วันนี้ฉินซู่กลับมาพร้อมกับเพื่อนทหารคนหนึ่ง
เขาเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ ผิวสีเข้มใบหน้าคมสัน ไว้ผมสั้นเกรียนแบบทหารทั่วไป ดูแข็งแรงบึกบึน
"สวัสดีครับพี่สะใภ้!"
เสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มทำให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกเหมือนมีเสียงก้องในหูเธอวางตะกร้าสานในมือลงและมองไปยังฉินซู่
"นี่หลินเจียหย่วนเพื่อนร่วมรบเก่าของฉันเอง วันนี้เขาไปส่งพี่สาวที่โรงพยาบาลในตัวอำเภอบังเอิญเจอกันพอดี ฉันเลยพาเขากลับมากินข้าวด้วยกัน!"
ฉินซู่แนะนำเพื่อนเก่าให้เธอรู้จัก
"งั้นพวกนายสองคนนั่งรอก่อนนะ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพยักหน้าเธอเชิญทั้งสองคนนั่งลง จากนั้นก็ชงชาให้ฉินซู่และหลินเจียหย่วน
"ดื่มชากันก่อนเถอะ"
หลินเจียหย่วนมองต่งเสี่ยวเสี่ยวแล้วยิ้มกว้าง
"พี่สะใภ้สวยจริงๆ!พวกเราหลายคนคิดว่าพี่ฉินซู่คงจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาคนสุดท้ายซะแล้วแต่ใครจะไปรู้ว่าคนที่สละโสดก่อนเพื่อนจะกลายเป็นเขา แถมยังได้เมียสวยขนาดนี้โชคดีเหมือนถูกหวยเลย"
หลินเจียหย่วนยิ้มอย่างจริงใจเวลาที่เขาพูดสำเนียงบ้านเกิดของเขาค่อนข้างชัดเลยทีเดียว
"นายเองก็คงแต่งงานในเร็วๆนี้เหมือนกันแหละ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวตอบกลับอย่างสุภาพ
ในเสี้ยววินาทีรอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเจียหย่วนก็จางหายไป น้ำเสียงของเขาดูเศร้าสร้อย
"ฉันไม่มีเงินแต่งงานหรอกเมื่อสองปีก่อน พี่สาวฉันโดนสามีทำร้ายจนเกือบตาย แถมเมื่อปีที่แล้วยังป่วยหนักเหมือนคนตายทั้งเป็น สติก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ต้องใช้เงินรักษาเยอะมาก ลำบากขนาดนี้จะเอาปัญญาที่ไหนไปแต่งเมียได้!"
พอพูดถึงเรื่องนี้เขาก็ดูเหมือนจะน้อยใจขึ้นมา
คนในหมู่บ้านต่างก็บอกว่าเขาเป็นทหารเป็นคนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในหมู่บ้าน แต่เขาไม่มีเงินแถมยังมีพี่สาวที่สภาพเหมือนคนตายทั้งเป็นอีก ใครก็ไม่อยากแต่งงานกับเขากัน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวชะงักไปไม่คิดว่าคำพูดที่หลุดปากออกไปของเธอจะไปจี้จุดอ่อนของเขา
"ขอโทษทีนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ..."
แต่หลินเจียหย่วนก็หายเศร้าอย่างรวดเร็วกลับมายิ้มอย่างจริงใจเหมือนเดิม พูดอย่างซื่อๆ ว่า
"ไม่เป็นไรหรอกฉันแค่สงสารพี่สาวตัวเองน่ะ ถึงจะใช้เงินมากแค่ไหนก็คงไม่หายดีพี่สาวฉันกลัวว่าตัวเองจะเป็นภาระ วันนี้ตอนเช้าเธอเลยก็แอบกินยาฆ่าแมลงโชคดีที่ส่งโรงพยาบาลทันถึงรอดมาได้ พรุ่งนี้เช้าฉันก็ต้องไปรับเธอกลับบ้านแล้ว"
หลินเจียหย่วนเป็นคนพูดตรงคิดอย่างไรก็มักจะพูดออกมา ไม่ค่อยเก็บอะไรไว้ในใจ
"ให้ฉันลองดูอาการพี่สาวนายหน่อยไหม?"ต่งเสี่ยวเสี่ยวถามขึ้นมาอย่างลังเลเล็กน้อย
หลินเจียหย่วนชะงักไป ฉินซู่จึงอธิบายแทน
"เมียฉันมีความรู้เรื่องการแพทย์อยู่บ้างที่ขาของฉันหายดีได้ก็เป็นเพราะเธอช่วยรักษาให้นี่แหละแค่ลองพาพี่สาวนายมาให้เมียฉันดูอาการหน่อยก็ไม่เสียหายอะไรนี่"
หลินเจียหย่วนมองไปที่ขาของฉินซู่ตอนที่เจอกันครั้งแรก เขาก็เคยถามว่าขาของฉินซู่หายดีได้ยังไงกันฉินซู่บอกว่ามีผู้คนช่วยรักษาให้เขา
ขาของฉินซู่เพื่อนร่วมรบทุกคนต่างก็เห็นด้วยตาตัวเอง แม้แต่หมอทหารในกองทัพก็ยังจนปัญญาบอกว่าเขาจะต้องเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต และกลายเป็นคนไร้ประโยชน์
แต่ตอนนี้ฉินซู่ที่เคยถูกตัดสินว่าเป็นคนไร้ประโยชน์ กลับเดินได้เหมือนคนปกติ
ในดวงตาของหลินเจียหย่วนเริ่มมีประกายความหวังขึ้นมาบ้างเขามองไปที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยความคาดหวัง แล้วลุกขึ้นยืน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นชายร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ตกใจเล็กน้อยเธอยังไม่ทันได้ตั้งตัวอะไร ชายตรงหน้าก็คุกเข่าลงกับพื้น
"พี่สะใภ้ ฉันขอร้องล่ะฉันจะก้มหัวให้พี่หลายๆ ทีเลย ช่วยพี่สาวฉันด้วย ถ้าพี่สาวฉันหายดีเป็นปกติฉันยอมเป็นทาสรับใช้พี่ จะต้องใช้เงินเท่าไหร่ฉันก็ยอม!"
ก่อนหน้านี้พี่สาวของเขาเป็นคนเข้มแข็งมาตลอดแต่ถ้าปล่อยให้เป็นบบนี้ต่อไป ไม่แน่ว่าครั้งหน้าอาจจะแอบฆ่าตัวตายอีกก็ได้ถ้ามีวิธีรักษาให้หายได้ นั่นคงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวขมวดคิ้ว เธอนวดขมับเล็กน้อยแล้วพูดว่า
"ลุกขึ้นเถอะ มีอะไรก็ลุกมายืนพูดดีๆสมัยนี้เขาไม่ทำกันแบบนี้แล้ว!"
อยู่ดีๆ ก็มาคุกเข่าให้มันทำให้เธอรู้สึกอึดใจอยู่ไม่น้อย
หลินเจียหย่วนไม่ขยับ แต่มองไปที่ฉินซู่แทน
ฉินซู่ทำหน้าเข้ม แล้วพูดว่า"ลุกขึ้นเถอะ อย่าทำอะไรไร้สาระจะช่วยได้หรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับพี่สะใภ้นาย"
"นายพาเธอมาให้ฉันดูอาการก่อนฉันต้องเห็นตัวก่อนถึงจะวินิจฉัยได้"
"ได้ๆบ่ายนี้ฉันจะพาพี่สาวมาที่นี่ทันทีเลย"
ตอนนี้ใกล้เวลาอาหารกลางวันแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวเลยชวนหลินเจียหย่วนทานข้าวด้วยกัน
วันนี้อากาศค่อนข้างร้อนต่งเสี่ยวเสี่ยวทำยำแตงกวา อีกจานคือหมูสามชั้นผัดเปรี้ยวหวานนอกจากนี้ก็มีซุปฟักเขียวใส่หมูสับและกับแกล้มสำหรับฉินซู่และหลินเจียหย่วนไว้กินกับเหล้า
ตอนบ่ายหลินเจียหย่วนรีบไปที่ในตัวอำเภอทันที ระหว่างที่หลินเจียหย่วนไปรับพี่สาวนั้นต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ไปรายงานตัวที่สถานีอนามัยของหมอหลี่วันนี้ไม่มีเรื่องฉุกเฉินอะไร ดังนั้นต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงไม่ต้องอยู่ที่นี่ต่อ
พอกลับถึงบ้านหลินเจียหย่วนก็พาพี่สาวมาแล้ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เห็นหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ในลานบ้านดวงตาเหม่อลอย สวมเสื้อลายดอกบางๆ กับกางเกงขายาวหลวมๆ ผมถักเป็นเปียสองข้างเธอกำลังเล่นกับฉินไห่เยว่ตัวน้อยในลานบ้าน แต่ท่าทางดูแปลกๆ ขยับก็ไม่ค่อยคล่องพูดก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง พูดติดๆ ขัดๆ
ฉินไห่เยว่ยื่นลูกอมนมกระต่ายขาวให้ผู้หญิงคนนั้นแล้วพูดด้วยเสียงใสๆ ว่า "ถ้าคุณป้าป่วยต้องไปหาหมอนะคะกินยาแล้วจะได้กินลูกอมนมกระต่าย จะได้ไม่ขมค่ะ"
ผู้หญิงคนนั้นรับไปด้วยท่าทางเหม่อลอยน้ำลายก็ยังไหลออกมาไม่หยุด
หลินเจียหย่วนเดินวนไปวนฉินซู่จึงรู้สึกเวียนหัว
ฉินซู่มองแล้วรู้สึกหงุดหงิดอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
"เดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่งจะเดินวนไปวนมาทำไม ฉันเวียนหัวไปหมดแล้ว"
หลินเจียหย่วนรู้สึกกังวลใจ"พี่สะใภ้จะกลับมาเมื่อไหร่?"
"รอนานขนาดนี้แล้วรออีกแค่พักเดียวจะเป็นอะไรไป? หรือนายกลัวเมียฉันจะเบี้ยวแล้วหนีนายไปกันล่ะ"
ฉินซู่ทำหน้าบูดบึ้ง ก่อนจะบ่นออกมา
หมอนี่อย่างอื่นก็ดีหมดติดแค่ซื่อบื้อไปหน่อย
"ใครบอกว่าฉันจะหนี?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเปิดประตูรั้วเข้ามาเธอคลี่ยิ้มบางๆ
พอเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวปรากฏตัวหลินเจียหย่วนถึงใจเย็นลงได้
"พี่สะใภ้ ในที่สุดพี่ก็กลับมานี่พี่สาวฉันเอง ช่วยดูอาการพี่สาวฉันหน่อยได้ไหม โรคนี้พอจะรักษาได้ไหม?"
พูดจบเขาก็พาต่งเสี่ยวเสี่ยวไปหาผู้หญิงคนนั้น
ต่งเสี่ยวเสี่ยวมองผู้หญิงที่ดวงตาเหม่อลอยก่อนจะนั่งลงข้างๆ เธอ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ยื่นมือออกมาให้ฉันดูหน่อยนะคะ"
หญิงคนนั้นทำตามอย่างว่าง่ายเธอยื่นมือออกมา ในมือยังถือลูกอมนมกระต่าย น้ำลายไหลออกมาตามมุมปากดวงตาดูเหม่อลอยมาก แต่ก็ยังพอรู้เรื่องอยู่
ต่งเสี่ยวเสี่ยวจับชีพจรให้หญิงคนนั้นคิ้วที่ขมวดมุ่นของเธอก็คลายออก แล้วพูดขึ้นว่า "โรคนี้รักษาได้"
พอได้ยินแบบนั้นหลินเจียหย่วนก็ดีใจจนเนื้อเต้น ไม่รู้จะเอามือไปวางไว้ตรงไหน หันไปกอดฉินซู่แล้วหมุนตัวไปรอบๆ อย่างตื่นเต้น
"พี่ฉินซู่ ได้ยินไหมครับ? พี่สาวฉันรักษาได้ พี่สะใภ้บอกว่าโรคนี้รักษาได้!"
สีหน้าของฉินซู่เคร่งเครียดก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ปล่อยฉันลงก่อนฉันจะถูกนายรัดตายแล้ว!"