หลานจูเจียนถามขึ้นว่า “ยังเหลืออีกกี่ไม้ ถึงจะครบตามที่เ้านายของพวกเ้าสั่ง”
“อีก 16 ไม้ พ่ะย่ะค่ะ”
หลานจูเจียนหน้าซีดอย่างเห็นได้ชัด นางหันไปมองเฉียวเฉียว เฉียวเฉียวก็ไม่มีท่าทีว่าจะขอให้ตัวเองกลับมาถูกโบย เหมือนในนิยายที่สาวใช้ร้องไห้สงสารนายสาว เฉียวเฉียวได้แต่นั่งมองหลานจูเจียน หลานจูเจียนเดาไม่ออกเลยว่าเฉียวเฉียวกำลังคิดอะไร แต่จะถอยไม่ได้
“เอาว่ะ ทะลุมาทั้งทีก็ต้องลองให้รู้ว่ามันจะเจ็บแค่ไหน หวังว่าจะเป็ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายนะ เ้าประคู้นน” ไม่มีใครรู้ว่าพระชายาในนามคนนี้พูดอะไร เพราะเธอพูดภาษาไทย หลานจูเจียนนอนก้มหน้าลงและพูดขึ้นว่า
“โบยข้าได้เลย”
บ่าวทั้งสองนายก็สลับกันโบยนาง ตอนแรกก็ร้องโอ๊ยออกมา ยกมือห้ามขอลูบก้นและส่วนที่ถูกโบยก่อน ทุกคนที่อยู่ใกล้แม้แต่ลี่อ๋องเมินหน้าหนี พอนางเอามือออกก็โบยลงอีกที หลานจูเจียนร้องไห้เพราะความเจ็บ ขณะที่เงยหน้าขึ้น กำลังจะร้อง พ่อจ๋าแม่จ๋า สายตาของนางก็สะดุดเข้ากับร่างของคนคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนหลังคา
“เ้า คนไร้เมตตานั่น มานั่งมองข้ารึ” หลานจูเจียนจ้องมองเขาและบอกบ่าวสองคนนั่นว่า
“โบยลงมาเลยไม่ต้องชักช้า” บ่าวสองคนก็โบยตามจังหวะที่เคยทำไม่ช้าหรือเร็วไปกว่าเดิม
“อึก......อึก.......อึก” หลานจูเจียนกัดฟันแน่น พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา นางยังเงยหน้าและจ้องเข้าไปที่ั์ตาคู่นั้น เมื่อถูกจ้องอยู่นานลี่อ๋องก็เริ่มรู้สึกอึดอัด จึงะโออกจากหลังคานั้นไปที่อื่น
“อึก.......อึก” หลานจูเจียนก้มหน้าลงปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา เฉียวเฉียวที่ตอนแรกคิดว่าให้พระชายาคนนี้ได้ลิ้มรสความเ็ปซะบ้างจะได้เข้าใจหัวอกคนอื่น ตอนนี้รู้สึกสงสารนางขึ้นมาเล็กน้อย
โดยเฉพาะพักหลังมานี้ หรือจะเรียกว่าั้แ่นางฟื้นขึ้นมา พระชายาก็ดีกับเฉียวเฉียวตลอด ไม่ดุด่า ว่ากล่าว เื่ตบตีนั้นพระชายาคนนี้ทำไม่ได้อยู่แล้ว เพราะลี่อ๋องสั่งห้าม ไม่มีใครสามารถตบตีหรือลงโทษคนของลี่อ๋องได้ ซึ่งพระชายาคนนี้ก็รู้ดี
หลานจูเจียนเคยผลักเฉียวเฉียวตกน้ำ เพราะไม่พอใจที่นางทำงานตามที่สั่งไม่ได้ดั่งใจ ลี่อ๋องรู้เข้าจึงสั่งให้ คนจับพระชายาโยนลงน้ำ นางพยายามร้องขอความช่วยเหลือเพราะว่ายน้ำไม่เป็ ลี่อ๋องนั่งมอง จนกระทั่งนางจมน้ำ สักพักสั่งให้คนลงไปลากตัวนางขึ้นมา แล้วก็เอาน้ำเย็นราดนางอีกที ลี่อ๋องไม่สามารถฆ่านางโดยตรงได้ ทั้งที่รู้ว่านางเป็คนของฮ่องเต้ และองค์ชายใหญ่ที่คิดจะฆ่าเขาอยู่ตลอดเวลา
เฉียวเฉียวค่อยๆ คลานเข้าไปหาหลานจูเจียน “พระชายาเพคะ พระชายา” เฉียวเฉียวหันหน้าไปมองเยว่ิ เยว่ิจึงบอกให้สาวใช้คนอื่นมาพาช่วยกันพยุงหลานจูเจียนกลับเรือน
“แม่นางหลานสลบไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ลี่อ๋องทำท่าไม่สนใจ
“ไม่ทราบว่าท่านอ๋องจะให้หมอไปดูนางหรือไม่ พ่ะย่ะค่ะ”
ลี่อ๋องยังเงียบแต่สุดท้ายก็พยักหน้า “ถ้านางตายตอนนี้ คงไม่เป็ผลดีกับข้า”
“พ่ะย่ะค่ะ” เยว่ิคำนับรับคำสั่ง
ร่างบางนอนคว่ำหน้าไม่ได้สติ เฉียวเฉียวได้แต่นั่งมองน้ำตาซึมไม่คิดว่าคนอย่างหลานจูเจียนจะรับไม้แทนนาง
เฉียวเฉียวใที่ลี่อ๋องมายืนอยู่ข้างๆ พร้อมกับท่านหมอฉาง ถ้าหากไม่ใช่เพราะท่านหมอไม่รู้อีกนานเท่าไหร่เฉียวเฉียวถึงจะรู้ว่าลี่อ๋องเข้ามาในห้อง เพราะการเดินเหินไปมาของลี่อ๋องนั้นว่องไวและเงียบนัก
เฉียวเฉียวมองร่างบางที่ตอนนี้สลบไปแล้ว ดีนะที่แค่ 20 ไม้ เพราะลี่อ๋องรู้ว่าเฉียวเฉียวนั้นคงทนได้ ถึงจะไม่มีเืออกมาให้เห็น แต่ก็คงจะหนักมากสำหรับคนอย่างหลานจูเจียน ไม่คิดเลยว่าคนอย่างนางจะทำเช่นนี้ ลี่อ๋องพยักหน้าให้ท่านหมอฉางลงมือตรวจนาง ท่านหมอจึงตรวจชีพจรแล้วบอกว่า
“ยังเต้นเป็ปกติ พ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วาแของนางล่ะ” หมอฉางอึกอัก ลี่อ๋องมองหน้าท่านหมอ
“กระหม่อมตอบไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”
“เพราะอะไร”
“เนื่องจากไม่มีเืออกมา กระหม่อมจึงได้แค่คาดเดาคงบอกไม่ได้ว่า การาเ็ทางร่างกายนั้นหนักขนาดไหน ถ้าจะให้ดีกระหม่อมคิดว่า ควรจะให้หมอหญิงเป็ผู้ตรวจาแจะดีกว่า พ่ะย่ะค่ะ”
ลี่อ๋องคิดได้ว่าหมอฉางหมายความว่าอย่างไร จึงให้หมอฉางออกไปก่อน แล้วก็บอกให้เฉียวเฉียวเป็คนดูาแของหลานจูเจียน เพราะในจวนแห่งนี้ไม่มีหมอหญิง ตอนแรกเฉียวเฉียวไม่กล้า แต่เมื่อเจอสายตาของลี่อ๋องก็ต้องทำ
เฉียวเฉียวพยายามถอดเสื้อของหลานจูเจียนแต่ก็เป็ไปด้วยความลำบาก เพราะนางนอนคว่ำจึงต้องจับนางนอนหงายก่อน เฉียวเฉียวมีท่าทีลังเลเหมือนท่านหมอฉาง
“ทำไมยังไม่ถอดเสื้อนางอีก”
“เพคะ”
เฉียวเฉียวค่อยๆ ถอดเสื้อของหลานจูเจียนออกจนเผยให้เห็นเอี๊ยมสีชมพูตัวเล็กที่ปกปิดดอกบัวคู่งามของนางไว้ ลี่อ๋องหันหน้ามองไปทางอื่นทันที
“พูด”
“หม่อมฉันยังต้องกลับตัวพระชายาอีกครั้งก่อนเพคะ เพราะพระชายาถูกโบยทางด้านหลัง”
“ใครสั่งให้เ้าเรียกนางว่าพระชายา”
“หม่อมฉันขออภัยเพคะ”
สักพัก “เสร็จแล้วเพคะ”
ลี่อ๋องหันหน้ากลับมามอง ก็เห็นแผ่นหลังบาง เขาเมินหน้าหนีอีกครั้ง ก่อนที่จะหันกลับมามองอีก แผ่นหลังนั้นมีรอยแดงและเขียวช้ำปนกันไปมากกว่าครึ่งแผ่นหลัง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ลี่อ๋องสงสารคนที่นอนสลบอยู่แม้แต่น้อย เพราะเขาเห็นเืและาแมานักต่อนัก เห็นเด็ก ผู้หญิงและคนแก่ ที่ต้องตายในาขณะพยายามหนีศัตรู ถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะไม่เคยฆ่าคนบริสุทธิ์ แต่หากมันผู้นั้นเป็ศัตรู เขาก็ไม่เคยละเว้นเช่นกัน ไม่งั้นตัวเขาเองคงไม่รอดมาถึงทุกวันนี้
มีหลายครั้งหลายคราที่อิสตรีหรือนักฆ่าหญิงพยายามที่จะเด็ดหัวเขา นั่นก็รวมถึงสตรีหลายนางที่น้องชายและหลานชายของตนส่งมา รวมถึงนางที่นอนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ ถึงจะไม่รู้วิชาการต่อสู้ใดๆ ทว่าการเป็สายลับก็คือศัตรูเช่นกัน ถ้าหากให้นอนร่วมเตียงเคียงหมอน นางคงจะเอามีดจ่อเข้าที่คอของเขาไปนานแล้ว ดูท่านางผู้นี้จะให้ค่ากับความรักมากกว่าชีวิตของตัวเอง นั่นเป็สิ่งที่ลี่อ๋องหวั่นใจนัก