บทที่ 30 เชิญเซ็นสัญญญาได้เลย!
เมื่อได้ยินคำพูดของโจวสุ่ยหนิว ใบหน้าของหวังเหยี่ยเล่อก็ซีดเผือด เดิมทีเขายังหวังว่าอย่างน้อยลูกชายคนเล็กของเขาก็รอดชีวิต ตระกูลหวังของพวกเขาก็ยังคงมีโอกาสแก้แค้น
แต่ตอนนี้เขายังกล้าคิดที่จะแก้แค้นอยู่อีกหรือ?
คนที่สามารถทำให้โจวสุ่ยหนิวพูดแบบนั้นได้ แสดงว่าหลัวเซิงจะต้องอยู่ในสถานะที่เขาไม่อาจจินตนาการถึงได้
“หวังเฉิง ฟังพ่อให้ดี พ่อกับพี่ชายของแกคงไม่รอดแล้ว แต่แกอย่าได้คิดที่จะแก้แค้นให้พวกเราเป็อันขาด ถ้ามีโอกาส จงจงรักภักดีต่อบอสหลัวเท่านั้น วิธีนี้เท่านั้นที่ตระกูลหวังของเราจะยังมีชีวิตอยู่รอด!”
น้ำเสียงของหวังเหยี่ยเล่อเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
นี่คือฐานะของหลัวเซิง เพียงคำพูดเดียวก็สามารถตัดสินชีวิตและความตายได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังทำให้คนไม่กล้าแม้แต่จะคิดที่จะแก้แค้น!
หวังเฉิงได้ยินดังนั้นก็ได้แต่พยักหน้ารับ แต่ถึงอย่างนั้นหวังเหยี่ยเล่อก็ยังคงไม่สบายใจ เขากลัวจริง ๆ ว่าสุดท้ายแล้วตระกูลหวังของพวกเขาจะหนีไม่พ้นความตาย! เขาทรุดตัวคุกเข่าลงต่อหน้าโจวสุ่ยหนิว
“ท่านประธานโจว ขอร้องล่ะ ช่วยชี้ทางสว่างให้กับตระกูลหวังของเราด้วย!”
โจวสุ่ยหนิวถอนหายใจ มองไปที่ลูกชายคนเล็กของหวังเหยี่ยเล่อ “...ก็ขึ้นอยู่กับว่าตอนนี้ไอ้หนูนี่ รู้หรือยังว่าควรทำอะไร!”
ได้ยินคำพูดของโจวสุ่ยหนิว หวังเหยี่ยเล่อก็ตาสว่างขึ้นมาทันที ะโใส่หวังเฉิง “แกยังยืนโง่อยู่อีกทำไม? รีบไปที่บริษัทลู่ ขอให้พวกเขาร่วมมือกับเราด่วน!”
ได้ยินคำพูดของพ่อหวังเฉิงไม่กล้าชักช้า รีบหันหลังออกจากบ้านไป
ไม่นาน โจวสุ่ยหนิวก็เดินออกมา ตามหลังด้วยบอดี้การ์ดกลุ่มหนึ่ง ส่วนหวังเหยี่ยเล่อกับลูกชายก็ไร้ลมหายใจอีกต่อไป
คนที่กล้าล่วงเกินหลัวเซิง เขาจะกล้าปกป้องได้อย่างไร?
เว้นแต่ว่าตระกูลโจวของเขาอยากจะถูกกำจัดล้างตระกูลไปด้วย!
ณ บริษทลู่ที่เจียงหนาน
ตอนนี้ลู่กั๋วฟู่ ลู่เจียวเจียว และตู้ิอวี่ ทุกคนต่างก็นั่งอยู่ในห้องทำงาน ลู่กั๋วฟู่ขมวดคิ้วแน่นมองไปที่ตู้ิอวี่อย่างประจบประแจง
“ิอวี่! นายบอกว่าพ่อของนายจะช่วยครอบครัวเรา แต่นี่ผ่านมาตั้งนานแล้ว ทำไมยังไม่มีข่าวคราวอะไรเลย?”
เมื่อตู้ิอวี่ได้ยินดังนั้น เขาก็ได้แต่กลอกตาไปมาอยู่ในใจ
‘บ้าเอ้ย! ยังคิดว่าฉันจะช่วยครอบครัวแกอีกเหรอ? ฝันไปเถอะ! ถ้าไม่ใช่เพราะทรัพย์สมบัติของครอบครัวแก ใครจะไปสนใจแก?’
แต่ตู้ิอวี่ยังยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่ต้องห่วง! พ่อผมต้องทำได้แน่”
แต่ในใจเขากำลังคิดอย่างรวดเร็วว่าจะหลอกเอาทรัพย์สมบัติของตระกูลลู่อย่างรวดเร็วได้อย่างไร แล้วรีบหนีไป!
เห็นได้ชัดว่าลู่กั๋วฟู่และลู่เจียวเจียวไม่รู้ถึงความคิดของตู้ิอวี่ เขาหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น “ดี! ดีมาก ิอวี่ ตระกูลลู่ของเรามีลูกเขยที่ดีอย่างแก ช่วยพวกเราได้มากจริง ๆ !”
ลู่เจียวเจียวก็ซบเข้าหาอ้อมกอดของตู้ิยี่ทันที “ิยี่ ฉันรู้ว่าคุณเก่งที่สุดแล้ว!”
ในตอนนั้นเอง เลขาของลู่กั๋วฟู่ก็วิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นเต้น “ท่านประธาน! หวังเฉิง ลูกชายคนรองของตระกูลหวังมาขอพบค่ะ!”
ได้ยินเช่นนั้น ลู่กั๋วฟู่ก็ดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตื่นเต้น “จริงเหรอ คุณชายหวังอยู่ไหน?”
พูดจบ ก็ไม่ลืมหันไปมองตู้ิอวี่ “ิอวี่! แกนี่มันสุดยอดจริง ๆ! คุณชายหวังมาหาถึงที่เลย!”
ในสายตาของลู่กั๋วฟู่เื่ทั้งหมดนี้ต้องเป็ฝีมือของตู้ิอวี่อย่างแน่นอน ส่วนตู้ิอวี่เองกลับมึนงงกับเหตุการณืข้างหน้า นี่มันเป็ไปได้ยังไง?
เขาย่อมรู้ว่าพ่อเขาไม่ได้ไปหาตระกูลหวังแน่นอน! ยิ่งไปกว่านั้น ตระกูลหวังก็ไม่น่าจะให้เกียรติตระกูลของเขา แล้วทำไมคุณชายหวังถึงมาที่นี่?
ถึงอย่างนั้นตู้ิอวี่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมารีบยิ้มออกมาทันที “ผมบอกแล้วไงว่า ถ้าพ่อผมพูดแล้ว ต้องทำได้อย่างแน่นอน”
ได้ยินคำพูดของตู้ิอวี่ ลู่เจียวเจียวก็พูดขึ้นทันที “พ่อ! เห็นมั้ยคะ
ิอวี่ยังไงก็ดีกว่าพวกขยะนั่นตั้งเยอะ!”
แน่นอนว่าคนที่เธอเอ่ยถึงคือ หลู่ชิงเมิ่งกับหลัวเซิง
“ท่านประธาน คุณชายหวังรออยู่ที่ห้องรับรองครับ”
เลขาพูดด้วยความเคารพ
ไม่นาน ทั้งหมดก็มาถึงห้องรับรอง
ตอนนี้หวังเฉิงที่รออยู่ในห้องรับรองนานแล้ว เมื่อเขาเห็นลู่กั๋วฟู่และคนอื่น ๆ ปรากฏตัวขึ้น เขาก็ไม่กล้าชักช้าแม้แต่น้อย ฉากที่เกิดขึ้นที่บ้านพักตระกูลหวังก่อนหน้านี้ ทำให้เขาหวาดกลัวจนแทบเสียสติ!
หวังเฉิงวางเอกสารความร่วมมือที่เตรียมไว้และเซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วต่อหน้าลู่กั๋วฟู่ด้วยความเคารพ และพูดว่า
“ท่านประธานลู่ ทางตระกูลหวังตัดสินใจร่วมมือกับพวกคุณแล้ว นี่คือสัญญา โปรดดู ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็เซ็นชื่อได้เลยครับ!”
บนหน้าผากของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ เขากลัวว่าตอนนี้ตระกูลลู่จะไม่ยอมเซ็นสัญญา!
ก่อนหน้านี้ พ่อของเขาพูดชัดเจนแล้วว่า ตระกูลหวังของพวกเขาจะมีชีวิตอยู่รอดได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเขาสามารถบรรลุข้อตกลงความร่วมมือกับตระกูลลู่ได้หรือไม่!
เมื่อเห็นฉากนี้ ใบหน้าของลู่กั๋วฟู่ก็แดงก่ำด้วยความตื่นเต้น เขาไม่คิดเลยว่าตระกูลหวังจะทำถึงขนาดนี้! เอาสัญญาที่เซ็นชื่อแล้วมาวางไว้ตรงหน้าเขาซ้ำยังราวกับขอร้องให้เขาเซ็นชื่ออีก!
ลู่กั๋วฟู่หันกลับมามองตู้ิอวี่ด้วยสายตาชื่นชม ทั้งหมดนี้ต้องเป็ผลงานของร้านยาเย่าหวังอย่างแน่นอน!
ส่วนตู้ิอวี่เมื่อเห็นภาพตรงหน้าก็ดีใจจนแทบคลั่ง เขาคิดไปเองว่าพ่อของเขาเป็คนปากร้ายใจดี ถึงแม้จะโกรธเขา แต่สุดท้ายก็ยังคงไปหาตระกูลหวัง จึงได้เกิดเื่แบบนี้ขึ้น!
เขารู้สึกมั่นใจขึ้นมาทันที จึงเดินเข้าไปและยื่นมือออกไปข้างหน้า
“คุณชายหวัง ยินดีที่ได้รู้จัก ผมตู้ิอวี่จากร้านยาเย่าหวังครับ”
เมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่มีสมองของตู้ิอวี่ หวังเฉิงก็รู้สึกมึนงงเขาไม่รู้จักผู้ชายคนนี้เลยแม้แต่น้อย! แต่เขาก็ยังคงยื่นมือออกไปจับมืออย่างลวก ๆ
เมื่อดังนี้ ลู่กั๋วฟู่ก็ยิ่งมั่นใจในความคิดของเขามากขึ้นโดยไม่ลังเล เขาเซ็นชื่อลงในสัญญาทันที ราวกับว่าในวินาทีถัดมาหวังเฉิงจะเปลี่ยนใจ
หวังเฉิงเห็นว่าประธานลู่ไม่ได้เปิดอ่านหนังสือสัญญาก็รู้สึกสงสัยเล็กน้อย เขาจึงถามว่า “พวกคุณไม่ต้องตรวจดูสัญญาสักหน่อยเหรอครับ?”
“ฮ่า ๆ ตระกูลหวังของพวกคุณยิ่งใหญ่ ไม่จำเป็ต้องตรวจหรอกพวกเราเชื่อใจคุณ!”
ลู่กั๋วฟู่พูดอย่างประจบประแจง มองไปที่หวังเฉิงที่อยู่ตรงหน้า ทันใดนั้น ลู่เจียวเจียวก็พูดขึ้น
“คุณชายหวัง ในเมื่อคุณมาถึงที่นี่แล้ว อยากจะเยี่ยมชมบริษัทลู่ของเราสักหน่อยไหมคะ? ถ้าเรากลายเป็หุ้นส่วนกัน เราสองตระกูลต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน!”
ขณะที่ลู่เจียวเจียวพูด เธอก็ไม่ลืมที่จะขยับเข้าใกล้หวังเฉิง
หลังจากที่ได้ยินคำพูดนี้หวังเฉิงก็ขมวดคิ้วทันที ตอนนี้เขาตั้งสติได้แล้ว ถึงอย่างไรเขาก็เป็คุณชายใหญ่ของตระกูลหวัง เคยเห็นโลกกว้างมาั้แ่เด็ก ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกแล้วทำไมคนสองคนนี้ถึงดูแปลก ๆ ?
ถึงแม้ว่าเขาจะมาที่นี่เพื่อให้ตระกูลหวังมีชีวิตรอดก็ตาม แต่ทำไมคนสองคนนี้ถึงทำเหมือนกับสนิทสนมกับเขามาก?
เขาไม่รู้จักคนงี่เง่าสองคนนี้เลยสักนิด!
ที่เขามาที่นี่ ล้วนเป็เพราะหลัวเซิงทั้งนั้น!
เขาแค่อยากรีบกลับบ้าน ไปจัดการศพให้พ่อเขา!
เมื่อคิดถึงเื่นี้ ใบหน้าของเขาก็ฉายแววเศร้าโศกสีหน้าก็ไม่ดีเหมือนเดิม “ไม่จำเป็ครับ!”
จากนั้นเขาก็หันหลังกลับและจากไปโดยไม่มีความคิดที่จะอยู่ต่อแม้แต่น้อย