Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    72 การแจ้งเตือนจากสหพันธ์

    “ ไปกันเถอะ ฉันฟื้นฟูเสร็จแล้ว ”


    ชายร่างอ้วนพูดด้วยท่าทางฮึกเหิม แม้จะพึ่งนั่งพักได้เพียง 30 นาทีเท่านั้น ยาที่กินเข้าไปกลับย่นระยะเวลาการพักให้สั้นลงทำให้สามารถเดินทางต่อไปได้อีกครึ่งวัน


    สถานที่ที่พวกมันอยู่ในตอนนี้คือพื้นที่เมฆจำลอง หนึ่งในพื้นที่ล่าระดับ 4 ดาวและมีความอันตรายเป็นอย่างมาก  ภายในพื้นที่ไม่มีต้นไม้ ไม่มีภูเขา มันเป็นเพียงพื้นที่โล่งกว่า อย่างไรก็ตามบนพื้นที่โล่งกลับมีหมอกสีขาวราวกับเมฆลอยเวียนวนจนมองไม่เห็นช่วงเข่าลงไป


    การที่พวกมันต้องเดินทางมาที่แห่งนี้ก็เพราะว่าไล่ตามแอ็กเซลมาเรื่อยๆ ตามที่เพื่อนของมันอยากทำ ต่อให้แต้ม 7 มังกรและฟีนิกส์จะยังไม่ถึง 50,000 ก็ตาม พวกเขากลับพอใจที่จะทำให้ทอมสมหวัง


    การแก้แค้นของทอมจะต้องเกิดขึ้นอีกสักครั้ง เพียงแต่ว่าหลายวันมานี้ทอมกลับไม่ได้เข้าไปต่อสู้กับแอ็กเซลเลย ต่อให้จะมีโอกาสมากมายก็ตาม ทอมทำเพียงมองดูอยู่ห่างๆ คอยมองดูทักษะทั้งหมดที่แอ็กเซลใช้ระหว่างต่อสู้กับนักศึกษาที่เข้าไปแก้แค้นและเข้าไปแย่งมอนสเตอร์ของเขา


    “ เอาไง จัดวันนี้เลยไหม เราเหลือเวลาอีก 29 วันที่ 7 มังกรและฟีนิกส์จะจบลง  หรือว่าจะรอให้เหลือ 15 วันแล้วค่อยลงมือก็ได้นะ ฉันไม่รีบ ”


    ชายร่างอ้วนต้องการความคิดเห็นจากทอม การไล่ตามแอ็กเซลพวกเขาไม่ได้ฆ่าสิ่งใด ราวกับเป็นการเดินเที่ยวในพื้นที่ล่าต่างๆเพียงเท่านั้น เขาจึงอยากให้ทอมเผื่อเวลาเก็บแต้ม 7 มังกรและฟีนิกส์เอาไว้บ้างเพราะพวกเขายังเก็บได้ไม่ถึง 50,000


    “ วันนี้แหละ ฉันจะจัดการมันวันนี้ ”


     “ จะเล่นงานมันที่ไหน ”


    “ เมื่อกี้มีคนโพสต์ว่าเกิดปรากฎการณ์ประหลาดขึ้นที่นี่ หากเราวิ่งไปทาง 9 นาฬิการาว 2 กิโลเมตรจะเจอปรากฎการณ์ประหลาดที่ว่า เราจะใช้โอกาสนี้เล่นงานมันพร้อมๆกันกับคนอื่นๆที่ไล่ตามมันไม่เลิก ”


    “ โอเคเลยเพื่อน งั้นไปกันเถอะ ”


    ชายร่างอ้วนหันไปพยักหน้าให้กับเพื่อนในทีม จากนั้นพวกเขาก็รีบวิ่งไปยังทิศ 9 นาฬิกา ทันใดนั้นก็มีมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายแมลงป่องกระโจนขึ้นมาจากหลุมที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีขาว พวกเขาจึงช่วยกันล่าครู่หนึ่ง เมื่อสังหารมันได้ก็รีบมุ่งหน้าต่อก่อนเหตุการณ์ประหลาดจะจบลง


    ---------------------------------------------------------------


    “ เอาไงต่อ ”


    นักศึกษาสถาบันสเทิร์นไลท์หันมองหน้ากัน บนใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าเพราะต้องไล่ล่าแอ็กเซลมาตลอดทั้งวัน เพียงแต่ว่าคนที่แสดงท่าทางเหนื่อยล้ากลับไม่ได้มีแค่สถาบันสเทิร์นไลท์ นักศึกษาอีก 13 กลุ่มที่วิ่งไล่ตามแอ็กเซลไม่เลิกลาต่างพากันแสดงสีหน้าเหนื่อยหอบ พวกเขาถูกแอ็กเซลตัดหน้าฆ่ามอนสเตอร์ที่ใกล้ตายแล้วยังขโมยโซลฟอร์ดจากมันไป ถึงแม้ระหว่างทางจะมีการปะทะกันกับแอ็กเซลที่แวะฆ่ามอนสเตอร์บ่อยครั้ง พวกเขากลับไม่สามารถเอาคืนได้จึงพยายามไล่ตามเพื่อหาช่วงเวลาที่แอ็กเซลจะพัก บางคนวิ่งตามเพราะหวังว่าจะทำให้แอ็กเซลเหนื่อย ต่อให้มันจะไม่ได้เป็นคนลงมือก็ตาม มันขอเพียงแค่ว่าช่วงที่แอ็กเซลเหนื่อยเพราะวิ่งหนีจะมีคนอื่นเข้ามาจัดการแทน แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนยังไม่มีใครเห็นแอ็กเซลเหนื่อย เขายังคงวิ่งเรื่อยๆราวกับว่าพละกำลังไร้ขีดจำกัด


    “ รู้ไหม ที่นี่เกิดเหตุการณ์อะไร ”


    หนึ่งในนักศึกษาที่กำลังมองดูวังวนที่เต็มไปด้วยหมอกด้านหน้าสะดุ้งตกใจ คนที่ยืนอยู่ด้านข้างคือผู้ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในช่วงนี้ ตั้งแต่ตัวตนของหัวขโมยแห่งแสงถูกเปิดเผย ชายผู้ที่อยู่ภายใต้ตัวตนหัวขโมยแห่งแสงกลับยังคงไล่ล่าทุกอย่างเช่นเดิม ทำราวกับว่าไม่มีใครหยุดเขาได้ หลายวันมานี้พืชกลายพันธุ์หรือว่ามอนสเตอร์ที่ขวางทาง ล้วนถูกเขาเก็บไปราว 70 % จากที่พบเจอ การปรากฎตัวของแอ็กเซลจึงทำให้ชายที่กำลังสังเกตการณ์วังวนสีขาวด้านหน้าที่กำลังมีการเคลื่อนตัวของหมอกสีขาวสูงกว่าเข่าเล็กน้อยเงียบปาก มันกลัวว่าถ้าตนเองเอ่ยบางอย่างออกมาจะทำให้แอ็กเซลใช้ข้อมูลนี้เข้าไปเก็บสิ่งที่อยู่ภายในวังวนหมอก


    “ เราต่างก็เป็นนักศึกษาเหมือนกัน เอางี้ไหม ฉันจะเข้าไปเก็บสิ่งที่อยู่ข้างในออกมา แล้วจากนั้นเราก็แบ่งกัน ฉัน 50 นาย 50 คิดว่าไง ”


    แอ็กเซลเดินเข้ามากอดคอชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ต่อให้อีกฝ่ายจะมีเพื่อนร่วมทางราว 15 คนก็ตาม บนใบหน้าของแอ็กเซลกลับปรากฎรอยยิ้มไม่ได้มีร่องรอยของความตื่นตระหนกเลยสักนิด 


    “ ไม่เอาน่าเพื่อน ถ้าพวกนายยืนแบบนี้เดี๋ยวก็มีคนเข้าไปเก็บตัดหน้าหรอก อย่างที่ฉันพูด คนละ 50 นายบอกข้อมูล ฉันจะเป็นคนไปเก็บ คิดว่าไง ”


    ด้ายพลังงานห้อยลงมาจากนิ้วทั้ง 5  ทำให้อีกฝ่ายเห็นด้ายพลังงานจากมือที่คล้องคอ มันคือสิ่งที่แอ็กเซลใช้ต่อสู้บ่อยครั้ง จนทุกคนลืมไปแล้วว่าเขานั้นมีทักษะลูนาร์แฟลชที่ใช้โจมตี


     ชายผู้ถูกข่มขู่จึงค่อยๆขยับปาก ต่อให้เขาจะเป็นระดับ 4 ก็ตาม แอ็กเซลกลับเป็นระดับ 3 ที่ผิดปกติ เขาสามารถเล่นงานระดับ 4 ได้ง่ายดายราวกับเป็นระดับเดียวกัน


    “ ด้านหน้ามีหลุมกว้างราว 50 เมตร  ความลึกของมันน่าจะ 230 เมตรได้ เดิมทีมันเป็นพื้นที่ไร้หมอกขาว แต่เมื่อ 1 ชั่วโมงก่อนมีหมอกปรากฎขึ้นมา เรายังไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างใน แต่ก็มีคนคาดการณ์ว่าอาจจะมีพืชกลายพันธุ์ปรากฎ ”


    “ น่าสนใจจังแฮะ ว่าแต่อันตรายของมันคืออะไร ”


    แอ็กเซลเจอเหตุการณ์ประหลาดบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตามเขาไม่ใช่ผู้ที่เก็บพืชกลายพันธุ์จากเหตุการณ์ประหลาดไปทั้งหมด  หลายเหตุการณ์จะมีระดับ 5 ดาวปรากฎตัว พวกเขาจะเป็นคนเข้าไปเก็บสิ่งนั้นออกมา  ซึ่งผลไม้กลายพันธุ์ที่เหลือให้เขาเก็บแต่ละอย่างไม่ได้มีความสามารถพิเศษ


    ผลไม้ที่เพิ่มขั้นทักษะโดยไม่ต้องฝึกเขายังไม่เจอมันอีกเลย สำหรับผลไม้เพิ่มธาตุล้วนแล้วถูกระดับ 5 เก็บไป ตัวของเขาได้แค่ผลไม้กลายพันธุ์ที่ใช้ฝึกทักษะเพียงเท่านั้น แม้จะมีบางผลที่ใช้แทนยารักษาได้ก็ตาม มันกลับยังไม่เทียบเท่าผลที่ระดับ 5 เก็บไป  ต่อให้เขาอยากจะเข้าไปแย่งก็ตาม ระดับ 5 กลับเป็นระดับที่สูงมาก เขายังไม่พร้อมจะรับมือกับระดับ 5 ดาวจึงทำได้เพียงมองคนเหล่านั้นเก็บพืชกลายพันธุ์ตัดหน้า


    “ เฮ่ ได้ยินหรือเปล่า อันตรายของมันคืออะไร ” แอ็กเซลกระตุ้นเตือนให้อีกฝ่ายตอบคำถาม


    “ หมอกสีขาวบริเวณนั้นเหมือนจะมีพิษ แต่ละคนที่สูดหมอกเข้าไปหรือสัมผัสมันจะได้รับพิษที่ต่างกัน บางคนโชคดีแค่สลบ บางคนชักกระตุก บางคนกรีดร้อง ”


    “ มีพิษที่ทำให้เกิดบาดแผลไหม ”


    “ ยังไม่เห็นใครเกิดบาดแผลถึงขั้นเลือดตกยางออก คนที่ถูกหมอกเล่นงานหลังจากที่ยกหามออกมาต่างก็กลับมาเป็นปกติได้ด้วยการใช้ยารักษาธรรมดาๆเท่านั้น ”


    “ งั้นพิษจะแสดงก็ต่อเมื่ออยู่ในหลุมนั่นสินะ ”


    “ ใช่ ต่อให้จะสัมผัสหมอกไปแล้วก็ตาม หากออกมาด้านนอกพิษที่อยู่กับหมอกจะกลับเข้าไปในหลุม ”


    “ แล้วระดับ 5 มาหรือยัง ”


    “ ยังไม่มีใครมา ”


    แอ็กเซลถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อรู้ว่าสิ่งที่อยู่ในหลุมคงไม่ใช่ผลไม้กลายพันธุ์ที่ดี  การที่ระดับ 5 ไม่โผล่มาเป็นเครื่องช่วยยืนยัน ตลอดหลายวันที่ผ่านมา แอ็กเซลประเมินระดับ 5 เอาไว้สูงมาก พวกเขาไม่ได้เพียงแค่แข็งแกร่งเท่านั้น ข้อมูลที่พวกเขาครอบครองก็เยอะไม่แพ้กัน ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระดับ 5 จะมาถึงก่อนเสมอจากการมีข้อมูลเอาไว้คาดการณ์สิ่งต่างๆ


    แต่ถึงอย่างนั้นเขาไม่สามารถปล่อยให้พืชกลายพันธุ์หลุดมือไปได้ ต่อให้มันจะเป็นสิ่งที่ด้อยค่าในสายตาระดับ 5 ดาวก็ตาม มันยังคงเป็นประโยชน์ต่อตัวของเขา อีกไม่นานดรากอนส์ไวทาลิตี้จะเลเวลอัพแล้ว เขาต้องการผลไม้ที่ใช้ควบคู่ดังนั้นจึงต้องเก็บทุกอย่าง ต่อให้มันจะไม่สามารถใช้กับทักษะดรากอนส์ไวทาลิตี้ก็ตาม อย่างน้อยพื้นที่ที่เขาเข้าไปสามารถสร้างความเจ็บปวดให้ได้ ซึ่งมันกระตุ้นให้ค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้น ทว่ายังไม่ทันจะเดินเข้าไปแอ็กเซลกลับหันมองบนฟ้าสูงเพราะกำลังมีเสียงดังส่งลงมาจากบนนั้น


    หว๋อ!


    เสียงไซเรนดังมาจากบนฟ้าสูง ดึงดูดความสนใจของนักศึกษาทุกคนให้หันมองไป สิ่งที่บินอยู่บนท้องฟ้าคือยานช่วยเหลือของสหพันธ์ มันคือยานที่ใช้สำรวจพื้นที่ต่างๆและคอยช่วยเหลือนักศึกษาในสนามรบปฐมภูมิ   เสียงไซเรนที่กำลังส่งออกมาจากยานทำให้ทุกคนรีบนำโทรศัพท์ขึ้นมาใช้งาน เนื่องจากยานถูกออกแบบให้สามารถกระจายสัญญาณลงสู่พื้นเบื้องล่างได้ จึงทำให้พื้นที่อับสัญญาณสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้อีกครั้ง


    “ แย่แล้ว ฉันอุส่าดีใจที่พวกมันไม่โผล่มา ไปเร็วเข้า ไม่จำเป็นที่เราจะต้องอยู่ที่นี่ ”


    นักศึกษารีบเก็บข้าวของ แต่ละกลุ่มค่อยๆทยอยออกไปจากพื้นที่ล่า การประกาศของสหพันธ์ทำให้นักศึกษาตื่นตัวเนื่องจากว่ามีการค้นพบการมีอยู่ของเผ่าเดม่อนในสนามรบปฐมภูมิ โดยที่นักศึกษากลุ่มหนึ่งได้ปะทะกับพวกมันแล้วหนีรอดมาได้


    อย่างไรก็ตามเดม่อนกลุ่มนั้นกลับหายไป ทางสหพันธ์จึงรีบตามหาตัวพวกมันไปพร้อมๆกับแจ้งเตือนนักศึกษาให้กลับฐาน


    แอ็กเซลที่เห็นความอันตรายจากการแจ้งเตือนเขาจึงต้องกลับเช่นเดียวกัน จากพื้นที่ที่พบเดม่อนกับตำแหน่งที่เขาอยู่นั้นห่างกันพอสมควร เขาจึงคิดว่าจะเข้าไปเก็บพืชกลายพันธุ์จากหลุมตรงหน้าแล้วค่อยเดินทางกลับ


    หว๋อ!


    ยานช่วยเหลือค่อยๆบินผ่านไป ทุกคนที่เชื่อมต่อกับยานล้วนแล้วรับทราบถึงการมาของเผ่าเดม่อน ในขณะที่ทุกคนค่อยๆถอยออกจากหลุมเพื่อเดินทางกลับไปขึ้นยานขนส่งกลับฐานของตน แอ็กเซลกลับกระโจนลงไปในหลุมจนไม่มีใครมองเห็นเขาได้อีก


    “ ไอ้บ้านั่นไม่กลัวตายเลยหรือไง ”


    “ กลับกันก่อน อย่าไปสนใจ ตอนนี้ต้องรีบกลับไม่งั้นอาจจะเจอเดม่อนได้ ”


    นักศึกษารีบพากันกลับออกไป แม้จะมีคนอยากดูการล่าของแอ็กเซลก็ตาม พวกเขากลับต้องกลับเพราะการปรากฎตัวของเดม่อนถือเป็นหนึ่งในภัยอันตรายสูงสุดของสนามรบปฐมภูมิ


    “ เฮ่ทอม เรากลับไม่ได้แล้วนะ เป้าหมายของเราอยู่ตรงหน้าแล้ว ต่อให้เราจะลงมือยังไงก็ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง เดม่อนคงไม่มาที่นี่เร็วๆนี้แน่ ไปจัดการให้จบๆจะดีกว่า ”


    ชายร่างอ้วนเห็นทอมกังวล พวกเขาเห็นแอ็กเซลแล้วแต่ยานของสหพันธ์กลับประกาศเรื่องที่น่ากลัวให้ทราบ อย่างไรก็ตามการพูดของชายร่างอ้วนกลับทำให้ทอมคิดใหม่ จากตำแหน่งที่พบเดม่อนและตำแหน่งที่พวกเขาอยู่ห่างกันเกินไป อย่างน้อยต้องใช้เวลาราวครึ่งวันจะมาถึงที่นี่  แต่ดูแล้วไม่มีความจำเป็นที่เดม่อนจะมาตำแหน่งนี้  ทอมจึงเดินไปยังหลุมที่เต็มไปด้วยหมอกก่อนจะสวมใส่หน้ากากกันแก๊ส ต่อให้ด้านล่างจะเต็มไปด้วยพิษก็ตาม ด้วยชุดที่เตรียมมาสามารถรับมือกับหมอกได้เป็นระยะเวลา 1 มันคือชุดที่สามารถป้องกันพิษได้ในระดับดีเยี่ยม สามารถอาศัยอยู่ในอวกาศได้ 1 ชั่วโมงเต็ม ดังนั้นการเผชิญหน้ากับหมอกสีขาวจึงไม่ใช่เรื่องน่าวิตก


    ทันทีที่สวมชุดเสร็จแล้วทอมก็เริ่มใช้เชือกพลังงานห้อยตัวลงไปในหลุม โดยมีเพื่อนในทีมตามลงมาติดๆกัน.