แม่หนูน้อยฤดูกาล

    ตอนที่31 พูดมาก พูดเยอะ เหมือนใครกันนะ????!!!!

          บริเวณลานหน้าบ้านตระกูลสวีก็ยังคงเนืองแน่นเต็มไปด้วยผู้คนกันอยู่ ทั้งพวกเด็กๆ ทั้งพวกผู้ใหญ่ต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองกันอย่างเต็มที่ และมีความสุขกันถ้วนหน้า

         ยิ่งพอถึงเวลาแจกจ่ายเนื้อหมูป่าที่ชำแหละออกมาเรียบร้อยแล้ว ยิ่งทำให้ทุกๆคนยิ่งมีความสุขกันเข้าไปใหญ่กันเลย เพราะไม่ใช่แค่เพียงเนื้อหมูป่าที่จะได้กลับไปเป็นเสบียงอาหารเพิ่มเติมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เมื่อนำมาแปรรูปก็ได้น้ำมันหมูไปใช้อีกคนละไห ไส้หมูป่าที่จะนำไปทำแปรรูปยัดเนื้อหมูตากแห้งเก็บไว้กินได้นานๆอีกด้วย กระดูกหมูป่าก็แบ่งๆกันไปทำซุปกระดูหมูเพิ่มเติมอีกด้วย และที่ต้มเสร็จแล้วที่อยู่ในหม้อของแต่ละบ้านก็ยังมีอีก

         เรียกได้ว่าหมูป่าทั้ง 4 ตัวทำให้หลายๆบ้านมีเนื้อสัตว์กินไปอีกได้เป็นเดือนๆกันเลยทีเดียว ถ้าจะถามว่าทำไมไม่เอาไปขายเพื่อรับเงินมาดีกว่า???? ตอนนี้สิ่งที่สำคัญกว่าเงินก็คืออาหารด้วยเช่นกัน มีเงินนิดหน่อยๆก็ไม่พอซื้อของกินให้อิ่มกันทั้งบ้าน และที่สำคัญอีกอย่างในตอนนี้ก็คือให้ร่างกายของคนในบ้านแข็งแรงขึ้นด้วยการได้กินอาหารครบบ้าง

         แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรเลยไปขาย เพราะหนังหมูป่า เขี้ยวหมูป่า ของมันนั้นมีราคาแพงใช้ได้เลยในตัวเมืองและยิ่งขนาดใหญ่พิเศษหายากแบบนี้รับรองเลยว่าต้องได้ราคาดีอย่างแน่นอน

         ส่วนหมู่ป่านั้น จากที่ตอนแรกๆเลยวางแผนกันว่าจะเก็บหมูป่าเอาไว้เอง 1 ตัว แต่หมั่นโถวน้อยคิดอีกทีก็เลยบอกให้แบ่งกับคนในหมู่บ้านเท่าๆกันไปเลย ช่วยให้ทุกๆคนได้มีช่วงเวลาที่ดีๆบ้าง เพราะอย่างไรเสียตัวเธอเองสามารถทำในสิ่งที่คนอื่นๆทำไม่ได้ 

          และเธอเองก็รู้ถึงความสามารถขั้นเทพนี้แล้ว ถึงแม้จะยังไม่หมดทุกอย่างแต่ก็พยายามทดลองทำสิ่งต่างๆให้หลากหลายเพื่อจะได้รู้ถึงขีดความสามารถขั้นเทพนี้ว่าทำอะไรได้อีก เพราะฉะนั้นแล้วสำหรับเรื่องการล่าสัตว์ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป ขอเพียงแค่เธอสามารถสร้างธรรมชาติให้ครบสมบูรณ์ได้ สัตว์ต่างๆก็จะตามมาเองโดยหนทางพิเศษด้วยเช่นกัน อันนี้เหมือนกันเป็นกำไรอีกต่อหนึ่งเลยจริงๆ ที่เธอไม่คาดคิดว่าจะมีขึ้นมาได้

         “เอาล่ะทีนี้ก็แบ่งกันครบหมดทุกๆครอบครัวแล้ว ส่วนที่เหลือก็เป็นของตระกูลสวี และตระกูลเซียวนะ”หัวหน้าหมู่บ้านเถา

         “ไม่ต้อง ไม่ต้องเลย พวกหนังหมูป่า กับเขี้ยวหมูป่าทั้งหมดให้เอาไปขายในเมือง และได้เท่าไหร่ก็แบ่งเท่าๆกันทั้งหมู่บ้านไฉ่หงของพวกเรานี่ล่ะ”ปู่

         “...............!!!”ทุกๆคนในหมู่บ้านได้ยินปู่ของหมั่นโถวน้อยพูดออกมาแบบนี้ก็ตกใจกันเป็นอย่างมาก

         “ใช่ๆ ถือว่าเป็นของส่วนกลางไปละกันนะ เพราะพวกเราต้องการเงิน และอาหารให้มีพอติดบ้านกันบ้าง และห้ามปฎิเสธอย่างเด็ดขาดเลยนะ”ตา

         “แต่………….”คนในหมู่บ้านที่ไม่ทันได้พูดปฎิเสธออกมาเพราะตาหมั่นโถวน้อยก็รีบพูดดักทางเอาไว้ก่อนเลย เพราะรู้ว่าคนในหมู่บ้านไฉ่หงต้องไม่อยากได้อย่างแน่นอน

         “พวกเราตระกูลสวี ตระกูลเซียวปรึกษากันเป็นอย่างดีแล้วว่าหมูป่าทั้ง 4 ตัวนี้ถือว่าเป็นของส่วนกลางของหมู่บ้านไฉ่หงของพวกเรา ดังนั้นอย่าได้ปฎิเสธน้ำใจของบ้านเราทั้งสองบ้านเลยนะ ถ้ายังบอกว่าไม่อีกถือว่าไม่เห็นแก่หน้าแก่ๆของพวกเราล่ะ”ปู่ ยื่นคำขาดไปอีกรอบอย่างหนักแน่น

         “ใช่…!! อย่าบอกนะว่าแต่ละบ้านไม่ขาดเงิน ขาดอาหารกันน่ะ??? พวกเราต้องมีเงินติดตัวกันไว้บ้างอย่างน้อยๆก็ค่ายาเวลาคนในบ้านเกิดเจ็บป่วยกะทันหันขึ้นมาล่ะใช่ไหม??”ตา

         “เจ้าเฒ่าสวี เจ้าเฒ่าเซียว พวกแกเนี่ยนะ…เห้ย…..”หัวหน้าหมู่บ้านเถาเองก็อยากจะด่ากลับเพื่อนรักจริงๆ แต่ก็รู้นิสัยตาเฒ่าสวี ตาเฒ่าเซียวเป็นอย่างดี เพราะเติบโตมาด้วยกัน เรียกได้ว่าเป็นยิ่งกว่าเพื่อนเสียอีก เหมือนคนในครอบครัวกันไปแล้ว

         “เอาน่า ทุกๆคนอย่าได้คิดอะไรกันมากเลยนะพวกเราร่วมลำบากลำบนกันมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว ถือเสียว่ามันเป็นความโชคดีของพวกเราในหมู่บ้านไฉ่หงก็แล้วกัน ที่วันนี้ไม่เพียงแค่มีฝนตกลงมาเท่านั้นนะ ยังได้หมูป่าตัวใหญ่ๆ 4 ตัวพวกนี้มาเป็นเสบียงอาหารอีก เป็นวันดีๆของหมู่บ้านไฉ่หงนะจริงๆไหมล่ะ???”ตา

          “จริง…!!!”ทุกๆคนในหมู่บ้าน

          แต่ละคนในหมู่บ้านมองมาที่ตระกูลสวี ตระกูลเซียวแบบซาบซึ้งใจมากๆจริงๆ ที่ไม่แบ่งแค่เนื้อสัตว์ให้เท่านั้น ยังจะแบ่งเงินรายได้จากการขายหนังหมูป่าและเขี้ยวหมูป่าให้อีก พวกเขาจะจดจำเอาไว้ไม่มีวันลืมเลย และรับรองเลยว่าขอเพียงแค่ตระกูลสวี ตระกูลเซียวเอ่ยขออะไรถ้าพวกเขาทำได้ก็จะทำให้โดยไม่ปริปากกันเลย นี่คือความคิดของคนในหมู่บ้านไฉ่หงในตอนนี้ 

         ส่วนทางด้านพวกเด็กๆ ก็มีเล่นด้วยกันบ้าง พูดคุยกันไปบ้างตามประสาของพวกเขาที่จะต้องรอพวกผู้ใหญ่เรียกกลับบ้านกัน

         “จริงๆ ระหว่างพวกเรารอปู่ย่า ตายาย พ่อแม่เนี่ย พวกเราก็มีเวลาเหลือกันเยอะแยะเลยนะพี่เปาจื่อ”หมั่นโถวน้อย

         “ใช่ๆ น่าจะนานพอสมควรนั่นแหละเพราะดูๆแล้วนะ ย่าๆ ยายๆ แม่ๆ ป้าๆ น้าๆ จะพากันพูดมากน่ะเวลาพวกผู้ใหญ่อยู่รวมกันเป็นแบบนี้ทุกทีเลย”พี่สาวเปาจื่อ

         “...........!!!”พวกพี่ชาย

        “อือ…..” “หงึก….หงึก…”หมั่นโถวน้อย

        “ก็จริงอย่างที่พี่เปาจื่อว่านั่นแหละ ไม่รู้ว่าพวกผู้ใหญ่มีเรื่องอะไรคุยกันเยอะแยะเนอะ”หมั่นโถวน้อย

         “ใช่ๆ…”พี่สาวเปาจื่อ

        (“ฮัดเช้ย…ฮัด…เช้ย….ฮัด…อัด…เช้ย…”ย่าๆ ยายๆ แม่ๆ ป้าๆ น้าๆ กลุ่มคนที่จู่ๆก็โดนนินทาเฉยๆเสียอย่างนั้นแหละ!!!)

         “................!!!”พวกพี่ชาย

         “ควั่บ…..ควั่บ……”พวกพี่ชายพากันหันซ้าย หันขวาอย่างรวดเร็วว่ามีย่าๆ ยายๆ แม่ๆ ป้าๆ น้าๆ อยู่ใกล้ๆกับพวกน้องสาวหรือไม่กันตอนนี้

         “ฟู่……..ฟู่………”พวกพี่ชายที่พากันเป่าปากออกมาอย่างโล่งอกอีกครั้งที่บริเวณโดยรอบปลอดภัย!!!

         “ให้มันได้อย่างนี้สิ พวกน้องสาวเนี่ยนะชอบพูดถึงบุคคลที่น่ากลัวที่สุดจริงๆเลยนะเนี่ย!!!”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ

          “คนต้องห้ามที่ห้ามล่วงเกินแม้กระทั่งวาจาเสียด้วยสิ !!!!อึ๋ย….”พี่รองเปาจี ที่นึกขนลุกขึ้นมาทันทีเลยเมื่อนึกถึงอารมณ์โกรธของบุคคลต้องห้ามที่แม้แต่ ปู่ ตา พ่อ อาอา ยังต้องเกรงใจอยู่เสมอๆเลย!!!

         “จริง…..!!!”พวกพี่ชาย

         “ดีนะที่ไม่มีพวกผู้ใหญ่แถวๆนี้กันแล้วน่ะ!!!....”พี่อิ่วก้วย

         “พวกน้องสาวนี่ยังไงกันนะ ทำให้ใจหายใจคว่ำได้ตลอดเวลาเลยจริงๆ !!!”พี่ส่านจือ

         “ก็นั่นน่ะสิ…!!”พวกพี่ชาย

         “นี่ยังดีนะที่น้องสาวยอมอยู่บริเวณแถวๆนี้ไม่พากันไปซนที่อื่นไกลๆน่ะ ไม่งั้นพวกเราคงจะต้องเหนื่อยกว่านี้อย่างแน่นอนล่ะ”พี่อิ๋วปิ่ง

         “จะว่าเป็นเพราะฝนตกลงมาก็ไม่น่าจะใช่นะ สำหรับพวกน้องสาวน่ะต่อให้ฝนตกหนักแค่ไหน ก็ห้ามที่จะไม่ให้ซุกซนไม่ได้หรอก!!”พี่ม่ายปิ่ง

         “ใช่ๆ…!!!”พวกพี่ชาย พากันนินทาน้องสาวทั้งสองคนอย่างเมามันกันเลยทีเดียว เพราะไหนๆก็ต้องติดอยู่กับน้องสาวไปไหนกันไม่ได้อยู่แล้วนี่หน่า

          “วันพรุ่งนี้พวกเราจะไปไหนกันดีล่ะน้องหมั่นโถวน้อย???”พี่สาวเปาจื่อ

         “พรุ่งนี้น่ะเหรอ???..อือ….ก็ไปดูน้ำฝนที่ตกลงมาว่าจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำขึ้นมากน้อยแค่ไหนกันก่อน แล้วก็ค่อยกลับไปปลูกเร่งผลผลิตกันต่อ”หมั่นโถวน้อย กระซิบกระซาบประโยคท้ายๆกับพี่สาวเปาจื่อ

          “ถ้าเรามีเวลาค่อยไปที่อื่นกันต่ออีกเนอะน้องหมั่นโถวน้อย”พี่สาวเปาจื่อ

          “ได้เลยพี่เปาจื่อ เพราะหมั่นโถวเองอยากจะสำรวจป่ารอบๆหมู่บ้านไฉ่หงของพวกเรา จะได้จัดการคืนธรรมชาติอันแสนงดงามและสดชื่นต่ออย่างไรล่ะ”หมั่นโถวน้อย

          “ดีจังเลย ต่อไปพื้นที่ป่าใกล้ๆหมู่บ้านไฉ่หงจะได้มีพื้นที่สีเขียวๆเยอะๆ ไม่ต้องเดินลึกไปถึงป่าด้านในที่อันตรายมากๆ สงสารพวกผู้ใหญ่ล่ะ”พี่สาวเปาจื่อ

         “ในป่าลึก คงจะน้อยครั้งใช่ไหมพี่เปาจื่อที่คนจะเดินเข้าไปกันน่ะ??”หมั่นโถวน้อย

         “ปูย่า ตายาย บอกแบบนั้นนะ เพราะว่ามันค่อนข้างจะอันตราย พวกผู้ใหญ่บอกว่าเป็นพื้นที่ๆสมบูรณ์กว่าป่ารอบนอกเยอะมาก ด้วยที่อยู่ไกลขนาดนั้นคนก็จะเดินทางไปไม่ถึง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆจะไม่มีใครเข้าป่าลึกกันน่ะน้องหมั่นโถวน้อย”พี่สาวเปาจื่อ

         “อาจจะเป็นเพราะป่ารอบๆที่อยู่ชายด้านนอกปลอดภัย และใกล้ทำให้ชาวบ้านต้องเก็บผักเก็บหญ้า กันทุกๆวัน มันก็เลยโตไม่ทันชาวบ้านเก็บล่ะแถมอากาศแห้งแล้งมากพอสมควรอีกด้วยเลยยิ่งเป็นปัญหาใหญ่เลยทีนี้”หมั่นโถวน้อย

         “ก็จริงอย่างที่น้องหมั่นโถวน้อยว่านั่นแหละ ในทุกๆบ้านถึงพยายามที่จะปลูกผักง่ายๆที่ไม่ใช้น้ำรดมากกินกันเอง เพราะไปในป่าก็หาไม่ได้อยู่แล้ว”พี่สาวเปาจื่อ

         “อือ….แบบนี้จะต้องจัดการสภาพป่าโดยรอบให้กลับมาดีขึ้นก่อนเลย จะได้ดำเนินชีวิตกันง่ายหน่อย”หมั่นโถวน้อย

         “น้องหมั่นโถวน้อยจะทำฤดูใบไม้ผลิต แบบตรงที่ดินของบ้านเราใช่ไหม???”พี่สาวเปาจื่อ พูดกระซิบกระซาบติดหูน้องหมั่นโถวน้อยของเธอเลย 

         “ก็ต้องเป็นแบบนั้นล่ะพี่เป่าจื่อ เพราะผลลัพธ์ในวันนี้มันดีมากๆเลย แต่ก็คงจะเร่งให้เติบโตแบบในที่ดินของเรามากไม่ได้ ต้องให้ขึ้นเป็นหย่อมๆไปก่อนน่ะ

         และอีกอย่างแค่ฝนที่ตกอยู่ในตอนนี้ มันก็ช่วยให้ผืนดินแถวนี้ชุ่มชื้นขึ้นกว่าเดิมแล้วด้วย เพราะฉะนั้นไม่เป็นเรื่องแปลกที่ต้นไม้ ต้นหญ้า ดอกไม้ป่า ฯลฯมากมายที่เคยเติบโตในป่าจะกลับคืนมาอีกครั้งน่ะพี่สาว”หมั่นโถวน้อย

         “จริงด้วยล่ะ..”พี่สาวเปาจื่อ

         พวกเด็กๆต่างพากันรู้ความไม่ไปรบกวนพวกผู้ใหญ่กันมากนัก แถมยังดื้อน้อยลงกว่าเดิมอีกด้วย และตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้องลากลับบ้านของแต่ละคนกันแล้ว 

         “เด็กๆ…..กลับบ้านเราได้แล้ว..”แม่เฒ่าเถา

         “ค่ะ” “ครับ”พวกเด็กๆ

         “พวกเรากลับบ้านก่อนนะ ไว้ค่อยเจอกันใหม่พรุ่งนี้นะ”เพื่อนๆพี่ๆน้องๆในหมู่บ้านไฉ่หง

         “แล้วเจอกันใหม่นะ…”พี่ๆ และหมั่นโถวน้อย บอกลาเพื่อนด้วยเช่นกัน

          เมื่อคนในหมู่บ้านไฉ่หงแยกย้ายกลับบ้านกันแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่บ้านตระกูลสวี ตระกูเซียวเท่านั้น 

         “เดี๋ยวทุกๆคนฟังทางนี้ก่อนนะคะ กุ้ยฮวามีอะไรจะบอกค่ะเกี่ยวกับหมั่นโถวน้อย”แม่

         “หมั่นโถวน้อย…???”ปู่ย่า ตายาย พ่อ อาผู้ชาย และอาสะใภ้

         “ใช่ค่ะ…”แม่

         “เรื่องอะไรเหรอน้องกุ้ยฮวา??? หรือว่าลูกไปเผลอทำอะไรแบบนั้นเข้ากัน???”พ่อ เริ่มเป็นห่วงแล้วเพราะรู้ดีว่าเด็กๆอย่างไรเสียก็ยังควบคุมความอยากรู้อยากลองไม่ได้ อยากจะเล่นซนไปเรื่อยๆ

          “ไม่ใช่หรอกค่ะ แต่ว่าผมหมั่นโถวน้อยตอนนี้มี 3 สีแล้วนะคะ”แม่

          “ห๊าาาาา…!!”ปู่ย่า ตายาย พ่อ อาผู้ชาย และอาสะใภ้

          “ผม 3 สี???!!!....” ปู่ย่า ตายาย พ่อ อาผู้ชาย และอาสะใภ้

         พวกท่านต่างพากันมองสีผมของเจ้าหมั่นโถวน้อย ด้วยความแปลกตา

          “ใช่ค่ะ เพราะว่าล่าสุดที่หมั่นโถวน้อยขอพื้นที่ดินของที่บ้านอย่างไรล่ะคะ เลยทำให้มีผมสีเหลืองเพิ่มขึ้นมาค่ะทุกๆคน”แม่

          “สีเหลือง???!!!” ปู่ย่า ตายาย พ่อ อาผู้ชาย และอาสะใภ้

          “ไปขอหมั่นโถวน้อยดูหน่อยดีกว่านะพ่อว่าจะได้ตั้งตัวกันได้ทันสำหรับพวกเราน่ะ” 

          “ค่ะ” “ครับ”พ่อ อาผู้ชาย และอาสะใภ้     

          พวกผู้ใหญ่ในบ้านรีบเรียกหมั่นโถวน้อยเข้าไปในบ้านก่อนเลย และขอดูสีผมสีใหม่ที่พึ่งจะเปลี่ยนขึ้นมาอีก

         “หมั่นโถวน้อยลูกรัก ถอดหมวกไหมพรมให้ทุกๆคนเห็นสีผมที่พึ่งเปลี่ยนเพิ่มมาใหม่ให้ทุกๆคนได้เห็นหน่อยได้ไหมคะ??”แม่

         “ได้ค่ะแม่…”หมั่นโถวน้อย 

          “มาพี่เปาจื่อช่วยน้องหมั่นโถวน้อยถอดให้”พี่สาวเปาจื่อ

          หมั่นโถวน้อยถอดหมวกไหมพรมออก โดยมีพี่สาวเปาจื่อคอยช่วยถอดให้อีกด้วย

         “ผม 3 สีจริงๆด้วย…!!!” ปู่ย่า ตายาย พ่อ อาผู้ชาย และอาสะใภ้

          “สีผมแต่ละสีที่มาใหม่นี่สีสวยดีนะคะเนี่ย”อาสะใภ้ต้งฝู่

         “ใช่ๆ สีสวยมากจริงๆค่ะ”อาสะใภ้เจียนตุย

         “หมั่นโถวก็ว่างั้นเลยค่ะ สีผมสว่างมากเหมาะกับเด็กน้อยหน้าตาน่ารักๆแบบหนูเลย”หมั่นโถวน้อย

          “ใช่จ้า…”ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ทั้งสองคน

          “ฮ่า…ฮ่า…..”พวกผู้ใหญ่อดไม่ได้ที่จะพากันหัวเราะท่าทางสะบัดผม 3 สี และการที่ไม่ถ่อมตนของเจ้าตัวเล็กเลย           

    ************

         พวกผู้ใหญ่เองก็พากันเม้าท์กันกระจาย พวกเด็กๆก็พากันเล่นสนุกรอบๆ ไม่ได้ออกนอกพื้นที่บ้านตระกูลสวี เพราะรู้ว่าพวกผู้ใหญ่กำลังยุ่งวุ่นวายกับหมู่ป่ากันอยู่

     

    คล้ายกับเรื่องแม่หนูน้อยฤดูกาล ที่คุณอ่าน