หลังจากที่กำจัดอสูรนักโทษกลุ่มแรกเสร็จสิ้น ลั่วอู่หลินให้ทั้งตงฟางหลงและเทียนหลินเก็บกระดูกมายาและร่างของพวกมันในทันที เนื่องจากชายหนุ่มไม่อยากปล่อยทั้งเอาไว้ให้สูญเปล่า อีกทั้งมันยังสามารถทำประโยชน์ได้อย่างมากมาย
หลังจากนั้นลั่วอู่หลินก็เริ่มทำลายอสูรนักโทษอีกหลายต่อหลายกลุ่มด้วยกัน ไม่นานพวกเขาทั้งสามคนก็กลายเป็นที่ครั่นคร้ามของเหล่าอสูรนักโทษทั้งหลาย ถึงขนาดที่ว่าพบคนสวมชุดคลุมดำเมื่อไรเป็นต้องระแวงทุกครั้งไปเลยทีเดียว
ลั่วอู่หลินยังคงออกล่าต่อไปอีกห้าเดือน ในตอนนี้เขาสามารถประกอบชิ้นส่วนกระดูกมายาได้แล้วสามสิบชุดด้วยกัน หากถามว่าทำไมห้าเดือนมานี้ถึงได้เยอะนัก นั่นเป็นเพราะอสูรนักโทษจับกลุ่มกันดังนั้นเขาจึงล่ามันได้ในคราเดียว ไม่ต้องออกเดินทางเพื่อตามหาให้มากความ
ในตอนนี้ชายหนุ่มยืนอยู่บนเทือกเขาสูงมองไปยังท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ ในใจรู้สึกคิดถึงครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง
"นี่ก็ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว สมควรที่ข้าจะกลับไปหาท่านพ่อท่านแม่ได้แล้วกระมัง"ลั่วอู่หลินเอ่ยปากบ่นพึมพำ ทว่าดูเหมือนจะไม่ง่ายเหมือนที่เขาคิดเอาไว้
บนท้องฟ้าสุดลูกหูลูกตาปรากฏอสูรจำนวนเกือบห้าร้อยตัวบินเข้ามาใกล้ ลั่วอู่หลินเพ็งมองดูแล้วก็อดที่จะยกยิ้มไม่ได้ เขาคิดจะหยุดการล่าแล้วกำลังจะกลับบ้านแล้วแท้ๆ แต่พวกอสูรนักโทษเหล่านี้กลับพาตัวเองมาตายถึงที่นี่ อีกทั้งยังมีตระกูลเทพอสูรทั้งแปดตระกูลคอยเฝ้าสังเกตุการณ์อยู่ในที่ไกลๆ
อสูรนักโทษห้าร้อยตนนี้จัดเป็นระดับเทพสามร้อยตน ระดับเทพสงครามหนึ่งร้อยตน ระดับเทพราชันแปดสิบตน และระดับเทพจักรพรรดิอีกยี่สิบตน เมื่อลั่วอู่หลินกวาดจิตสัมผัสตรวจสอบปรากฏว่านี่คืออสูรทั้งโทษทั้งหมดที่เหลือรอดอยู่ในตอนนี้
ชายหนุ่มก้าวเดินไปอยู่ริมหน้าผาในทันที น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของเขาก็ดังออกมา "อยู่เฉยๆไปก็ดีอยู่แล้ว ไฉนพวกเจ้าถึงได้รนหาที่ตายกันนัก นี่คิดจริงๆหรือมาเอาจำนวนมาข่มแล้วข้าจะหวั่นเกรงพวกเจ้า!"
"เหอะ นั่นเพราะเจ้ากดดันพวกเราก่อนหรืออย่างไร เจ้าออกล่าพวกข้าไปเกินครึ่งแล้ว อีกไม่นานก็ต้องถึงคราวพวกเราอยู่ดี วันนี้พวกเราจึงรวมตัวกันเพื่อฆ่าเจ้าโดยเฉพาะ ดังนั้นจงมารับความตายซะ"
อสูรรูปแบบวานรระดับเทพจักรพรรดิก้าวออกมาแล้วชี้นิ้วไปที่ลั่วอู่หลินพลางกล่าวราวกับตนเองเป็นฝ่ายโดนกระทำ
ลั่วอู่หลินยกยิ้มเย้ยหยัน "ช่างน่าขันเสียจริง ในตอนที่พวกเจ้าทำลายเผ่าพันธุ์อื่นกลับหัวเราะชอบใจ พอมาถึงตอนนี้โดนล่าบ้างกลับพากันร้อนรน ได้! เช่นนั้นข้าจะแสดงให้เห็นว่าความชอบธรรมที่พวกเจ้าควรได้รับคืออะไร"
ชายหนุ่มกล่าว จากนั้นร่างกายก็พลันแปรเปลี่ยนไป ต่อมามีแสงสีทองเรื่องรองปรากฏขึ้นราวกับเทพเทวาลงมาจุติอย่างไรอย่างนั้น ร่างมนุษย์ในชุดคลุมดำของลั่วอู่หลินหายไปโดยพลันแต่กลับปรากฏร่างมังกรสีทองอร่ามขนาดมหึมาเข้ามาแทนที่ ความยิ่งใหญ่นี้ทำเอาร่างกายของเทพอสูรทุกตนพากันสั่นสะท้านอย่างช่วยไม่ได้
เมื่อชายหนุ่มคืนสู่ร่างเทพมังกรทองทักษะบัญชามังกรก็ถูกปลดปล่อยออกมาในทันใด อสูรมังกรและอสรพิษทุกตนสายเลือดเดือดพล่านราวกับได้เจอบรรพบุรุษอย่างไรอย่างนั้น
"นะ นี่มันอะไรกัน ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าตัวเองช่างเล็กจ่อยเช่นนี้เมื่อเทียบกับมังกรตนนี้"ผู้เฒ่าตระกูลมังกรแสงระดับเทพจักรพรรดิกล่าวอย่างสั่นสะท้าน เขาเพียงคิดจะมาสังเกตุการณ์เท่านั้นแต่ไม่คิดว่าจะพบเจอเรื่องที่น่าเหลือเชื่อขนาดนี้
ในขณะเดียวกันลั่วอู่หลินก็ไม่อาจที่จะรอช้าอีกต่อไป ดวงตาสีทองของเทพมังกรมองเหล่าอสูรนักโทษพวกนั้นราวกับมองมดแมลง จากนั้นแสงสีทองก็เริ่มก่อตัวขึ้นบริเวณปากของเทพมังกรจนทำให้มิติบริเวณนั้นเริ่มบิดเบี้ยว
เหล่าเทพอสูรทั้งหลายที่เห็นก็พากันสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวจับใจ อสูรวานรระดับเทพจักรพรรดิเมื่อเห็นภาพนี้ถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มันไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบบินหนีออกไป ไม่ใช่เพียงตัวมันเท่านั้นแต่เหล่าอสูรนักโทษทุกตนก็ไม่ต่างกันพวกมันพยายามที่จะเปิดมิติเพื่อหลบหนี
แต่ทว่าก็ไม่ทันเสียแล้ว ลมหายใจของเทพมังกรได้ถูกปลดปล่อยออกมา ลั่วอู่หลินกวาดทำลายล้างทุกสรรพสิ่งโดยรอบจนสิ้นซากแม้แต่มิติยังต้องแตกร้าวเมื่อพบเจอกับพลังนี้
ลำแสงสีทองคงอยู่หลายสิบลมหายใจ อสูรระดับเทพสวรรค์ เทพสงคราม และเทพราชันพากันตายตกเหลือเพียงระดับเทพจักรพรรดิเท่านั้นที่แม้จะไม่ตายแต่สภาพก็เรียกได้ว่าสบักสบอมไม่เเพ้กัน
เทพมังกรไม่รอช้าทำการรวบรวมพลังลมหายใจเทพมังกรใหม่อีกครั้ง ซึ่งไม่นานมันก็ถูกปลดปล่อยออกไป
"ไม่!!"
เหล่าอสูรระดับเทพจักรพรรดิอุทานด้วยความสิ้นหวัง ในเวลาต่อมาก็ถูกลำแสงนั้นกลืนหายไป ลั่วอู่หลินกลับคืนร่างมนุษย์ในทันใด เขาดึงเอากระดูกมายาทั้งห้าร้อยชิ้นมาเก็บเอาไว้และเปิดมิติจากไปในทันที โดยที่ไม่สนใจเหล่าแปดตระกูลเทพอสูรแม้แต่น้อย เพราะพวกมันไม่ใช่เป้าหมายของเขาตั้งแต่แรก
"สะ สองการโจมตี เทพอสูรห้าร้อยตนสิ้นซาก!!"
ทั้งแปดตระกูลเทพอสูรต่างพูดออกมาในแนวๆเดียวกัน มังกรตัวเมื่อครู่มาจากไหน เหตุใดถึงได้ทำเรื่องที่มันอหังการเช่นนี้ ความแข็งแกร่งจากการโจมตีทั้งสองหนนั้น ทำให้ทั้งแปดตระกูลสามารถคาดเดาได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นระดับมหาเทพอย่างแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย
และตบะระดับมหาเทพนี้เอง มันเทียบเท่ากับผู้นำของทั้งแปดตระกูลของพวกเขาเลยก็ว่าได้ การปรากฏตัวของผู้แข็งแกร่งขนาดนี้จะไม่ให้พวกเขาตื่นตระหนกได้อย่างไร
เหล่าผู้เฒ่าและสมาชิกของทั้งสิบตระกูลพากันตื่นตระหนกและแยกย้ายกันกลับตระกูลไป เรื่องนี้สมควรต้องรายงานให้ถึงหูของผู้นำตระกูลของพวกเขาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆอย่างที่คิดเสียแล้ว