วยจริงๆค่ะ รถติดมากเลย เลยยังไปไม่ถึง” นชากล่าวตามจริง
“ทางเราต้องขอโทษคุณด้วยค่ะ ในเมื่อคุณสาย ทางเราเลยต้องขอรับคนอื่นเข้ามาทำงานแทนคุณค่ะ” ฝ่ายบุคคลกล่าว
“ถ้าเช่นนั้นก็ไม่เป็ไรค่ะ ฉันต้องขอโทษคุณที่ฉันสายนะคะ” นชากล่าว
“ขอให้คุณได้รับงานใหม่ในเร็ววันนะคะ” ฝ่ายบุคคลกล่าว
*************************************
นชาทำหน้าเศร้า “คุณพาฉันกลับบ้านเถอะ ฉันไปไม่ทันแล้วค่ะ เขารับคนใหม่แล้ว”
“งั้นคุณก็ไปทำงานกับผมก็แล้วกันครับ ใกล้ถึงบริษัทผมแล้ว” กวินทร์กล่าว
“มีตำแหน่งว่างหรอคะ” นชาสงสัย
“ครับ ผมจะให้คุณเป็ผู้จัดการฝ่ายขายก็แล้วกัน” กวินทร์กล่าว
“เอ่อ แต่ฉันยังไม่ได้เตรียมหลักฐานมาเลยนะคะ” นชากล่าว
“คุณไปรายงานตัวก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณค่อยเตรียมหลักฐานมาส่งก็แล้วกันครับ” กวินทร์กล่าว
และแล้วนชาก็ได้ไปทำงานเป็ผู้จัดการฝ่ายขายที่บริษัทของกวินทร์
*************************************
นชาทำงานไปจนถึงเที่ยง เธอก็เดินไปพร้อมกับลูกน้องเพื่อไปทานข้าวด้วย
“เอ่อ คุณนชาคะ คุณควรจะรอท่านรองประธานนะคะ” ลูกน้องกล่าว
“ทำไมต้องรอด้วยคะ” นชาสงสัย
“ก็ทุกคนในบริษัทรู้กันทั่วแล้วว่าคุณเป็ว่าที่เ้าสาวของท่านรองประธาน ดังนั้นคุณควรจะรอท่านรองฯไปทานข้าวพร้อมกันนะคะ ไม่งั้นพวกเราจะโดนท่านรองฯเขม่นเอาได้” ลูกน้องกล่าว
“แต่มันไม่เกี่ยวกันนี่คะ” นชากล่าว
“นั่นไงคะ ท่านรองฯมาพอดี พวกเราไปก่อนนะคะ” ลูกน้องรีบเผ่น
“เดี๋ยวสิคะ” นชาพยายามรั้ง
“หิวมากหรอครับ ผมลงมาสายนิดเดียวเอง แค่นี้คุณก็รอผมไม่ได้” กวินทร์กล่าว
“แต่ตอนนี้ฉันเป็ลูกน้องคุณอยู่นะคะ ทานใครทานมันก็ได้นี่” นชากล่าว
“วันนี้ไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวพวกเราต้องไปทานด้วยกัน เพราะต้องรีบไปดูชุดแต่งงาน การ์ดและของชำร่วย แม่คุณโทรมาบอกผมว่าได้ฤกษ์งานแต่งงานแล้วครับ” กวินทร์เล่า
“วันไหนหรอคะ” นชาถาม
“18 พฤศจิกายนนี้ครับ” กวินทร์กล่าว
“อะไรนะคะอีกสองสัปดาห์เอง” นชาใเพราะเร็วไป
“นี่ไง พวกเราถึงต้องรีบไปดูทุกอย่างในวันนี้ครับ เดี๋ยวไม่ทัน” กวินทร์กล่าว
นชาเลยต้องไปทานข้าวกับกวินทร์ อีกทั้งต้องจัดเตรียมพิธีแต่งงานให้เรียบร้อย ตัวเธอเองก็งงเหมือนกัน ว่าทำไมถึงยอมจัดเตรียมพิธีงานแต่งแต่โดยดี อาจเป็เพราะไม่ว่าเธอจะคัดค้านยังไงก็ไม่มีใครฟังเธอเลยสักนิด และตอนนี้เธอก็เคยชินกับการได้เป็แฟนท่านรองฯแล้วเรียบร้อย
*************************************
สุดท้ายนชาและกวินทร์ก็ได้แต่งงานกัน นชายินยอมแต่งงานกับเขาด้วยความเต็มใจ เพราะเธอได้เห็นพฤติกรรมของเขาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เช่น ให้ความเคารพแม่ เลิกแข่งรถและขับรถอย่างระมัดระวังมากขึ้น มีความรับผิดชอบ อีกอย่างก็คือความเผด็จการของเขาลดลงไปมากแล้ว แต่มันก็ยังมีอยู่เพราะเขาก็ยังชอบบังคับเธอเหมือนเดิม
จนกระทั่งถึงคืนส่งตัวเข้าหอ นชายังไม่อยากมีอะไรกับเขาในวันนี้ เธอก็เลยแกล้งให้เขาอาบน้ำก่อน และตัวเองอาบน้ำทีหลังแต่อาบช้าๆ เพื่อให้กวินทร์นอนหลับไปก่อน จากนั้นเธอก็มานอนโซฟาแบบเนียน
แต่สักพักเกิดเหตุไม่คาดฝัน ไฟดับกะทันหัน เนื่องจากนชากลัวผีเธอเลยวิ่งไปหานายกวินทร์ จนกระทั่งกวินทร์ใตื่น
“มีอะไรหรือเปล่าครับนชา คุณวิ่งมากอดผมทำไม” กวินทร์ใตื่น
“ไฟดับกะทันหันค่ะ” นชากล่าวอย่างกลัวๆ
กวินทร์นึกขึ้นได้ว่านชากลัวผี “อยู่กับผมไม่ต้องกลัวนะครับ”
“เดี๋ยวสิคะ กวินทร์คุณจะทำอะไรน่ะ เดี๋ยว…..”
“พวกเราอยู่ด้วยกันทั้งคืนนะครับ….”
ผลสุดท้าย นชาก็ไม่รอด เธอเลยได้เข้าหอกับกวินทร์โดยปริยาย บทบรรเลงเพลงรักดำเนินไปถึงเช้า คราวนี้ทั้งสองครอบครัวก็จะได้มีหลานสมใจเสียที
*************************************
จบบทที่ 13