“อาวเรามาเจอใครกันเนี่ย บังเอิญเสียจริงๆ ออร์คฮีโร่ฟาคาร์นี่เองออร์คอะไรอยากเป็ฮีโร่ น่าขำชะมัด” เป็เสียงยียวนกวนโมโหของออร์ควัยฉกรรจ์ร่างใหญ่ที่ยืนจังก้ายืดอกขยายตัวใหญ่ยักพร้อมพรรคพวกออร์คอีกสองอยู่เื้ัพยายามยืนขวางทางเดินคับแคบของอพาร์ทเมนท์ซอมซ่อเหย้าเรือนที่ทั้งหมดทั้งรักและชัง
ฟาคาร์ถอนหายใจนึกเบื่อหน่ายกับสิ่งที่เจอมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง
“อย่างที่ท่านบัคพูดเลยครับลูกครึ่งออร์คประหลาดอย่างแก เขาไม่รับเข้าเป็ฮีโร่หรอก มันไม่ใช่อะ มันไม่ใช่”ออร์คร่างตันเตี้ยเสริม
“นั่นสิท่านบัคกับบ๊อบอุตส่าห์พาบิลผู้นี้มาเจอของหายาก ถือว่าเป็บุญตาเลยนะเนี่ยถึงจะเป็ลูกครึ่งออร์คก็เถอะ แต่เผ่ามนุษย์อันอ่อนแอก็แค่ส่วนเกินของตัวแกนะอย่าลืมกำพืดที่ทำให้แกแข็งแกร่งสิ แกเป็ออร์ค” ออร์คร่างผอมสูงกล่าวต่อ
ฟาคาร์ถอนหายใจแรงก้าวเท้าเผชิญหน้าหมายผ่านอีกฝ่าย แต่กลับถูกบัคออร์คร่างใหญ่ยืนขวางไว้พร้อมประกบด้วยบ๊อบออร์คร่างตันกับบิลออร์คร่างโย่ง
“ฉันจะไปทำงานอย่าขวาง” เด็กหนุ่มตอบกลับ “ถ้าฉันสายเพราะนาย คุณฮอร์ครู้เข้านายลำบากแน่”
“อย่าใจร้ายใจดำนักสิออร์คฮีโร่เพื่อนยาก อย่างน้อยฉันก็เป็รุ่นพี่นายนะ” บัคยังยียวน “เฮ่ยๆโกรธจนเขี้ยวออร์คงอกออกมาแล้วนะ ไปสอบทั้งที่สภาพแบบนี้ เขาไม่รับแกเข้าสถาบันหรอก”
“ได้กลิ่นไหม้อะไรมั้ยครับท่านบัค” ออร์คร่างตันเอ่ย
“ดูเหมือนจะเป็กลิ่นออร์คหัวร้อนแถวนี้”ออร์คร่างโย่งรับคำ
ทั้ง3 หัวเราะเยอะใส่
“ดูสิโกรธจนฟันออกปากแล้ว” ออร์คร่างตันว่าพลางชี้ที่เขี้ยวออร์คของฟาคาร์
“นั่นมันควัน”ออร์คร่างโยงรับ
ทั้ง3 หัวเราะอีกคำรบม
ฟาคาร์ค่อยถอนหายใจให้ใจเย็นลงเขาโดนบัคหาเื่มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แม้ตอนเริ่มงานที่เก็กโค่บาร์แรกๆ บัคจะเป็รุ่นพี่ที่ดีทั้งดูแลแนะนำการทำงาน แต่หลังจากรู้ว่าเขาเป็ลูกครึ่งออร์ครู้ว่าเขาจงใจปกปิดเื่นี้ บัคก็เหมือนจะผลักไสเขา และมักกลั่นแกล้งเขาโดยเฉพาะการเอาความฝันในการเป็ฮีโร่มาล้อเล่น
และหลายครั้งที่ฟาคาร์ผลัดเวรเข้างานแทนบัคออร์คร่างใหญ่มักจะพาบ๊อบมาดักหาเื่เขาเป็ประจำ วันแรกๆก็เสียเวลาแต่ระยะหลังเขาก็หลบลี่หนีอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย คราวนี้คงตั้งใจจะเล่นงานเขาให้หนักขึ้นจึงพาออร์คอีกคนมาเพิ่มและก็ทำได้จริง
“ไหนๆ วันนี้สอบฮีโร่แล้วสินะอยากรู้นักแค่กลุ่มออร์คทำงานพาร์ทไทม์ที่บาร์เร้นลับ แกจะรับมือไหวมั้ย?”บัคว่าพลางเข้าจู่โจมหมายจับตัว
ฟาคาร์ฉากหลบก่อนพุ่งสวนหมายลี้หนีแต่ต้องชะงักกับ2 ออร์คที่ยืนเรียงขวางอยู่ เขาผงะถอยกลับทางเดิมไม่ให้ตัวเองถูกล้อมก่อนทันได้ตั้งตัว มือของออร์คร่างั์ก็พุ่งเข้าจู่โจม ฟาคาร์ยกแขนขึ้นปัดป้อง
“นั่นแหละยอมรับเสียว่าแกคือออร์ค” บัคเอ่ยจากััของหมัดที่ปะทะรับรู้ได้ว่าแขนที่ฟาคาร์ใช้ป้องกันคือแขนที่มีผิวสีเขียวแกร่งกล้าของออร์ค
ฟาคาร์ถอยหลบมาตั้งหลักถูกต้อนเขาคว้าเอาเจเอฟ 80 ขึ้นมาสวมใส่ สแกนประสานเสมือนประมวลข้อมูลเขากดที่กลางแว่นเข้าสู่โหมดต่อสู้ พลังต่อสู้รวมของเขา 67 มากกว่าเมื่อสักครู่ส่วนฝ่ายตรงข้าม บัค 70 บ๊อบ 40 บิล 44 เสียงจาราชให้คำแนะนำดังบอก
“ความคล่องตัวได้เปรียบหลอกล่อให้อีกพลาดพลั้ง จัดการที่เป้าหมาย 2 และ 3 ก่อน”ปรากฏลูกศรชี้ที่บ๊อบกับบิล “ จุดอ่อนคือ 3” ลูกศรชี้ที่บิล“มีความคล่องตัวต่ำที่สุด”
เมื่อรู้ดังนั้นเขาพุ่งเข้าใส่บิลทันทีบิลพุ่งหมัดสวนแต่ลูกครึ่งมนุษย์ออร์คหลบได้ง่ายดายหมัดของบิลพุ่งไปทางบ๊อบจนทั้งคู่ชนกันล้มลง ฟาคาร์อาศัยจังหวะนั้นหลบหนีมาได้ในที่สุด
“หนอยยยยคราวหน้าแกไม่รอดแน่” บัคร้องไล่มาตามหลังอย่างเจ็บใจก่อนหันกลับไปหาพรรคพวกของตน“เ้าพวกบ๋อง ช่วยอะไรไม่ได้เล้ยยย” จากนั้นเขาหันกลับไปทางฟาคาร์ รำพึงเบา “ถึงจะเป็ฮีโร่แล้วแต่อย่าลืมว่าตัวเองเป็ใครละเ้าออร์ค”
“พูดกับใครน่ะท่านบัค” บ๊อบเอ่ยถาม
“ยุ่งนา”บัคเงื้อมือหงุดหงิด
ภายในห้องสลัวรางที่ลูกครึ่งออร์คพึ่งออกไปจาราชหยุดมือจากงานที่ค้างอยู่ เขาหันไปทานอาหารให้หมด หลังจัดแจงทุกอย่างเสร็จ เขามุดช่องใต้โต๊ะทำงานมาโผล่ยังทางเดินคับแคบก่อนเดินมายังโรงรถ
เขาก้าวมาหยุดที่รถคันกะทัดรัดมีเพียงสองเบาะนั่งเคียงกันและท้ายรถไว้บรรทุกของเพียงน้อยนิดหน้ารถสั้นท้ายรถแคบเพื่อประหยัดพื้นที่ เขานั่งกึ่งยืนในรถขับไปตามทางถนนผ่านแสงสว่างรำไรที่ส่องรอดมาจากถนนเชื่อมโยงบนตึกระฟ้ามุ่งลงใต้ดิน ผ่านห้างร้านถูกกฎหมายสู่ย่านเสื่อมโทรมจากย่านที่มีหุ่นโดรนเดินลาดตระเวรต่อย่านร้างเงียบงันเต็มไปด้วยหลากเผ่าพันธุ์ข้างถนนแหล่งบริการสีเทาทะมึนไม่แน่ชัดว่าให้บริการอะไร ยิ่งวิ่งไปรถราก็ยิ่งบางตาจนกลายเป็สิ่งแปลกปลอมรถเลี้ยงมุมเข้าไปยังทางแคบหนึ่งอย่างพอดี รถวิ่งเข้ามาด้านในสุดมาหยุดบนแผ่นเหล็กที่วางอยู่บนพื้นเหมือนบังพื้นที่ชำรุดแต่ทันใดพื้นชำรุดนั้นก็แยกออกแล้วปล่อยให้รถหลุดลงทางราดชันเบื้องล่างรถรีบแล่นหายไปก่อนแผ่นเหล็กปิดคืน
รถหยุดลงจาราชก้าวออกมา กดสวิชเปิดไฟแสงเผยให้เห็นภายในกว้างขวางเต็มไปด้วยเครื่องมือทดลอง หลอดแก้วเรียงรายภายในบรรจุน้ำสีใสส่องประกายสุกสกาวกลางห้องที่จาราชสาวเท้ามุ่งไปเป็แผงโต๊ะยาวที่มีจานเพาะเชื้อวางเรียงขนานเป็แถวคู่ยาวเขาจับที่กล้องส่องอ่านผลทดลองทีละจานเพาะเรียงไปพลางทอดถอนหายใจไปพลาง
เขาพักสายตามองรูปใบหนึ่งที่ฝาผนังรูปถ่ายเก่าเก็บใส่กรอบอย่างดีของ 3 เอลฟ์วัยเยาว์ที่หน้าตาเหมือนกัน จากรูปร่างเหมือนว่าคนตรงกลางจะเป็ผู้หญิงเขามองรูปนั้นอย่างมีความหมายบางอย่างก่อนหันกลับมาตรวจดูผลทดลอง ทันใดเขาชะงักงันขยี้ตาราวกับไม่เชื่อสายตาตนเอง
“สำเร็จแล้วสำเร็จแล้ว” เขาร้องออกมาเสียงสั่นเต็มตื้นไปด้วยความตื่นเต้น “สำเร็จแล้วนะ กาลราชโบวราช โอ้ ขอบคุณ อีเธอร์แห่งชีวิต ขอบคุณที่ทรงแย้มสรวล สำเร็จแล้วนี่แหละคือฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก”
“เฮ่โย่วฟาคาร์ ยิ้มใหญ่เลยนะแก ดูมั่นใจนะเนี่ย” ชาอาสเอลฟ์วัยรุ่นยิ้มทักเพื่อนที่มาพร้อมรถส่งของอย่างเฉียดฉิว
“โทษทีเจอเ้าบัคมาขวางอีกแล้วน่ะ”
ชาอาสหัวเราะ“ออร์คมันก็แบบนี้แหละ ก็แกดันปิดเื่ที่ตัวเองเป็ออร์คกับเ้านั่นนี่นา” เขาว่าพลางหันไปเอานิ้วสแกนลงแทคแพดของคนขับรถส่งของ
“ก็ฉันไม่อยากเป็ออร์คนี่หว่า”ฟาคาร์ตอบมองดูของบนท้ายรถ
“เฮ่ย! แกเป็ครึ่งมนุษย์ออร์คนะ จริงๆฉันก็เห็นด้วยกับที่บัคเตือนแกด้วยซ้ำ” ชาอาสเอ่ยตอบ
“หมายความว่าไง”ฟาคาร์เสียงอ่อยลง “นายก็คิดว่าฉันไม่ควรเข้าเป็ฮีโร่ของสหพันธ์เหรอ?”
“ก็นายเป็ออร์คนี่นาเข้าสหพันธ์ไปถ้าทุกคนรู้เข้า นายจะลำบากเอานะ” ชาอาสเอ่ยน้ำเสียงเป็ห่วง “พวกนั้นมันไม่เหมือนในคอมมิกหรอกนะนายก็รู้อยู่แก่ใจ เมื่อคืนนี้ยังวิวาทกันจนร้านเละไปหมดเดี๋ยวนายเข้าบาร์ไปก็เห็นเอง”
“ช่างเถอะๆ”ฟาคาร์ว่าพลางชี้ที่ถังเครื่องดื่มมายา “เอายกไปเลยมั้ย?”
“อืม”
ทั้งคู่ลำเลียงเครื่องดื่มมายายี่ห้อต่างๆเข้าสต๊อกวางตามชั้น ฟาคาร์ถึงกับผงะเมื่อเห็นสภาพภายในร้าน ของตกแต่งระเนระนาดโต๊ะกลิ้งล้มไปคนละทิศ เก้าอี้หกคะเมนไปคนละทาง ยังดีที่บางส่วนดูท่าจะทำความสะอาดไปแล้วและยังไม่มีข้าวของชิ้นไหนเสียหาย
“ดีนะกระจกไม่แตก”ฟาคาร์ทักขึ้น
“แหมระดับเก็กโค่บาร์ เราใช้ของทนทานอยู่นะ” คนแคระร่างสูงระดับอกฟาคาร์เรียบเคียงเอ่ยขึ้นเขาแลดูสูงชะลูดทีเดียวเมื่อเทียบกับคนแคระทั่วๆ ไป
“สวัสดีครับคุณฮอร์ค”
“เอาๆจัดโต๊ะให้เข้าที่แล้วกัน” ว่าแล้วคนแคระกดปุ่มที่กำแพงบาร์กว้างขวางปรากฏโฮโลแกรมรูปโต๊ะตามตำแหน่งเดิม
ฟาคาร์ถึงขั้นปาดเหงื่อมองแทคแพดคะเนเวลายังทันสอนอยู่
“วันนี้นายลาไปสอบเข้าฮีโร่สินะ”ฮอร์คทักถาม
“ใช่ครับ”เขาตอบรับพรางจัดเก็บเขยื้อนโต๊ะ
“อย่าให้พวกนั้นรู้ว่านายเป็ออร์คก็แล้วกัน”
“เห็นมะขนาดคุณฮอร์คยังคิดเหมือนฉันเลย”
“ครับแน่นอนอยู่แล้ว” ฟาคาร์ตอบรับ รู้ดีว่าออร์คมักเป็วายร้ายเสมอและเขาจะต้องสอบไม่ผ่านแน่หากถูกจับได้ว่าเป็ลูกครึ่งออร์ค
“ฉันคิดว่าเธออาจจะยังไม่เข้าใจทั้งหมดนะ”ฮอร์คเอ่ยต่อมองดูลูกครึ่งออร์คกับเอลฟ์ช่วยกันจัดของ“มันไม่ใช่แค่สอบตกเพราะไม่เคยมีออร์คเป็ฮีโร่จนพวกสถาบันฮีโร่ไม่ไว้ใจนะเธอก็รู้ว่าโลกเราน่ะ มันมีสิ่งที่เรียกว่าความเกลียดชังอยู่ใช่มั้ย?”
“รู้อยู่แล้วละครับ”ฟาคาร์เอ่ยรับ รู้สึกเหนื่อยหน่ายที่ถูกสั่งสอนกึ่งห้ามปรามในสิ่งที่เขาใฝ่ฝัน
“ฉันแค่อยากให้เธอเตรียมใจไว้ให้ดีพวกวัยรุ่นที่เป็ฮีโร่น่ะ เขาเริ่มต้นเป็ฮีโร่กันยังไงรู้มั้ย?”
“ยังไงเหรอครับ?”ฟาคาร์ถามกลับ
“ก็เริ่มจากหาวายร้ายไงละแล้วในสถาบันฮีโร่จะมีใครเป็วายร้ายได้ดีไปกว่าลูกครึ่งออร์คพวกนั้นจะกลั่นแกล้งเธอ พวกวัยรุ่นฮีโร่ฝึกหัดจะรวมตัวกันเล่นเป็ฮีโร่และยัดเหยียดบทให้เธอเล่นเป็วายร้ายพวกเขาจะเล่นเป็ฮีโร่ด้วยการทุบตีเธอทำร้ายเธอทุกวิถีทางแล้วยิ้มหัวเราะอย่างภาคภูมิว่าได้เป็ฮีโร่แล้ว นั่นแหละการเล่นกันแบบนั้นแหละคือสิ่งที่เธอจะเจอ ท่ามกลางทุกคนที่เป็ฮีโร่ คนที่แตกต่างก็จะถูกทำให้กลายเป็วายร้ายไงละ”
ฟาคาร์นิ่งงันไปชาอาสหันมองเ้านายคนแคระร่างสูงอย่างอึดอัดก่อนหันมองสีหน้าเพื่อนที่เซื่องซึมไป
เพียงพักหนึ่ง
“ผมจะพิสูจน์ให้ดูครับ”ฟาคาร์เอ่ยตอบน้ำเสียงมุ่งมั่นไม่ไหวหวั่นชาอาสถอยหายใจยังคงเป็ห่วงหนักขณะที่ฮอร์คพยักหน้ารับฟังอย่างเข้าใจ
“พิสูจน์ว่าจะไม่รอดละสิ”เสียงแหบพร้าแทรกขึ้นจากเงามืดร่างไร้ชีวิตค่อยเคลื่อนมาแย้มยิ้มอย่างไร้เรี่ยวแรงเพื่อเย้ยเยาะใส่
“ลุงเนียร์จอมเฉื่อยเอ้ย”ฟาคาร์ว่ากลับ “เชิญลุงใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ คนเดียวเถอะนะครับผมขอพิสูจน์ตัวเองดีกว่า”
อันเดธรุ่นลุงยักไหล่ก่อนเดินพรางบ่น“หึหึ ฉันจะรอดูก็แล้วกัน แต่ถ้าไม่ไหวยังไง ฉันว่านายก็มีแววมาเป็แอนตี้ฮีโร่กับฉันได้นะ”
“พวกวายร้ายผมนี่แหละจะจัดการลุงเอง”
เนียร์สีหน้าเหมือนกลั้นหัวเราะไม่นานก็ปล่อยก๊าก“แกก็รู้นี่นา พวกฮีโร่บางทีก็มาจ้างพวกเราเพราะี้เีทำงานด้วยซ้ำเราแค่ทำงานที่ฮีโร่ไม่ทำนะเ้าหนุ่ม”
“หนอยๆ”ลูกครึ่งออร์คมนุษย์รู้สึกหงุดหงิดแต่ก็นึกไม่ออกว่าจะตอบโต้อีกฝ่ายอย่างไร
“ว่าแต่จาราชพ่อนายอยู่ไหนละอยากได้อะไรสักหน่อย”
“เดี๋ยวก็มารับผมไปส่งที่สถาบันแล้วละคงกลับมาคุยธุรกิจได้เที่ยงๆ”
“โอเค”เนียร์เอ่ยตอบ เดินกระโดกกระเดงไปหลังร้าน ฮอร์คคนแคระร่างสูงสำหรับคนเคระกอดอกขวางทาง“เฮ่ย ถึงขั้นนี้แล้วยังต้องบอกรหัสผ่านอีกเหรอ?”
คนแคระพยักหน้าเบาๆ
“เก็กโค่บาร์แกร่งและบ้าต้องมาที่นี่”
ฮอร์คพยักหน้ารับหลีกทางเื้ัเคาท์เตอร์อันเดธชนกำแพงก่อนค่อยๆ ทะลุเข้าหายไปในที่สุด“มารับงานเหรอ?”
“ใช่สิ”อันเดธหันกลับมาคุย เขาเหลือแต่หัวลอยติดกำแพงหัวไร้ชีวิตราวกับผีหลอกิญญาหลอนแต่ก็มีชีวิต
“ได้ข่าวนายขยันนี่”เสียงเหี้ยมนิ่งเปลี่ยนโทนเป็อ่อนหวาน “ รับภารกิจก็จัดการได้เร็วใช่ย่อย ไม่สนใจรับภารกิจของฉันบ้างเหรอ?”
“รับก็ได้แต่ ขึ้นเงินอีก 2 เท่าสิ ฉันปิดภารกิจให้วันนี้เลยยังได้”เนียร์ว่าก่อนเดินผ่านไปอย่างเชื่องช้า
“ขี้โม้ชะมัด”ฮอร์คบ่นส่งท้ายพึมพำ “แกจะทำภารกิจไม่รอดมากกว่ามั้ง?”
เนียร์ยักไหล่ยิ้มกริ่มก่อนหายไปหลังกำแพง
โต๊ะเข้าที่เก้าอี้เข้าทางตามภาพโฮโลแกรม เชฟเผ่ามนุษย์ร่างอ้วนทักทายก่อนเข้าไปยังครัวลูกมืุ์อีก 2 – 3 คนปรากฏตัวมุ่งไปยังครัวเช่นกัน ทั้งหมดต่างยิ้มแห้งๆให้ฟาคาร์ คงรู้ว่าเขาจะไปสอบปฏิบัติฮีโร่วันนี้แต่ดูเหมือนทุกคนจะไม่กล้าพูดอะไรมากนัก ฟาคาร์นั่งพักที่โต๊ะหลังทำความสะอาดจนหมดจดพร้อมเปิดบาร์เร้นลับให้บริการในเวลา5 โมงเย็น แต่แน่นอน จนตอนนี้มีหลายเอลฟ์ ออร์ค มนุษย์จนถึงบางคนแคระพูดว่าเก็กโค่บาร์ แกร่งและบ้าต้องมาที่นี่และหายไปหลังร้านหลายต่อหลายคนแล้วมันคือส่วนลึกเร้นของบาร์ที่เปิดเป็สำนักงานแอนตี้ฮีโร่ประจำเขต 7 นั่นเองหลายคนมารอคอยเจรจาธุรกิจกับจาราช อีกหลานคนมารับภารกิจหลายคนกว่านั้นมาว่าจ้างแอนตี้ฮีโร่ทำงาน
“เหมือนทุกคนจะคิดว่าออร์คอย่างฉันยังไงก็สอบไม่ติดแน่ๆเลยนะ” ฟาคาร์เปรยขึ้นกับเพื่อน
ซาอาสนั่งลงข้างเพื่อนถอนหายใจ “ฉันเองก็ไม่คิดว่านายจะสอบผ่านนะ สอบผ่านก็น่าจะไม่รอดหรอกมันก็เพราะนายเป็ออร์คนั่นแหละ โลกเรามันไม่ได้สวยงามนี่นา ไหนจะลูกๆ พวกฮีโร่ของสหพันธ์มีเส้นสายเข้าไปไหนจะอดติของผู้คุมสอบ ข้อเขียนมันไม่มีหรอก แต่สอบปฏิบัติพวกเขาจะเห็นตัวนายจริงๆ เลย ถ้ารู้ว่านายเป็ออร์ค สอบตกแน่นอน”
“แต่พ่อเชื่อว่าลูกทำได้นะ”เสียงเอลฟ์เฒ่าแทรกขึ้น หยาบห้วนอยู่ในทีท่าเดียวกับเด็ดขาดและมั่นคงเอลฟ์วัยรุ่นร่างผอมหันลีหันขวางสีหน้าราวกับจะบอกว่าพูดเป็เล่นขณะที่คนแคระผู้ประจำตำแหน่งขวางกำแพงซ่อนประตูได้แต่ส่ายหน้าแต่เสียงนั้นก็ยังพูดต่อ “ไปคว้าตำแหน่งฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกมาเถอะลูกทำได้อยู่แล้ว”