เวลาผ่านไป...การข่มขู่ของเย่ฉีในครั้งนี้สร้างความสั่นะเืไปทั่วทั้งโลกนอกจากภายในเขตปกครองที่กลายเป็บ้าคลั่งเพราะการปะทะกันของบรรพชนโบราณแล้วในสถานที่ที่ไกลออกไปการปรากฏขึ้นของกลิ่นอายบรรพชนคนใหม่นี้ยังทำให้ขุมอำนาจจำนวนมากต้องเกิดความวุ่นวายตามไปด้วยบรรพชนโบราณเก้าประตูคนที่สิบ!จะอย่างไรโลกใบนี้ก็ถูกเก้าบรรพชนสูงสุดคานอำนาจกันมานับหมื่นปี หากมีตัวตนที่เท่าเทียมอีกหนึ่งปรากฏขึ้นอำนาจในมือของพวกเขาแน่นอนว่าต้องสั่นคลอนไปเช่นกัน!
ภายในห้องโถงที่อบอวลไปด้วยความเกรี้ยวโกรธหลังจากเย่ฉีจากไป...ในวันนี้ขุมอำนาจชั้นนำจากเจ็ดแผ่นดินและหนึ่งทะเล...ผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดตลอดมาได้ถูกเย่ฉีตบหน้าจนด้านชากันเป็แถวแม้กระทั่งสมาคมผู้าุโที่ทรงเกียรติก็ยังถูกเขาเหยียบจนแบนราบในประตูบ้านของตนเอง!
การกระทำนี้ของเย่ฉีสร้างเป็ความเกลียดชังให้กับแทบทุกคนที่อยู่ในห้องโถงนี้!ใบหน้าของหลายคนต้องหม่นหมองลงโดยเฉพาะคนจากไป๋กู่
“ไอ้เด็กสารเลวนั่น!หากไม่มีชายชุดดำคนนั้นข้าสาบานเลยว่าจะฉีกมันเป็หมื่นๆ ชิ้น!”
ใบหน้าของผู้สืบทอดจากไป๋กู่ยังคงบิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียดเขาด่าทอออกมาไม่หยุดเช่นเดียวกับผู้สืบทอดของหลัวช่วนในใจของพวกเขาได้ฝังความเกลียดชังนี้จนลึกลงไปถึงกระดูก!
“ต่อให้เป็บรรพชนสูงสุดแต่การมาหาเื่ไป๋กู่เช่นนี้คิดว่าจะจบง่ายๆหรือ? รายงานกลับไปยังหมู่เกาะให้บิดาข้าทราบ!”
เช่นเดียวกับผู้สืบทอดของไป๋กู่ทางหลัวช่วนเองก็ดำเนินการส่งข้อความกลับไปยังนิกายทันที!เื่นี้พวกเขาจะไม่ยอมจบง่ายๆ เด็ดขาดอย่าลืมว่าผู้นำของทั้งสองกองกำลังนี้ก็คือบรรพชนเก้าประตูโบราณเช่นเดียวกัน!
“นายน้อยต้วนท่านจะเอาอย่างไร? เื่นี้แผ่นดินชิงลั่วของเราเสียหน้าเป็อย่างมาก!”
ผู้าุโจากแผ่นดินชิงลั่วกล่าวออกมาขณะมองไปยังชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าโดดเด่นที่สุดในยุคนี้...ต้วนหลิงเทียน!นายน้อยแห่งตระกูลต้วนอันยิ่งใหญ่อย่างไรก็ตามแม้ว่าผู้าุโจะ้าเข้าร่วมกับไป๋กู่และหลัวช่วนแต่ต้วนหลิงเทียนกลับส่ายหน้าพร้อมกับถอนหายใจออกมา
“เื่นั้นไม่จำเป็...การขัดแย้งจะถูกยุติลงตรงนี้!อย่างไรก็ตาม...”
ต้วนหลิงเทียนหันไปทางผู้สืบทอดและผู้าุโจากไป๋หนานและเฮยหนานรวมไปถึงผู้าุโจากชิงลั่วด้วยเช่นเดียวกันก่อนจะกล่าวต่อออกมา
“ตระกูลต้วนจะตัดสัมพันธ์กับใครก็ตามที่เป็ศัตรูกับนิกายันพเก้า!”
คำพูดนี้เขาพูดออกมาเบาๆเท่านั้นและก็พอให้ได้ยินเฉพาะคนที่อยู่บริเวณนั้นแต่มันก็มากพอที่จะทำให้คนทั้งหมดตรงนั้นตื่นตระหนก!ในสายตาของพวกเขาตระกูลต้วนคือตระกูลที่ยิ่งใหญ่และภายในสี่มหาอำนาจเองก็ยังกริ่งเกรงในบารมีของตระกูลต้วนไม่น้อยมีข่าวลือว่าบรรพบุรุษของตระกูลต้วนนั้นยังมีชีวิตอยู่และหลับใหลอยู่ภายใต้ปราสาทของตระกูล
“นายน้อยต้วน...ที่ท่านกล่าวออกมาเป็ความจริง?”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับคำเขาเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนักแต่การที่นิกายันพเก้านั้นมีบรรพชนโบราณเก้าประตูดำรงอยู่เื้ัคำสั่งตระกูลครั้งนี้จะต้องมีบางอย่างแน่นอนอีกทั้งความรู้สึกเวลาเขามองไปยังเย่ฉีก็ยังทำให้เขารู้สึกราวกับว่าอีกฝ่ายไม่ใช่เพียงเด็กธรรมดาเช่นที่ตาเห็น
“ข้าเองก็ไม่รู้รายละเอียดมากนัก...คำสั่งนี้ถูกสั่งออกมาเมื่อหลายวันก่อนจากเบื้องบนและยังเป็คำสั่งที่เคร่งครัดเป็อย่างมากหากพวกเ้า้าแก้แค้นที่อับอายในวันนี้ข้าก็จะไม่ขัดขวาง...เพียงแต่ความสัมพันธ์ของพวกเราคงต้องยุติลงเพียงเท่านี้”
คำพูดของเขาตรงไปตรงมาและชัดเจนสำหรับต้วนหลิงเทียนนั้นสิ่งที่ใฝ่หาคือความแข็งแกร่ง...ด้วยคำสั่งที่เบื้องบนของตระกูลสั่งลงมาจึงทำให้เขาเกิดความสนใจในนิกายันพเก้าทว่าเกี่ยวกับอำนาจหรือความอิจฉากระทั่งการดูถูกผู้ต่ำต้อยนั้นไม่เคยอยู่ในความคิดของเขาเลย
เขาคือชายที่กระหายในความแข็งแกร่งและการต่อสู้!
***
ภายในบ้านพักของนิกายันพเก้าเย่ฉีสั่งรวมพลศิษย์ทั้งหนึ่งพันคนทันทีที่กลับมาถึงข้อสรุปหลังจากที่เย่ฉีออกมาจากสมาคมนั้นคือไม่มีผู้ใดปฏิเสธข้อเสนอของเขาและการรวมตัวที่น้ำพุเหลืองจะเกิดขึ้นในอีกสามวันน้ำพุเหลืองนั้นอยู่ไม่ห่างจากทางเข้าของรอยแยกมากนักและใช้เวลาเพียงวันเดียวก็สามารถเดินทางไปถึงอย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้นั้นมักจะเป็ที่พักผ่อนสำหรับคนที่เข้าไปด้านในรอยแยกแต่ก็มีคนไม่มากนักที่จะเข้าไปภายในน้ำพุเหลืองเพราะด้านในนั้นอันตรายเป็อย่างยิ่ง
กองกำลังของนิกายันพเก้าเริ่มเคลื่อนพลเข้าสู่รอยแยกทันทีหลังจากได้รับคำสั่งจากเย่ฉีเป้าหมายในการนำคนจำนวนมากมาด้วยก็เพราะเย่ฉีตั้งใจจะให้พวกเขาฝึกฝนอยู่บริเวณน้ำพุเหลืองและนำบางส่วนติดตามเขาไปทว่าหลังจากเหตุการณ์ที่สมาคมแล้วเย่ฉีจึงตัดสินใจจะส่งพวกเขาทั้งหมดไปยังพระราชวังชนเผ่าโบราณเพื่อฝึกฝนแทน
ส่วนตัวเขา...สิ่งที่เย่ฉี้านั้นอยู่ภายใต้น้ำพุเหลือง!
ภายในรอยแยกนั้นแตกต่างจากด้านนอกอย่างสิ้นเชิงอันตรายและสภาพอากาศเองก็เลวร้ายด้วยเช่นกันหลังจากข้ามผ่านเข้ามาด้านในแรงลมที่กรรโชกก็พัดเข้ากระแทกกับใบหน้าของผู้คนและสายลมของที่นี่ก็ยังประกอบไปด้วยความร้อนที่สูงราวกับอยู่ในูเาไฟมองไปยังด้านหน้าภายในรอยแยกนี้ก็คือโลกอีกใบหนึ่งที่มีพื้นดินแตกระแหงกว้างสุดสายตามองเห็นเนินไกลๆนั้นเป็จุดสิ้นสุด
“ในรอยแยกนี้แบ่งออกเป็สี่ส่วนหนึ่งคือเขตนอกซึ่งมีพื้นที่กว้างมากที่สุด สองคือเมืองใต้พิภพ สามคือแดนลับแลเป้าหมายของพวกเรานั้นคือน้ำพุเหลืองซึ่งอยู่ในเขตนอกและไม่ไกลจากที่นี่มากนักอย่างไรก็ตามภายในเขตนอกนี้ยังมีอันตรายมากมายที่สามารถพรากชีวิตของพวกเ้าได้ นอกจากสัตว์ใต้พิภพแล้วสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในเขตนอกก็คืออสูรปฐี”
เย่ฉีกล่าวออกมาช้าๆเพื่อบอกให้คนทั้งหนึ่งพันที่เื้ัเข้าใจเกี่ยวกับรอยแยกนี้กำลังพลทั้งหนึ่งพันเคลื่อนไปยังน้ำพุเหลืองในทันทีการเดินทางนี้ใช้เวลาเพียงหนึ่งวันเท่านั้นก่อนที่นิกายันพเก้าทั้งหมดจะมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของล้านกว้างขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยหมอกควันจากไอน้ำจำนวนมาก
“จากนี้ไปพวกเ้าจงฝึกฝนอยู่ในบริเวณนี้และรอฟังคำสั่งจากโจผิง”
เย่ฉีกล่าวออกมาขณะมองไปยังกลุ่มคนเบื้องหน้าและส่งแผนที่ให้กับโจผิงทันทีที่มาถึงที่นี่เขาก็ได้ตรวจสอบเส้นทางด้านในทั้งหมดแล้วถึงแม้ว่าคนทั่วไปอาจจะไม่สามารถจดจำเส้นทางเหล่านี้ได้เพราะความซับซ้อนของค่ายกลเวทโบราณแต่สำหรับเย่ฉีมันไม่ต่างอะไรไปจากการมองไปยังภาพวาดธรรมดา
สถานที่แห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยพลังหยางที่เกิดจากธรรมชาติของน้ำพุเหลืองศิษย์ที่เขานำมาทั้งหมดนั้นเป็บุรุษดังนั้นการดูดซับพลังหยางในสถานที่แห่งนี้จึงนับว่าได้ประโยชน์ที่สุดอีกทั้งบริเวณนี้ก็ยังเต็มไปด้วยสัตว์ใต้พิภพที่ดุร้าย...มันสามารถทำให้พวกเขาขัดเกลาความสามารถได้ด้วยเช่นกัน!
“ประมุขน้อยแล้วท่านจะไปไหน?”
โจผิงกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัยเขาไม่คิดมาก่อนว่าเย่ฉีจะแยกตัวออกไปในเวลานี้และปล่อยให้เขานำกองกำลังทั้งหมดร่วมเดินทางไปกับขุมอำนาจอื่นที่จะมาถึงในอีกสองวันอย่าลืมว่าตอนนี้เยฉีที่เป็ประมุขของนิกายันพเก้าได้ข่มเหงผู้คนไว้จำนวนมากแม้ว่าเขาจะมิได้หวาดกลัวต่อความตายแต่หากเป็การตายที่ไร้ค่า...มันก็อีกเื่หนึ่ง!
“ไม่ต้องเป็ห่วง...เสี่ยวเฮยจะร่วมเดินทางไปกับพวกเ้าแต่จงจำไว้ให้ดีว่าเขาจะไม่ลงมือหากไม่เกิดเื่ร้ายแรงถึงชีวิต ดังนั้นจงระมัดระวังและใช้ทุกลมหายใจให้คุ้มค่าอย่าได้ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเสียเปล่า”
เย่ฉีกล่าวออกมาทำให้โจผิงถอนหายใจอย่างโล่งอกหากมีบรรพชนโบราณเก้าประตูอยู่ด้วยพวกเขาก็ไม่จำเป็ต้องกลัวสิ่งใดอีกต่อไปศิษย์นิกายันพเก้ามิได้อ่อนแอถึงขนาดที่ไม่กล้าแบกรับการฝึกฝนอันโหดร้าย!
“ประมุขน้อยรักษาตัวด้วย”
“นายท่านรักษาตัวด้วย”
คนทั้งหมดกล่าวลาเย่ฉีพวกเขาไม่ถามแม้แต่คำเดียวว่าเย่ฉีจะไปที่ใดต่อให้พวกเขารู้ว่าเย่ฉีจะเดินทางเข้าไปด้านในของน้ำพุเหลืองพวกเขาก็ไม่เกิดความแคลงใจแม้แต่น้อยว่าเย่ฉีจะไม่สามารถออกมาได้ความเชื่อมันที่มีต่อประมุขน้อยคนนี้เต็มเปี่ยมอย่างไร้ข้อกังขา!
ทิ้งคนอื่นๆไว้เื้ัเย่ฉีก็ค่อยๆ เดินตัดผ่านหมอกสีขาวเข้ามาด้านในความร้อนที่เกิดขึ้นจากน้ำพุเหลืองนั้นทำให้ผิวของเขาเริ่มรู้สึกแสบร้อนมากขึ้นเรื่อยๆสำหรับความเ็ปเล็กน้อยเช่นนี้เขาหาได้ใส่ใจจนกระทั่งเขาเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของแอ่งกระทะที่ตรงกลางมีน้ำพุขนาดใหญ่ถูกห้อมล้อมไว้ด้วยทะเลสาบสีเหลือที่เต็มไปด้วยหมอกควันจางๆ
ถึงแม้ว่ามันจะมองดูแล้วอันตรายจนแทบไร้หนทางลงไปด้านล่างแต่เย่ฉีก็ยังคงมองไปเบื้องหน้าอย่างสงบก่อนจะกล่าวออกมาพร้อมกับถอนหายใจ
“ถ้าเ้ามีเวลาเหลือมากขนาดมาคอยตามดูข้าเช่นนี้แล้วเหตุใดเ้าไม่ออกมาช่วยข้าเสียเลยล่ะ?”