นางนำจดหมายไปมอบให้เด็กรับใช้และแนบขวดเล็กๆ สามขวดสำหรับให้ทดลองใช้ไปไม่นานสินค้าเหล่านี้ก็จะไปถึงมือคุณชายเจ้าของห้าง
สองวันให้หลังในยามค่ำคืน หิมะก็โปรยปรายไม่หยุดเป็นเวลาหลายชั่วยาม
ผู้คนหลับใหลโดยรอบสงบเงียบ ได้ยินเพียงเสียงหิมะตกเบาๆ ที่หน้าต่าง จนกระทั่งรุ่งเช้าหิมะกองหนาจนประตูถูกถมไปหมด ไม่สามารถเปิดออกได้
นางซูสวมเสื้อบุฝ้ายลุกขึ้นเปิดหน้าต่างแล้วเอ่ยเรียกเบาๆ ว่า “จื้อเฟิง จื้อเฟิง? วันนี้ไม่ต้องเข้าเมืองแล้ว”
ข้างนอกฟ้าสางแล้วยามค่ำคืนในฤดูหนาวนั้นช่างยาวนาน อีกไม่กี่ชั่วยามก็จะเช้าเย่จื้อเฟิงกำลังปีนออกทางหน้าต่างไปกวาดหิมะเพื่อเปิดประตูอยู่พอดี
“ข้างนอกหนาว ท่านแม่ไม่ต้องเปิดหน้าต่างหรอกเดี๋ยวข้าออกไปดูทางก่อนแล้วค่อยตัดสินใจอีกที”
หิมะที่กองอยู่สูงถึงเข่าเย่จื้อเฟิงใช้พลั่วกวาดพวกมันเปิดทางเข้าประตูเรือนหลายห้อง
นางซูเองก็หลับต่อไม่ลงแล้วจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกมาล้างหน้า ดีที่ตอนนั้นนางทำตามคำแนะนำของชิงชิงสร้างห้องน้ำและห้องอาบน้ำไว้ข้างเรือน
ตอนนี้มีเตาอั้งโล่สองกระถางวางอยู่ภายในห้องการล้างหน้าบ้วนปากสะดวกสบายและอบอุ่นยิ่ง แม้กระทั่งการไปเข้าห้องน้ำข้างๆก็มิทำให้รู้สึกก้นแข็งไปเสียก่อน
นางซูล้างหน้าเสร็จก็เข้าไปในครัวต้มโจ๊กเรียกน้ำย่อย และนำเนื้อตุ๋นพะโล้กับไข่พะโล้ที่เหลือจากเมื่อวานออกมาจากนั้นนำหม้อน้ำแกงไปตั้งบนเตา
อาหารเช้าง่ายๆเป็นโจ๊กใส ผักดองเผ็ด และไข่พะโล้ เมื่อกินเสร็จทั้งร่างก็อบอุ่นขึ้นมา
เย่ชิงชิงถือชามข้าวด้วยอาการงัวเงียอากาศหนาวๆ อย่างนี้เหมาะกับการนอนขี้เกียจที่สุดแต่นางกลับถูกปลุกให้ลุกขึ้นมากินอาหารเช้า เวลานี้จึงรู้สึกไม่ค่อยเต็มใจนัก
“หิมะข้างนอกหนามาก หลายคนกำลังยุ่งอยู่กับการกวาดหิมะข้าก็จะไปช่วยในลานบ้านด้วยขอรับ” เย่จื้อเฟิงวางตะเกียบลงและลุกขึ้นยืน
เย่ชิงชิงได้ยินดังนั้นนางก็รีบลุกขึ้นตาม “ข้าไปด้วยเจ้าค่ะ”
สู้ไปเล่นปาหิมะข้างนอกเสียดีกว่าหากอยู่ข้างเตาผิงแล้วอาจจะเผลอหลับไป
หิมะตกหนักตลอดคืนคงไม่ค่อยมีคนออกมาเดินถนนมากนัก อีกทั้งถนนหนทางรถม้าสัญจรยากลำบากสู้ปิดร้านพักผ่อนเสียดีกว่า
โครงไม้ของเพิงในลานบ้านทำเป็นแบบลาดเอียงเพื่อให้ฝนสามารถไหลลงได้สะดวก แต่ตอนนี้บนนั้นก็มีหิมะและแท่งน้ำแข็งแหลมๆสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก
เพิงนั้นมิได้แข็งแรงเท่าบ้านที่สร้างขึ้นเกรงว่าจะรับน้ำหนักไม่ไหวแล้วถล่มลงมาเย่จื้อเฟิงจึงไปยืมบันไดมาปีนขึ้นไปเคาะและเขย่าให้หิมะร่วงลงมาอย่างระมัดระวัง
เย่ชิงชิงสวมถุงมือที่ทำเองกลิ้งหิมะเป็นก้อนกลมๆ อยู่ข้างล่าง พอกลิ้งหิมะทั้งหมดในลานออกไปนอกบ้านหลายก้อนเข้าก็หอบหายใจ
โชคดีที่นางซูมองการณ์กว้างไกลซื้อเสื้อคลุมขนแกะให้สองพี่น้องเสื้อคลุมขนสัตว์ธรรมชาติที่แน่นหนานั้นป้องกันความหนาวได้ดีกว่าเสื้อบุฝ้ายมากอากาศวันนี้หนาวจัด แม้ยามกลางวันหิมะจะไม่ตกแล้วแต่พื้นดินก็ยังเปียกชื้นจากการละลายของหิมะ ซึ่งทำให้เดินลำบากนัก
“ซูเหนียงจื่ออยู่ที่นี่หรือไม่?”
นอกเรือนมีคนชะเง้อมองเข้ามานางคือพี่หงนั่นเอง นางหัวเราะและกล่าวว่า “ที่บ้านข้าเชือดลูกแกะสองตัวหากต้องการเนื้อก็มาเอาได้”
นางซูกำลังถือไม้กวาดอยู่ก็หยุดมือและกล่าวตอบ “พี่หงหรือเจ้าคะทำไมถึงเชือดแกะเล่า เพราะโดนความเย็นหรือ?”
พี่หงพยักหน้าสีหน้าจนใจกล่าวว่า“ใช่แล้ว หิมะตกหนักตลอดทั้งคืน พอตื่นเช้ามาลูกแกะก็ใกล้จะสิ้นใจข้าเกรงว่ามันจะไม่รอดแล้ว” สู้เชือดเอาเนื้อมากินยังดีกว่าปล่อยให้มันแข็งตายไป
หมู่บ้านนี้เป็นเช่นนี้แหละหากที่บ้านใครเชือดหมูหรือแกะ ก็จะแจ้งให้เพื่อนบ้านทราบผู้ที่ต้องการก็จะไปซื้อมาหนึ่งถึงสองชั่ง เนื่องจากมิได้อยู่ติดกับตัวเมืองการซื้อขายภายในกันเองจึงสะดวกกว่า
นางซูหันไปเรียกเย่ชิงชิงแล้วกล่าวว่า “เจ้าไปกับพี่หงเถิด ซื้อพวกซี่โครงแกะเนื้อแกะมาสักหน่อย อากาศหนาวขนาดนี้ กินเนื้อแกะจะช่วยอบอุ่นร่างกายได้ดีนัก”
เย่ชิงชิงพยักหน้านางกลับเข้าไปใส่รองเท้าขนสัตว์ข้อที่ใช้สำหรับออกไปข้างนอกเตรียมตัวไปทำธุระ
“แม่นางชิงไปที่บ้านข้าได้เลย ข้าต้องไปแจ้งบ้านอื่นๆ ก่อน” พี่หงหัวเราะและพินิจพิจารณานาง “เด็กสาวในชุดสีขาวดูดีเสียจริง!”
เสื้อคลุมขนสัตว์สีขาวฟูฟ่องคู่กับรองเท้าขนสัตว์สีแดง ริมฝีปากแดง ฟันขาว ผิวพรรณเปล่งประกายนางดูสง่างามอย่างยิ่ง นางซูมองดูแล้วก็รู้สึกภาคภูมิใจไม่น้อย แต่ปากกลับกล่าวว่า“แค่ใบหน้าไม่ผุพัง เราก็พอใจแล้วเจ้าค่ะ!”
เย่ชิงชิงเดินตามทางไปบ้านพี่หงอย่างคุ้นเคยตอนนี้บ้านของพี่หงกำลังคึกคัก คนขายเนื้อสกุลหูเป็นพี่น้องกับสามีของพี่หงเรื่องอย่างการแล่เนื้อแกะนั้นย่อมเป็นหน้าที่ของเขา
ที่นี่มีท่านป้าท่านลุงคนอื่นๆในหมู่บ้านมานั่งหัวเราะพูดคุยกันอยู่ก่อนแล้วเมื่อพวกเขาเห็นเย่ชิงชิงก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวชื่นชมอีกครั้ง
ทุกคนกล่าวว่าคนสวยเพราะเสื้อผ้าม้าสวยเพราะเครื่องอาน นี่ก็เป็นความจริงในยามปกติก็รู้สึกว่าเด็กสาวคนนี้น่ารักอยู่แล้วพอเปลี่ยนชุดใหม่ก็ยิ่งดูสดใสขึ้นมาทันที
เย่ชิงชิงรู้สึกอยากจะหัวเราะปนน้ำตานางคงไม่ใส่เสื้อชุดนี้ออกมาอีกแล้ว เพราะในสถานที่แบบนี้ มันดูสะดุดตาเกินไปจริงๆ
“เจ้าต้องการอะไร?” หูหลิ่วหมิงเลิกคิ้วมองนาง
เย่ชิงชิงซ่อนมือไว้ในแขนเสื้อเอียงศีรษะมองไปที่กองเลือดสดๆ แล้วกล่าวว่า “ท่านแม่บอกว่าให้มาซื้อซี่โครงแกะกับเนื้อแกะเจ้าค่ะ”
หูหลิ่วหมิงพยักหน้าเขาหันหลังไปชั่งน้ำหนักให้ แล้วมัดด้วยใบบัวจากนั้นส่งให้นาง“ทั้งหมดสองร้อยสี่สิบอีแปะ”
เย่ชิงชิงหยิบถุงใส่เหรียญเล็กๆของตนออกมา คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ยังมีเลือดแกะอีกหรือไม่เจ้าคะ?”
“เจ้าก็ชอบกินเลือดแกะหรือ?” หูหลิ่วหมิงยิ้มบางๆพยักหน้าตอบว่า “เหลือครึ่งถังสุดท้ายแล้ว ยี่สิบอีแปะ”
เย่ชิงชิงจ่ายเงินแล้วยกถังไปทั้งอย่างนั้น เดี๋ยวค่อยหาเวลาเอาถังมาคืนพวกเขาก็ได้
“แม่นางชิงจะกลับแล้วหรือ?” ป้าคนหนึ่งกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม
“ใช่เจ้าค่ะ” เย่ชิงชิงยิ้มตอบรับอย่างสุภาพ
ระหว่างทางที่เดินมานางต้องรับคำชื่นชมมากมาย และต้องยิ้มตอบทุกคนใบหน้าของเย่ชิงชิงแทบจะแข็งเป็นน้ำแข็งแล้ว นางอุ้มถังและก้าวไวๆกลับบ้านให้เร็วหน่อยคือสิ่งสำคัญที่สุด