ซีฉินมู่หยางไม่ได้ตอบคำถามชวนปวดหัวของหรงเยว่ซี เขาทำเพียงมองอีกฝ่ายนิ่งๆ ด้วยใบหน้าที่ยังคงแดงระเรื่ออยู่แต่ไม่ใช่มาจากการกลั้นขำอีกต่อไป แต่มาจากความโมโหของเขาต่างหาก
เขาที่แกล้งป่วยเพื่อเรียกร้องความสนใจจากหรงเยว่ซีเท่านั้น เวลานี้เหมือนเขาจะปวดหัวกับอีกฝ่ายมากเกินไปจนไข้จะขึ้นจริงๆ โดยไม่ต้องพึ่งไอความร้อนจากน้ำร้อนที่เขานำมาอังร่างกายในก่อนอีกฝ่ายจะเข้ามาในตำหนักเสียด้วยซ้ำ
"ซีเอ๋อร์ ข้าปวดหัว"
"ข้าขอโทษนะหยางเอ๋อร์ เ้ายังป่วยอยู่แต่ข้ายังเผลอชวนเ้าคุยตั้งนานแทนที่จะได้พักผ่อน งั้นเ้านอนต่อเถอะ ข้าจะกลับจวนแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้ามาเยี่ยมเ้าใหม่ดีหรือไม่"
หรงเยว่ซีที่เห็นท่าทางไม่ดีของคนรักหมาดๆ เอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิด เขานำหลังมือนาบกับลำคอและหน้าผากเนียนอีกรอบก็พบว่าไข้อีกฝ่ายสูงกว่าตอนเขาวัดครั้งแรกเสียอีก
แม้ว่าเขาจะรู้สึกเสียดายเมื่อวันแรกที่ได้รับรู้ว่าความรู้สึกของพวกเราตรงกัน แต่เขาก็ไม่สามารถใช้เวลาอยู่กับอีกฝ่ายได้มากกว่านี้ เนื่องจากอีกคน้าเวลาพักผ่อนให้หายจากอาการป่วย
หรงเยว่ซีตั้งใจขยับตัวลุกออกจากอีกฝ่ายจากที่คร่อมเอาไว้ครึ่งตัว แต่เขาก็ถูกมือเรียวสวยดึงรั้งเอาไว้พร้อมกับดวงตางดงามที่กำลังออดอ้อนเขาอยู่
"ซีเอ๋อร์นอนเป็เพื่อนข้าได้หรือไม่ ค่อยกลับจวนหรง่เย็นเถอะนะ ข้าอยากอยู่กับเ้านานๆ"
หรงเยว่ซีแทบใจละลายไปกับคำพูดที่แสนน่ารักของคนงามที่ทำเขาเคลิ้มจนเผลอพยักหน้าตอบตกลงอีกฝ่ายไปเรียบร้อยแล้ว รู้สึกตัวอีกทีเขาก็มาอยู่ในท่าทางแปลกๆ...
แขนบางของคนรักที่กำลังนอนตะแคงมาทางเขากำลังสอดอยู่ใต้คอของเขา พร้อมกับแขน้าของอีกฝ่ายที่กอดรอบเอวของเขาไว้แน่น ใบหน้าของเขาแนบชิดอยู่บนแผ่นอกบางที่กำลังสะท้อนขึ้นลงช้าๆ ตามจังหวะการหายใจของหยางเอ๋อร์ ถ้าเขาขยับใบหน้าอีกนิด จมูกของเขาคงแตะลงบนตุ่มไตสีแดงที่กำลังดึงดูดสายตาของเขาอยู่เป็แน่
หรงเยว่ซีลอบกลืนน้ำลายและพยายามท่องบทสวดที่เขาพอจะจำได้บ้างเพื่อระงับอารมณ์ความ้าของตัวเองที่กำลังมีต่อคนป่วยที่เวลานี้เหมือนจะหลับสนิทไปเรียบร้อยแล้วเมื่อสังเกตจากลมหายใจที่สม่ำเสมอของอีกฝ่าย
เปลือกตาของเขารีบปิดลงทันทีเพราะหากยังคงมองร่างกายที่แสนเย้ายวนใจต่อไปเขาต้องกลายเป็บุรุษใจโฉดที่ข่มเหงรังแกคนรักที่กำลังไม่สบายอยู่อย่างแน่นอน
หลังจากนั้นไม่นานหรงเยว่ซีที่ถูกอ้อมกอดอบอุ่นและกลิ่นหอมจากผิวกายของซีฉินมู่หยางขับกล่อมก็เข้าสู่นิทราไปในไม่ช้าเพราะอ่อนล้าจากการพักผ่อนน้อยเมื่อคืนนี้
ทันทีที่คนในอ้อมกอดหลับสนิทไปได้สักพัก ซีฉินมู่หยางก็ลืมตาขึ้น เขาก้มมองสำรวจใบหน้าของที่นอนซุกอกของตัวเองอยู่ด้วยสายตาแกมเอ็นดูปนกับความมันเขี้ยว เข้าไล้ปลายจมูกโด่งเพื่อสูดดมความหอมจากผิวแก้มของอีกฝ่าย ก่อนจะตัดสินใจแนบจุมพิตลงอีกครั้งบนริมฝีปากได้รูปพร้อมขบเม้มไปด้วยเล็กน้อยเพื่อย้ำเตือนความรู้สึกของเขา ตอนนี้เขากับหรงเยว่ซีได้กลายเป็คนรักกันแล้วจริงๆ และเขาสามารถโอบกอดอีกฝ่ายเอาไว้ได้แล้ว
ซีฉินมู่หยางขยับใบหน้าออกมาเพื่อมองหรงเยว่ซีอีกครั้ง รอยยิ้มแห่งความสุขถูกวาดขึ้นบนใบหน้า เขาจุมพิตลงบนหน้าผากของอีกฝ่ายเพื่อหวังว่าเ้าตัวแสบจะนอนหลับฝันดี ก่อนที่เขาจะปิดเปลือกตาสีไข่มุกของตัวเองเพื่อเข้าสู่นิทราตามอีกคนไป
หรงเยว่ซีเดินกลับเข้าเรือนของตัวเองอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าของเขาเปื้อนรอยยิ้มกว้างจนแก้มจะฉีก เนื่องจากวันนี้หลังจากที่ได้นอนกอดและคอยดูแลคนป่วยอย่างใกล้ชิดมาทั้งวัน ตอนบอกลาอีกฝ่ายกลับจวน เขาสามารถฉกฉวยหอมแก้มคนงามมาได้สองฟอดใหญ่แบบที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว เขาก็วิ่งหนีออกไปด้านนอกตำหนักเพื่อขึ้นรถม้าของจวนไป๋เรียบร้อยแล้ว
เฮ้อ ยามนี้ไม่ว่าจะมองไปที่ใดเขาก็เห็นแต่สีชมพูไปเสียหมดเพราะว่าความรักมันกำลังอิ่มเอมออกมาจนล้นอก
"คุณชายรองขอรับ มีจดหมายจากเถ้าแก่ฟู่ส่งมาขอรับ"
ทันทีที่ได้ยินเสียงของบ่าวอีกคนแจ้งข่าวขึ้นอารมณ์ของเขาที่กำลังเบิกบานเพราะความรักก็ถูกดึงดิ่งลงราวกับเล่นบันจี้จั๊มพ์ทันที เขายังต้องแก้ปัญหาที่ตัวเองดันไปสร้างความเข้าใจผิดใหญ่โตจนทุกคนในแคว้นเชื่อว่าฮ่องเต้กับแม่ทัพไป๋เป็คู่ยวนยางที่์ลิขิตขึ้นมาเสียแล้วน่ะสิ!
บ้าเอ้ย ถ้าเขารู้ล่วงหน้าว่าจะได้หยางเอ๋อร์เป็คนรักแบบนี้เขาจะไม่ทะลึ่งเขียนตำรานี่ขึ้นมาเด็ดขาด!
หรงเยว่ซีมีสีหน้าเคร่งเครียด เขานั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเขียนหนังสือก่อนจะอ่านจดหมายที่เถ้าแก่ฟู่ฝากมา
ในเนื้อความไม่มีอะไรนอกจากถามถึงตำรายวนยาง์เล่มใหม่ว่าสะดวกส่งให้พวกเขาเมื่อไหร่ นอกจากนี้เถ้าแก่ฟู่ยังเล่าถึงสถานการณ์ว่าตำรายวนยาง์ว่าได้รับความนิยมจนแผ่ขยายไปไกลถึงแคว้นข้างเคียงแล้ว พวกเขาที่ติดตามตำราของปรมาจารย์เยว่หลันจึงกังวลว่าตัวตนของเขาจะถูกเปิดเผยจากทางการเข้าจนทำให้ไม่สามารถเขียนตำรายวนยาง์เล่มต่อไปได้อีก และหากเขา้าความช่วยเหลือสามารถติดต่อไปได้ทันที
หลังจากอ่านจดหมายจบเขาถึงกับต้องยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองอย่างปวดหัว หัวสมองหมุนเร็วจี๋เพื่อหาทางออกของสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ ก่อนหน้าที่ตอนที่เสี่ยวเว่ยไปรับเงินค่าขายหนังสือรอบใหม่มา เขาไม่ได้มอบตำรายวนยาง์เล่มที่เจ็ดให้เสี่ยวเว่ยนำไปขายด้วย เนื่องจากไม่มีเวลาในการเขียนตำราเล่มใหม่เลยเพราะฮ่องเต้คนงามมาหาเขาที่จวนทุกวัน และจิตใจของเขากำลังสับสนกับความรู้สึกที่มีต่ออีกฝ่ายจนไม่สามารถรวบรวมสมาธิในการเขียนนิยายได้เลย
ยิ่งในยามนี้ที่เขายอมรับความรู้สึกของตัวเองว่าเขาหลงรักหยางเอ๋อร์ ตอนนี้พวกเขาเป็คนรักกันแล้ว และหลังจากแต่งงานกันไปหยางเอ๋อร์ก็จะเป็ภรรยาของเขา จะให้เขามาเขียนตำราให้แม่ทัพไป๋ได้xxกับซีเอ๋อร์อย่างเร่าร้อน เขาไม่มีทางเขียนมันออกมาแน่นอน บอกเลยว่าเวลานี้เขารู้สึกหึงหวงมากๆ ทั้งยังหวงย้อนหลังไปยังตำราเล่มก่อนที่เขาแต่งให้แม่ทัพไป๋ได้กอดได้ร่วมรักกับซีเอ๋อร์ของเขาด้วยซ้ำ!
หากบนโลกนี้มีน้ำยาลบความทรงจำ เขาจะนำไปยัดใส่ปากคนที่เคยอ่านตำรายวนยาง์ทุกคนเดี๋ยวนี้เลย!!
เอาล่ะ เขาต้องตั้งสติก่อน ในเมื่อเขาเป็คนสร้างปัญหาขึ้นมา ดังคำที่ว่าเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ คนที่จะแก้ไขความเข้าใจผิดนี้ได้คงมีเพียงตัวเขาในคราบปรมาจารย์เยว่หลันเท่านั้น
ในเมื่อตำรายวนยาง์ทำให้คนเข้าใจผิดว่าซีเอ๋อร์กับแม่ทัพไป๋เป็รักกัน หนทางในการกำจัดเรือผีนี้คงไม่มีทางอื่นนอกเสียจากเขาจะทำให้ทุกคนหันมาขึ้นเรือลำใหม่แทน
ต่อจากนี้จะไม่มีอีกแล้วตำรายวนยาง์ เขาจะเขียนตำราเล่มใหม่ที่มีชื่อว่า 'บุหลันกลืนตะวัน' เข้ามาแทนที่!
แน่นอนว่าบุหลันนั้นหมายถึงตัวเขาและตะวันหมายถึงซีเอ๋อร์ ตำราเล่มใหม่จะเป็เื่ราวของเกอหนุ่มรูปงามที่ซ่อนตัวเองอยู่ในจวนแม่ทัพได้แอบหลงรักคนงามผู้เป็ดั่งดวงตะวันในใจของผู้คน เขาจะค่อยๆ ทำให้คนที่เคยอ่านตำรายวนยาง์หลงลืมว่าฮ่องเต้กับแม่ทัพไป๋เป็คนรักกัน และเข้าใจใหม่ว่าหรงเยว่ซีบุตรเกอของแม่ทัพหรงต่างหากที่ 'คู่ควร' กับฮ่องเต้โฉมงามของแคว้นมากที่สุด
โดยการที่เขาจะซ่อนคำใบ้ที่จะสื่อถึงตัวตนของเขาเอาไว้ ให้ผู้คนค่อยๆ เอะใจ และแน่นอนว่านายเอกของเื่อย่างหยางเอ๋อร์กับเขาจะต้อง 'เหมาะสม' กันมาก ความรักของพวกเราจะมีแต่ความหวานและเร่าร้อน นอกจากนี้เขายังใช้จุดที่เพศเกอเป็สามีของบุรุษนำมาเป็จุดเด่นอีกด้วย
ในตำรายวนยาง์นั้นจะเน้นชักจูงให้ผู้คนเปิดกว้างอย่างอิสระในเื่ของความรัก และการมีคนรักเพศเดียวกันนั้นไม่ผิด แต่ในตำราบุหลันกลืนตะวันนั้น เขาจะทำให้ผู้คนในยุคนี้มีความคิดที่เปิดกว้างขึ้นกว่าเดิม เพศเกอก็สามารถเป็สามีของบุรุษได้เช่นกัน ไม่ใช่เพียงเป็สามีของเกอด้วยกันเองเท่านั้น นอกจากนี้เขายังคิดว่าควรสอดแทรกความรู้เื่ของการดูแลจุดซ่อนเร้นของร่างกายของแต่ละเพศเอาไว้ด้วย อย่างเช่นการเตรียมช่องทางของบุรุษที่เป็ฝ่ายภรรยา เขาไม่รู้ว่าที่นี่มีการเตรียมการเื่พวกนี้แบบไหน แต่เขาจะนำความรู้จากโลกก่อนมาปรับใช้ เพื่อที่ทุกคนจะได้มีสุขภาพของการร่วมรักที่ดี
เพราะอย่างที่รู้กันว่าในยุคโบราณแบบนี้ เื่เกี่ยวกับเพศศึกษานั้นยังไม่เปิดกว้างมากนัก เพราะส่วนมากจะถูกจำกัดเนื่องจากเป็เื่ในม่านมุ้งส่วนตัว การปรึกษาหรือการพูดคุยเื่พวกนี้จึงมักทำให้ผู้พูดเกิดความเก้อเขิน หากเขาสามารถช่วยเป็ส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเพศศึกษาอย่างถูกต้องได้ก็คงดี ยิ่งในเวลานี้ตำราที่เขาเขียนได้รับความนิยมในกลุ่มคนทุกเพศทุกชนชั้นด้วยแล้ว เขาควรใช้สิ่งนี้ในการเผยแพร่สิ่งที่มีประโยชน์ทางรูปธรรมบ้าง
ไฟแห่งความหึกเฮิมที่ลุกโชนขึ้นทำให้เขารีบจดจ่อกับการเขียนตำราบุหลันกลืนตะวันทันที ตัวอักษรที่ตวัดจากพู่กันนั้นลื่นไหลราวกับสายน้ำในลำธาร มุมปากของหรงเยว่ซียกยิ้มขึ้นอย่างภาคภูมิใจในวิธีคิดแก้ปัญหาอันชาญฉลาดของตัวเอง
นอกจากคำใบ้ที่จะสื่อถึงตัวเขา เขาก็ควรมีโมเม้นท์ระหว่างเขากับหยางเอ๋อร์จริงๆ ให้ทุกคนได้เอะใจด้วย จริงสิ อีกสองสัปดาห์จะมีเทศกาลแห่งความรัก หรือเทศกาลซีซีนี่นา เขาควรพาหยางเอ๋อร์ไปเที่ยวเทศกาลนี้เพื่อเปิดตัวต่อคนทั้งเมืองหลวงดีหรือไม่ เื่นี้ต้องถามความคิดเห็นของหยางเอ๋อร์ด้วย ไว้พรุ่งนี้ที่เขาไปหาอีกฝ่ายที่หวังหลวงจะลองถามดู
หึ เรือแม่ทัพไป่ X ฮ่องเต้อะไรกัน ไร้สาระ!
ต้องเรือหรงเยว่ซี X ฮ่องเต้สิของจริง!!
talk : เตรียมขึ้นเรือใหม่ค่า แต่ก็เรือผีเหมือนเดิมนะลูก 555555