ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    บทที่ 24 : เพื่อนเก่าสมัยเรียน

    เพื่อนเก่าสมัยเรียน
    เวลาประมาณบ่ายสอง หลินเฉินเดินเท้าไปที่โรงเรียนอนุบาล เพื่อที่จะไปรับหลิงหลิง
    เขามาถึงที่โรงเรียนอนุบาลโดยใช้เวลาไม่นาน พ่อแม่หลายคนต่างพากันมารับลูกชายลูกสาวกลับบ้าน
    หลินเฉินยืนรออยู่ที่หน้าประตูทางเข้าไม่นาน ก็เห็นคุณครูพาเด็กๆ ออกมาส่ง
    หลิงหลิงเป็นหนึ่งในเด็กๆ เหล่านั้น พอเธอเห็นเขายืนอยู่ เธอก็เบ้ปากในทันที แสดงสีหน้าบูดบึ้งออกมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็เดินเข้ามาหาหลินเฉิน
    “ทำไมคุณปู่ไม่มารับหนู?” เธอถามเสียงดุๆ
    หลินเฉินรีบยิ้มอย่างแห้งแล้ง “ปู่ไม่ว่าง พ่อเลยมาแทน กลับบ้านกัน”
    ดูเหมือนว่าจากเมื่อวานที่เธอจะพึมพำเรียกเขาว่าพ่อแล้ว เธอก็ไม่ได้เรียกเขาว่าพ่ออีกเลย ช่างน่าเศร้าใจจริงหนอ หลินเฉินอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ แต่เขาไม่ย่อท้อในการพยายามทำให้หลิงหลิงยอมรับเขาเป็นพ่อแน่ ใครใช้ให้หลิงหลิงเป็นลูกสาวคนดีของเขากันล่ะ
    “อื้อ” หลิงหลิงตอบรับอย่างหงุดหงิด
    จากนั้นหลินเฉินก็พาหลิงหลิงเดินกลับบ้าน แม้ตลอดทางเขาจะชวนหลิงหลิงคุยยังไง เธอก็พูดกับเขาน้อยมาก เพียงตอบไม่กี่คำแล้วก็เงียบ เรียกได้ว่าบรรยากาศเป็นไปค่อนข้างที่จะอึดอัด
    ในขณะที่สองพ่อลูกกำลังเดินกลับบ้านอยู่นั้น ชายหญิงสองคนก็เดินสวนทางมาพอดี ชายหนุ่มมีใบหน้าพอดูได้ ส่วนหญิงสาวจัดว่าสวยระดับหนึ่ง
    “หือ?” พอชายหนุ่มคนที่เดินสวนมามองเห็นหลินเฉิน เขาก็ชะงักไปและขมวดคิ้ว จากนั้นก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ใบหน้าต้องเปลี่ยนไปเล็กน้อย “นายคือหลินเฉิน หลินเฉินใช่ไหม?”
    หลินเฉินที่ได้ยินเสียงที่ดังขึ้น เขาก็มองไป ทันใดนั้น คิ้วของเขาก็ขมวด ราวกับเขาจะคุ้นหน้าของชายหนุ่มผู้นี้อยู่บ้าง แต่จำไม่ได้ว่าเคยเจอที่ไหน
    “ฉันไง ฉันตู่โป” ชายหนุ่มรีบพูด
    “ตู่โป?” หลินเฉินนึกคิดเล็กน้อย แต่ไม่นานนักก็จำได้ แต่เขาก็เพียงตอบรับเพียงคำเดียว “อ๋อ”
    จากนั้นก็พาหลิงหลิงเดินกลับบ้านต่อ ไม่ได้ให้ความสนใจต่อตู่โปแต่อย่างใด
    เท่าที่เขาเพิ่งจะนึกออกและจำได้ ตู่โปเป็นเพื่อนเก่าสมัยเรียนของเขา แต่นิสัยของอีกฝ่ายเป็นที่เลวร้ายอย่างมาก ชอบไถเงินคนที่อ่อนแอกว่า ดีที่สมัยเรียนหลินเฉินพอรู้ศิลปะป้องกันตัวอยู่เล็กน้อย จึงไม่ถูกตู่โปรีดไถ
    นี่เป็นเหตุผลที่เขา ไม่ให้ความสนใจและให้ค่าตู่โป
    เห็นท่าทีของหลินเฉิน ตู่โปแน่นอนว่าโกรธ สองมือของเขากำแน่น แต่ก็ไม่ได้เข้าไปหาเรื่องหลินเฉินแต่อย่างใด
    “ใครกันน่ะพี่ตู่ ทำไมหยิ่งจัง?” หญิงสาวที่มาด้วยกันกับเขาถาม พลางใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ มองไปที่หลินเฉิน
    “มันก็แค่ตัวไร้ค่า หลายปีก่อนนึกว่ามันตายไปแล้ว แต่คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะยังมีชีวิตอยู่ น่าเสียดายที่ฉันไม่มีเบอร์ติดต่อปาหลาง ไม่อย่างนั้นคงจะโทรไปบอกแล้ว” ตู่โปพูดพลางส่ายหน้า
    เรื่องที่ปาหลางตั้งใจฆ่าหลินเฉิน โดยการผลักตกหน้าผาเขารู้ดี ถ้าจะถามว่าทำไมเขาถึงรู้นั้น มันเป็นเพราะว่าที่ปาหลางใช้วิธีผลักหลินเฉินตกเขานั้น มันเป็นเขาที่แนะนำ
    “ไปกันเถอะ เดี๋ยวพวกเราไปไม่ทัน วันนี้หัวหน้าสองเม้าโฉ่ว จะมาคัดเลือกหัวหน้าอันธพาลในเขตตงฝูคนใหม่ หลังจากที่กงไท่คุนตายไป!”
    หญิงสาวรีบพยักหน้าตอบรับ ทั้งสองคนรีบไปในทันที
    ทางด้านของหลินเฉินที่เดินออกมาไกลระดับหนึ่งแล้ว ต้องเหยียดยิ้มเล็กน้อย ดูเหมือนว่าตู่โปเพื่อนเก่าสมัยเรียนของเขาคนนี้ จะรู้เห็นในเรื่องการที่เขาถูกปาหลางผลักตกหน้าผา ไม่อย่างนั้นคงจะไม่ตกใจมากขนาดนั้นในตอนที่ได้เห็นเขา
    รวมถึงคำพูดที่ว่าจะโทรไปบอกปาหลางด้วย ถ้าหากมีเบอร์ติดต่อ
    ‘ดูเหมือนว่าวันนี้เราคงต้องไปดูความทรงจำของตู่โปหน่อยแล้ว’ หลินเฉินคิดในใจ ถ้าหากว่าเขารู้ว่าตู่โปเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับปาหลาง เขาไม่เอาอีกฝ่ายไว้แน่
    ‘เรื่องเลือกหัวหน้าอันธพาลคนใหม่ของเขตตงฝู หวังว่ามันจะไม่มายุ่งกับเราก็แล้วกัน’
    เขาได้แต่หวังว่าหัวหน้าอันธพาลคนใหม่ของเขตตงฝู จะไม่มายุ่งกับเขา ไม่อย่างนั้น เห็นทีเขาคงต้องส่งมันไปหากงไท่คุนหัวหน้าอันธพาลของเขตตงฝูคนเก่า และหยันหู่ หัวหน้าสามของแก๊งอสรพิษดำ หนึ่งในสี่แก๊งใหญ่ในโลกใต้ดินของเซี่ยงไฮ้
    เวลาผ่านไปจนถึงช่วงค่ำ หลินเฉินใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายกับครอบครัวของเขา และพยายามอย่างมากในการทำให้ลูกสาวของเขาพูดด้วย แต่เธอก็พูดกับเขาน้อยมาก น้อยมากเสียจนเขาจะน้ำตาไหลออกมาอยู่แล้ว
    ‘เอาใจลูกสาว ช่างยากจริง’ หลินเฉินคิดในใจ ขณะแอบออกจากบ้าน เขาตั้งใจที่จะไปดูความทรงจำของตู่โป
    ส่วนเรื่องที่ว่าตอนนี้ตู่โปอยู่ที่ไหนนั้น ไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาเลยสักนิด เนื่องจากเขาได้ใช้ปราณติดตามไว้ที่ตู่โปแล้ว
    ถ้าหากจะถามว่าเขาใช้ตอนไหนนั้น คำตอบมีเพียงตอนที่เขาได้ยินตู่โปพูดออกมาว่า “มันก็แค่ตัวไร้ค่า หลายปีก่อนนึกว่ามันตายไปแล้ว แต่คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะยังมีชีวิตอยู่ น่าเสียดายที่ฉันไม่มีเบอร์ติดต่อปาหลาง ไม่อย่างนั้นคงจะโทรไปบอกแล้ว”
    ในขณะที่หลินเฉินใช้ยันต์ล่องหนและเดินออกมานอกบ้านแล้วนั้น เขาก็มองเห็นคนผู้หนึ่งยืนอยู่หน้าบ้านของเขาภายใต้ความมืด ในมือของคนผู้นี้ถือปืนเก็บเสียงเอาไว้
    หลินเฉินชะงักไปเล็กน้อย เพ่งสายตามองไปที่อีกฝ่ายดีๆ เขาก็จำได้ว่าคนที่ยืนอยู่ก็คือผอเฝินตำรวจเลวนั่นเอง
    “สารเลวหลินเฉิน แกทำให้ฉันต้องถูกเด้งออกจากงาน วันนี้ฉันจะส่งแกและครอบครัวของแกลงนรกตามไอ้บัดซบต้ากังไป!” ผอเฝินพึมพำกับตัวเองอย่างโหดเหี้ยม
    ชัดเจนเลยว่าตอนนี้เขาถูกไล่ออกจากการเป็นตำรวจแล้ว และก็ชัดเจนเลยว่าเขาได้ฆ่าต้ากังไปแล้ว!
    ที่เขามาที่นี่ก็เพื่อที่จะมาฆ่าหลินเฉินและครอบครัว ถ้าเขาไม่ทำแบบนี้ ความโกรธแค้นของเขา ไหนเลยจะหายไป
    หลินเฉินที่ได้ยินคำพูดของผอเฝิน ดวงตาก็หรี่ลง มีประกายเย็นชาวาบผ่าน เขากวาดผ่านจิตสัมผัสออกไปรอบด้านเล็กน้อย เพื่อดูว่าแถวนี้มีคนอยู่หรือไม่
    เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มี เขาก็ขยับมือวูบหนึ่ง ปราณสีฟ้ากระจ่างใสก็พุ่งเข้าไปแทงทะลุลำคอของผอเฝิน!
    “กะ...เกิดอะไรขึ้น?” ผอเฝินตื่นตระหนก เขารู้สึกราวกับมีอะไรมาแทงคอเขา
    ทันใดนั้น ความเจ็บปวดอันรุนแรงก็ประดังเข้าใส่เขา ตาเหลือกขาวขึ้น ร่างกายล้มลงนอนกับพื้น สั่นกระตุกอยู่ไม่กี่ครั้งก็แน่นิ่งไป เป็นการแน่นิ่งไปตลอดกาล เนื่องจากเขาได้ตายแล้ว!
    หลินเฉินดีดนิ้วครั้งหนึ่ง ศพของผอเฝินก็ถูกแผดเผาจนเป็นเถ้าถ่านในพริบตา
    เมื่อจัดการฆ่าผอเฝินและจัดการศพของเขาเรียบร้อยแล้ว หลินเฉินก็ค่อยๆ ก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ตู่โปอยู่ในทันที
    ปราณติดตามที่เขาติดไว้กับร่างของตู่โปนั้น ทำให้เขารู้ว่าตู่โปในตอนนี้อยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง และมันก็บังเอิญเป็นอย่างมากที่โรงแรมนี้ก็คือโรงแรมเฟิงหวง โรงแรมที่ซึ่งเขาได้ฆ่าพวกกงไท่คุนไป
    ด้วยระยะทางที่ค่อนข้างไกล หลินเฉินได้แต่ยกเลิกการใช้ยันต์ล่องหนและเรียกแท็กซี่ไปเช่นเดิม
    หลินเฉินรู้สึกอยากที่จะซื้อรถยนต์สักคันเป็นของตัวเอง เพราะแบบนี้มันจะสะดวกกว่า เวลาเขาไปไหนมาไหน จะได้ไม่จำเป็นที่จะต้องเรียกแท็กซี่
    ในเรื่องเงินซื้อรถนั้น เขามีพออยู่แล้ว แต่ถ้าซื้อรถก็ไม่รู้จะอธิบายกับพ่อแม่ของเขาว่ามีเงินไปซื้อรถมาจากไหน เพราะงั้น เขาจึงต้องหาเหตุผลดีๆ สำหรับการอธิบายให้พ่อกับแม่ของเขาฟังก่อน ถึงจะซื้อรถได้
    จบบทที่ 24