ณัฐวลัญช์ หงษ์สุวรรณ หรือที่ทุกคนเรียกันสั้นๆ ว่า ‘ลัน’ จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบิน ที่เธอโดยสารไปยังประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อไปทำงานชดใช้หนี้ ตามคำสั่งของกันยาและเอกชัย ผู้ที่มีพระคุณชุบเลี้ยงเธอมาั้แ่เกิด แทนบิดามารดาของเธอที่เสียชีวิตไปโดยอุบัติเหตุทางรถยนต์
ถึงณัฐวลัญช์จะไม่อยากไป แต่ก็น้ำท่วมปากพูดออกมาไม่ได้ เพราะขนาดทุกวันนี้คนทั้งสอง ก็ยังพูดกรอกหูลำเลิกบุญคุณที่ได้ส่งเสียเลี้ยงดูมาอยู่ปาวๆๆ และอีกอย่างเธอก็ไม่ใช่คนเนรคุณคุณ ดังนั้นเธอจึงจำต้องทำตามอย่างเสียไม่ได้
‘เอาน่าลัน!! อย่าคิดอะไรมากเลย อีกไม่นานหรอกน่า ลุงกับป้าก็คงหาเงินมาใช้หนี้เขาหมด’ ณัฐวลัญช์พูดปลอบใจตัวเองอยู่ภายในใจ
ในการเดินทางประเทศเนเธอร์แลนด์ในครั้งนี้ ณัฐวลัญช์โดยสารเครื่องบินที่ถูกที่สุด โดยต้องหยุดรอเปลี่ยนเครื่องบินด้วยที่อีกประเทศหนึ่งด้วย ซึ่งได้ใช้เวลาในการเดินทางประมาณเกือบๆ ยี่สิบเจ็ดชั่วโมงเห็นจะได้ถึงจะไปถึงจุดหมายปลายทาง นั้นก็ทำเอาร่างบางณัฐวลัญช์เหนื่อยล้ากับการเดินทางเอามากๆ
ณัฐวลัญช์ลงจากเครื่องบิน เดินเข้ามาภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้า ซึ่งดีอย่างคือเธอเอาของใช้เสื้อผ้าติดตัวมา เฉพาะที่จำเป็เท่านั้น จึงไม่ได้มีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่ต้องโหลดลงใต้ท้องเครื่องบิน เธอสามารถนำกระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่องบินได้ ดังนั้นเธอจึงไม่ต้องเสียเวลาที่จะรอรับกระเป๋าเดินทางเหมือนคนอื่นๆ
ณัฐวลัญช์ไม่เคยออกนอกประเทศเลยสักครั้ง มีครั้งนี้นี่แหละเป็ครั้งแรกในชีวิตของเธอ ซึ่งถ้าถามเื่ภาษาอังกฤษนะเหรอ ก็พอฟังพูดอ่านเขียนได้แบบงูๆ ปลาๆ แต่ดีหน่อยที่ว่าเ้าหนี้ของลุงกับป้าของเธอเป็ลูกครึ่งไทยเนเธอร์แลนด์ ก็ทำให้เธอใจชื้นขึ้นมาได้ ว่าพอจะพูดคุยกับเขาเป็ภาษาไทยได้บ้างไม่มากก็น้อย
“สวัสดีค่ะ ฉันคือณัฐวลัญช์ หงษ์สุวรรณ ตามป้ายค่ะ”
ณัฐวลัญช์เหลียวมองหาป้ายชื่อที่ผู้มารอรับชูแสดงให้เห็น เธอก็คลี่ยิ้มออกมาหน่อยๆ เมื่อเห็นชื่อของตนเอง จึงเดินเข้าไปหาชายฝรั่งสูงวัย แล้วทักทายเป็ภาษาอังกฤษงูๆ ปลาๆ นั่นแหละ เพื่อบอกกล่าวให้คนที่ชูป้ายชื่ออยู่นั้นได้รับรู้ว่าเป็เธอ
ชายฝรั่งสูงวัยคลี่ยิ้มออกเล็กน้อย พยักหน้าตอบรับอย่างเข้าใจ
“สวัสดีครับ เชิญตามไปขึ้นรถครับ”
เอ็ดมันกล่าวทักทายณัฐวลัญช์กลับ พร้อมกับเชื้อเชิญให้เดินตามไปยังลานจอดรถของสนามบิน ณัฐวลัญช์ก็เดินตามไปอย่างว่าง่าย
และในการเดินทางไปยังสถานที่ ที่เธอจะต้องอยู่อาศัยเพื่อชดใช้หนี้ให้กับเ้าหนี้ของลุงกับป้า ซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็ฟาร์มเลี้ยงสัตว์และทำเกษตรกรรมเพื่อส่งออกขายไปทั่วโลก ในระหว่างนั่งรถเธอกับคนที่มารับเธอก็ต่างพากันนิ่งเงียบ จนกระทั่งไปถึงจุดหมายปลายทาง ที่ไม่ได้พูดคุยกัน ก็เพราะณัฐวลัญช์ไม่ค่อยเข้าใจภาษาอังกฤษสักเท่าไร จึงคิดว่าการนั่งเงียบคือสิ่งที่ดีที่สุด
“รออยู่ที่นี่ก่อนนะครับ เดี๋ยวนายท่านมาพบ”
เมื่อเอ็ดมันพาณัฐวลัญช์เดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ และมาหยุดอยู่ที่ห้องรับแขก เอ็ดมันก็กล่าวช้าให้ณัฐวลัญช์เข้าใจ ซึ่งเธอก็เข้าใจ และนั่งรอคนที่จะมาพอเธอในเวลาต่อมาอยู่ที่โซฟาอย่างใจจดใจจ่อ เพราะไม่รู้ว่าเขาจะเป็ยังไง จะดีหรือจะร้าย เธอไม่มีข้อมูลเบื้องต้นอะไรเกี่ยวกับเ้าหนี้คนนี้เลย