ในสถานที่ลับแห่งหนึ่ง ในที่ประชุมผ่านเครือข่ายพิเศษ ที่แสดงโฮโลแกรมผู้นำประเทศแต่ละประเทศรวมตัวกัน
"เห็นทีพวกเราต้องใช้นิวเคลียร์แล้วละ"
ผู้นำแห่งสหรัฐเอ่ยออกมากลางปล้องในขณะที่ผู้นำแต่ละที่ถกเถียงกันอยู่ คำกล่าวของเขาทำให้ทั้งห้องเงียบในทันที
"เห็นด้วยพวกเราคงต้องใช้มันแล้วจริงๆ"
ผู้นำจีนสนับสนุนขึ้นมาอีกคน จากนั้นก็ตามมาด้วยรัสเชียและอีกหลายประเทศที่มีนิวเคลียร์ในการ
"แต่ขืนใช้พวกมันถึงจะสามารถทำลายพวกมันได้แต่ผลกระทบระยะยาวจากสิ่งตกค้างพวกเราจะทำยังไง"
ผู้นำในฝั่งอาเซียนกล่าวคัดค้านขึ้นมา รวมถึงประเทศในภูมิภาคเอเชียบางแห่ง หนึ่งในนั้นก็คือญี่ปุ่นที่รู้ถึงผลที่รุนแรงของมันอย่างดี
"แล้วจะให้ทำยังไงอาวุธที่พวกเราภูมิใจกันนักหนาไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้เลย ม่านพลังป้องกันของพวกมันก็เจาะไม่เข้า"
ผู้นำฝั่งทางอเมริกาแย้งขึ้นมาอีกครั้ง
"แล้วคิดจริงๆรึว่านิวเคลียร์จะทำอะไรพวกมันได้นะ!?"
ฝั่งคัดค้านกล่าวขึ้นมาอีก การโต้เถียงดุเดือดเผ็ดร้อนระหว่างสองฝ่ายต่างไม่ยอมให้กันเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ในตอนนั้นเองก็มีภาพโอโลแกรมฉายร่างเพิ่มขึ้นมาอีกร่างหนึ่งภายในห้องนั้น
"หึหึหึ ไอ้พวกโง่ข้าไม่ยอมให้พวกแกทำลายดาวของตัวเองหรอกนาจะบอกอะไรให้อาวุธที่พวกแกภูมิใจนักหนานะ ข้าส่งพาราไซต์นาโนแมชชีนไปตัดการทำงานของพวกมันหมดแล้วและอีกสักครู่พวกแกทุกคนก็ต้องมาอยู่ต่อหน้าข้าคนนี้แล้วอย่าเถียงกันให้เปลืองแรงเลย"
เสียงกล่าวที่ออกมาจากภาพโฮโลแกรมของออก้า ที่กำลังเดินเข้ามาหาพวกบรรดาผู้นำต่างๆด้วยใบหน้าที่แสยะยิ้ม ทันทีที่เขากล่าวจบหนึ่งในผู้นำในนั้นก็หายวับไป
"เกิดอะไรขึ้นกับผู้นำสหรัฐ!?!?"
กลุ่มคนในห้องอุทานออกมาอย่างใ แต่ยังไม่ทันได้รับคำตอบภาพโฮโลแกรมของบรรดาผู้นำต่างทยอยหายไปทีละคนสองคน
……………………..
"เอ้าจะทำอะไรก็ทำสิไอ้มนุษย์ข้ารออยู่"
เสียงชายในชุดเกราะสีดำที่ลอยตัวอยู่เหนือร่างของศาสตรา เอ่ยออกมาในภาษาของมนุษย์โลกเขาอ้าแขนรออย่างสบายอารมณ์
"ก..แกไอ้ปีศาจจจ!!!"
ศาสตราเหนี่ยวไกปืน ลูกพลาสม่าถูกยิงออกมาพุ่งตรงเข้าหาชายชุดเกราะสีดำ แต่เมื่อลูกพลาสม่าเข้าใกล้ตัวเขามันก็ถูกดีดออกไปอีกทาง ชายในชุดเกราะสีดำหัวเราะออกมาอย่างเ็าขยับมือเล็งมาทางศาสตราอย่างช้าๆ แต่ในตอนนั้นเองด้านหลังเขาเหมือนมีอะไรมากระแทกอย่างแรงจนทำให้เขาเซไปด้านหน้า
"ลุกขึ้นเร็วศาสตรา เร็วเข้า!!!"
เสียงชัยวุติดังขึ้นข้างเขาพลางดึงตัวของเขาลุกขึ้น ชัยวุติที่ขับรถเหินไปชนชายชุดดำอย่างแรง เขาะโออกมาก่อนที่รถจะไปกระแทกเข้ากับชายคนดังกล่าวจากการไม่ระวังตัวจนเซเสียหลักไปหลาย่ตัว
"ไอ้วุติแกยังไม่ตาย!?!?"
"เออยัง จะตายก็เพราะแกช้านั้นละไอ้ศาสตราเร็วเข้าลุกขึ้น"
ชัยวุติดึงศาสตราลุกและพากันวิ่งไปยังรถที่จอดอยู่ไม่ห่างอีกคัน ศาสตราหันไปทางชายชุดดำในขณะที่วิ่ง จึงเห็นว่าชายคนดังกล่าวกำลังจะหันกายกลับมาทางพวกเขา ศาสตราจึงยกปืนรัวะุพลาสม่าออกไปโดยไม่หันกลับไปมองและวิ่งอย่างสุดชีวิตตามหลังชัยวุติไป ะุพลาสม่ายิงไปถูกรถที่ชัยวุติขับชนชายชุดเกราะสีดำไปหลายนัดจนรถะเิขึ้นอย่างแรงโดยมีชายในชุดเกราะสีดำอยู่ใกล้ๆ แต่ว่าแรงะเิไม่อาจจะรั้งชายในชุดเกราะสีดำได้แม้แต่เสี้ยววิ เขาเดินออกมาจากเปลวเพลิงที่ลุกใหม้อย่างสบายๆมองไปยังสองหนุ่มที่กำลังขับรถออกไป ทันใดนั้นเขาก็พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วจนเปลวเพลิงข้างหลังของเขาแตกกระจายจากแรงดีดตัว เพียงไม่นานก็ตามทันรถที่สองชายหนุ่มขับหนีมา เขาขึ้นไปยืนบนหลังคารถพร้อมกับเหยียบลงหลังคารถอย่างแรงจนเท้าทะลุหลังคาลงมา ชัยวุติรีบหักที่บังคับจนรถพลิกคว่ำไปหลายตลบ ไปชนเข้ากับรถคันหนึ่งที่เสียหลักอยู่ก่อนหน้านี้ สองชายหนุ่มที่อยู่ภายในรถตะเกียกตะกายออกจากรถด้วยร่างที่เต็มไปด้วยาแ
"ไอ้วุติเป็ไงบ้างวะ!?"
ศาสตราที่ออกมานอนแผ่หรากล่าวถามออกไปอย่างเป็ห่วง
"ยังอยู่ดีแต่อีกเดี๋ยวคงได้ไปเยี่ยมยมบาลกันแล้วละ"
ชัยวุติตอบกลับมาอีกฟากหนึ่งของรถที่พังยับเยินในน้ำเสียงหมดอาลัย เมื่อศาสตราได้ยินเช่นนั้นเขาก็ไม่พูดอะไรจ้องมองฟ้าอย่างเหม่อลอย นอนรอความตายที่กำลังจะมาถึง ชายในชุดเกราะลอยตัวเหนือทั้งสองคนมองทั้งคู่อย่างสมเพช
"เฮ้ยๆยอมแพ้กันแล้วเรอะ"
เขากอดอกลอยตัวกล่าวออกมา เมื่อไม่ได้ยินคำตอบมาจากทั้งสองคนเขาก็กางฝ่ามือเล็งมายังชายหนุ่มทั้งสอง
"เหอะ น่าเบื่อชะมัดงั้นก็ตายๆไปชะเถอะ"
ทั้งศาสตราและชัยวุติต่างหลับตาลงไม่คิดขัดขืนอีกต่อไป แต่ในตอนนั้นเองทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงะเิดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว ทำให้ทั้งสองลืมตามอง ชายในชุดเกราะที่กำลังเตรียมพรากชีวิตของพวกเขา กระเด็นออกไปไกล เขาไปกระแทกตัวตึกอีกฝั่งถนนจนกำแพงพังลงมาทั้งแถบ สองชายหนุ่มเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เกิดตะลึงขึ้นมา เพราะว่าอาวุธที่ผ่านมาทำอะไรชายในชุดเกราะไม่ได้เลย แล้วนี้มันเกิดอะไรขึ้นทำไมชายผู้นั้นกลับกระเด็นออกไปแบบนั้นได้กัน ทั้งสองต่างพยายามชันตัวลุกขึ้นมองหาต้นเหตุของการะเิในครั้งนี้ แต่ไม่ทันจะหาเจอพวกเขาก็พบยานบินรูปร่างแปลกๆมาหยุดเหนือหัวของพวกเขาแล้ว ลำแสงสองสายถูกยิงมาอาบร่างของทั้งสองชายหนุ่มยกตัวทั้งสองให้ลอยเข้าไปในตัวยานอย่างรวดเร็ว สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ชายหนุ่มทั้งสองอย่างมากเมื่อตัวของพวกเขาลอยขึ้นเหนือพื้นจากแรงดึงดูดบางอย่าง ยานบินไม่รอช้าเมื่อทั้งสองเข้าไปในตัวยานมันก็ออกตัวไปในทันที ชายในชุดเกราะออกมาจากซากกำแพงมองไปยังยานบินที่บินหนีไปในความเร็วที่น่าตกตะลึง
"เฮ้ยย!!!ยานของพวกดาวจาย่ามาอยู่ที่นี้ได้ยังไง!?!!"
เขาอุทานออกมาพร้อมกับสีหน้าที่ใ แต่หลังจากนั้นใบหน้าของเขากลับปรากฏรอยยิ้มขึ้นเมื่อหมวกที่เขาใส่อยู่ มันพับเก็บลงไปในชุดเกราะของเขา
"หึหึ ไม่คิดว่าจะเจอพวกมันที่นี้ต้องรายงานให้ท่านหัวหน้าได้รู้ไว้ซะแล้ว"
ศาสตราและชัยวุติ ที่มาอยู่บนยานยังไม่อาจคืนสติขึ้นมาได้ทั้งสองมองหน้ากันไปมา และมองไปรอบตัวอย่างมึนงง
"ร..เราโดนพวกมันจับงั้นเหรอ!?"
ชัยวุติเปิดปากขึ้นถามแต่คำตอบของศาสตราที่ตอบกลับมามีเพียงส่ายหน้าพร้อมกับใบหน้าที่มึนงงเช่นเดียวกันกับเขา แต่แล้วคำตอบก็ปรากฏออกมาเมื่อทั้งสองได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเป็อย่างดี
"ทั้งสองปลอดภัยใหม!?"
เสียงของมีอาร์ที่อยู่ภายในห้องบังคับดังขึ้นมา เมื่อทั้งสองได้ยินเช่นนั้นก็พยายามลุกขึ้นแต่ด้วยอาการาเ็ทำให้ทั้งสองไม่อาจจะลุกขึ้นไปหาเธอได้จึงะโตอบกลับไปแทน
"พวกเราปลอดภัยดี"
ศาสตราเป็คนแรกที่ะโออกไป
"อืมใช่ปลอดภัยดี แต่เหมือนกำลังมองเห็นยมบาลกวักมือเรียกหย่อยๆเลยละจ้า"
ชัยวุติตอบกลับไปอีกคน
"ทั้งสองทนเอาหน่อยนะอีกเดี๋ยวก็ถึงแล้ว"
มีอาร์กล่าวออกมาอีกครั้ง ทั้งสองเมื่อรู้ว่าเป็มีอาร์มาช่วยเอาไว้ความเคร่งเครียดก็มลายหายไปแต่ความเ็ปบนร่างกายของพวกเขาก็เข้ามาแทนที่จนทั้งสองสลบไสลไป
เมื่อทั้งสองรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่ามาอยู่ในที่ไม่รู้จักและยังถูกขังเอาไว้ภายในหลอดแก้วพร้อมกับสายระโยงระยางแปะติดเต็มร่างกายอีก
"ก..เกิดอะไรขึ้นกับเราเนี้ย!?"
ทั้งสองกล่าวออกมาพร้อมกับพยายามดันหลอดแก้วอย่างแรง และทุบอีกหลายครั้ง
"ใจเย็นๆทั้งสองคนพวกนายาเ็น่าดูเลยนะต้องได้รับการรักษาเร่งด่วน ตอนนี้คงไม่เป็ไรแล้วละเดี๋ยวเปิดให้ไม่ต้องอาละวาด"
เสียงมีอาร์ทำให้ทั้งสองหยุดดิ้นรนทั้งสองมองผ่านหลอดแก้วก็เห็นหญิงสาวสวยยืนท้าวเอวมองมาที่ทั้งสองคนอย่างดุๆ แต่ทันใดนั้นเหมือนทั้งสองจะนึกขึ้นได้ว่าตนกำลังเปลือยกายล้อนจ้อนไร้สิ่งปิดบังจึงรีบเอามือกุ้มของสงวนไว้ทันที พร้อมเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความอาย
"อย่ามองพวกเราแบบนั้นนะ"
"ฟัง!ฉันมีอะไรจะบอกพวกนายด้วย ตั้งใจฟังดีๆละ"
มีอาร์กล่าวออกมาโดยไม่สนอาการของทั้งสองแม้แต่น้อย มีอาร์เริ่มเล่าเื่ราวของดาวจาย่าให้ทั้งสองคนฟังโดยไม่ยอมตอบข้อซักถามของทั้งสองคนแม้แต่น้อย เมื่อทั้งสองฟังจบใบหน้าของสองชายหนุ่มนั้นราวกลับตกไปในห้วงภวังค์ ความสงสัยเกี่ยวกับความเป็มาของมีอาร์ที่ทั้งสองพยายามถามเธอมานานได้รับการไขกระจ่างซะที ทั้งสองคนที่ออกมาจากแคปซูลรักษาพวกเขาใส่เสื้อผ้าเงียบๆโดยไม่พูดไม่จามองหน้ากันราวกับว่าตนเองกำลังฝันอยู่ เื่ต่างๆมากมายประเดประดังเข้ามาทำให้ทั้งสองทำอะไรไม่ถูกทั้งเื่พวกต่างดาวที่บุกโลก มนุษย์จากดาวอื่นอพยพเข้ามาแถมยังมีเื่พวกอื่นในอวกาศอีก
มีอาร์ไม่รอให้ทั้งสองคนคืนสติรีบถามทั้งสองต่อทันที
"พวกเราต้องหนีกันแล้วโลกจบสิ้นแล้วละพวกนายทั้งสองจะเอายังไงไปกับพวกเรารึอยากตายอยู่ที่นี้!?"
สองชายหนุ่มหันหน้ามองมีอาร์ด้วยความตกตะลึง
"หนีงั้นรึหนีไปไหนละพวกสลัดอวกาศพวกนั้นพวกเธอรับมือไม่ไหวจริงเหรอ!?!?"
ศาสตราเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตึงเครียด
"ไม่รู้หรอกว่าจะไปไหนแต่ขืนพวกเรายังอยู่ที่นี้มีแต่ความตายเท่านั้นแหละที่รออยู่ แล้วพวกสลัดอวกาศพวกนี้นะมีแต่พวกผู้พิทักษ์เท่านั้นแหละที่พอจะรับมือได้พวกเราหรือใครก็ตามในห้วงจักรวาลนี้รับมือไม่ไหวหรอก"
ใบหน้าที่เศร้าสร้อยของมีอาร์ที่กล่าวออกมานั้น ทำให้สองชายหนุ่มชาวโลกรู้สึกสิ้นหวังอย่างมาก
"ผู้พิทักษ์ที่เธอบอก พวกเขาอยู่ไหนละทำไมไม่ไปขอให้พวกเขาช่วยละ"
ชัยวุติกล่าวถามเมื่อได้ยินเื่ผู้พิทักษ์ มีอาร์ค่อยๆเงยหน้ามองเขาและเริ่มเล่าถึงเื่ผู้พิทักษ์รวมถึงเื่ที่ชาวดาวจาย่าได้ทำผิดกฏของพวกเขาให้ทั้งสองฟัง ดังนั้นชาวดาวจาย่าจึงไม่อาจขอความช่วยเหลือจากพวกผู้พิทักษ์ได้
"ไรเหตุผลได้ชื่อว่าเป็ผู้พิทักษ์แต่จิตใจคับแคบชะมัด"
ศาสตราและชัยวุติกล่าวออกมาอย่างพร้อมเพียงเมื่อฟังมีอาร์เล่าจบ แต่ก่อนที่มีอาร์จะทันอ้าปากพูดอะไรขึ้นมาอีกนั้นเสียงดังที่คล้ายเสียงะเิก็ดังขึ้นด้านนอกของตัวบ้านของเธอ
"ย..แย่แล้ว..ม..ม่านพลังป้องกันถูกทำลายลงแล้ว พวกมันเจอพวกเราแล้ว!!!"
เสียงดังเอะอะนอกห้องที่ใช้รักษาศาสตราและชัยวุติ ะโออกมาอย่างตื่นตระหนก เมื่อมีอาร์ได้ยินเช่นนั้นก็รีบพาศาสตราและชัยวุติวิ่งออกจากห้องมุ่งตรงไปหาราจ
"ท่านราจพวกมันเจอพวกเราได้ยังไงกัน!?!?"
มีอาร์ไม่รอช้าเมื่อเข้ามาหาราจจึงรีบกล่าวถามทันที ตอนที่เธอหนีมานั้นเธอให้ยานบินเปิดโหมดอำพรางในระดับสูงสุดเอาไว้แล้วเธอจึงมั่นใจอย่างมากว่าพวกสลัดอวกาศไม่อาจติดตามเธอมาได้อย่างแน่นอน
"พวกมันใช่คลื่นตรวจจับจนพบม่านพลังของที่นี้ได้นะสิพวกเราหนีกันไม่รอดแล้ว ยานของพวกเราพวกมันก็เจอแล้ว"
ราจที่มองจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ กล่าวออกมาด้วยความสิ้นหวัง ตอนนี้ข้างบนมีพวกสลัดอวอาศนับสิบอยู่และเริ่มทำลายบ้านเรือนเพื่อตามหาพวกเขาที่อยู่ชั้นใต้ดิน ยานที่พวกชาวดาวจาย่าจะใช้หลบหนีก็ถูกทำลายลงไปแล้วเช่นกัน ตอนนี้กลุ่มคนของดาวจาย่าและชายหนุ่มมนุษย์โลกสองคนที่อยู่ชั้นใต้ดินต่างตกอยู่ในความสิ้นหวังไร้หนทางรอด ไม่นานนักบ้านหลังใหญ่ของพวกเขาก็ถูกทำลายลงแรงสั่นะเืจากแรงะเิสั่นะเืจนมาถึงด้านล่างที่เป็ที่พวกเขาอาศัยอยู่
"ออกมาไอ้พวกสวะ"
เสียงะโอันเต็มไปด้วยพลังที่หนักหน่วง ทำให้ผู้คนทีาได้ยินสั่นสะท้านไปถึงก้นบึ้งของจิติญญา
กลุ่มคนที่อยู่ขั้นใต้ดินสั่นสะท้านออกมาไม่อาจควบคุมร่างตนเองได้ พากันทยอยเดินขึ้นมาข้างบนที่กำลังถูกปิดล้อมจากพวกสลัดอวกาศ
"ในที่สุดพวกเราก็เจอกันอีกครั้งชาวดาวจาย่า"
ชายผู้นั่งท้าวคางตนเองบนบัลลังก์ลอยได้กล่าวออกมา เมื่อกลุ่มคนเห็นคนผู้นี้ร่างกายของพวกเขาถึงกับสั่นสะท้านไม่หยุด
"ก..แก..อ..ไอ้ปีศาจ"
ราจที่มองไปยังชายผู้นั้นเอ้ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน
"หึหึ คราวนี้พวกเ้าไม่อาจหนีไปเหมือนในคราวนั้นอีกแล้วถึงเวลาที่ชาวดาวจาย่าต้องสูญสิ้นเผ่าพันธ์ในวันนี้แหละ"
ชายผู้ที่นั่งบนบัลลงก์ก็คือออก้าที่ออกมาด้วยตนเอง เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นเขาแค้นลอร์ดพวกจาย่าอย่างมากที่ทำลายดวงดาวที่เขาคิดจะใช้เป็ที่ตั้งฐานทัพของเขา เขาจึงสาบานเอาไว้ว่าจะไม่ปล่อยชาวดาวจาย่าให้มีชีวิตอีกต่อไปและจะต้องล้างเผ่าพันธ์ให้สูญสิ้นไปให้หมดจากห้วงจักรวาลแห่งนี้ให้สิ้นซาก