อากาศในเดือนสี่ยังคงอบอุ่น
ในที่สุดงานเลี้ยงวันเกิดฮูหยินผู้เฒ่าก็เวียนมาถึงอวิ๋นซือเลือกชุดเครื่องประดับตามฐานะชุดกระโปรงตัวยาวสีม่วงอ่อนกับเสื้อคลุมสีขาวสะอาดตาให้ความรู้สึกเป็กันเองและไม่เป็ทางการจนเกินไป งดงามสง่า ไม่ขาดและก็ไม่เกินแม้แต่น้อย
แขกส่วนใหญ่เริ่มทยอยเดินทางมาถึงแล้วในฐานะฮูหยินใหญ่ หญิงสาวจึงต้องคอยยืนต้อนรับ ระหว่างรอฮูหยินผู้เฒ่ากับสามีมาถึง แน่นอนว่าไม่ใช่งานง่ายเลยไหนจะต้องคอยดูแลเื่อาหารการกิน อีกทั้งยังต้องหมั่นดูความเรียบร้อยของบ่าวไพร่สลับกับต้อนรับแขกเป็ระยะ อวิ๋นซือวิ่งวุ่นจนร่างกายแทบแยกเป็ส่วนเพราะความเหนื่อย
ทว่า… ไร้เงาคนเป็สามี
อวิ๋นซือรู้ดีว่าอีกฝ่ายยังมาไม่ถึงเพราะยามเดินมาที่เรือนจัดเลี้ยงต้องผ่านเรือนอนุคนใหม่นางยังเห็นเงาร่างสองสายที่แทบแยกกันไม่ออกอยู่เลย แต่อย่างที่ทุกคนพูดกัน อนุเจียวผู้มาใหม่คนนี้งดงามอ่อนหวานจับใจนักคงไม่แปลกหากนายท่านหลันจะใช้เวลากับคนงามอย่างอ้อยอิ่งสักเล็กน้อย
และก็เป็ที่แน่นอนอยู่แล้วว่าในระหว่างที่อีกฝ่ายกำลังสำเริงสำราญกับอนุที่โปรดปรานคนที่เหนื่อยสายตัวแทบขาดย่อมต้องเป็นาง อวิ๋นซือถอนหายใจเบาๆ ใบหน้าแย้มยิ้มตามมารยาทอย่างเป็ธรรมชาติ
อย่างที่เคยคิดไว้เลย ตำแหน่งฮูหยินใหญ่นั้นเป็งานที่หนักอย่างยิ่งต้องคอยดูแลทุกเื่ราวภายในบ้าน ปรนนิบัติรับใช้สามีและมารดาอีกฝ่ายไหนจะยังมีหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้เหล่าสตรีเรือนหลังยิ่งพอมีงานเสริมก็ต้องเหนื่อยเป็เท่าตัวอย่างยามนี้
จนบางทีนางก็อดคิดไม่ได้จริงๆว่าตัวเองกำลังทำงานที่ได้ค่าตอบแทนไม่สมน้ำสมเนื้ออยู่…
ไม่นานเกินรอฮูหยินผู้เฒ่าก็เดินเข้ามาในงานด้วยการประคองของบุตรชายเมื่อมาถึงงานใบหน้าชราก็แต้มไปด้วยรอยยิ้มนางมองแขกส่วนใหญ่ที่เป็สหายหรือบรรดาญาติห่างๆ แล้วชวนกันเข้าไปนั่งคุย
แม้สกุลหลันจะเป็สกุลใหญ่ในเมืองหลวงทว่านายผู้เฒ่าคนก่อนกลับมีหลันชิงเป็ทายาทเพียงคนเดียว อีกทั้งหลันชิงเองก็ยังไม่มีบุตรอีกด้วยจึงไม่แปลกที่บรรดาเมียใหญ่เมียเล็กจะพยายามแข่งขันกันเอาเป็เอาตายอวิ๋นซือคิดพลางถอนใจ เมื่อนึกได้ว่าตนก็เป็ฮูหยินใหญ่ของเขาเช่นกัน
อวิ๋นซือมองฮูหยินผู้เฒ่าทักทายผู้คนที่มาอวยพรพร้อมของขวัญอย่างสงบเมื่อเห็นว่าได้เวลาอันสมควรแล้วจึงเอ่ยถามเพื่อขอความเห็น
“ท่านแม่ อีกเดี๋ยวงานจะเริ่มแล้วให้เรียกพวกอนุมาอวยพรก่อนดีหรือไม่เ้าคะ เสร็จแล้วจะได้เริ่มงานเลี้ยงต่อ”
เพราะอนุเป็เพียงเมียที่ไร้ศักดิ์จึงมิเหมาะที่จะอยู่ร่วมงานอีกทั้งอนุของสามีนางก็เยอะแยะมากมายเกินจะให้พวกนางอยู่ได้ทุกคนจึงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตเป็พิเศษดังนั้นจึงจัดให้พวกนางมาโขกศีรษะก่อนจะแยกย้ายกลับเรือนของตนเอง
เหล่าขบวนอนุเข้าอวยพรและมอบของขวัญตามลำดับก่อนหลังที่มาก่อนจะตามด้วยฮูหยินรองทั้งสี่ จนมาถึงนางผู้เป็ฮูหยินใหญ่ อนุเจียวที่มาใหม่มีกิริยาท่าทางสมเป็สาวน้อยผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องนางเป็เพียงไม่กี่คนที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ร่วมงานได้
ครั้นเห็นว่าถึงคราวอวิ๋นซือต้องมอบของขวัญให้บ้างแล้ว นางก็พลันเอี้ยวหน้ามาทางอวิ๋นซือพร้อมส่งเสียงร้องอ๊ะขึ้นมาเบาๆก่อนจะก้มหน้าหลุบตาลงอย่างขวยเขินที่ตนเองเสียมารยาท บุรุษในงานไม่เว้นแม้แต่หลันชิงต่างก็มองอาการหน้าแดงนั้นด้วยความเอ็นดูจากนั้นจึงพากันหันมาจับจ้องอวิ๋นซืออย่างสนใจใคร่รู้
หญิงสาวอมยิ้มน้อยๆ มือรับกล่องไม้สลักลายประณีตจากสาวใช้ก้าวออกมาด้านหน้าฮูหยินชราแล้วยื่นส่งให้ ท่ามกลางสายตาสงสัยใคร่รู้ของผู้คนที่อยู่ในงาน
ของขวัญที่ขนาดสาวน้อยผู้หนึ่งยังใคงจะเป็อะไรที่ไม่ธรรมดา
อวิ๋นซือยังคงมีรอยยิ้มยามฮูหยินผู้เฒ่ารับของขวัญไปเปิดเจียวที่มีความหมายว่าน่ารักอ่อนหวานงอย่างนั้นหรือช่างสมตัวเสียจริงเมื่อได้ยลโฉมความงามนั้น หญิงสาวไม่นึกประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย หากสามีของตนจะพึงพอใจอีกฝ่าย
แต่ถ้าบอกว่าอ่อนหวานคงเป็ความอ่อนหวานที่เคลือบแฝงด้วยยาพิษเสียมากกว่าเพราะกิริยาที่จงใจแสดงให้ผู้คนสนใจของขวัญนางเมื่อครู่บ่งบอกได้ว่าอีกฝ่ายคงรู้ดีอยู่แล้วเื่ที่สองอนุตบตีกันจนรูปสลักเทพธิดาเสียหาย
อวิ๋นซือคิดว่าอีกฝ่ายคงคาดการณ์ไว้แล้วว่า เวลาน้อยเช่นนี้นางย่อมไม่มีเวลาหาของขวัญดีๆได้ จึงพยายามแสดงท่าทางให้คนอื่นสนใจเมื่อครู่ ในฐานะฮูหยินใหญ่ของคฤหาสน์ หากนางมอบของขวัญที่ไม่สมฐานะสายตาผู้คนก็จะเปลี่ยนไปและดูถูกแม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าก็ต้องมีโทสะที่เสียหน้าต่อแเื่ในงาน
เห็นอายุยังน้อย ด้วยวัยเพียงสิบห้าหนาวเท่านี้ก็คิดเป็แล้วหรือที่แท้ก็ไม่ได้ใสซื่ออย่างที่แสดงออก อวิ๋นซือคิดพลางส่งรอยยิ้มหวานที่ถูกฝึกมาอย่างดีกลับไปเมื่ออีกฝ่ายส่งยิ้มหยีตามาให้
อวิ๋นซือนับถือคนเก่งเสมอโดยเฉพาะคนเก่งที่ฉลาดคิด!
ทุกสายตามองรูปสลักพระโพธิสัตว์ในมือฮูหยินผู้เฒ่าด้วยแววตาประหลาดใจนั่นหรือคือของขวัญจากฮูหยินใหญ่สกุลหลัน จะบอกว่าธรรมดาก็ไม่ใช่ หากดูจากขนาดไม้จันทน์หอมที่ใช้สลักต้องมีอายุหลายร้อยปีเป็แน่
ทว่าจะบอกว่าล้ำค่าก็เป็คำพูดที่ออกจะเกินไปเพราะแม้จะเป็ของหายาก แต่ใช่ว่าจะหาไม่ได้นี่นา หลายคนมองมาแล้วซุบซิบกันฮูหยินผู้เฒ่าให้อึดอัดใจเล็กน้อย นางรู้เื่ที่สองอนุทำให้ของขวัญสะใภ้เอกเสียหายแล้วแต่การจะนำมาพูดตรงนี้ก็เป็เื่ที่น่าอับอายจนเกินไปจึงต้องแสร้งนิ่งเงียบเพื่อรักษาหน้าตาสกุลไว้ ด้วยการปล่อยให้ผู้คนหันไปตำหนิอวิ๋นซือแทน
หญิงสาวยังคงแย้มยิ้มเช่นเคย นางมิใช่ไม่รู้ เื่ที่แม่สามีคิดใช้ตัวเองเป็เครื่องมือรักษาหน้าตาของสกุลอย่างไรเสียหากเทียบระหว่างการให้ผู้คนตำหนิสะใภ้คนหนึ่งที่ไร้หัวคิดก็ยังขายหน้าน้อยกว่าให้ผู้อื่นรู้ว่าในตระกูลมีเื่น่าขันที่แค่อนุสองคนยังกำราบไม่ได้ ถึงขนาดปล่อยให้ทำลายของขวัญวันเกิดมารดาประมุข
อวิ๋นซือหาได้โกรธเคืองอีกฝ่ายไม่แม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะเอ็นดูตนเพียงใด แต่ถ้าให้เลือกระหว่างนางกับบุตรชายและหน้าตาของตระกูลเกรงว่าคงไม่ผิดถ้าแม่สามีจะเลือกอย่างหลัง
ดวงตาสีนิลเหลือบมองไปทางร่างสูงของผู้เป็สามีเล็กน้อยนางไม่ได้วาดหวังว่าเขาต้องออกหน้าช่วยเหลือเพียงแค่เกิดความสงสัยในใจขึ้นมาว่าอีกฝ่ายจะมีท่าทางหรือแสดงออกอย่างไร
เพราะถ้าพูดกันตามความเป็จริงแล้วต้นเหตุมาจากเขาที่จงใจใช้นางเป็โล่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของบรรดาเมียอื่น ไม่ให้มารุมทึ้งเนื้อแม่กวางสาววัยขบเผาะผู้นั้นแท้ๆ
ทว่าสิ่งที่เห็นมีเพียงรอยยิ้มอบอุ่นที่ฉายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาเสมอแม้จะเพียงเสี้ยวเวลา อวิ๋นซือก็มองทันว่าสายตาของเขาอยู่ที่ใดยิ่งมองใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มของอนุเจียวที่แดงก่ำทั้งยังก้มลงอย่างขวยเขินก็พลันแน่ใจว่าอีกฝ่ายหาได้สนใจจะช่วยนางไม่
อวิ๋นซือนั้นร่ำเรียนอ่านเขียนมาั้แ่เด็กย่อมรู้จักบทกวีกาพย์กลอนจนทะลุปรุโปร่ง รู้จักคำนิยามของบุรุษที่ดีเป็อย่างดีผู้คนมักขนานนามชายหนุ่มผู้กล้าหาญและซื่อตรงด้วยคำว่า ‘วีรบุรุษ’ทว่านางสามารถนิยามสามีตนเองได้เพียงสองคำเท่านั้น นั่นคือ... ‘สวะ!’