บทที่ 13 ทำนายดวงชะตา
เมื่อเห็นว่าซ่งจือหนานไม่เคลื่อนไหวอยู่นาน และไม่มีทีท่าว่าจะให้เงิน อีกฝ่ายก็เริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ
“ถึงแม้คุณกับผมจะมีวาสนาต่อกัน แต่ลัทธิเต๋านั้นให้ความสำคัญกับเหตุและผล ผมเปิดเผยความลับแห่ง์ตามใจ ย่อมไม่ดีต่อธาตุทั้งห้า ดังนั้นคุณต้องให้สิ่งตอบแทนกลับมาเล็กน้อย”
ซ่งจือหนานยังคงทำท่าทางงุนงง “ผมไม่เข้าใจ”
หมอดูเงียบงัน “...”
คนคนนี้โง่จริงหรือว่าแกล้งโง่กันแน่!
หรือว่าจะดูดวงชะตาเป็ครั้งแรก เลยไม่รู้เื่?
หมอดูกัดฟัน “ต้องเสียเงิน เคราะห์ร้ายถึงจะหายไป”
“ไม่ทราบว่าเท่าไหร่ครับ?”
หมอดูมองเสื้อผ้าที่คนตรงหน้าสวมใส่ผ่านแว่นตาทรงกลมอันเล็ก เป็แบรนด์เนมั้แ่หัวจรดเท้า ทั้งยังเครื่องประดับเยอะแยะนั่นอีก จะต้องเป็คนมีเงินแน่นอน
“ห้าแสน”
ซ่งจือหนานฟังอย่างสนุกสนานมาตลอด จนกระทั่งได้ยินตัวเลขจำนวนห้าแสน ก็ทนต่อไปไม่ไหวแล้ว
วันนี้เขาจะแสดงให้ฉู่ลั่วได้เห็นดีไหม ว่าถ้าเจอคนหลอกลวงแบบนี้จะต้องจัดการอย่างไร?
เขาใช้เท้าเตะโต๊ะของคนตรงหน้า “ห้าแสน! เดี๋ยวนี้พวกต้มตุ๋นมันเหิมเกริมกันขนาดนี้แล้วเหรอ? เชื่อไหมว่าฉันจะแจ้งตำรวจมาจับแก!”
หมอดูนิ่งไปพักหนึ่ง “...”
ก่อนจะขมวดคิ้ว “คุณชายท่านนี้ ผมหวังดีช่วยคุณกำจัดเคราะห์ร้าย คุณไม่รู้สึกขอบคุณก็ช่างเถอะ แต่ยังจะตอบแทนความเมตตาด้วยความเกลียดชัง คุณไม่กลัวว่าจะเป็การล่วงเกินผมเหรอ?”
ว่าแล้วก็นับนิ้ว “ดวงชะตาของคุณอยู่ในมือผม”
“คุณเกิดในปีกระต่ายดิน เดือนไก่น้ำ วันไก่น้ำ ยามเสือไม้ กำแพงเป็ดิน ดาบเป็ทอง ธารน้ำกว้างใหญ่ ธาตุทั้งห้าขาดไฟ ชะตาจึงถูกกับธาตุไฟ เป็คนดวงแข็ง”
“ผมพูดถูกหรือเปล่า?”
เขามองซ่งจือหนานด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ
ซ่งจือหนานไม่รู้เกี่ยวกับดวงชะตาของตนเองจึงหันไปมองฉู่ลั่ว
เมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเธอ ในใจเขาก็เริ่มตื่นตระหนก
หรือว่าอีกฝ่ายจะพูดถูก?
หมอดูหัวเราะเยาะ “ผมตั้งใจช่วยเหลือคุณ แต่คุณกลับข่มขู่ผม นี่มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย ถ้าเป็อย่างนี้ ก็อย่ามาโทษที่ผมจะลงโทษเพราะท่าทีที่ไม่เหมาะสมของคุณ”
ว่าแล้วก็หยิบพู่กันที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แต้มชาดสีแดง แล้วเขียนดวงชะตาของซ่งจือหนานลงบนกระดาษยันต์
แม้เพิ่งวางพู่กันลง แต่ก็ได้ยินเสียงเข้าไปถึงในแก้วหูชัดเจน
เสียงไม่เบาและไม่ดัง แต่กลับทิ่มแทงจนมือที่ถือพู่กันสั่นไหว ชาดสีแดงหยดลงบนกระดาษวาดยันต์ ทว่าเสียงเด็กสาวก็ดังขึ้น…
“คุณเกิดปีกระต่ายไม้ เดือนไก่ไม้ วันสุกรน้ำ ธาตุประจำตัวคือธาตุน้ำ โชคชะตาพลิกผัน ก่อนหน้านี้เคยติดคุกมาก่อน”
“สมัยยังเป็เด็กครอบครัวร่ำรวยมั่งคั่ง แต่เมื่อเข้า่วัยหนุ่มกิจการเริ่มย่ำแย่ นิสัยเปลี่ยนไปอย่างมาก พ่อแม่ตายทั้งคู่ั้แ่ยังเป็วัยรุ่น เมื่อถึงวัยกลางคนก็เลิกกับภรรยา”
“ถ้าคุณยังทำความผิดตามอำเภอใจอีก แบบนั้นเคราะห์ร้ายจะไปตกที่ลูกสาวคนเดียวของคุณ”
หมอดูที่ถือพู่กันมาเขียนอักษรตัวแข็งทื่อ ไม่กล้ามองฉู่ลั่วตรง ๆ
เื่อื่นยังสามารถตรวจสอบได้ แต่เื่ที่เขามีลูกสาวคนเดียวนั้นไม่มีใครรู้
ตอนที่เขาติดคุก ภรรยาได้มาขอหย่า หลังออกจากคุกมา ภรรยาก็แต่งงานใหม่แล้ว
เดิมทีเขาเตรียมจะแก้แค้นครอบครัวของภรรยา แต่สุดท้ายกลับได้เจอลูกสาวที่หน้าตาคล้ายเขาอยู่หลายส่วน เมื่อแอบเอาเส้นผมไปตรวจดีเอ็นเอ ถึงรู้ว่าเป็ลูกสาวของตน
เื่นี้… คนนอกไม่น่ารู้
หมอดูตะลึงไปชั่วขณะ ทันใดนั้นก็พุ่งเข้าไปหาฉู่ลั่ว และทรุดตัวคุกเข่าลงบนพื้น “ท่านปรมาจารย์หญิง ช่วยผมด้วย!”
ฉู่ลั่วหรี่ตา “...”
“คุณเป็คนมีดวงชะตาที่ต้องโดดเดี่ยว ถูกกำหนดมาไม่ให้มีคู่ครอง หากไม่ตั้งมั่นสั่งสมคุณงามความดีเอาไว้ แก่ตัวไปจะป่วยหนักต้องนอนติดเตียง โดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งพิง”
หมอดูน้ำตาไหล ร้องไห้สะอึกสะอื้น “ผมไม่เข้าใจ ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมถึงได้มีชีวิตที่ยากลำบากขนาดนี้?”
ฉู่ลั่วกล่าวต่อไป “ชาติก่อนคือเหตุแห่งกรรมในชาตินี้… แต่ไม่ใช่ว่าคุณไม่ได้ทำอะไรผิด”
“คุณไม่มีการศึกษาและขาดความสามารถ ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ธุรกิจครอบครัวถึงได้ถดถอยลงไม่เจริญก้าวหน้า”
“ได้แต่งงานกับภรรยาที่ดี แต่กลับอยู่ไม่ติดบ้าน ทำให้ทะเลาะกัน”
“โกงคนมาหลายครั้ง จนต้องติดคุก”
“ทั้งหมดทั้งมวลเป็เพราะคุณหาเื่ใส่ตัวเอง”