เวลาผ่านไปไม่นานเด็กสาวก็เดินทางมาถึงที่ตึกใหญ่แห่งนึ่ง นั่นก็คือตึกคัมภีร์ ตึกนี้มีรูปทรง 7เหลี่ยม มี 7 ชั้น แต่มีขนาดไม่ใหญ่เท่าตึกภารกิจ ตึกคัมภีร์ เป็ตึกที่รวมคัมภีร์และเคล็ดวิชาของสำนักทองคำ์มาั้แ่หลายร้อยปีมาแล้ว คัมภีร์ของสำนักทั้งหมดได้ผ่านการคิดค้นและวิเคราะห์ในการเพิ่มจุดเด่นลบจุดด้อยของผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งมาตลอดเวลาหลายร้อยปีทำให้คัมภีร์แต่ละเล่มเป็คัมภีร์ระดับต้นๆของแคว้นเป่ยกวน พอเด็กสาวที่มาถึงก็เข้าประตูของตึกนี้ไปทันทีเมื่อมองเข้าไปก็จะเห็นชายหนุ่มที่อายุราวๆ 40 กว่าปี มีผมสีดำ มีหนวดมีเคราบางๆ หน้าตาขึงขังทำให้ดูดุ กำลังนั่งมองศิษย์หลายๆคนที่กำลังเดินเข้ามาในตึกแห่งนี้ เด็กสาวก็ค่อยๆเดินเข้าไปหาชายหนุ่มคนนั้นอย่างเกรงกลัว เมื่อเดินมาถึงหน้าชายหนุ่มเด็กสาวก็ทำการคำนับ “ ศิษย์ระดับล่าง ไป๋เว่ยอันขอคารวะท่านผู้ดูแลตึกคัมภีร์เ้าค่ะ” เมื่อชายหนุ่มได้ยินเสียงเล็กๆที่ใสกังวานแว่วเข้ามาในหูก็หันกลับไปเมื่อเจอกับเด็กสาวอายุน้อยกำลังคำนับตนเองอยู่ก็ได้พูดขึ้นมาด้วยเสียงอันดังว่า “ เ้ามีธุระอันใดกับข้ารึ?” เด็กสาวก็ได้ตอบไปว่า” ศิษย์ได้รับคำสั่งจากอาจารย์ยี่จงเหลียงให้นำจดหมายมาให้ท่านผู้ดูแลตึกเ้าค่ะ” พูดเสร็จก็หยิบจดหมายในเสื้อออกมายื่นให้กับชายหนุ่มคนนั้นชายหนุ่มพยักหน้าและก็ยื่นมือไปหยิบจดหมายมาเปิดดู “ อืมม ศิษย์ของอาจารย์ยี่นี่เอง เ้ามากับข้าไปที่ชั้น 3 “ พูดเสร็จก็หันไปที่บันไดพร้อมกับเดินนำหน้าไปทันทีเด็กสาวก็ตอบกลับไปว่า “รับทราบเ้าค่ะ” และก็รีบเดินตามชายหนุ่มทันที เมื่อทั้ง 2 คนขึ้นมาบนชั้น 2ชายหนุ่มที่นำขึ้นมาก็ได้เอ่ยขึ้นว่า “ชั้น 2 เป็ชั้นที่เป็เฉพาะของศิษย์ทั่วไปที่จะเข้าไปได้เดี๋ยวข้าจะพาขึ้นไปชั้น 3 เอง “ พูดเสร็จก็นำขึ้นไปที่ชั้น3 ทันที เด็กสาวก็พยักหน้าก็เดินตามต่อไป พอขึ้นมาถึงที่ชั้น 3 ชายหนุ่มก็หยุดและหันมามองเด็กสาวพร้อมกล่าวว่า “ นี่เป็ชั้นที่ 3 เป็ชั้นที่ศิษย์ระดับล่างเข้าไปได้เท่านั้นเ้ามีเวลาแค่ 1 ชั่วโมงการศึกษาคัมภีร์ประจำธาตุของเ้าและจำเอาไว้ว่ามีเวลาแค่ 1ชั่วโมงเท่านั้น!!” เสียงที่ดังกึกก้องของชายที่อยู่ตรงหน้าลั่นเข้าไปในหูของเด็กสาวทันทีทำให้เด็กสาวใหน้าซีดแต่ก็พยักหน้ารับทันที ชายหนุ่มที่เป็ผู้ดูแลตึกมองเด็กสาวซักครู่และก็พูดออกมาอีกครั้ง“เ้าเป็ศิษย์อาจารย์ยี่ที่อยู่ตึกพันพฤกษาใช่หรือไม่?” เด็กสาวก็รีบตอบทันที “ ใช่แล้วเ้าค่ะ“ ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมบอกว่า ”งั้นก็ดีเ้าเห็นประตูแรกมั้ย? เ้าเข้าไปที่ห้องนั้นซะห้องนั้นเป็ห้องของคัมภีร์ประจำธาตุไม้ เ้ารีบไป มีเวลาไม่มากนัก” เด็กสาวพยักหน้าทันทีและรีบวิ่งเข้าประตูบานนั้นที่ชายหนุ่มผู้ดูแลตึกบอก
เด็กสาวรีบวิ่งเข้าไปที่ห้องนั้นทันที ปังง!!! เสียงปิดประตูดังขึ้นชายหนุ่มยืนมองเด็กสาวปิดประตูห้องแล้ว ก็หันกลับไปทางบันได เดินลงที่ไปที่ชั้น 1ไปนั่งโต๊ะของตนเอง ภายในห้องที่เด็กสาวเข้าไปเป็ห้องไม่ใหญ่มาก แต่ก็เพียงพอที่จะรับคนประมาณ10 คนได้อย่างไม่แออัด มีโต๊ะอยู่ 1 โต๊ะ มีหนังสือ 1 เล่มเด็กสาวก็เดินเข้าไปดู หนังสือที่อยุ่บนโต๊ะมีขนาดไม่หนามาก หน้าปกหนังสือมีตัวหนังสือเขียนว่า คัมภีร์พฤกษา3 วิถี เด็กสาวหยิบขึ้นมาอ่านดูพลิกไปหน้าต่อไป ก็มีเนื้อหาในหนังสือว่า.... คัมภีร์พฤกษา 3 วิถีเป็คัมภีร์เริ่มต้นของการฝึกยุทธ์ของผู้ที่มีสายเืธาตุไม้ ซึ่งคัมภีร์นี้เกิดขึ้นมาจากผู้ที่มีสายเืธาตุไม้ที่แข็งแกร่งหลายต่อหลายรุ่นของสำนักทองคำ์ได้คิดค้นและวิเคราะห์ปรับเปลี่ยนแก้ไขกันมาหลายร้อยปีจนสุดท้ายเกิดมาเป็คัมภีร์เล่มนี้ขึ้นมา คัมภีร์ของธาตุไม้ มีอยู่ 3 เล่ม 3 ระดับได้แก่ ระดับต้น ระดับกลาง ระดับสูง หากผู้ฝึกยุทธ์ฝึกฝนจนสำเร็จทั้ง3 ระดับแล้วก็จะเข้าถึงแก่นแท้ของคัมภีร์ของธาตุไม้ซึ่งจะสามารถใช้กระบวนท่าได้เป็ธรรมชาติดั่งใจนึก....เด็กสาวอ่านถึงตรงนี้ดวงตาก็ลุกวาวทันทีด้วยความตื่นเต้น เด็กสาวก็พลิกไปหน้าต่อไปในหน้านี้มีเนื้อหาว่า..คัมภีร์ พฤกษา 3 วิถีเล่มนี้เป็คัมภีร์ระดับต้นของผู้ฝึกยุทธ์ มีทั้งหมด 3 กระบวนท่าได้แก่ กระบวนท่าที่ 1 คือ พฤกษากักขัง เป็การใช้ลมปราณเพื่อสร้างกิ่งไม้มาสร้างที่กักขังให้กับคู่ต่อสู้ไม่ให้คู่ต่อสู้หลบหนี กระบวนท่าที่ 2 คือ พฤกษาพันธนาการเป็การใช้ลมปราณสร้างกิ่งไม้ขึ้นมาพันตัวหรือแขนขาของคู่ต่อสู้ไม่ให้ขัดขืนหรือโจมตีได้ และกระบวนท่าที่ 3 คือ พฤกษาทิ่มแทงเป็การใช้ลมปราณสร้างกิ่งไม้ให้ไปโจมตีคู่ต่อสู้ด้วยการทิ่มแทงที่ตัวคู่ต่อสู้ด้วยความเร็วหากผู้ฝึกยุทธ์มีพลังลมปราณที่แข็งแกร่ง สามารถใช้ทั้ง 3 กระบวนท่าได้อย่าง่ายดายและหากใช้ทั้ง 3 กระบวนท่าพร้อมกันแล้ว ประสิทธิภาพจะเพิ่มมากกว่าเดิม...เด็กสาวอ่านหน้านี้จบก็อุทานว่า “ โอ้โหหเป็คัมภีร์ที่สุดยอดจริงๆ หากข้าสำเร็จทั้ง 3กระบวนท่านี้ข้าคงจะแข็งแกร่งกว่าเดิมมากแน่เลย” พูดจบเด็กสาวก็พลิกไปอ่านหน้าต่อไปโดยหน้านี้เป็วิธีการฝึกฝนของกระบวนท่าต่างๆเด็กสาวก็ตั้งใจอ่านและฝึกฝนกระบวนท่าต่างๆของคัมภีร์ในห้องนั้นอย่างจริงจังเวลาผ่านไปไม่นานก็มีเสียงประตูห้องเปิดขึ้นเองและมีเสียงของคนที่เด็กสาวคุ้นหูดังเข้ามาในห้องนั้นว่า“ หมดเวลา 1 ชั่วโมงแล้ว จงออกมาจากห้องนั้นซะ!!!” เด็กสาวได้ยินก็ปิดคัมภีร์และวางไว้ที่โต๊ะเหมือนเดิมและรีบเดินออกไปจากห้องนั้นทันทีพร้อมปิดประตูปัง!!! เด็กสาวเดินลงบันไดจากชั้น 3 ลงมาที่ชั้น 1ก็เจอชายหนุ่มที่เป็ผู้ดูแลตึกคัมภีร์นั่งมองตนอยู่เด็กสาวก็เดินมาถึงหน้าโต๊ะชายคนนั้นก็คำนับ 1 ครั้งและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ ศิษย์ขอบคุณท่านผู้ดูแลตึกเ้าค่ะ” ชายหนุ่มทำหน้านิ่งแต่ก็ตอบกลับไปว่า “ ไม่เป็ไร มันเป็หน้าที่ของข้าอยู่แล้ว แต่ข้าจะบอกกฏของตึกคัมภีร์ให้แก่เ้าเ้าจงทำตามกฎ หากว่าเ้าทำผิดกฎ เ้าจะได้รับการลงโทษอย่างหนักเ้าเข้าใจหรือไม่?” เด็กสาวได้ยินก็พยักหน้าพร้อมตอบว่า “ ศิษย์พร้อมรับคำสั่งเ้าค่ะ “ ชายหนุ่มได้ยินก็พยักหน้าและตอบไปว่า “ กฏของตึกนี้ก็คือ 1. ห้ามคัดลอกเนื้อหาในคัมภีร์เด็ดขาด 2. ห้ามขึ้นไปชั้นที่สูงกว่าระดับศิษย์ที่ตัวเองอยู่ 3.ห้ามเข้ามาในตึกนี้ยามวิกาล4.ห้ามทะเลาะกันและส่งเสียงดังโดยเด็ดขาด 5.ศิษย์ั้แ่ระดับล่างขึ้นไปจะมาตึกนี้ได้ 3 เวลา นั่นคือเวลาเช้าหลังกินข้าวตอนบ่าย และตอนดึก ใครฝ่าฝืนทั้ง 5 ข้อ จะโดนลงโทษอย่างหนัก เ้าจงจำกฎทั้ง 5 ข้อของตึกนี้ให้ดี เอาล่ะ ตอนนี้ก็เป็เวลาบ่ายแล้ว เ้ากลับไปที่ห้องไปทบทวนคัมภีร์ที่เ้าได้ศึกษาไปซะ อย่าได้ชักช้า หากเ้าไม่ตั้งใจฝึกฝนภายหน้าหากไปเจอคนที่แข็งแกร่งกว่าเ้า เ้าจะกลายเป็คนที่โดนคนที่แข็งแกร่งกว่าเ้ารังแกเ้าอยู่เรื่อยไป” เด็กสาวได้ยินก็ตอบกลับไปว่า “ศิษย์รับทราบเ้าค่ะงั้นศิษย์ขอตัวลาก่อนนะเ้าคะ” ชายหนุ่มได้ยินก็พยักหน้าตอบกลับเด็กสาวก็เดินออกจากตึกนี้เพื่อกลับที่ยังห้องพักของตนเอง เวลาผ่านไปไม่นานเด็กสาวก็กลับมาถึงยังห้องพักของตนเอง เด็กสาวก็มานั่งที่โต๊ะทานข้าวและได้พูดพึมพำด้วยความโกรธแค้นว่า“ อีก 3 เดือน ข้าก็จะได้กลับบ้านแล้ว ข้าจะต้องสืบรู้ให้ได้ว่าใครเป็คนวางยาพิษท่านแม่กับท่านปู่ข้าข้าจะไม่อภัยให้มันเด็ดขาด วันนี้ข้าได้อาวุธและได้ฝึกคัมภีร์แล้ว หากครบ 3เดือนข้าอาจจะสำเร็จกระบวนท่าแรกก็เป็ได้ ตอนนี้ข้าต้องพักผ่อนก่อนอย่าผลีผลามหักโหมมากเกินไปมันจะไม่ดีต่อตัวของข้าก็เป็ได้ “ หลังจากพูดจบเด็กสาวก็ลุกไปทำกิจวัตรของตนเองทันที
เช้าวันรุ่งขึ้นเด็กสาวก็ตื่นขึ้นมาตามปกติ ทำกิจวัตรประจำวันของตนเองอย่างสม่ำเสมอ เก็บที่นอนกวาดห้อง ทำความสะอาดโต๊ะและเก้าอี้ และด้วยความรักสะอาดของเด็กสาวทำให้ห้องของเด็กสาวแทบไม่มีฝุ่นเลย ข้าวของเป็เป็ระเบียบเรียบร้อย ไม่มีรกไม่มีสิ่งของเกะกะขวางตา เมื่องานประจำวันเสร็จสิ้นเด็กสาวก็มานั่งที่โต๊ะเพื่อทบทวนเนื้อหาในคัมภีร์ที่ได้ศึกษามาเมื่อวาน และพูดอย่างครุ่นคิดว่า“ วิธีการฝึกคัมภีร์ที่ข้าอ่านมาเมื่อวาน อย่างแรกต้องมีลมปราณก่อน หากไม่มีลมปราณก็จะไม่สามารถฝึกได้ไม่รู้ว่าข้ามีจุดรวมลมปราณหรือปล่าวล่ะเนี่ย? สงสัยคงต้องไปถามปู่ยี่ดูซะแล้วสิ “ พูดจบก็ลุกจากโต๊ะและเดินออกไปจากห้องเพื่อไปหาปู่ยี่ที่ตึกพันพฤกษาทันทีผ่านไปซักครู่เด็กสาวก็มาถึงตึกพันพฤกษา ก็เดินขึ้นไปที่ห้องๆนึงที่เคยมาเมื่อคราวก่อนเด็กสาวก็เคาะประตูห้องนั้นทันที “ก๊อกๆๆ “ ซักพักมีเสียงจากข้างในตอบกลับมา“เข้ามาได้ “ เด็กสาวยิ้มและเปิดประตูทันทีภายในห้องก็เจอชายชราในชุดสีเขียวสลับสีทองกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ “หลานเว่ยอันขอคารวะปู่ยี่เ้าค่ะ” เสียงใสๆเล็กกังวานอยู่ในห้องนั้นทำให้จิตใจของชายชราสดชื่นโดยทันที ชายชราหันไปมองเด็กสาวและก็ยิ้มกลับไปและถามว่า “ หลานมาหาปู่ถึงที่นี่มีอะไรให้ปู่ช่วยล่ะ “ เด็กสาวยืนลังเลและก็ตอบกลับไปว่า “คือว่า....เมื่อวานหลานได้ไปที่ตึกภารกิจและตึกคัมภีร์ตามที่ปู่บอกแล้วก็ได้อาวุธมาและได้อ่านคัมภีร์มาแล้วเ้าค่ะแต่ว่าวิธีการฝึกกระบวนท่าของคัมภีร์ต้องใช้ลมปราณหลานไม่เคยฝึกคัมภีร์มาก่อนเลยไม่รู้ว่าต้องฝึกลมปราณกันยังไงเ้าค่ะปู่ยี่พอจะสอนหลานได้หรือไม่เ้าคะ?” ชายชราที่เป็ปู่ก็พยักหน้าช้าๆและตอบว่า“เื่นี้เองหรอกรึ ได้สิปู่จะช่วยเ้าเอง หลานมายืนใกล้ๆปู่ซิปู่จะตรวจสอบจุดรวมลมปราณของหลานว่ามีอยู่หรือไม่”เด็กสาวได้ยินก็เดินไปอยู่ข้างๆชายชราทันทีชายชราก็ยื่นมือข้างนึงไปวางไว้ที่หน้าท้องของเด็กสาวทันที ชายชราหลับตานิ่งจู่ๆที่มือของชายชรามีอ่อร่าสีขาวอมเขียวกำลังเปล่งอยู่ที่หน้าท้องของเด็กสาวเด็กสาวเห็นดังนั้งจึงตกตะลึงและอุทานว่า “ ปู่ยี่ท่านทำแบบนั้นได้ยังไงหรือเ้าคะทำไมสีมันสวยจัง ข้าอยากทำได้แบบนั้นบ้าง “ ชายชราก็ลืมตาและถอนมือที่กำลังวางที่หน้าท้องของเด็กสาวกลับมาแต่แสงสีขาวอมเขียวยังไม่จางหายไปยังเปล่งประกายอยู่ที่มือ สายตาก็มองไปที่เด็กสาวที่กำลังทำหน้าตาตกตะลึงไม่หาย“ฮ่าๆ ยัยหนูน้อยที่ข้าทำได้แบบนี้เพราะข้าสำเร็จถึงแก่นแท้ธาตุไม้แล้วยังไงล่ะหากเ้าอยากทำได้แบบข้าเ้าต้องหมั่นฝึกฝนหมั่นเพียรเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตนเองเพื่อจะได้ไปถึงจุดแก่นแท้ของธาตุไม้เ้าเข้าใจหรือไม่” เด็กสาวได้ยินก็พยักหน้าและบอกว่า“ ข้าจะหมั่นฝึกฝนให้เยอะๆจะได้ทำได้แบบท่านปู่ยี่เ้าค่ะ ว่าแต่ท่านปู่ยี่ ท่านตรวจสอบที่ท้องข้า สรุปแล้วข้ามีจุดรวมลมปราณหรือไม่เ้าคะ“ เด็กสาวถามกลับด้วยความกังวลและตื่นเต้นชายชราเห็นท่าทางแบบนั้นก็ยิ้มออกมาและบอกว่า “ ข้าตรวจสอบดูแล้วเ้ามีจุดรวมลมปราณแล้วล่ะนะ แต่ว่าลมปราณในตัวของเ้ามีน้อยมากเพราะว่าเ้าไม่เคยฝึกยุทธ์มาก่อนจึงทำให้ลมปราณของเ้าเลยมีน้อยมาก ต่อไปนี้เป็ต้นไปข้าจะเริ่มสอนเ้าดูดซับลมปราณในอากาศให้” เด็กสาวพยักหน้าอย่างรวดเร็วและพูดกลับไปว่า“ศิษย์พร้อมแล้วเ้าค่ะ “ ชายชราได้ยินก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจในความมุ่งมั่นของหลานสาวคนนี้“เ้าไปนั่งที่พื้นนี่แล้วนั่งขัดสมาดทำสมาธิตั้งจิตให้นิ่ง เ้าต้องทำตามที่ข้าบอกทุกขั้นตอน” เด็กสาวก็รีบทำตามคำบอกของปู่ตนเองทันที“เมื่อเ้าตั้งสติจนนิ่งแล้วก็นำสติไปเข้าสู่ที่จุดรวมลมปราณ เมื่อสติอยู่ในจุดรวมปราณแล้วก็ทำการกระตุ้นที่จุดรวมลมปราณเพื่อให้จุดลมปราณได้เปิดขึ้นเพื่อดูดซับปราณในการอากาศ“ เด็กสาวก็ทำตามทันทีซักพักร่างกายของเด็กสาวได้มีการสั่นเล็กน้อยและรอบๆกายเด็กสาวเริ่มมีละอองสีขาวเปล่งออกมาจางๆ ค่อยซึมเข้าไปที่ร่างกายของเด็กสาวน้อยทันทีแต่ว่าใช้เวลาไม่นานละอองสีขาวก็จางหายไปพร้อมกับที่ร่างกายของเด็กสาวมีเหงื่อผุดมาจากหน้าและร่างกาย “ท่านปู่ยี่ทำไมการดูดซับปราณถึงได้เหนื่อยแบบนี้เ้าคะ“ คำถามของเด็กสาวทำให้ชายชราผู้เป็ปู่ยิ้มขึ้นมา“ ฮ่าๆ มันเป็ครั้งแรกของเ้ามันก็ต้องเหนื่อยแบบนี้แหละ วันนี้เ้าทำได้ค่อนข้างดีเลยนะในการดูดซับปราณในอากาศค่อยๆฝึกฝนไปเรื่อยๆ อีกไม่นานเ้าจะเหนื่อยน้อยลงไปเอง ไปพักผ่อนก่อนวันนี้พอแค่นี้ “ เด็กสาวพยักหน้าและตอบไปว่า“หลานเข้าใจแล้วเ้าค่ะ หลังจากนี้จะหมั่นฝึกฝนไปเรื่อยๆหลานของตัวลาเ้าค่ะ“ เด็กสาวลุกขึ้นก็คำนับชายชราและก็ออกจากห้องไปเพื่อกลับไปยังห้องของตนเอง ...เวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ จนครบ 1 เดือนแล้วที่เด็กสาวไป๋เว่ยอัน เริ่มฝึกฝนการดูดซับปราณในอากาศ ณ...ในห้องของอาจารย์ยี่จงเหลียง ตึกพันพฤกษา ละอองสีขาวกำลังลอยเข้าใส่ร่างกายของเด็กสาวน้อยผู้นึงอย่างไม่หยุดยั้งเวลาผ่านไปซักพัก ละอองสีขาวก็จางหายไป พร้อมกับเด็กสาวลืมตาและลุกขึ้นยืนและบอกกลับชายชราด้วยรอยยิ้มว่า“ ท่านปู่ยี่เ้าคะตอนนี้หลานรู้สึกว่า ร่างกายของตนเองแข็งแกร่งขึ้นบ้างแล้วเ้าค่ะ ไม่รู้สึกเหนื่อยเหมือนคราวก่อนเลย และก็รู้สึกถึงลมปราณที่มีมากกว่าแต่ก่อนเยอะเลยเ้าค่ะ “ ชายชราผู้เป็ปู่ก็ยิ้มออกมาและพูดกลับไปว่า “เ้าทำได้ดีมาก เพียงแค่1 เดือน เ้าก็สามารถดูดซับปราณจากอากาศได้ดีกว่าเดิม เห็นได้ชัดว่าหัวเ้าดีทีเดียวและตัวเ้ามีพัฒนาการที่ดีที่จะก้าวไประดับที่สูงกว่านี้ ไหนลองใช้กระบวนท่าแรกของคัมภีร์ พฤกษา 3 วิถี กับข้าซิ” เด็กสาวได้ยินก็พยักหน้าพร้อมกับเรียกอาวุธที่เป็ไม้เท้าจากสร้อยมิติออกมาและตั้งท่าเพื่อใช้กระบวนท่าพฤกษากักขังทันที เด็กสาวยืนกางขาออกมาหลับตาตั้งสมาธิ 2มือกุมไม้เท้ายื่นไปข้างหน้า ซักพักก็พึมพันเบาๆว่า “พฤกษากักขัง” เมื่อพูดเสร็จเด็กน้อยก็ลืมตาออร่าสีขาวก็พุ่งออกจากไม้เท้าไปหาชายชราทันที ออร่าสีขาวลอยไปที่บนหัวของชายชราและทันใดนั้นออร่าสีขาวก็กลายเป็กิ่งไม้เลื้อยแยกกิ่งออกไป 4 กิ่ง โดยกิ้งไม้ทั้ง 4แยกกิ่งพุ่งไปทางด้านหน้าด้านหลังและด้านซ้ายและขวา ของชายชรา กลายเป็กรงขังเล็กๆชายชราเห็นแบบนี้ก็ยิ้มและได้ยื่นมือไปที่ข้างบนก็พูดเบาๆว่า “ทำลาย “ แสงสีขาวอมเขียวก็เปล่งขึ้นที่มือและเมื่อสิ้นสุดเสียงของชายชรากิ่งไม้ทั้ง 4 กิ่ง ก็มลายหายไปเป็ละอองสีขาวจางหายไปในอากาศเด็กสาวเห็นดังนั้นก็ใและพูดว่า “ ท่านปู่ท่านทำลายกระบวนท่าของข้าด้วยฝ่ามือเดียวงั้นหรือเ้าคะ ท่านทำได้ยังไง ? “ ชายชราก็อดหัวเราะไม่ได้ “ ฮ่า ๆ หลานสาวตัวน้อย ที่ข้าทำลายกระบวนท่าของเ้าได้เพราะข้าอยู่ระดับที่สูงกว่าเ้ายังไงล่ะหากข้าอยู่ระดับเดียวกับเ้าข้าต้องใช้เวลานานถึงจะทำลายได้ กระบวนท่าแรกเ้าทำได้เท่านี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปก้าวนึงแล้วนะฮ่าๆ จงฝึกฝนต่อไป ” เด็กสาวได้ยินคำชมก็เผลอยิ้มด้วยความดีใจ “ ท่านปู่ท่านอย่าชมข้ามากเกินไปเลยเ้าค่ะข้ายังต้องแข็งแกร่งขึ้นอีกข้าจะต้องทำให้ท่านใช้เวลาให้นานกว่านี้ที่จะต้องทำลายกระบวนท่าของข้าให้ได้” ชายชราก็ยิ้มและตอบกลับไปว่า“หากเ้าหวังถึงจุดนั้นข้าก็จะรอคอยเ้าก็แล้วกัน ฮ่าๆๆ “ เด็กสาวทำหน้าบุ้ยและบอกว่า“ ท่านรอข้าได้เลยข้ารับคำท้าของท่าน!! “ ชายชราก็ยิ้มและหัวเราะเบาๆให้กับท่าทางของหลานสาว เมื่อเวลาผ่านไปเด็กสาวก็มาที่ตึกคัมภีร์และตึกพันพฤกษาทุกวันเพื่อที่จะฝึกฝนคัมภีร์ให้ก้าวหน้าขึ้นกิ่งไม้ที่เด็กสาวทำได้ 4 กิ่งเมื่อตอนเริ่มฝึกฝน จนถึงตอนนี้ก็เพิ่มกิ่งไม้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจาก 4 เป็ 6 เป็ 8 จนครบ 3 เดือน เด็กสาวก็สามารถแยกกิ่งไม้เป็ 10 กิ่งและชายชราก็ใช้เวลาทำลายนานขึ้นไปอีกหน่อยนึง... “ทำลาย” เสียงชายชราที่พูดออกมาแสงออร่าสีขาวอมเขียวที่มือข้างนึงของชายชราก็เปล่งมากขึ้น ซักครู่กิ่งไม้ทั้ง 10 กิ่งก็ค่อยๆแตกสลายเป็ละอองสีขาวและจางหายไป “ ฝีมือรุดหน้าไปเยอะทีเดียวนะหลานปู่ เพียง 3 เดือน ก็สามารถแยกกิ่งไม้เป็กรงขังได้ 10 กิ่งแล้ว หากเ้าฝึกไปเรื่อยๆอย่างขยันหมั่นเพียรเ้าจะยิ่งแบ่งกิ่งไม้ได้เยอะขึ้นกว่าเดิม และสามารถกักขังคู่ต่อสู้ได้มากกว่า 2คนขึ้นไปด้วยนะ “ เสียงของชายชราที่บอกกับเด็กสาวผู้เป็หลานสาวเด็กสาวได้ยินก็ยิ้มและพยักหน้าและตอบกลับไปว่า “ หลานจะจำสิ่งที่ปู่แนะนำสั่งสอนหลานเ้าค่ะหลานจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีก “ ชายชรายิ้มและบอกต่อไปว่า“อีก 3 วัน ศิษย์ของสำนักก็จะได้กลับบ้านกันแล้วเ้าพร้อมกลับหรือไม่ ? “ เด็กสาวได้ยินประโยคนี้ก็ทำหน้าจริงจัง“หลานต้องกลับไปแน่เ้าค่ะ ยังมีบางอย่างที่หลานจะต้องสืบให้รู้ให้ได้ท่านปู่ไม่ต้องเป็ห่วงหลานเ้าค่ะ “ ชายชราก็พยักหน้าและบอกกลับไปว่า“ งั้นหลานก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีมีสติอยู่ตลอดเวลา อยู่บ้านก็หมั่นฝึกฝนด้วยนะ อย่าให้ขาดเชียวล่ะ” “ หลานเข้าใจแล้วเ้าค่ะ “ เด็กสาวพยักหน้าทันที “งั้นก็ดีตอนนี้เ้ากลับไปที่ห้องพักซะ ไปพักผ่อนให้มากๆ เตรียมตัวกลับบ้านเถอะ” “ หลานขอตัวลาเ้าค่ะ” เด็กสาวคำนับผู้เป็ปู่และออกจากห้องไปเพื่อกลับไปที่ห้องพักของตัวเอง เมื่อกลับมาถึงที่เด็กสาวห้องก็จัดแจงเสื้อผ้าและของใช้ที่จะกลับบ้านในอีก3 วัน “ ในเวลา 3 วัน ข้าต้องหมั่นฝึกฝนอย่าเกียวคร้านเป็อันขาด เมื่อข้ากลับบ้าน ข้าจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็คนวางยาท่านแม่กับท่านปู่ข้าข้าไม่ปล่อยมันไว้แน่ “ สายตาอาฆาตของเด็กสาวทำให้จากเด็กสาวที่น่ารักกลายเป็เด็กสาวที่น่ากลัวหลังจากนั้นก็ฝึกฝนคัมภีร์ในห้องจนครบ 3 วัน เช้าวันรุ่งขึ้นศิษย์ทั้งหมดในสำนักก็ได้ทยอยออกเดินกลับบ้านกันอย่างมากมายเด็กสาวก็เตรียมสัมภาระและสิ่งของเครื่องใช้ไว้เรียบร้อยแล้ว แอ๊ดด!! เสียงเปิดประตูดังขึ้น เด็กสาวที่อยู่ชุดสีชมพูทั้งชุดทำให้เด็กสาวดูเป็สาวน้อยน่ารักดูอ่อนหวานเรียบร้อยทันที แต่ที่เอวมีป้ายของสำนักทองคำ์ห้อยอยู่“ ไปหาปู่ยี่ก่อนดีกว่า “ ว่าแล้วปิดประตูและก็ก้าวเท้าเดินไปที่ตึกพันพฤกษาพอมาถึงที่หน้าตึกก็เจอชายชราผู้เป็ปู่อยู่ก่อนแล้ว ยืนอยู่หน้าประตูในชุดสีเขียวเข้มสลับกับสีขาวหน้าตาดูอ่อนโยน กำลังยิ้มให้กับเด็กสาวพึ่งมาถึง “ดูสภาพของเ้าแล้วนี่พร้อมกลับบ้านแล้วจริงๆ ฮ่าๆๆ “ เด็กสาวคำนับและยิ้มตอบกลับไปว่า“หลานพร้อมแล้วเ้าค่ะ” ชายชราพยักหน้าและบอกกลับไปว่า“ข้าจะไปส่งเ้าเองที่บ้านตอนเ้ามาที่สำนัก ข้าก็เป็คนพามา ตอนกลับบ้านข้าจะพาเ้ากลับไปเอง “ เด็กสาวได้ยินก็ยิ้มไปด้วยความดีใจ“หลานขอบคุณปู่ยีเ้าค่ะ “ ชายชราก็ยิ้มตอบ “ งั้นก็ไปกันได้แล้ว “ พูดเสร็จก็เดินนำเด็กสาวไปทันทีเด็กสาวพยักหน้าและก็เดินตามชายชราทันที ปู่และหลานทั้ง 2 คน เดินคู่กันไปเดิมทางไปยังบ้านเกิดของเด็กสาวที่นามว่าไป๋เว่ยอัน ทั้ง 2 คน จะสืบได้หรือไม่ว่าใครเป็ผู้ร้ายในเื่นี้และเื่นี้จะลงเอยในแบบใดต้องติดตามกันไปดู.......