เด็กน้อยฟังคำถามของเหล่าบอดี้การ์ดเ่าั้แล้ว เขาเกิดความสงสารเพื่อนของเขาขึ้นมาทันที
“ครับ ผมทราบดีครับ แต่ผมสงสารคุณทอมเขาไม่มีเพื่อนเลยครับ” แดนบอกบอร์ดี้การ์ดวัยกลายคนคนนั้นไป ทำเอาบอดี้การ์ดคนนั้นชะงักไปเหมือนกัน แต่ทำอย่างไรได้ นี่เป็คำสั่งของคุณพ่อของคุณทอมเอง เขาเป็แค่คนรับใช้ จะขัดคำส่ั่งได้อย่างไร
“เื่นั้น ไม่ใช่หน้าที่ของเธอ คุณแดน นายท่านได้เตรียมการแก้ไขไว้แล้ว ปล่อยให้เป็หน้าที่ของพ่อลูกเขาได้แก้ไข เธอคงทำอะไรไม่ได้หรอก เชื่อชั้นสิ เธออยู่ห่าง ๆ เขาจะดีกว่านะ อย่าให้ชั้นต้องทำอะไรที่ไม่อยากทำเลย” ลูกน้องคนนั้นให้เหตุผลกับเด็กชายที่ยืนอยู่
เด็กชายได้แต่ยืนนิ่งๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรและไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรเช่นกัน แดนจึงได้แต่นิ่ง หันไปมองเพื่อนของเขาที่โดนคุมตัวเหมือนนักโทษ
บอดี้การ์ดคนนั้นยังไม่จบแค่นั้น เขายังยืนนิ่ง มองหน้าแดนก่อนจะพูดต่อ
“เธอรับปากชั้นสิว่าจะไม่มาเจอคุณชายอีก อย่าให้ชั้นต้องลำบากใจเลยนะ ชั้นไม่อยากทำอะไรที่มันไม่ค่อยดี เธอคงไม่อยากให้เป็อย่างนั้น ใช่มั้ย?” ลูกน้องให้เหตุผลเชิงบังคับซึ่งแดนเองก็เข้าใจ
“ครับ ผมจะไม่มาอีก ผมไปก่อนนะครับ” เด็กชายรับปากและเดินออกมาจากที่นั้นไป
ในใจเขาเป็ห่วงเพื่อนเหลือเกิน นอกจากทอมแล้ว เขาก็ไม่มีเพื่อนคนอื่นอีกเช่นกัน แต่เขายังดีกว่าตรงที่พ่อของแดนไม่ได้กักขังเขา เขาจะไปไหน ทำอะไร ถ้าไม่ได้เสี่ยงหรือจะเกิดอันตรายแล้ว เขาสามารถทำได้เลย มีบางเื่เท่านั้นที่เขาต้องขออนุญาติพ่อเขาเสียก่อนถึงทำได้ แดนเองจึงรู้สึกว่าไม่ได้โดนกักขังอะไร
เด็กน้อยเดินเข้าห้องมา นั่งอยู่ที่โซฟาในห้องนอนของเขา เขายังคงเป็กังวลเื่เพื่อนเขาอยู่มาก แดนสงสารทอมจริง ๆ ต้องอยู่ในกฏระเบียงทุกอย่าง ชีวิตทอมไม่มีอิสระเลยไม่เหมือนเขาที่อยากจะทำอะไรก็ได้ทำ เขานอนคิดเพลินๆเสียงเปิดประตูเข้ามา
“เป็อะไรไปลูก” เสียงของดอกเตอร์ วี พ่อของเขาซึ่งเป็ถึงผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับมดที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของโลกถามขึ้นมา
“ผมสงสารทอมเขาครับ ชีวิตเขาน่าสงสารมากเลยครับ” แดนพูดกับดอกเตอร์ซึ่งเป็บิดาของตัวเขา
“ดีแล้วลูก เกิดเป็คนต้องมีเมตตา ทุกสรรพสัตว์ต้องอยู่ร่วมกันอย่างสันติ”พ่อเขาสอนลูกไว้อย่างนั้นทุกครั้ง ทุกครั้งที่ลูกเขาจะทำร้ายสัตว์ เขาจะห้ามและสอนให้รู้จักใช้ชีวิตร่วมกัน สัตว์ก็รักชีวิตตนเองทั้งนั้น พวกเขาไม่เคยทำร้ายใครก่อน เพียงแต่พวกเราเท่านั้นที่มุ่งกอบโกย หาผลประโยชน์จนไปกระทบต่อชีวิตความเป็อยู่ของสัตว์จนทำให้เขาต้องเดือนร้อนอยู่ร่ำไป
“ครับพ่อ ผมจะจำคำพ่อไว้ครับ”เด็กชายรับคำพ่อเขา
“ดีแล้ว นอนได้แล้วครับ พ่อก็จะพักผ่อนบ้างแล้ว ล้ามาทั้งวัน” พูจบ ดอกเตอร์ก็ทำหน้าที่คุณพ่ออย่างดี จัดที่หลับที่นอน หมอน ผ้าห่ม ทำให้เด็กน้อยรู้สึกดี ยิ้มตลอดเลย
“ราตรีสวัสดิ์ครับพ่อ” เด็กน้อยพูดก่อนที่พ่อเขาจะออกไป
“ครับ ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีนะลูก” พ่อเขาก็อวยพรเช่นกัน
เมื่อพ่อเขาเดินออกไปแล้ว เด็กชายก็ยังได้แต่เดินครุ่นคิดและสงสารทอมเพื่อนรักของเขามาก ทอมเกิดมาในครอบครัวคนร่ำรวยมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศนี้ พ่อรักและหวงมากที่สุด การที่ทอมจะมาคบกับเขาซึ่งเป็เด็กที่ไม่มีอนาคตอะไร ถึงพ่อเขาจะเป็ดอกเตอร์ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร มีฐานะปานกลาง และวันนี้ก็ได้เห็นแล้วว่า แดนเองไม่สามารถปกป้องทอมจากเหตุการณ์ร้ายๆได้ เด็กชายจึงยอมจำนนและรับปากไปว่าจะไม่ข้องเกี่ยวกับทอมอีกต่อไป
“ดอกเตอร์ครับ ผลงานท่านเป็อย่างไร ผมได้ข่าวดีมา”ท่านประพันธ์กล่าวอย่างยินดี วันนี้ก็เป็อีกวันที่เขามาเดินตรวจงาน อยากทราบความคืบหน้าต่าง ๆ ของการทดลอง เขาเสียเงินไปแล้ว มันต้องได้อะไรกลับมาบ้างสิ
“มาดูผลงานกันครับ”ดอกเตอร์วีพูดอย่างตื่นเต้นเช่นกัน วันนี้ ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ทั้งดอกเตอร์วี ผู้เชี่ยวชาญเื่มด ดอกเตอร์จัสติน เป็ดอกเตอร์สาวสวยประจำแล๊ปนี้เพียงคนเดียว รวมทั้งท่านประธาน นายประพันธ์ ผู้ก่อตั้งและสนับสนุนทุกเื่ในการทดลองนี้
“นั่นตู้อะไรครับคุณจัสติน” ท่านประธานยังสงสัยไม่เลิก วันนี้เขาทำตัวเหมือนคนดี มีความรัก เมตตาพ่อทุกสรรพสัตว์บนโลกนี้ แต่ความจริงไม่ใช่เลย
“คงไม่ใช่ตู้ธรรมดาแน่ ใช่มั้ย?” ท่านยังซักต่อ ทำท่าทางสนใจมาก ๆ
“ใช่ค่ะ ท่านเห็นแล้วจะอึ้งนะ” คุณดอกเตอร์สาวพูดอวด
“ขอให้เป็เช่นนั้นเถอะ ไม่งั้นงานนี้ผมเจ๊งแน่ คุณกับผมอาจต้องขายบ้านใช้หนี้เขานะเพราะผมเองได้ลงทุนไปมาก” ท่านประธานเ้าเล่ห์ อยากจะรู้เต็มที่แล้วว่ามันเป็อะไร เอาไปใช้อะไรได้บ้าง
“แต่นั่น...อะไร สีเหลืองคล้ายน้ำตาล ดอกเตอร์” ท่านประธานช่างสังเกตจริงๆ
“ให้ทายค่ะ ทายผิดต้องขึ้นเงินเดือนให้ชั้นนะ ฮ่าๆ”ดอกเตอร์ยังคงพูดเล่นไม่หยุด
“คงไม่ใช่น้ำตาลแปลงร่างนะ ท่านวี” นายประพันธ์พูดพลางหันไปทางดอกเตอร์วีที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง
“เก่งมากครับท่านประธาน มันคือน้ำตาลมหัศจรรย์ ลองกินสักก้อนมั้ยล่ะครับ ฮ่าๆ”ดอกเตอร์วี พูดไปแกล้งท่านประธานไปด้วยอย่างสนุกสนาน
“ไม่ล่ะครับ ผมอยู่แบบนี้ของผมดีแล้ว ยังไม่อยากไปอยู่ใต้ดิน”พูดจบ ท่านประธานหันมาทางดอกเตอร์ทั้งสอง แล้วพูดว่า
“ผมพร้อมแล้วที่จะพลิกโลกแห่งการวิวัฒน์”
ท่านประธานพูดยิ้ม ๆ เตรียมรับข้อมูลหรือความก้าวหน้าในการทดลองอย่างเต็มที่ แต่วันนี้เขารู้สึกผิดหวังเป็อย่างมากเพราะมาเจอแค่ก้อนน้ำตาลธรรมดาเท่านั้นเอง
“ผมไม่เห็นจะเกิดอะไรขึ้น นี่ผมสายตาไม่ดีหรืออย่างไร ดอกเตอร์? มันก็คือก้อนน้ำตาลธรรมดานี่เอง ” คุณประพันธ์ ท่านประธานถามเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่ยืนเต็มห้องทดลอง
“ดิชั้นตายังดีอยู่ค่ะท่าน ท่านประธานไม่รู้อะไรซะแล้ว น้ำตาลนี้จะให้ผลเมื่อเจอกันกับเครื่องมืออีกอันหนึ่งค่ะ”ดอกเตอร์จัสตินอธิบายไปยิ้มไป
“พวกคุณกำลังปิดบังอะไรผมอยู่ รีบบอกมาไว ๆ เร็วๆเข้าสิ ผมรอไม่ไหวแล้ว” ท่านประธานตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด
"ได้เลยครับท่าน จัดให้ตามคำขอ" ดอกเตอร์วีขยับตัวไปที่เครื่องมือชิ้นหนึ่ง
ดอกเตอร์วี ได้หันไปกดปุ่มปุ่มหนึ่ง ทันใดนั้น
ครื๊ด ๆ
เสียงอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่เลื่อนออกมาปรากฏแก่สายตาท่านประธาน ท่านเองจ้องมองอย่างใจจดใจจ่อ แต่ก็ต้องผิดหวังอย่างจัง
“ถุงมือทานอสหรือ? ไม่ก้อถุงมือกายสิทธิ์ เอามาขยี้มดหรือท่านดอกเตอร์ทั้งหลาย” ท่านประธานทำท่าผิดหวังหลังจากเห็นอุปกรณ์อันแสนธรรมดา ที่ดูจะพิเศษก็แค่เพียงมีสีสันแปลกตาเท่านั้นเอง
“เพียงแค่ท่านเอามาใส่ก็สามารถทำลายมดได้ทีละร้อยตัว” ดอกเตอร์สาวยังล้อท่านเล่นอยู่
“นี่คุณจัสติน ผมมาคราวที่แล้วผมก็เห็นถุงมือนี้แล้วนี่ มาวันนี้ คุณจะบอกว่าเป็ผลงานใหม่ได้อย่างไร” ท่านทำตาดุใส่เธอ
“อย่าดูถูกถุงมือนี้ครับท่าน”ดอกเตอร์วีพูดพร้อมกับหยิบถุงมือออกมาถือไว้ในมือ
“ถุงมือทำด้วยวัสดุพิเศษ ปรับเข้าได้กับทุกขนาดมือ แต่ละนิ้วจะมีดีเอ็นเอของทุกสายพันธุ์ที่สำคัญ ที่มีความพิเศษที่พวกเราได้คัดเลือกมาแล้ว จะใช้ดีเอ็นเอสายพันธุ์เดียวหรือหลายพันธุ์ในการทดลองก้อได้ครับ” ดอกเตอร์พูดอธิบาย
“ไอ้ถุงมือเนี๊ยะ ผมเห็น แต่ความพิเศษ ผมไม่เห็นอะไรเลย ท่านทั้งหลายคงไม่ทำให้ผมผิดหวังนะ อย่ามั่วอ้อยอิ่งอยู่ท่าน ทำให้ผมว้าวสักที” ท่านประธานใจร้อนตามประสาเศรษฐีหมื่นล้านที่ยอมลงทุนงานวิจัยแต่เหมือนรู้สึกว่างานวิจัยจะไม่เข้าตาตนเอง
“รอดูความมหัศจรรย์ ณ บัดนาว” ดอกเตอร์วีพูดไปยิ้มไป