ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง(จำเป็น) ในยุค 80 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 132 โรคนี้รักษาได้

            วันนี้ฉินซู่กลับมาพร้อมกับเพื่อนทหารคนหนึ่ง

            เขาเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ ผิวสีเข้มใบหน้าคมสัน ไว้ผมสั้นเกรียนแบบทหารทั่วไป ดูแข็งแรงบึกบึน

            "สวัสดีครับพี่สะใภ้!"

            เสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มทำให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกเหมือนมีเสียงก้องในหูเธอวางตะกร้าสานในมือลงและมองไปยังฉินซู่

            "นี่หลินเจียหย่วนเพื่อนร่วมรบเก่าของฉันเอง วันนี้เขาไปส่งพี่สาวที่โรงพยาบาลในตัวอำเภอบังเอิญเจอกันพอดี ฉันเลยพาเขากลับมากินข้าวด้วยกัน!"

            ฉินซู่แนะนำเพื่อนเก่าให้เธอรู้จัก

            "งั้นพวกนายสองคนนั่งรอก่อนนะ"

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวพยักหน้าเธอเชิญทั้งสองคนนั่งลง จากนั้นก็ชงชาให้ฉินซู่และหลินเจียหย่วน

            "ดื่มชากันก่อนเถอะ"

            หลินเจียหย่วนมองต่งเสี่ยวเสี่ยวแล้วยิ้มกว้าง

            "พี่สะใภ้สวยจริงๆ!พวกเราหลายคนคิดว่าพี่ฉินซู่คงจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาคนสุดท้ายซะแล้วแต่ใครจะไปรู้ว่าคนที่สละโสดก่อนเพื่อนจะกลายเป็นเขา แถมยังได้เมียสวยขนาดนี้โชคดีเหมือนถูกหวยเลย"

            หลินเจียหย่วนยิ้มอย่างจริงใจเวลาที่เขาพูดสำเนียงบ้านเกิดของเขาค่อนข้างชัดเลยทีเดียว

            "นายเองก็คงแต่งงานในเร็วๆนี้เหมือนกันแหละ"

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวตอบกลับอย่างสุภาพ

            ในเสี้ยววินาทีรอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเจียหย่วนก็จางหายไป น้ำเสียงของเขาดูเศร้าสร้อย

            "ฉันไม่มีเงินแต่งงานหรอกเมื่อสองปีก่อน พี่สาวฉันโดนสามีทำร้ายจนเกือบตาย แถมเมื่อปีที่แล้วยังป่วยหนักเหมือนคนตายทั้งเป็น สติก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ต้องใช้เงินรักษาเยอะมาก ลำบากขนาดนี้จะเอาปัญญาที่ไหนไปแต่งเมียได้!"

            พอพูดถึงเรื่องนี้เขาก็ดูเหมือนจะน้อยใจขึ้นมา

            คนในหมู่บ้านต่างก็บอกว่าเขาเป็นทหารเป็นคนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในหมู่บ้าน แต่เขาไม่มีเงินแถมยังมีพี่สาวที่สภาพเหมือนคนตายทั้งเป็นอีก ใครก็ไม่อยากแต่งงานกับเขากัน

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวชะงักไปไม่คิดว่าคำพูดที่หลุดปากออกไปของเธอจะไปจี้จุดอ่อนของเขา

            "ขอโทษทีนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ..."

            แต่หลินเจียหย่วนก็หายเศร้าอย่างรวดเร็วกลับมายิ้มอย่างจริงใจเหมือนเดิม พูดอย่างซื่อๆ ว่า

            "ไม่เป็นไรหรอกฉันแค่สงสารพี่สาวตัวเองน่ะ ถึงจะใช้เงินมากแค่ไหนก็คงไม่หายดีพี่สาวฉันกลัวว่าตัวเองจะเป็นภาระ วันนี้ตอนเช้าเธอเลยก็แอบกินยาฆ่าแมลงโชคดีที่ส่งโรงพยาบาลทันถึงรอดมาได้ พรุ่งนี้เช้าฉันก็ต้องไปรับเธอกลับบ้านแล้ว"

            หลินเจียหย่วนเป็นคนพูดตรงคิดอย่างไรก็มักจะพูดออกมา ไม่ค่อยเก็บอะไรไว้ในใจ

            "ให้ฉันลองดูอาการพี่สาวนายหน่อยไหม?"ต่งเสี่ยวเสี่ยวถามขึ้นมาอย่างลังเลเล็กน้อย

            หลินเจียหย่วนชะงักไป ฉินซู่จึงอธิบายแทน

            "เมียฉันมีความรู้เรื่องการแพทย์อยู่บ้างที่ขาของฉันหายดีได้ก็เป็นเพราะเธอช่วยรักษาให้นี่แหละแค่ลองพาพี่สาวนายมาให้เมียฉันดูอาการหน่อยก็ไม่เสียหายอะไรนี่"

            หลินเจียหย่วนมองไปที่ขาของฉินซู่ตอนที่เจอกันครั้งแรก เขาก็เคยถามว่าขาของฉินซู่หายดีได้ยังไงกันฉินซู่บอกว่ามีผู้คนช่วยรักษาให้เขา

            ขาของฉินซู่เพื่อนร่วมรบทุกคนต่างก็เห็นด้วยตาตัวเอง แม้แต่หมอทหารในกองทัพก็ยังจนปัญญาบอกว่าเขาจะต้องเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต และกลายเป็นคนไร้ประโยชน์

            แต่ตอนนี้ฉินซู่ที่เคยถูกตัดสินว่าเป็นคนไร้ประโยชน์ กลับเดินได้เหมือนคนปกติ

            ในดวงตาของหลินเจียหย่วนเริ่มมีประกายความหวังขึ้นมาบ้างเขามองไปที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยความคาดหวัง แล้วลุกขึ้นยืน

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นชายร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ตกใจเล็กน้อยเธอยังไม่ทันได้ตั้งตัวอะไร ชายตรงหน้าก็คุกเข่าลงกับพื้น

            "พี่สะใภ้ ฉันขอร้องล่ะฉันจะก้มหัวให้พี่หลายๆ ทีเลย ช่วยพี่สาวฉันด้วย ถ้าพี่สาวฉันหายดีเป็นปกติฉันยอมเป็นทาสรับใช้พี่ จะต้องใช้เงินเท่าไหร่ฉันก็ยอม!"

            ก่อนหน้านี้พี่สาวของเขาเป็นคนเข้มแข็งมาตลอดแต่ถ้าปล่อยให้เป็นบบนี้ต่อไป ไม่แน่ว่าครั้งหน้าอาจจะแอบฆ่าตัวตายอีกก็ได้ถ้ามีวิธีรักษาให้หายได้ นั่นคงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวขมวดคิ้ว เธอนวดขมับเล็กน้อยแล้วพูดว่า

            "ลุกขึ้นเถอะ มีอะไรก็ลุกมายืนพูดดีๆสมัยนี้เขาไม่ทำกันแบบนี้แล้ว!"

            อยู่ดีๆ ก็มาคุกเข่าให้มันทำให้เธอรู้สึกอึดใจอยู่ไม่น้อย

            หลินเจียหย่วนไม่ขยับ แต่มองไปที่ฉินซู่แทน

            ฉินซู่ทำหน้าเข้ม แล้วพูดว่า"ลุกขึ้นเถอะ อย่าทำอะไรไร้สาระจะช่วยได้หรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับพี่สะใภ้นาย"

            "นายพาเธอมาให้ฉันดูอาการก่อนฉันต้องเห็นตัวก่อนถึงจะวินิจฉัยได้" 

            "ได้ๆบ่ายนี้ฉันจะพาพี่สาวมาที่นี่ทันทีเลย"

            ตอนนี้ใกล้เวลาอาหารกลางวันแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวเลยชวนหลินเจียหย่วนทานข้าวด้วยกัน

            วันนี้อากาศค่อนข้างร้อนต่งเสี่ยวเสี่ยวทำยำแตงกวา อีกจานคือหมูสามชั้นผัดเปรี้ยวหวานนอกจากนี้ก็มีซุปฟักเขียวใส่หมูสับและกับแกล้มสำหรับฉินซู่และหลินเจียหย่วนไว้กินกับเหล้า

            ตอนบ่ายหลินเจียหย่วนรีบไปที่ในตัวอำเภอทันที ระหว่างที่หลินเจียหย่วนไปรับพี่สาวนั้นต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ไปรายงานตัวที่สถานีอนามัยของหมอหลี่วันนี้ไม่มีเรื่องฉุกเฉินอะไร ดังนั้นต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงไม่ต้องอยู่ที่นี่ต่อ

            พอกลับถึงบ้านหลินเจียหย่วนก็พาพี่สาวมาแล้ว 

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เห็นหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ในลานบ้านดวงตาเหม่อลอย สวมเสื้อลายดอกบางๆ กับกางเกงขายาวหลวมๆ ผมถักเป็นเปียสองข้างเธอกำลังเล่นกับฉินไห่เยว่ตัวน้อยในลานบ้าน แต่ท่าทางดูแปลกๆ ขยับก็ไม่ค่อยคล่องพูดก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง พูดติดๆ ขัดๆ

            ฉินไห่เยว่ยื่นลูกอมนมกระต่ายขาวให้ผู้หญิงคนนั้นแล้วพูดด้วยเสียงใสๆ ว่า "ถ้าคุณป้าป่วยต้องไปหาหมอนะคะกินยาแล้วจะได้กินลูกอมนมกระต่าย จะได้ไม่ขมค่ะ"

            ผู้หญิงคนนั้นรับไปด้วยท่าทางเหม่อลอยน้ำลายก็ยังไหลออกมาไม่หยุด

            หลินเจียหย่วนเดินวนไปวนฉินซู่จึงรู้สึกเวียนหัว

            ฉินซู่มองแล้วรู้สึกหงุดหงิดอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา

            "เดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่งจะเดินวนไปวนมาทำไม ฉันเวียนหัวไปหมดแล้ว"

            หลินเจียหย่วนรู้สึกกังวลใจ"พี่สะใภ้จะกลับมาเมื่อไหร่?"

            "รอนานขนาดนี้แล้วรออีกแค่พักเดียวจะเป็นอะไรไป? หรือนายกลัวเมียฉันจะเบี้ยวแล้วหนีนายไปกันล่ะ"

            ฉินซู่ทำหน้าบูดบึ้ง ก่อนจะบ่นออกมา 

            หมอนี่อย่างอื่นก็ดีหมดติดแค่ซื่อบื้อไปหน่อย

            "ใครบอกว่าฉันจะหนี?"

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวเปิดประตูรั้วเข้ามาเธอคลี่ยิ้มบางๆ

            พอเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวปรากฏตัวหลินเจียหย่วนถึงใจเย็นลงได้

            "พี่สะใภ้ ในที่สุดพี่ก็กลับมานี่พี่สาวฉันเอง ช่วยดูอาการพี่สาวฉันหน่อยได้ไหม โรคนี้พอจะรักษาได้ไหม?"

            พูดจบเขาก็พาต่งเสี่ยวเสี่ยวไปหาผู้หญิงคนนั้น 

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวมองผู้หญิงที่ดวงตาเหม่อลอยก่อนจะนั่งลงข้างๆ เธอ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

            "ยื่นมือออกมาให้ฉันดูหน่อยนะคะ"

            หญิงคนนั้นทำตามอย่างว่าง่ายเธอยื่นมือออกมา ในมือยังถือลูกอมนมกระต่าย น้ำลายไหลออกมาตามมุมปากดวงตาดูเหม่อลอยมาก แต่ก็ยังพอรู้เรื่องอยู่

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวจับชีพจรให้หญิงคนนั้นคิ้วที่ขมวดมุ่นของเธอก็คลายออก แล้วพูดขึ้นว่า "โรคนี้รักษาได้"

            พอได้ยินแบบนั้นหลินเจียหย่วนก็ดีใจจนเนื้อเต้น ไม่รู้จะเอามือไปวางไว้ตรงไหน หันไปกอดฉินซู่แล้วหมุนตัวไปรอบๆ อย่างตื่นเต้น

            "พี่ฉินซู่ ได้ยินไหมครับ? พี่สาวฉันรักษาได้ พี่สะใภ้บอกว่าโรคนี้รักษาได้!"

            สีหน้าของฉินซู่เคร่งเครียดก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

            "ปล่อยฉันลงก่อนฉันจะถูกนายรัดตายแล้ว!"

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง(จำเป็น) ในยุค 80 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663