“ไม่ล่ะข้าไม่ชอบสักชิ้น” ท่าทางเฉยเมยและไม่สนใจทำให้เซอร์ไวรอสเกิดโทสะ
“จะบ้าหรือ! ข้าไม่ยอมเดินว่อนๆ กลางแดดให้แสบผิวหรอกนะ” ซิลเอริคยักไหล่ เขาหยิบกำไลประดับทับทิมมายื่นตรงหน้าเซอร์ไวรอส
“เ้าดูนี่ อัญมณีคุณภาพต่ำขาดการเจียระไน ทรงกำไลเองก็โหลนักสีสันไม่ได้โดดเด่นมีราคา ลายสลักเองก็ไม่ได้ประณีตเทียบกับราคาที่สูงเกินจริงยังไงข้าก็ไม่มีวันซื้อ เื่เงินข้าไม่มีปัญหาแต่ข้าไม่ยอมสวมเครื่องประดับอุบาทนี่แน่” เขาวางมันกลับที่เดิม ก่อนจะเดินออกไปจากร้านไป เซอร์ไวรอสที่เถียงไม่ออกก็ได้แต่เกาหัวอย่างหงุดหงิดใจแล้ววิ่งตาม
ซิลเอริคเดินดูของในตลาดด้วยความสนใจทว่าเขากลับไม่ได้หยุดที่ร้านใดจนเซอร์ไวรอสหมดความอดทนอีกครั้ง
“นี่! ข้าไม่อยากเดินแล้วนะ เ้าจะเดินบ้าอะไรนักหนา นี่ก็จวนจะมืดแล้ว” เซอร์ไวรอสโวยวายเมื่อพวกเขาเดินมากว่าสามชั่วโมง
“ก็ข้ายังไม่เจอสิ่งที่ชอบนี่” ซิลเอริคถอนหายใจพร้อมเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืด
“ในเมื่อไร้แสงอาทิตย์แล้วเ้าก็กลับร่างเดิมแล้วมาเกาะไหล่ข้าสิ” เขากลับร่างเดิมทันทีโดยไม่รีรอและบินเข้ามาเกาะบนไหล่ซิลเอริคโดยไม่ต้องให้เรียกอีกครั้งเมื่อไร้เสียงบ่นจากเ้าค้างคาวตัวแสบซิลเอริคได้เดินดูตลาดอย่างอิสระ
“นี่ๆ พี่ชายตรงนั้นน่ะ!” เสียงะโดังขึ้นกลางตลาดไม่ได้เรียกความสนใจของซิลเอริคแม้แต่น้อยจนกระทั่ง..
“พี่ชายหัวม่วงที่มีค้างคาวเกาะไหล่นั่นน่ะ หยุดเลยนะ!” เมื่อได้ยินอีกฝ่ายบรรยายลักษณะซิลเอริคจึงต้องหยุดเดิน ผมม่วง? ค้างคาวเกาะไหล่? ข้าหรือ? เขาหันไปตามเสียงเรียกก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อพบเด็กชายเ้าของผมสีทองที่กำลังแทรกตัวออกมาจากฝูงชนั์ตาสีฟ้าเป็ประกายเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ผิวสีขาวเผือกสะดุดตา หากให้คาดเดาอายุคงประมาณสิบหกปีของมนุษย์กระมัง?
“พี่นั่นแหละไม่ต้องมาทำหน้ามึน” คำพูดที่ไม่ระรื่นหูทำให้ซิลเอริคคิ้วกระตุกไม่ต่างจากเซอร์ไวรอสที่ขู่ขึ้นอย่างไม่พอใจไม่ต้องให้ถึงมือเ้าค้างคาวปีกหัก ซิลเอริคเอื้อมมือไปหยิกแก้มอีกฝ่ายทันที
“โอ๊ยยย! ปล่อยนะ ” เขาร้องลั่น มือเล็กปัดแขนของซิลเอริค
“เ้าเด็กปากมอมอย่ามาปีนเกลียวข้า ไม่เช่นนั้นข้าเอาเ้าตายแน่” ซิลเอริคเอ็ดและถลึงตามอง โดยไม่สนใจสายตารอบข้างที่ดูแคลนว่าเขารังแกเด็ก แค่ข้ามาเล่นเกมนี้ก็ยิ่งกว่าผู้ใหญ่รังแกเด็กแล้ว!
“แล้วเ้าเรียกข้าทำไม” เมื่อเห็นอีกฝ่ายได้แต่ลูบแก้มและค้อนใส่ซิลเอริคจึงถามขึ้น
“ผมเห็นพี่ชายเดินไปเดินมาวนๆ เวียนๆ เป็ผีไม่มีที่สิงอยู่ในตลาดตั้งนาน เลยอยากรู้ว่าพี่กำลังหาอะไรอยู่เผื่อผมจะมีขาย” คำพูดชวนให้เกิดโทสะทำให้ซิลเอริคนึกอยากจะหยิกแก้มเด็กตรงหน้าอีกครั้งต่างจากเซอร์ไวรอสที่หลุดหัวเราะลั่น ยิ่งทำให้ผู้เป็นายไม่พอใจ
“ข้ากำลังหาของที่ผนึกอสูรปีกหักได้น่ะ” เขาแสร้งทำหน้าไม่รู้เื่ทำเอาอสูรที่ถูกกล่าวหาว่าปีกหักต้องแยกเขี้ยวขึ้นหวังจะงับคอเ้านาย ทว่าอีกฝ่ายกลับไวกว่าเขาคว้าตัวเซอร์ไวรอสมาบีบแน่น ค้างคาวตัวจ๊อยดิ้นพล่านๆ ดวงตาสีแดงจ้องมองเ้าของมือด้วยแววตาอาฆาต
“ของที่ผนึกอสูร? มันก็มีเยอะแยะไม่ใช่เหรอพี่ ถึงที่นี่จะเป็ตลาดในเมืองเริ่มต้นแต่ก็มีของั้แ่ระดับE ถึงB เลยนะ” เขาชี้ให้ดูร้านค้ารอบข้าง โดยมีเ้าค้างคาวตัวแสบพยักหน้าประกอบ
“ถ้าไม่มีอันไหนถูกใจ ข้าก็ไม่ยอมเสียเงินหรอก” เขากลอกตาก่อนจะฉงนกับดวงตาสีฟ้าที่เป็ประกายทันทีที่ได้ยิน
“พี่ชาย! ผมว่าเราเปลี่ยนที่คุยกันเถอะท่าทางเราจะได้คุยกันอีกยาวเลย!” เด็กชายยิ้มร่า เขารีบดึงแขนเสื้อซิลเอริคไปยังร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลนักเขาพูดคุยกับพนักงานเพื่อเปิดห้องอาหารส่วนตัว ก่อนจะเดินตามไปยัง้า
ห้องที่ถูกจัดเตรียมเป็ห้องขนาดเล็กมีเพียงโต๊ะกลมและเก้าอี้ที่อยู่ด้านในด้านนอกสามารถมองเห็นบรรยากาศบนถนนที่ผู้คนสั่งจอง เด็กชายสั่งอาหารและยื่นรายการให้กับซีนเขามองอยู่นานก่อนจะตัดสินใจสั่งเหมือนอีกฝ่าย เมื่อพนักงานเดินออกไปเด็กชายจึงแนะนำตัว
“ผมชื่อฟรอส เป็พ่อค้าด้านอัญมณี” ฟรอสหรือเด็กชายเ้าที่ฉุดกระชากเขาแนะนำตัวออกมา
“ซิลเอริค ยังไม่มีอาชีพ” ซิลเอริคแนะนำตัวเขายังคงมองสำรวจบรรยากาศภายในห้องแล้วจึงหันมามองสำรวจอีกฝ่าย
“พี่ไม่ต้องระแวงผมหรอก ผมแค่อยากจะสร้างอะไรที่มันไม่เคยมีในเกมมาก่อนพอเห็นพี่เดินไปเดินมาอยู่ในตลาดท่าทางเหมือนไม่เจอของถูกใจก็เลยลองถามน่ะแล้วก็เป็อย่างที่ผมคิดจริงๆ ด้วย” ฟรอสยิ้มแป้น คำพูดของเขาทำให้ซิลเอริคเข้าใจได้และเริ่มระบุสิ่งที่้า
“ข้าอยากได้ของที่ไม่ใช่สร้อย แหวน กำไล หรือเครื่องประดับ แต่อยากให้มันเป็อาวุธใช้ในการต่อสู้ได้และมีการออกแบบที่สวยงาม” ซิลเอริคอธิบาย เซอร์ไวรอสจึงเข้าใจได้ทันทีว่าเหตุใดนายของเขาจึงหาของสิ่งนั้นไม่เจอ..เพราะมันไม่มี!
“แต่อาวุธที่จะผนึกอสูรได้มันมีข้อจำกัดนะ เช่นถ้าพี่ชายใช้ดาบเกิดดาบโดนขโมยหลุดมือ หรือหักลง พี่จะสูญเสียสัตว์อสูรไปทันที แถมอัพเกรดหรือเปลี่ยนดาบก็ไม่ได้เพราะงั้นเลยไม่มีคนทำออกมาขายกัน” ฟรอสอธิบาย ทว่าเื่นี้ซิลเอริคกลับรู้อยู่แล้ว
“ดังเ้าว่า ฉะนั้นข้าข้าจึงอยากได้อาวุธที่อยู่ติดตัว แตกหักยาก แล้วก็ใช้สู้ได้” โจทย์ยากที่ได้ยินทำให้ฟรอสต้องคิดหนัก
“อาวุธแบบนั้นมีด้วยเหรอพี่” ฟรอสขมวดคิ้ว ซิลเอริคจึงถอนหายใจ
“หากมีข้าคงไม่ต้องมาทนฟังเ้าค้างคาวนี่บ่นหรอก” ใบหน้าเบื่อหน่ายของทำให้เซอร์ไวรอสที่ไม่สบอารมณ์ มันบินพุ่งตรงไปที่ซีนหมายจะกัดคอขาวทว่ากลับถูกอีกฝ่ายตบกระแทกผนังอย่างไม่ไยดี ทำเอาฟรอสตกตะลึง
“เอาอย่างนี้แล้วกันพี่ชาย ผมว่าไอเดียพี่น่าสนใจแถมยังท้าทายดี ผมอยากลองสร้างไอ้สิ่งที่พี่ว่าดู” ฟรอสตอบรับต่างจากซิลเอริคที่ยังคงไม่เข้าใจ
“เ้าสร้างเป็ด้วยหรือ?” เขาถามเด็กชายจึงลุกขึ้นเอามือทุบอกด้วยความภูมิใจ
“เป็ดิพี่ ผมน่ะระดับอัจฉริยะเลยนะ” ซิลเอริคนิ่งคิด ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็จริงจังทันที
“เท่าไร?”
“ผมคิดถูกๆ ก็ได้ แต่มีข้อแม้นะ” เด็กชายเหยียดยิ้มเ้าเล่ห์
“ว่ามา”
“พี่ต้องเขียนแปลนและพาผมไปหาของพวกนั้นมาด้วย ตกลงไหมครับ?” ฟรอสถาม ข้อเสนอของเขาถือว่าไม่เลวทีเดียวดวงตาสีม่วงเหลือบมองเ้าค้างคาวตัวแสบที่ไหลลงมานอนแบะบนพื้น
“เช่นนั้นก็ย่อมได้ แต่ของเ่าั้มีอะไรที่หายากหรือไม่?” ซิลเอริคถามเพื่อความมั่นใจ
“แค่ผนึกสัตว์อสูรหรือภูตระดับธรรมดาก็ไม่ยากหรอกพี่” ฟรอสขณะตรวจดูภายในกระเป๋าว่าเขามีวัสดุอะไรบ้าง
“แล้วถ้าระดับรัชทายาทล่ะ?” คำถามนี้ทำให้ฟรอสต้องละสายตากลับมามองหน้าอีกฝ่ายเขากระพริบตาปริบๆ มองซิลเอริคอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาลั่น
“ฮ่าๆๆ โอ๊ยพี่ชาย! สัตว์อสูรระดับรัชทายาทน่ะมันหาได้ง่ายๆซะที่ไหนล่ะ ถึงหาเจอแต่ก็ใช่ว่าจะให้มาเป็คู่สัญญาได้ง่ายๆ นะ ฮ่าๆส่วนมากผู้เล่นที่เจอไม่หนีก็สู้เท่านั่นแหละ” ฟรอสหัวเราะลั่นจนลงไปกลิ้งบนเตียงท่าทางของเขาทำให้ซิลเอริคกลับกลายเป็ฝ่ายกระพริบตาด้วยความฉงน
“แค่สัตว์อสูรธรรมดาๆ ก็จับกันยากจะตายแล้วพี่ ระดับสูงอลังอย่างนั้นอย่าไปหวังเลย! ฮ่าๆ” ฟรอสหัวเราะลั่นซิลเอริคจึงเข้าใจเหตุผลทันที
“แล้วต้องใช้อะไรบ้างล่ะ?” ฟรอสะเิเสียงหัวเราะออกมาเมื่ออีกฝ่ายถามย้ำเขาโบกมือปัดๆ ทั้งน้ำตา
“ฮ่าๆ ไม่ไหวหรอกพี่ ไว้พี่มีสัตว์อสูรระดับนั้นแล้วผมจะบอกให้ล่ะกัน ฮ่าๆๆ” ฟรอสยังคงขำต่อไปซีนจึงถอนหายใจแล้วกลอกตามองบน
“แล้วถ้าข้ามีล่ะเ้าจะทำให้ข้าฟรีๆ เลยไหม?” เขาหยั่งเชิง
“โอ๊ยย~! ถ้าพี่มีสัตว์อสูรระดับนั้นนะผมทำให้ฟรีเลยเอ๊า” เมื่ออีกฝ่ายหลุดรับปากออกมา ซิลเอริคจึงฉีกยิ้มเ้าเล่ห์
“มีวิธีอะไรบ้างที่จะพิสูจน์ว่าเป็สัตว์อสูรระดับไหน?”
“ก็มีสองอย่าง หนึ่งคือรู้จากระบบเวลาแจ้งเตือนเมื่อโดนสัตว์อสูรโจมตี สองคือเปิดหน้าสเตตัสให้ผมดู” ฟรอสอธิบาย ซิลเอริคจึงให้สัญญาณมือกับเซอร์ไวรอส
‘ผู้เล่นฟรอสเฟริส ถูกโจมตีจากรัชทายาทแห่งอสูรค้างคาวเืLv.56 ภายใต้การดูแลของผู้เล่นซิลเอริค ’
”!!” ฟรอสหันขวับอย่างตื่นตระหนก ภาพที่ของเซอร์ไวรอสที่พุ่งเข้าใส่ด้วยร่างมนุษย์พร้อมกับกงเล็บแหลมคมทำเอาเขาแทบร้องลั่น โดยเฉพาะเมื่อกงเล็บดำพุ่งเฉียดหน้าไปเพียงคืบหนึ่ง แม้จะไม่โดยโจมตีโดยตรงแต่แรงลมที่เกิดขึ้นกลับกรีดลงบนใบหน้าของเด็กชายร่างเล็กลุกพรวดออกจากเก้าอี้ก่อนจะเสียหลักและทรุดลงไปบนพื้นด้วยอาการเข่าอ่อนั์ตาสีฟ้าเบิกกว้างพร้อมจ้องมองหน้าเซอร์ไวรอสราวกับไม่อยากเชื่อ
“แล้ว... ถ้าเป็ระดับรัชทายาทต้องใช้อะไรบ้าง?”
ทางด้านซีโร่ที่กำลังยกกระดกยาเืและยาฟื้นฟูกระดกเข้าปากทุกอย่างเป็ไปตามที่ซิลเอริคคาดไว้หลังปะทะกับโซล ซีโร่ถูกโจมตีจนหมอบกลายเป็ภาระให้ดาวเหนือต้องส่งขวดยาเรื่อยๆ
“เฮ้อ~ อย่างที่ซิลเอริคว่าเลยจริงๆ แหะ ว่าแต่ทำไมนายไม่ไปต่อยกันโลกจริงล่ะตีกันแบบนี้กินยาแปปเดียวก็หายแล้ว” ดาวเหนือถามขณะจ้องมองผิวขาวที่เต็มไปด้วยรอยแผลของอีกฝ่ายที่กำลังฟื้นฟู
“เฮอะ! ถ้าสู้กันโลกจริงมีหวังท่านพี่ต้องห้ามแน่” ซีโร่สถบขณะรับยามาจากดาวเหนือ
“พี่?!” ดาวเหนือทวนคำจนเสียงแทบหลง
“เออ!”
“นี่นายมีพี่น้องกี่คนวะ!?” คำถามของดาวเหนือทำให้ซีโร่ขมวดคิ้วไม่ชอบใจนัก
“แล้วเ้าจะรู้ไปทำพระแสงอะไร”
“ก็เดี๋ยวนี้ครอบครัวที่มีลูกสามหายากจะตาย ฉันเห็นพวกนายมีกันตั้งสามคนเลยไม่คิดว่าจะมีพี่อยู่อีก” ดาวเหนือตอบตามจริง ทำให้ซีโร่ได้ข้อมูลเกี่ยวกับมนุษย์เพิ่มขึ้นมาในหัว
“พวกข้ามีกันห้าคน ท่านพี่ใหญ่คือพี่เซสมหาโหด ท่านพี่รองคือพี่ซามิเอลที่ไม่รู้เป็ตายร้ายดีอย่างไรตามด้วยพวกข้าที่เป็แฝดสาม โซลเป็คนโต ข้าคนกลาง ส่วนซีนเป็คนเล็ก” ซีโร่ย่นจมูกอย่างไม่ชอบใจที่นึกถึงหน้าของ เซสเซียรัสเดอร์ ซินทีเรีย พี่ชายคนโตที่อายุห่างจากเขากว่าสองร้อยปีก่อนจะถอนหายใจใบหน้าของพี่รองหรือ ซามิเอล เดอร์ซินทีเรียจะปรากฏขึ้นในหัว ปัจจุบันพี่รองของพวกเขาหายสาบสูญไปร่วมหกสิบปีไม่ว่าพวกเขาจะตามหาเท่าไรก็ไร้ข่าวคราวเป็ตายร้ายดียังไงไม่มีใครรู้
“ค..ครอบครัวนายนี่ใหญ่ดีนะ” ดาวเหนืออ้าปากค้างเขาไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นครอบครัวใหญ่อย่างนี้อีก
“คงงั้น..แต่ท่านพี่ใหญ่กับท่านพี่รองน่ะคนละแม่กับพวกข้า” เขาลุกขึ้นมาหลังแผลหายดี ก่อนจะเหลือบมองดาวเหนือ
คงบอกไม่ได้ว่าแม่ของท่านพี่ทั้งสองเป็แวมไพร์เช่นเดียวกับท่านพ่อต่างจากแม่ของพวกเขาที่เป็ซัคคิวบัส
“อ้าว?! แล้วพวกนายไม่ตีกันตายเลยเรอะ?” ดาวเหนือใตะลึงก่อนจะถามต่อ
“ก็ไม่ ที่ตีกันก็คงมีแต่ข้ากับโซลนั่นแหละ ทุกครั้งที่ตีกันท่านพี่เซสก็จะมาซัดพวกข้าให้หมอบทั้งคู่เป็การห้ามส่วนซีนน่ะสนิทกับท่านพี่ซามิเอลจนตัวแทบติดกันชนิดที่พวกข้ายังสงสัยว่ามันเป็แฝดใครแน่” ซีโร่เริ่มบ่น เขาเหยียดตัวไปมาอย่างเมื่อยล้า
โชคดีที่ดาวเหนือไม่ได้ถามถึงเหตุผลที่พวกเขามีสองมารดามันไม่ใช่เื่ที่มนุษย์ควรล่วงรู้ การตั้งครรภ์ของเผ่าปีศาจ ทารกในครรภ์จะดูดซึมพลังเวทของมารดาส่วนหนึ่งเพื่อเติบโตโดยปกติแล้ว่เวลาหลังคลอดของหญิงปีศาจมักจะเป็เวลาที่พวกนางอ่อนแอที่สุดแต่ก็มิเคยมีใครเสียชีวิตในวันให้กำเนิดลูกน้อยเลย ..ยกเว้นกรณีของฝาแฝด โดยส่วนมากเมื่อรู้ว่าท้องแฝดพ่อแม่ก็มักจะฆ่าเด็กในครรภ์ทิ้งเพื่อไม่ให้เอาชีวิตผู้เป็มารดาไปแต่แม่ของพวกเขากลับไม่ยินยอม นางยอมแลกชีวิตตนเพื่อให้พวกเขาทั้งสามได้เชยชมความงดงามของชีวิตด้วยเหตุผลนั้นของท่านทำให้พ่อของพวกเขาทำใจยอมรับได้ เพียงแต่มีเื่หนึ่งที่เขาไม่เคยเข้าใจ..นั่นคือการตายของภรรยาคนแรกสตรีสูงศักดิ์ผู้พลังเวทมหาศาลมารดาของเซสเซียรัสและซามิเอลที่สิ้นใจลงขณะให้กำเนิดบุตรชายคนที่สอง
“ดีจังนะ ฉันกับพี่ชายต่างแม่นี่แทบจะฆ่ากันตายทุกวัน” ดาวเหนือบ่นเมื่อนึกถึงพี่ชายตน
“ก็ไม่ค่อยดีนักหรอก เพราะท่านพี่เซสน่ะโหดอลังชนิดที่พวกข้าสองคนเทียบไม่ติด” ซีโร่เริ่มบ่นตาม ก่อนเสียงแจ้งเตือนจะดังขึ้น
ปี๊ด----ปิ๊ด----
‘เกมได้รับการรบกวนจากภายนอก จะทำการล็อกเอาท์อัตโนมัติภายในเวลาสองชั่วโมงในเกม’
เมื่อได้ยินดังนั้นใบหน้าของซีโร่จึงซีดขาวราวกับกระดาษ
“..ซวยแล้ว..พูดถึงก็มาเลย..”