มาถึงบ้านไทม์ก็เดินตรงไปที่โต๊ะกินข้าวพบว่ากับข้าวถูกจัดเตรียมไว้แล้ว“กับข้าวเยอะเหมือนกันนะเนี่ย”พูดไปก็เอาน้ำแข็งในถุงเทใส่กระติกน้ำแข็งบนโต๊ะไปพลาง
“สร้อยสวยดีนะคะ” เสียงทุ้มต่ำที่ด้านหลังคอให้ไทม์ขนเกรียวไปทั้งตัวหันขวับไปหาต้นตอที่อยู่ด้านหลังพบว่าเป็ลูซี่ที่กำลังยกยิ้มมุมปากอย่างเ้าเล่ห์
“พ-พี่ลูซี่ทำอะไรน่ะครับ”
“หืม? ก็เห็นสร้อยเราสวยดี ก็แค่ดูเฉยๆ เองค่ะทำไมหรอ หรือเขินพี่” เธอยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์อีกครั้ง“ล-แล้วทำไมไม่มาดูข้างหน้าดีๆล่ะครับ จะไปดูที่ด้านหลังทำไม”
“ก็ดูข้างหลังมันเร้าใจมากกว่านี่คะ” ร-เร้าใจหรอมันหมายความว่ายังไงล่ะนั่น
“เอาล่ะเด็กๆ มาทานข้าวได้แล้ว” แม่พูดพลางนั่งลงที่เก้าอี้โต๊ะกินข้าวก่อนที่ไทม์จะนั่งตามที่ข้างแม่ส่วนลูซี่ก็นั่งที่ฝั่งตรงข้ามของเขา
ระหว่างทานข้าวพวกเขาก็คุยกันกินไปทั้งเื่สัพเพเหระหรือเื่ที่มหาวิทยาลัยก็แล้วแต่
“จะว่าได้ข่าวว่าคุณแม่ขายน้ำพริกกากหมูด้วยใช่มั้ยคะ”
“ใช่แล้วจ๊ะ ว่าแต่หนูรู้ได้ยังไงล่ะเนี่ย”
“พอดีหนูได้ยินมาจากคนรู้จักน่ะค่ะ”เธอเหลือบมองไทม์ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปคุยกับแม่ต่อ
“คุณแม่หนูก็ชอบน้ำพริกกากหมูนะคะ เขาก็เลยฝากมาถามวันที่ขายน่ะค่ะ”
“แม่ขายทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ ทางเพจกับแอปพลิเคชั่นเดริเวอร์รี่น่ะค่ะ”
“แบบนี้ออเดอร์ก็คงเยอะสินะคะ” แม่ยกยิ้มน้อยๆ“มันก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้นหรอกจ๊ะ”
สลับมองคนทั้งสองที่พูดคุยกันอย่างถูกคออย่างไม่น่าเหลือเชื่อ
แต่ก็นะแบบนี้ก็ดีแล้ว
ทานกันไปได้ชั่วโมงกว่าในที่สุดเราก็ทานกันจนหมด“เดี๋ยวหนูช่วยนะคะ”
“ขอบคุณจ๊ะ” แม่กับลูซี่ช่วยกันยกจานชามเข้าไปในครัว “ไทม์ยกถุงขยะไปทิ้งข้างนอกให้แม่หน่อยสิ”
“คร้าบ” หันไปเก็บขยะใส่ถุงดำก่อนจะเดินออกไปทิ้งที่หน้าบ้าน “อ่าวนั้นน้องไทม์นี่”
หันไปตามเสียงต้นตอพบว่าเป็พี่แอนพี่ข้างบ้านนี่เอง
“สวัสดีครับพี่แอน วันนี้พี่หยุดหรอครับ” พี่แอนทำงานเป็สตาฟในค่ายเพลงชื่อดังถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะทำงานตำแหน่งผู้ช่วยสไตลิสต์ด้วย
“ใช่ สองอาทิตย์ที่แล้วพี่ทำงานไม่ได้หยุดเลย เหนื่อยแทบแย่เลยล่ะ”
“ฮ่าๆ อย่างนั้นหรอครับ”
ระหว่างที่คุยกันอยู่จู่ๆก็รู้สึกพลังงานแปลกๆ จากในบ้าน ค่อยๆหันไปมองก็ต้องใเมื่อพบว่าลูซี่กำลังจ้องมองมาทางนี้ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“นั่นใครหรอไทม์” พี่แอนยื่นหน้าเข้ามาในรั้วพร้อมกับมองเข้าไปในบ้าน “อ๋อนั่นพี่ลูซี่น่ะครับ เธอเป็รุ่นพี่ที่สนิทที่มหาวิทยาลัยน่ะครับ”
“อ๋อ สวยซะด้วยนะนั่น”
“แหะๆ”
“แอน รดน้ำเสร็จยังลูก มาช่วยแม่ทำขนมหน่อย” เสียงป้ากิ่งดังออกมาจากในบ้าน“ค่า”
“งั้นพี่ไปก่อนนะ” พี่แอนหันมาโบกมือลาก่อนจะวิ่งเข้าบ้านไป
“เพื่อนข้างบ้านหรอคะ” ลูซี่เดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มหวานแต่ทำไมกลับรู้สึกขนลุกแปลกๆ ยังไงก็ไม่แฮะ “เอ่อ…ใช่ครับ”
“เห~ เป็คนที่น่าสนใจดีนี่”เธอยิ้มแล้วเบนสายตามองบ้านข้างๆ ส่วนไทม์ก็ได้แต่มองเธออย่างไม่เข้าใจ
“อะไรน่าสนใจหรอครับ ผมงง”เธอหัวเราะออกมาเล็กน้อยพร้อมกับสาวเท้าเดินตรงมาทางเขาก่อนจะเอามือไพ่หลังลูซี่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเห็นดวงตาสีสวยของเธอได้อย่างชัดเจน
“มะ-มีอะไรหรอครับ” ถามเธอกลับไปปด้วยน้ำเสียงสั่น ไม่ใช่กลัวอะไรนะแต่มันแค่รู้สึกแปลกเฉยๆ จะว่ายังไงดีล่ะ คือตอนนี้ใจเขาเต้นไม่หยุดเลย กลัวหรอ?กังวลหรอ? ไม่ใช่สิ ความรู้สึกนี้มันเหมือนจะเป็เขินมากกว่า
“พี่แค่อยากมองใกล้ๆ เฉยๆ” คำตอบของเธอเล่นทำเอาผมงง “มองใกล้ๆ ทำไมหรอครับหรือที่หน้าของผมมันมีอะไรติดอยู่”
“จะว่ามีก็มีค่ะ”
“เอ๋? จริงหรอครับ”พูดพลางเอามือจับหน้าเพื่อสำรวจแต่ไม่ว่าจะหายังไงก็หาไม่เจออยู่ไหนล่ะไอ้ที่ติดหน้านั่นน่ะ
เธอยกยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับถอยใบหน้าออกไป“หึ ก็ความน่ารักไงล่ะ ที่ติดอยู่ที่หน้าของเรา”
“เอ๊ะ??!!” จู่ๆก็รู้สึกเหมือนใบหน้าเห่าร้อนไม่พอยังเหมือนว่าร่างกายจะะเิเลย
“หึ คุณแม่ทำบัวลอยไว้รีบเข้าไปกินนะคะ เดี๋ยวมันจะเย็นชืดหมด”เธอเดินเข้าไปพลางผิวปากไปด้วยอย่างอารมณ์ดีทิ้งให้ไทม์ยืนหน้าแดงอยู่ที่เดิม
มองแผ่นหลังที่ค่อยๆเดินเข้าไปในบ้านด้วยความรู้สึกปั่นป่วนท้องไปหมดก่อนจะยกมือปิดหน้าบดบังความเขินไม่ให้ใครเห็น
โอ๊ย!!เขิน!! เขินไปหมด!! เขินจนพูดไม่ออกเลย ฮือ~~
“ฮือ~~”
พยายามสูดหายใจเข้าเพื่อตั้งสติก่อนจะเดินเข้ามาในบ้านตรงมายังที่โซนห้องรับแขกพบว่ามีถ้วยบัวลอย1ถ้วยวางไว้อยู่ก่อนแล้วพร้อมกับลูซี่และแม่ที่นั่งกินอยู่พลางพูดคุยไปพลาง
ไทม์นั่งลงที่โซฟาตัวเล็กก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบถ้วยบัวลอยขึ้นมาตักกินพลางเหลือบตามมองรุ่นพี่สาวอย่างหวาดหวั่น
“จะว่าไปคุณแม่คะ หนูมีเื่จะขออนุญาตคุณแม่น่ะค่ะ”
“ขออนุญาตเื่อะไรหรอจ๊ะ”
“หนูจะขออนุญาตจีบลูกชายคุณแม่น่ะค่ะ”
พรู่ด!!!!!
บัวลอยที่กินเข้าไปพ่นพรูดออกมาทันทีจ-จีบหรอ!!! ไทม์รีบวางถ้วยบัวลอยกับโต๊ะทันที “ด-เดี๋ยวก่อนครับ!ที่จะจีบคือ…หมายความว่าไงครับ”
“ตายแล้ว พูดจริงหรอเนี่ย” หนุเหมือนเสียงทักท้วงของไทม์จะไม่มเป็ผล
“หนูพูดจริงค่ะ” เหมือนคนทั้งสองคนจะไม่ได้ยินที่ผมพูด “หนูชอบไทม์ค่ะชอบั้แ่ครั้งแรกที่เจอเลยค่ะ” คำตอบของเธอทำผมช็อค ชอบหรอเธอบอกว่าชอบเขาอย่างนั้นหรอ จริงดิ เื่จริงดิ ฝันแน่ๆ เื่นี้แค่ฝันแน่ๆ
“แม่ดีใจนะ ที่ไทม์มีคนชอบถึงขนาดนี้น่ะ”
“น้องทั้งใจดีกับคนอื่น เป็คนอ่อนโยนถึงแม้บางครั้งน้องจะดูซุ่มซ่ามเทอะทะไปหน่อยก็เถอะ แต่น้องก็น่ารักน่านะคะ”เธอหัวเราะพร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ สรุปเขาชมหรือเขาว่ากันแน่เนี่ย งง
“ว่าแต่ที่จะจีบลูกชายแม่เนี่ย จริงหรอจ๊ะ”
“จริงค่ะ หนูเลยมาขออนุญาตคุณแม่เนี่ยแหละค่ะ”
“แม่ไฟเขียวเลยจ๊ะ”
“แค่ก!!!” คำตอบของแม่ทำเอาเขาถึงกับสำลักลายทันที“แต่ยังไงก็จีบกันแบบระวังๆ หน่อยนะจ๊ะ เพราะไทม์เขาค่อนข้างขี้เขินน่ะแม่กลัวว่าถ้าน้องเขินมากๆ เดี๋ยวจะซุ่มซ่ามจนเจ็บตัวน่ะจ๊ะ ฮ่าๆๆๆ”
ไอ้จีบกันระวังๆนี่มันหมายความว่ายังไงกันเนี่ย แล้วไอ้ที่ว่าขี้เขินเนี่ยคืออะไรเนี่ย เขินมากหรอหรือยังไง
“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณแม่ หนูจะทะนุถนอมน้องอย่างดีเลยค่ะ”
“ได้ยินแบบนี้แม่ก็โล่งใจ ยังไงก็สู้ๆ นะจ๊ะ”
“ขอบคุณค่ะ”
เสียงกดกริ่งจากหน้าบ้านทำให้ทุกคนต่างละหันไปมอง“โอ๊ะ ป้านาจะมานะ พวกหนูนั่งทำความรู้จักกันไปนะ เดี๋ยวแม่ไปหาป้านาก่อน”
พูดจบแม่ก็รีบลุกและเดินออกไปทิ้งเขาให้อยู่กับลูซี่อยู่เพียง2 คนบรรยากาศภายในห้องรับแขกเงียบสงบได้ยินแต่เพียงเสียงของพัดลมแอร์กับเสียงทีวีที่เปิดคลอไว้เบาๆ
มือเรียวยกถ้วยบัวลอยขึ้นมาซดพลางเหลือบมองรุ่นพี่สาวที่นั่งทานบัวบอยอย่างเงียบๆก่อนจะหลบสายตาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายรู้ทันว่าเขากำลังแอบมองอยู่
“สงสัยหรอคะ ว่าทำไมพี่ถึงชอบเรา”
ประโยคของเธอทำเอาเขาสะดุ้งเฮือกราวกับรู้ความคิด“พ-พี่ลูซี่รู้ได้ยังไงครับ”
“ก็เพราะหัวใจของเราเชื่อมต่อกันยังไงคะไม่ว่าไทม์จคิดอะไรพี่ก็รู้หมดนั่นแหละค่ะ”
“พรูด!!!!! แค่กๆๆ”น้ำกะทิที่ซดไปก็พ่นพรูดออกมาอีกครั้งก่อนจะหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาและจัดการเช็ดน้ำกะทิที่เปรอะเปื้อนทั้งที่โต๊ะและขากางเกง
เธอพูดอะไรของเธอน่ะเขาเขินจนร้อนออกหูแล้วนะ!!!
“หน้าแดงเชียว เขินหรอคะ”ลูซี่ลุกขึ้นก่อนจะตรงมาเท้าแขนที่พนักแขนโซฟาผมแล้วก้มหน้ามาใกล้จนหน้าผากเกือบชิดกัน
“ป-เปล่านะครับ คือ-คือ…ผม”
“พ-พี่ลูซี่จะทำอะไรน่ะครับ เดี๋ยวก็แม่เห็นหรอก” ปากสั่นใจสั่นตุ๊บๆ สติจะหลุดหมดแล้วนะ
“ก็เราน่ารักจนพี่อดใจไม่ไหวนี่คะ”
“พี่ลูซี่แกล้งผมอ่ะ”
“เขาไม่ได้เรียกว่าแกล้ง เขาเรียกว่าอ่อยค่ะ” อ่อยหรอ! พูดเล่นลูซี่พูดเล่นแน่ๆ เขาคงแค่แกล้งเราแน่ๆ… เนาะ
พยามคิดแบบนั้นในใจแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลเธอวิสาสะถอดแว่นเปิดผมที่บดบังหน้าผากก่อนจะก้มเอาหน้าผากแตะกันจนเห็นดีเทลของใบหน้าแม้จะไม่ชัด
“หน้าแดงเชียว ไข้ขึ้นหรอเนี่ย” จู่ๆก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงะเิออกหูพร้อมกับเสียงฉ่าที่ดังออกมา
“มะ… ผ-ผม…” ถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว “ป-ป่าวนะครับ ผม…ผมไม่ได้เขินนะ!!”
“หืม…” เธอก็ยกยิ้มมุมปากราวกับกำลังสนุก
“เสียงดังอะไรกันน่ะลูก ดังออกไปหน้าบ้านเลย”เสียงของแม่ดังออกมาจากด้านหน้าบ้าน
“คือ-คือ ป่าวครับ คือ-แค่เล่นกันเฉยๆ”พยายามคุมเสียงที่สั่นจากความเขินก่อนจะตอบกลับแม่ไป ถ้าแม่รู้เขาโดนล้อแน่ๆไม่เอาๆ จะให้แม่รู้ไม่ได้เด้ดขาด
เสียงครืดดังจากที่ไหนสักแห่งพวกเขาหันไปมองพบว่าเป็มือถือของลูซี่ที่ชาร์จแบตเอาไว้บนโต๊ะเธอเดินไปรับโทรศัพท์แล้วพูดคุยกับคนในสายอยู่ครู่ก่อนจะวางไป
“ดูเหมือนจะต้องกลับก่อน คงอยู่เล่นกับไทม์ต่อไม่ได้แล้วสิ เสียดายจัง”เธอหันมามองพร้อมกับทำท่าทางเสียดาย ดีแล้วครับเขาไม่อยากเขินจนเป็ลมตายคาห้องรับแขก
“ถ้างั้นพี่ขอตัวกลับก่อนนะคะ เอาไว้วันหลัง…”เธอเดินเข้ามาหาผมก่อนจะก้มลงมาจนหน้าเกือบชิดพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่โคตรจะเซ็กซี่“พี่จะมาเล่นด้วยใหม่นะคะ”
“อึก…ครับ”
“อ่าว หนูลูซี่จะกลับแล้วหรอลูก”แม่เดินมาทักพร้อมกับถือตะกร้าใส่ขนมมาด้วย “ค่ะ พอดีมีธุระต้องไปจัดการน่ะค่ะขอโทษนะคะที่ไม่สามารถอยู่ถึงเย็นได้”
“ไม่เป็ไรจ๊ะ แค่นี้เอง”
“ถ้างั้นหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ ไว้จะแวะมาใหม่นะคะแล้วก็ขอบคุณสำหรับอาหารนะคะ สวัสดีค่ะคุณแม่”
“จ๊า งั้นเดินทางกลับดีๆ นะ ไทม์ไปส่งพี่หน่อยสิลูก”
“คร้าบ” เดินออกมาส่งลูซี่ที่รถบริเวณที่จอดหน้าประตู “พี่ลูซี่ไว้คราวหน้ามาเที่ยวที่บ้านอีกนะครับ”
“พูดแบบนี้เชิญชวนหรอคะ หรือว่า…จะถูกใจพี่ซะแล้ว”เธอหันมาพร้อมกับทำหน้าเ้าเล่ห์ “ป-ป่าวนะครับ คือ…ก็แบบก็แค่เห็นพี่ลูซี่สนิทกับแม่ก็เลย อยากชวนมาน่ะครับ”
“แค่นั้นเองหรอคะ เฮ้อ~ เสียดายจัง”
“ง่ะ” เธอถอนหายใจพร้อมกับทำหน้าเสียดาย “หึ พี่ล้อเล่นค่ะงั้นไว้ว่างๆพี่จะมาเที่ยวนะคะ”
“ครับ”
“งั้น ไว้เจอกันนะคะ” ริมฝีปากนุ่มแตะลงบนแก้มข้างขวาเบาๆ “กลับก่อนนะคะ”
เสียงเครื่องยนต์ค่อยๆห่างออกไปจนไม่ยินแล้ว ทิ้งให้ไทม์ยืนช็อคค้างอยู่ที่เดิม “อะ-”
ไม่ไหวแบบนี้ไม่ไหวแน่
ปุ้ง!
เหมือนได้ยินเสียงะเิดังปุ้งออกจากหูอุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นปรี๊ดเนื้อในอกเต้นถี่เหมือนจะหลุดออกมาก่อนที่สติจะเลือนลางและดับไปเหลือเพียงแค่เสียงของแม่ที่ะโดังออกมาเท่านั้น
“ตายแล้วไทม์ เป็อะไรน่ะลูกทำไมถึงไปนอนหน้าบ้านแบบนั้นหรือว่าจะเขินจนน็อคไปแล้ว ไทม์! ไทม์!”