วันนี้เป็วันแรกหลังจากแยกบ้าน ลู่เหวินและครอบครัวยังอยู่ที่บ้านเดิมของตระกูลหยาง ลู่เหวิน ลู่คงและลู่เสียน รีบตื่นเช้าออกไปช่วยคนงานของเมิ่งหนานที่จะมาซ่อมบ้านให้ เมื่อมาถึงก็เจอหัวหน้าหมู่บ้าน เหล่าผู้าุโ ชายหนุ่มในหมู่บ้าน และคนงานของร้านจิ่นเลี่ยน ยืนอยู่เต็มไปหมด
“ท่านลุงเมิ่ง พวกข้าช่วยอะไรได้บ้างขอรับ” ลู่เหวินและพี่ชายรีบเข้าไปสอบถาม
“ไม่ต้องๆ บ้านหลังนี้แม่จะเก่าตามวันเวลา แต่โครงสร้างยังดีอยู่ เปลี่ยนกระเื้ัคาบางแผ่นที่ใช้การไม่ได้ ปิดหน้าต่างใหม่ ก่อเตาไฟแทนอันเดิมที่ผุพัง ไม่เกิน 3 วัน พวกเ้าก็ย้ายเข้ามาอยู่ได้”
เด็กๆ ดีใจหันมายิ้มให้กันอย่างมีความสุข
“เงินนี่เป็ค่าชดเชย ของพ่อเ้า 50 ตำลึง ส่วนนี่หนังสือรับรองหนี้ของข้า” เมิ่งหนานส่งเงินให้ แล้วหยิบหนังสือรับรองหนี้สินออกมาฉีกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“ไม่ต้องหรอกขอรับท่านลุง ท่านไม่คิดค่าเสียหายจากเรา แถมยังมาช่วยเราซ่อมบ้านอีก แค่นี้ก็ดีมากแล้วขอรับ” ลู่เหวินปฏิเสธ
เมิ่งหนานมองเด็กๆ ด้วยความอ่อนโยน พวกเขายากจน แต่ทั้งคนเป็พ่อและลูกกลับไม่เรียกร้อง อยากได้อยากมีเลย
“เอาไปจ่ายหนี้สินที่หยิบยืมคนอื่นมาเถอะ ลุงหนานไม่ได้ลำบาก พ่อเ้าเป็คนขยัน หากลุงไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือลูกน้อง ต่อไปใครจะกล้าทำงานกับลุงอีกเล่า”
“ขอบคุณท่านลุงมากนะขอรับ” เด็กๆ ดีใจเป็อย่างมาก รีบวิ่งไปช่วยกันคนละไม้คนละมือ ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้
“ภรรยา หากข้าเดินไม่ได้ เราคงต้องปล่อยเช่าที่นา ข้าค่อยหางานไม้ทำ ข้าอยากให้ลูกๆ ได้เรียนหนังสือ”
หยางเฉิงมองไปบนเพดานด้วยแววตาว่างเปล่า
“ท่านพี่ อย่าเพิ่งคิดเลยเ้าค่ะ ท่านต้องมีแรงใจ ข้าและลูกจะเป็กำลังใจให้ท่านนะเ้าคะ” เย่ซื่อบีบมือสามี พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลลงมา
“หืม…..ใครบอกว่าท่านพ่อจะเดินไม่ได้เหรอขอรับ”
“เหวินเอ๋อร์ บ้านเราตอนนี้ต้องเพิ่งพาเ้าแล้ว หากพ่อเดินไม่ได้ เ้ากับพี่ชาย ต้องดูแลแม่และพี่สาว อย่าให้ใครมารังแกนะรู้ไหม”
“ท่านพ่อั้แ่ท่านฟื้นขึ้นมา เคยรู้สึกปวดแผลบ้างไหมขอรับ”
“ไม่นะ มันคงเป็เหมือนที่หมอหลิวบอกว่าพ่ออาจจะสูญเสียการรับรู้ส่วนเอวลงไป”
“ท่านพ่อ ผงห้ามเืที่หยิน..เอ่อ ระบบน่ะ ข้าจะเรียกเขาว่าหยิน มีผลทำให้เืหยุดไหล สมานแผล ป้องกันเชื้อโรค และบรรเทาอาการปวด แต่หยินบอกว่าท่านต้องใช้ถึง 8 ใน 10 ส่วน เลยทำให้เกิดผลข้างเคียงคือขยับท่อนล่างไม่ได้ขอรับ ยาจะหมดฤทธิ์ใน 7 วัน พรุ่งนี้ท่านก็จะขยับตัวได้ขอรับ”
“จริงหรือเหวินเอ๋อร์ ฮ่าๆๆ พ่อจะรีบหาย จะหาเลี้ยงพวกเ้าให้เป็คุณชายคุณหนูตัวน้อยๆ เอง” หยางเฉิงหัวเราะร่าน้ำตาไหลออกมาด้วยความยินดี
ฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ ลู่เหวินไม่เสียดายเงิน 100 ตำลึงที่เสียไปเลย เงินนั่นแลกกับหนังสือตัดความสัมพันธ์เรียกได้ว่าเป็การใช้จ่ายที่คุ้มค่าที่สุด เขามั่นใจว่าเขาสามารถหาเงินได้มากกว่าที่เสียไปอีกหลายเท่าตัวทีเดียว
เย็นนี้พวกเขาไม่ได้ไปกินข้าวบ้านใหญ่อีกแล้ว ลู่เหวินจึงหยิบหม้อสนามพร้อมเตาถ่านเหล็กขนาดพกพาออกมาจากช่องเก็บของ ท่ามกลางความตื่นเต้นของทุกคน จริงๆ แล้วมันเป็ชุดครัวสำหรับการเดินป่าของชาติที่แล้วที่เขานำติดตัวมาด้วย ตอนนี้แม้จะใช้แก๊สไม่ได้ แต่ระบบเปลี่ยนแก๊สกระป๋องเป็ถ่านอัดแท่งไร้ควันมาเยอะมากทีเดียว เมื่อจุดเตาไฟแล้ว ลู่เหวินก็ลงมือทำกับข้าวต้มกระดูกหมู และต้มไข่คนละฟอง ทุกคนกินกันอย่างมีความสุข
บนโต๊ะอาหารบ้านใหญ่หยาง ทุกคนกำลังจะกินข้าวกัน ก็ได้กลิ่นข้าวต้มกระดูกหมูโชยมา จนหยางหวง ลูกชายคนโตของบ้านรอง รีบทิ้งตะเกียบ วิ่งมาเคาะประตูบ้านสามดังสนั่น
“อาสาม พวกท่านแอบกินอะไรกัน แบ่งให้ข้าเดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้นข้าจะฟ้องท่านย่า”
“น้องสาม บ้านเ้ามีเนื้อกิน ทำไมไม่แบ่งให้ท่านแม่เล่า พวกเ้าจะแอบกินได้อย่างไรกัน” จางซื่อพูดจาหว่านล้อม นางทนไม่ไหวจริงๆ เ้าพวกนี้ทำอะไรกินกันนะถึงหอมขนาดนี้ เ้าพวกนี้ก็จริงๆ เลย ลูกชายนางเคาะตั้งนานยังไม่เปิดออกมาอีก คิดแล้วก็หงุดหงิดพาลูกชายกลับเข้าบ้านไป
หลี่ซื่อนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ถึงจะกลิ่นอาหารทำให้หิวจนแทบคลั่งแต่ก็ยังนึกก็ยังสงสัย
“ท่านแม่ พวกนั้นมาขอใช้เตาหรือเ้าคะ”
“พวกมันคงจะก่อไฟข้างนอกนั่นแหละ คงจะมีคนเวทนาให้เนื้อนั่นมาละสิท่า” แม่เฒ่าหลี่พูดจบหยางหวงก็พุ่งพรวดเข้ามา
“ท่านย่า บ้านอาสามแอบกินเนื้อ ข้าจะกินด้วย ท่านย่า ข้าจะกิน ข้าจะกิน”
“เงียบก่อนๆ หวงเอ๋อร์ของย่า เ้าพวกนั้นไม่ได้เป็อะไรกับเ้าอีกต่อไปแล้ว วันนี้มันได้กินเนื้อ วันหน้าจะอดตายตอนไหนยังไม่รู้ นั่งกินข้าวของเ้า เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ใหญ่หลิ่งกลับมา ย่าจะให้พ่อเ้าไปซื้อเนื้อมาให้”
หยางหวงได้ยินดังนั้นก็สงบลง แม้จะไม่ได้กินได้แค่กลิ่นก็ช่วยให้เจริญอาหาร จนกินข้าวไปหลายถ้วยทีเดียว
หยางซูเจียวที่กินเสร็จแล้ว มองหน้าจางซื่อก็บ่นออกมา
“พี่สะใภ้รองท่านสอนลูกหน่อยเถอะ พี่สามเขาแยกบ้านไปแล้ว ต้องหน้าหนาถึงขนาดไหนกันถึงกล้าตามไปวุ่นวายขออาหารเขาอีก”
“ซูเจียว ข้าเป็พี่สะใภ้เ้านะ” จางซื่อแผดเสียงออกมา
“แล้วอย่างไร พี่สามก็พี่ชายข้าเช่นกัน ถึงพวกท่านจะตัดความสัมพันธ์กับเขา แต่ข้า พี่หญิงใหญ่ และน้องเล็กยังคงเป็น้องของเขาเสมอ” พูดจบก็เดินออกไปหยิบผ้ามาเย็บโดยไม่สนใจสีหน้าของคนในบ้านเลยแม้แต่น้อย
หยางเฉิงถูกความรู้สึกเ็ปจู่โจม จนตื่นขึ้นมาั้แ่ต้นยามอิ๋น เขารู้สึกปวดที่แผลจนต้องสูดปาก เย่ซื่อที่นอนอยู่ใกล้ๆ ก็รู้สึกตัวขึ้นมา
“ท่านพี่ เป็อะไรไปเ้าคะ”
“ขอโทษที่ทำให้เ้าตื่น ข้าเจ็บแผลน่ะ เลยขยับตัว อา..ภรรยาข้าขยับตัวได้แล้ว ข้าจะรีบหาย จะได้ดูแลเ้าและลูก” หยางเฉิงบอกด้วยความตื่นเต้น
เย่ซื่อหันไปกอดชายคนรักอย่างอ่อนโยน ชีวิตครอบครัวต้องดีขึ้นแน่ๆ นางรู้ดี สามีเป็คนเก่งและขยัน ลูกๆ นางเป็เด็กดี ลูกชายคนเล็กได้รับพรจาก์ นางโชคดีที่สุดแล้ว น้ำตาค่อยๆ ไหลลงมาจากหางตา “ท่านพี่ พวกเราจะต่อสู้ไปด้วยกันนะเ้าคะ”
เมื่อลู่เหวินตื่นก็รีบเข้าไปดูอาการท่านพ่อ
“หยิน ท่านพ่อใช้วารีรักษาได้เลยไหม”
[รอให้ท่านย้ายไปบ้านใหม่แล้วค่อยใช้ดีกว่า ท่านพ่อของท่านน่าจะหลับไปอีกหลายวัน]
“อืม งั้นเอายาออกมาเถอะ ข้าจะทำแผลให้ท่านพ่อใหม่”
วันนี้เย่ซื่อเป็คนทำกับข้าว เด็กๆ ช่วยกันทำแผลให้หยางเฉิงเสร็จ ก็กินข้าวและออกไปดูคนมาช่วยซ่อมบ้าน ไปถึงก็เจอกับหยางเป่า และเย่ไห่ ช่วยยกของและตัดไม้อยู่
“พวกเ้ามาพอดี พี่ไห่บอกว่าวันนี้่บ่าย บ้านคงเสร็จเรียบร้อย คอกสัตว์พวกเขาก็ทำไว้ให้แล้ว พวกเ้ารีบกลับไปเก็บของ เดี๋ยวเสร็จจากตรงนี้อาเล็กจะไปช่วยขนมาที่นี่” หยางเป่าบอกหลานชาย
ลู่คงนึกดูแล้วก็ไม่พบว่าบ้านตนมีของสำคัญอะไรให้เก็บ
“ไม่ต้องไปช่วยหรอกขอรับ บ้านข้านอกจากเสื้อผ้า และฟูกนอนก็ไม่มีอะไรแล้ว”
“แล้วท่านพ่อจะมายังไงล่ะ” ลู่เสียนหันมาถามพี่ชาย
“เดี๋ยวอาเล็กจะยืมเกวียนคนงานไปรับ ก่อนพวกเขาขนของกลับ พวกเ้าไปเตรียมตัวเถอะ”
“วันนี้จะย้ายบ้านแล้ว หากเอาของออกมาได้ 3 ชั่ง จะเอาที่นอนออกมายังไงกันเนี่ย” ลู่เหวินคิดแล้วก็ปวดหัว
[นายท่าน..]
“หยิน เลือกเรียกข้าว่านายท่าน ข้ากับเ้ามาที่นี่ด้วยกัน เราเป็ครอบครัวเดียวกัน”
[เหวินเกอ..ข้าคิดเื่นี้ไว้ั้แ่วันที่ท่านแยกบ้านแล้ว เลยส่งคำขอไปยังผู้ดูแล เพื่อเป็การแสดงความยินดีสำหรับผู้ถูกเลือกที่ได้บ้านใหม่ ระบบจะไม่คิดน้ำหนักสำหรับชุดเครื่องนอนขอรับ]
“เสี่ยวหยินของข้า ดีที่สุดเลย ถ้ากอดเ้าได้ข้ากอดไปแล้ว”
หยินรู้สึกอบอุ่นหัวใจมาก เขาไม่มีเคยเ้านายที่เห็นเขาเป็เหมือนคนในครอบครัวอย่างลู่เหวินมาก่อนเลย
เด็กๆ เดินร้องเพลงกลับบ้าน ด้วยความยินดี เสียงหัวเราะดังไปตลอดทาง ชวนให้คนที่พบเห็น สงสารในอดีตที่เขาต้องพบเจอ และยินดีที่พวกเขาผ่านพ้นมาได้
“ฟูกนอนนั่นเป็ของบ้านข้า ห้ามเอาไป ท่านแม่บอกแล้ว ว่าพวกเ้าห้ามหยิบอะไรไปเด็ดขาด หมู ไก่ ก็ไม่ได้” หลี่ซื่อออกมาโวยวาย เพราะตนอิจฉาที่พวกเขาได้ทั้งบ้านและที่ดินไป
หัวหน้าหมู่บ้าน ที่รู้ว่าบ้านของบ้านสามซ่อมเสร็จแล้ว ก็เดินตามมาถึงพอดี
“ไป..ไปจับหมู กับไก่ ออกมา ข้าอยู่ตรงนี้ ข้าจะดูว่าใครหน้าไหนจะกล้า ไม่อย่างนั้นข้าจะจับส่งทางการทั้งหมด”
ชายหนุ่มที่หัวหน้าหมู่บ้านนำมาและเด็กๆ บ้านสาม วิ่งเข้าไปที่คอกสัตว์ ชายหนุ่มทั้งหลายช่วยกันต้อนหมูตัวอ้วนออกมา ลู่เหวินเลือกไก่ตัวผู้และตัวเมียอย่างละตัว ส่วนข้าวและธัญพืชนั้น หยางซูเจียวเป็คนจัดการแบ่งให้ท่ามกลางเสียงก่นด่าของแม่เฒ่าหลี่
แม่เฒ่าหลี่ถึงกับวูบไปด้วยความแค้นใจ นางคิดว่าถึงจะให้ก็จะมอบลูกหมู และไก่แก่ที่ไข่ไม่ออกแล้วเท่านั้น เ้าพวกนั้นมาถึงก็เลือกเอาหมูตัวอ้วน และไก่ตัวผู้ที่มีเพียง 3 ตัวของนางไปตัวหนึ่ง ไหนจะไก่สาวตัวนั้นอีก คิดแล้วก็เืลมปั่นป่วน เป็ลมไปอีกรอบ
เมื่อขนของมาถึงบ้านใหม่ ลู่เหวินกับพี่ชาย รีบเข้าไปปูที่นอนให้พ่อบนเตียงเตา เขาเอาที่นอนอันใหม่ออกมา วางทับด้วยฟูกนอน ปูผ้าสีทึบไว้้า แล้วเอาหมอนวาง เสร็จก็ร้องบอกให้คนช่วยยกหยางเฉิงมานอนได้เลย
เมื่อในบ้านเหลือแค่ผู้ใหญ่บ้านและเหล่าผู้าุโ ลู่เหวินเอาเงินออกมาคืนให้พวกเขาทุกคน
“เ้าไปหยิบยืมเงินนี่มากไหน ค่อยเอาๆ ข้าไม่รีบ” ผู้ใหญ่บ้านผลักเงินออกไป
“รับไปเถอะขอรับ ท่านลุงหนานเ้าของร้านจิ่นเลี่ยนให้ข้ามา และอีกส่วนพวกข้าได้มาจากบ้านท่านยายขอรับ” ลู่เหวิน เลี่ยงที่จะบอกว่าพวกเขาแอบเก็บเงินไว้ั้แ่ตอนยังไม่แยกบ้าน
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ทุกคนก็กลับออกไป เย่ไห่มอบเงินที่พ่อตาแม่ยายฝากมาให้พวกเขา 10 ตำลึง แต่ลู่เหวินไม่รับ เขารู้ดีว่าที่บ้านตายายก็ลำบาก เขาบอกเย่ไห่เื่เก้งและหนูไผ่ที่ยังไม่ได้ขาย เย่ไห่จึงตกลง หลังจากเย่ไห่บอกลาทุกคนอยู่สักพักก็รีบกลับ เหลือแค่หยางฮวา หยางซูเจียว และหยางเป่า
หยางเฉิงรับเงินมาจากลู่เหวินคืนให้สามพี่น้องของตน หลังจากที่ปฏิเสธจะไม่รับเงิน พวกเขาสามคนอยากให้บ้านสามเก็บเงินไว้ พวกเขาจะหาไปคืนเ้าหนี้เอง แต่หยางเฉิงปฏิเสธ และบอกไม่ให้พวกเขามาหาอีก หากยังไม่รับเงินกลับไป ทั้งบอกว่าบ้านเขายังมีเงินที่หยางเป่าช่วยเอาปลาไปขายอยู่ไม่น้อย ทำให้น้องๆ วางใจลงไปได้บ้าง
“พี่สาม ข้าขอให้ท่านมีความสุขนับั้แ่วันนี้ไป หากท่านมีอะไรก็ให้คนไปส่งข่าวนะเ้าคะ ข้าจะรีบมา ข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ ข้ากับสามียังต้องเดินทางอีกไกล” หยางฮวาพูดจบก็หันไปจับมือเย่ซื่อ
“พี่สะใภ้สาม พวกท่านยังเป็พี่ของข้าเสมอ ดูแลตัวเองดีดีนะเ้าคะ เื่อาการป่วยของพี่ใหญ่ต้องพึ่งพาท่านแล้ว.
“พี่สาม ข้าก็ต้องกลับแล้ว ท่านแม่ต้องบ่นข้ากับน้องเล็กหูชาแน่ๆ คิกคิก คิดถึงหน้าคนที่บ้านตอนที่หมู ไก่ ถูกจับออกข้ายังขำไม่หาย” ซูเจียวพูดไปก็ขำไป
“พรุ่งนี้ข้าต้องกลับเข้าไปทำงานในมืองแล้ว พวกท่านพักผ่อนเถอะขอรับ วันหยุดข้าจะมาหาพวกท่านอีก”
พูดจบพี่น้องบ้านหยางก็ออกไป
เมื่อมีแค่คนในครอบครัว ลู่เหวินก็เอาที่นอนขนาดใหญ่ และฟูกนอน ออกมา 2 ผืน ผ้านวมใหม่เอี่ยม ขนาดใหญ่ 1 ผืน ขนาดกลาง 5 ผืน และหมอนอีก 5 ใบ แม้จะเป็ของชาติที่แล้ว แต่รูปร่างของมันเหมือนของในยุคนี้อีกเช่นกัน แต่คุณภาพนั้นต่างกันลิบลับเลย
“ขอบใจมากนะเสี่ยวหยิน ตอนนี้พวกเราเป็อิสระแล้ว ข้าจะไปหาของเข้าระบบให้เ้าบ่อยๆ นะ”
[เหวินเกอ ระบบส่งภารกิจมาขอรับ]
•ซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้าเป็ครั้งแรก
รางวัลภารกิจ สินค้าชิ้นแรกลดครึ่งราคาและซื้อ 1 แถม 1•
เมื่อเข้าในหน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ รายการสินค้าที่ซื้อได้มี ผักและผลไม้ เนื้อสัตว์และอาหารทะเล อาหารแห้งและเครื่องปรุง เกษตรกรรม หมวดยารักษาโรคและอื่นๆ ยังคงเป็สีเทาไม่สามารถดูรายละเอียดได้
ลู่เหวินดูรายการไปสักพักก็จบลงที่ การซื้อชุดจอบเสียมมา 1 คู่ ในราคา 50 จาก 100 เหรียญทอง และได้เพิ่มมาอีก 1 ชุด มันเป็การซื้อที่เขาคิดว่าคุ้มและจำเป็สำหรับตอนนี้แล้ว ลู่เหวินนึกได้ว่าหยินไม่นับน้ำหนักเครื่องนอน เขาเลยเหลือน้ำหนักให้เอาของออกมาอีก 3 ชั่ง เลยจัดการเอาผ้าพับสีพื้นออกมาให้แม่ทำชุดใหม่ให้ทุกคนเป็ของขวัญ
ลู่เหวินกำลังเดินสำรวจบ้านหลังใหม่ ที่ตั้งของบ้านหลังนี้มีลักษณะเป็เนินสูง อยู่ใกล้ทางขึ้นเขาหนานซานฝั่งติดกับหน้าผาของเขาดึกดำบรรพ์ มีลำธารขนาดเล็กไหลผ่านที่ดิน อีกฝั่งของลำธารเป็พื้นที่เพาะปลูกของคนในหมู่บ้าน
บ้านนี้เดิมเป็บ้านเก่าของท่านปู่และท่านย่า แต่หลังจากที่ท่านย่าจากไป ท่านปู่ที่กำลังจะแต่งงานใหม่ เป็ห่วงลูกชายว่าหากเขาตกตายไปอีกคน แม่เลี้ยงอาจจะรังเกียจพาลให้กลั่นแกล้งเอาได้ เขาจึงไปพบผู้าุโ และหัวหน้าหมู่บ้าน เพิ่มบ้านหลังนี้และที่ดินรอบๆ อีก 2 หมู่ เข้าในรายการสินเดิมของหวังลี่ถิง ย่าของพวกเขา บ้านหลังนี้ไม่เล็กเลย มีห้องนอน 3 ห้อง ห้องครัว และห้องเก็บของ ที่นี่ห้องนอนมีเตียงเตาครบทุกห้อง ถึงลู่เหวินจะไม่เอาที่นอนออกมาปู พวกเขาไม่ต้องทนหนาวในฤดูหนาวเหมือนบ้านเดิมอีกต่อไป
ลู่เหวินให้หยางเฉิงใช้วารีรักษาไปหนึ่งหยด แผลที่รู้สึกเจ็บค่อยๆ บรรเทาลง สักพักก็เขาก็หลับไป
เมื่อคืนพวกเขาปรึกษากันแล้วว่าวันนี้ เด็กๆ จะยืมรถลากของหัวหน้าหมู่บ้าน ไปขายเก้งและหนูไผ่ในเมือง หยางเป่าช่วยเด็กๆ ลากรถไปจนถึงชางหลงจิ่วโหลว ทักทายเสี่ยวเอ้อเสร็จ ก็ขอตัวไปทำงาน
“เสี่ยวคง พ่อเ้าเป็อย่างไรบ้าง” เสี่ยวเอ้อ จำลู่คงได้ เขามักจะมาขายสัตว์กับหยางเฉิง
“ดีขึ้นแล้วขอรับ นี่เป็เนื้อรอบสุดท้ายของปีนี้แล้วขอรับท่านอา”
เสี่ยวเอ้อรีบไปตามหลงจู๊ เมื่อออกมาเขาจำพวกเด็กๆ ได้
“พวกเ้านี่เก่งจริงๆ เดี๋ยวลงทะเล เดี๋ยวขึ้นเขา ข้ารับซื้อทั้งหมด เสี่ยวเอ้อ ไปเอาตาชั่งมา”
“หนูไผ่ 5 ตัว หนัก 44 ชั่ง ชั่งละ 15 อีแปะ กระต่าย 2 ตัว หนัก 18 ชั่ง ชั่งละ 10 อีแปะ เก้ง 1 ตัว หนัก 36 ชั่ง ชั่งละ 50 อีแปะ ทั้งหมด 2 ตำลึง 640 อีแปะ ตอนนี้ราคาเนื้อสัตว์เพิ่มสูงเป็สองเท่าตัว เพิ่มเป็ 5 ตำลึง 280 อีแปะ ลุงเฉินจะคิดค่าขนส่งให้พวกเ้าด้วย รวมเป็ 6 ตำลึงละกัน”
“ขอบคุณท่านลุงเฉินมากขอรับ”
เมื่อรับเงินมาลู่เหวินและพี่ชาย ก็ตรงไปยังร้านขายข้าวสารและธัญพืช ถึงเขาจะเอาของออกมาได้ แต่ต้องตุนไว้เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน ยิ่งฤดูหนาวใกล้เข้ามาของทุกอย่างก็ขึ้นราคา
พวกเขาซื้อธัญพืชและข้าว มา 100 ชั่ง หม้อดิน ไห โถใส่เครื่องปรุง ถ้วย จาน ชาม ตะเกียบ และไม่ลืมแวะไปสั่งโอ่งน้ำขนาดใหญ่ 5 ใบ และ ขนาดเล็ก 2 ใบ โดยที่ร้านจะไปส่งให้ที่บ้าน หมดเงินไป 1 ตำลึง 200 อีแปะ ก็ชวนกันกลับบ้าน
“เสี่ยวหยิน เมล็ดผักในระบบกับข้างนอกแตกต่างกันมากไหม”
[มากขอรับ เมล็ดพันธุ์จากระบบ ได้รับการปรับปรุงสายพันธุ์ มีอัตราการงอกที่แน่นอน โตไว แข็งแรง ทนต่อสภาพอากาศ ปลูกง่าย รสชาติดีและมีประโยชน์ กว่าผักจากโลกภายนอกมากขอรับ]
“อืม งั้นเราซื้อของกันอีกสักรอบเถอะ”
รายการเมล็ดพันธุ์ ไม่ถึง 30 ชนิด ปรากฏขึ้นตรงหน้าลู่เหวิน เมล็ดพันธุ์ระดับสูง 100 เมล็ด ต่อ 50 เหรียญทอง และเมล็ดพันธุ์มาตรฐาน 1000 เมล็ด ต่อ 10 เหรียญทอง
“ราคาต่างกันเยอะเลยทีเดียว”
[ระดับสูงเหมาะสำหรับการปลูกกินเองเท่านั้นขอรับ หากคิดอยากจะขายท่านต้องซื้อแบบมาตรฐาน แม้คุณภาพจะด้อยกว่ามาก ทว่าไม่ใช่ของที่โลกนี้จะเทียบได้อยู่ดี แต่เหรียญทองหายาก มันจะคุ้มกับการขายไหมขอรับ]
“เ้าบอกเองไม่ใช่เหรอว่าหากข้าขยัน ก็ไม่มีคำว่าแพงอีกต่อไป พรุ่งนี้เราจะไปสำรวจป่าแถบนี้กัน”
ลู่เหวินซื้อ ผักกาดเขียว คะน้า ผักกวางตุ้ง ทั้งระดับสูงและธรรมดามาอย่างละหนึ่งถุง
เมื่อกลับถึงบ้าน ลู่เหวินก็ชวนพี่ชายเริ่มขุดแปลงผักหลังบ้าน พวกเขายกร่องแปลงผักไม่ขนาดใหญ่นัก จอบและเสียมจากระบบเป็อะไรที่วิเศษมาก ดินที่ดูเหมือนจะแข็ง แต่เมื่อพวกเขาขุดลงไป มันกลับนิ่มเหมือนกับเต้าหู้ ช่วยทุ่นแรงพวกเขาได้เยอะเลยทีเดียว เด็กผู้ชายเป็คนยกร่องแปลงผัก ส่วนมารดาและลูกสาวฝาแฝดช่วยหว่านเมล็ด และรดน้ำ พวกเขาช่วยกันจนถึงต้นยามเซิน แปลงผักก็เสร็จเรียบร้อย
“อากาศเริ่มหนาวแล้ว มันจะงอกจริงๆ หรือลูก” เย่ซื่อกลัวลูกชายจะผิดหวัง หากผักที่เขายืนกรานจะปลูกไม่งอกออกมา
“ผักนี้เสี่ยวหยิน เป็คนแนะนำให้ปลูกกินขอรับ มันต้องขึ้นแน่นอน”
“ไปล้างมือกันเถอะ แม่จะไปทำกับข้าว ใกล้จะยามโหย่วแล้ว” เย่ซื่อรีบไล่เด็กไปล้างตัวที่สกปรกมอมแมมกันเหลือเกิน
เมื่อทุกคนทานอาหารเสร็จ หยางเฉิงก็ตื่นขึ้นมา เย่ซื่อและเด็กๆ รีบเข้ามาดูแล
“ท่านพ่อ เป็ยังไงบ้างขอรับ”
“ยาของเ้าวิเศษมาก แม้จะรู้สึกเจ็บมากในตอนแรก แต่หลังจากที่อาเจียนเืสีดำออกมา ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นมากเลย อีกไม่กี่วันพ่อน่าจะลุกนั่งได้แล้ว”
“ท่านพ่อ ข้าอยากให้ทุกคนได้ใช้ยาตัวนี้ในการฟื้นฟูร่างกายขอรับ แต่เสี่ยวหยินบอกว่าอาจจะมีอาการเ็ป หรืออาจจะหลับไปหลายวันขอรับ”
“ผลัดกันใช้ละกัน คนที่เหลือจะได้ช่วยกันดูแล เอ้อ..ลูกเอายาออกมา ต้องแลกเปลี่ยนอะไรกับหยินหรือไม่”
“ไม่ขอรับ เสี่ยวหยินแค่้าให้เราหาของให้เขาบ้าง เพื่อเพิ่มระดับ และเก็บเหรียญทองไว้แลกเปลี่ยนสินค้าในอนาคตน่ะขอรับ”
“แล้วเสี่ยวหยิน ้าให้เราหาอะไรเหรอ น้องเล็ก หากวันใดข้าเข้าป่าจะได้มองหาให้” ลู่คงสอบถามน้องชาย
“ข้าก็บอกไม่ได้เหมือนกัน ข้าต้องเห็นของสิ่งนั้น แล้วสอบถามเสี่ยวหยินอีกที”
“งั้นหลังจากนี้ หากใครจับสัตว์ หาสมุนไพร หรือได้อะไรมา พวกเราจะเอามาให้เสี่ยวหยินเลือกก่อนเป็อันดับแรก” หยางเฉิงตัดสินใจ
“ขอบคุณขอรับท่านพ่อ ตอนนี้ในบ้านมีเงินเหลืออยู่ 6 ตำลึง 800 อีแปะ เราต้องซื้ออะไรเพิ่มไหมขอรับ”
“ไม่ต้องแล้ว พรุ่งนี้เ้าไปแจ้งแก่หัวหน้าหมู่บ้าน ว่าบ้านเราจะเชือดหมู บ้านหลังนี้กำแพงไม่สูงเท่าบ้านเดิม เมื่อถึงเวลาอากาศหนาวจัด หมูคงไม่อาจทนต่อสภาพอากาศที่เลวร้ายได้ เชือดตอนนี้ เรายังคงเก็บไว้กินและขายได้ เมื่อสิ้นสุดฤดูหนาวพวกเ้าจะต้องเข้าเรียน”
“ท่านพ่อ ตอนนี้หิมะยังไม่ตก ข้าขอไปหาของป่าได้ไหมขอรับ”
“ไปสิ อย่าเข้าไปลึกนะ ป่าแถบนี้เดินไม่เท่าไหร่ก็ถึงเทือกเขาดึกดำบรรพ์แล้ว ให้พ่อดีขึ้นแล้วจะได้พาพวกเ้าไปล่าสัตว์ เอาล่ะ คืนนี้ เ้าให้แม่กับพี่สาวทั้งสองใช้ยาก่อนเถอะ”
วันถัดมา ลู่เหวินและพี่ชายออกไปบอกกล่าวหัวหน้าหมู่บ้านว่าบ้านเขาจะเชือดหมู และจะแบ่งขายหากมีคน้า หัวหน้าหมู่บ้านรับปากด้วยความยินดี ว่าเขาจะพาชายหนุ่มไปช่วยจัดการพรุ่งนี้ ตอนนี้เนื้อหมูไม่ใช่แค่แพงอย่างเดียว ยังหาซื้อยากมาก หากบ้านไหนมีเนื้อกินในฤดูหนาวนี้ นับว่าหรูหรามากทีเดียว
เมื่อเสร็จภารกิจ ลู่เหวินชวนพี่ชายไปหาของป่า แต่วันนี้ลู่เสียนไม่ได้ไปด้วย เพราะรับปากหมอกู่ว่าจะไปเรียนจำแนกสมุนไพร เขาและลู่คงเลยต้องไปกันแค่สองคน
“เราจะเริ่มจากตรงไหนน้องเล็ก”
“ข้าจะให้เสี่ยวหยินคอยค้นหา เราแค่มองหาตามที่เสี่ยวหยินบอกก็พอขอรับ”
[ตรวจพบ อินทรีทอง ด้านหน้า สภาพพื้นที่เป็ต้นไม้ใหญ่ เหยี่ยวหิมะจัดเป็สัตว์นักล่า ระวังตัวด้วยขอรับ]
“พี่ใหญ่ เสี่ยวหยินพบอินทรีทองด้านหน้าขอรับ”
พวกเขาเดินสำรวจไปเรื่อยๆ ก็พบรอยกิ่งไม้ลู่ลงไปเป็ทาง มีรอยเืเป็หย่อมๆ ยิ่งเข้าไปใกล้ ก็ได้ยินเสียงดิ้นขลุกขลัก ลู่เหวินและลู่คงย่องเข้าไปหลังก้อนหินใกล้ๆ ด้านหน้ามีอินทรีทองขนาดกลาง บนตัวมีรอยเืย้อมทั้งตัว มีลูกธนูหักติดอยู่ที่ปีก ขาด้านหนึ่งคดงอผิดรูปไป
เมื่อลู่คงกำลังจะเข้าไปจับลู่เหวินก็ร้องเตือนขึ้น
“อย่า พี่ใหญ่ สัตว์าเ็มักจะดุร้าย แม้มันจะบินไม่ได้ แต่จะงอยปากและกรงเล็บคมกริบทีเดียว อาจทำร้ายท่านได้ ข้าจะเข้าไปด้านหน้า พี่ใหญ่ค่อยเอาผ้าตะครุบตัวมันไว้”
ลู่เหวินเอาเนื้อออกมา เมื่ออินทรีเห็นเนื้อตามันเป็ประกายแห่งความหวัง พยายามดิ้นรนเข้าหาลู่เหวิน แต่มันคงาเ็มาก ดิ้นไปสักพักก็นอนฟุบไป ลู่เหวินวางเนื้อไว้โดยที่มันไม่มีท่าทีดุร้ายเลย เขาและลู่คงช่วยกันจับมันวางไว้บนผ้า อินทรีาเ็หมดแรงขัดขืนใดๆ นอนนิ่งให้สองพี่น้องสำรวจาแ
ลู่เหวินเอาชุดปฐมพยาบาล ออกมาจากระบบ เขาและลู่คงช่วยกันอยู่พักใหญ่ ก็ตกลงกันว่าจะพามันไปบ้านหมอกู่
[ตรวจพบ หญ้าลิ้นงูคุณภาพสูง ด้านซ้าย สภาพพื้นที่เป็พงหญ้า]
“พี่ใหญ่ ข้าแวะเก็บหญ้าลิ้นงูสักครู่”
เมื่อได้หญ้าลิ้นงูมาแล้ว พวกเขาก็ตรงไปยังบ้านหมอกู่
“ท่านหมอกู่ช่วยดูอาการเ้าอินทรีตัวนี้ให้หน่อยขอรับ”
หมอกู่มองไปยังอินทรีก็ใ
“พวกเ้านี่นะจับสัตว์ดุร้ายมาทำไมกัน เอาเข้ามาดู ไหนๆ ก็พามาแล้วถือว่าช่วยเหลือเอาบุญละกัน”
เมื่อหมอกู่ ดามขาและทำแผลให้นกอินทรีเสร็จแล้ว เด็กๆ ก็ชวนกันกลับบ้าน