เสียงอาร์พีจีตกลงกลางรถคันที่วิ่งถอยกลับมา ลอยคว้างกลางอากาศก่อนร่วงลงถนน แล้วพลิกกลิ้งไปหลายตลบ ไม่ต้องถามถึงคนที่อยู่ในรถว่ามีใครรอดบ้าง แม่แต่เศษซากก็ยังระบุไม่ได้ว่า ของใครเป็ของใคร ขุนที่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งยืนตาพร่ามัวอยู่ ก็โดนแรงอัดะเิระลอกสองหงายท้องสลบเหมือด มีร่างหนึ่งเดินออกมาจากความมืด แล้วหยุดยืนตรงที่ขุนนอนสลบอยู่ คนผู้นั้นเอากระดาษเสียบตรงกระเป๋าเสื้อของเขา จัดกระดาษแผ่นนั้นให้มองเห็นง่ายๆ แสงไฟหน้ารถยนต์ที่เปิดไฟสูงวิ่งมาทางนั้นอย่างรวดเร็ว ชะลอรถแล้วเบรกล้อลากดัง เอี๊ยดดดด ชัยกับจ่าแช่มลงมาจากรถมองเห็นสภาพเบนซ์ กลายเป็ซากพลิกคว่ำด้วยแรงะเิ ชัยยืนตะลึงคิดว่าขุนคงตายในซากรถคันนั้นแล้ว จ่าแช่มก็ยืนมองด้วยสีหน้าเศร้าสลด เพราะขุนหงายท้องลงไปข้างร่องน้ำ ชัยและจ่าแช่มมองไม่เห็นเพราะตรงนั้นค่อนข้างมืด "ไปจากที่นี่ก่อนดีกว่าอาจ่า" ทั้งสองกำลังจะเดินไปที่รถของตัวเอง เสียงรอสายมือถือของขุนก็ดังขึ้น ชัยซึ่งหูวัยอยุ่แล้วรีบมองไปทางเสียง แล้วเดินเข้าไปใกล้ๆเสียงนั้น "อาจ่า มานี่ก่อน" ทั้งสองก็ช่วยกันเอาขุนขึ้นรถ แล้วห้อตะบึงออกไปอย่างรวดเร็ว ชัยดึงกระดาษที่เสียบในกระเป๋าเสื้อของขุนออกมาดู ผู้หญิงถูกอุ้มไปพัทยาลงเรือสำราญ ชัยบอกให้จ่าแช่มพาขุนส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ส่วนเขาลงจากรถไปโบกเรียกแท็กซี่ ไปที่จอดรถบิ๊กไบค์ของเขาแล้วขับไปพัทยาคนเดียว งานนี้ไม่มีเพื่อนไปด้วยแต่สาวคนรัก ถูกฉุดไปแบบนี้จะรอเวลาไม่ได้อีก
ชัยคิดมาตลอดทางว่าใครคือเ้าของกระดาษแผ่นนั้น หรือว่าจะเป็คนของหน่วยข่าวกรอง ตามที่ผู้การภาค6หรืออาของเขาบอกไว้ก่อนหน้านี้ แต่ที่สงสัยคือทำไมถึงไม่ยอมช่วยคนก่อน มาทิ้งเบาะแสให้เฉยๆทำไมกัน ชัยคิดแล้วก็โมโหเพราะคนเจ็บคือเพื่อนรัก และคนที่ถูกลักพาตัวก็คือคนที่รัก ชัยจอดฝากรถแล้วเดินไปแถวท่าเรือ ไม่เห็นเรือสำราญจอดอยู่ที่ท่าเขาก็เดินถามคนแถวนั้น "เรือออกไปได้สักพักแล้วครับ" ชัยถามหาเช่าเรือเร็วแต่ก็ไม่มีใครไป เพราะไม่รู้ว่าจะตามเรือลำนั้นไปทางไหน "ทะเลกว้างโล่งแบบนี้ดูไม่ยากหรอกครับ" ชัยบอกคนเรือ "ไม่อยากยุ่งเลยครับ เรือลำนั้นเป็ของคนมีอิทธิพลมาก ขืนเข้าไปยุ่งด้วยมีหวังครอบครัวเดือดร้อนแน่" ชัยไม่รู้ว่าจะทำยังไงเดินกลับไปทางเดิม เห็นเด็กวัยรุ่นกำลังเติมน้ำมันเรือเร็วอยู่ก็เดินเข้าไป "น้องๆ พี่อยากเช่าเรือเร็วน้อง น้องกล้าพอที่จะไปส่งพี่หรือไม่" ชัยถามแบบจิ๊กโก๋ "พี่จะไปไหนครับ" วัยรุ่นคนนั้นถามกลับ "พี่อยากจะให้วิ่งตามเรือสำราญที่จอดประจำตรงนั้น ตอนนี้เขาออกไปกลางทะเล พี่แค่อยากรู้ว่าน้องน่ะกล้ามั๊ย เมื่อกี้ถามพวกนั้นดูมีแต่คนป๊อดๆ" คำว่าป๊อดอย่าพูดกับวัยรุ่น "ทำไมจะไม่กล้า เรือตำรวจเรือทหารผมยังไล่ปวนมาแล้ว อะไรกับแค่เรือพวกนักการพนัน เด็กๆอ้ะพี่" ชัยพอใจกับคำตอบนั้นมาก "โอเค ใจถึงแบบนี้พี่จ่ายให้สองเท่าเลย" เติมน้ำมันเสร็จเรือวัยรุ่นใจถึง ก็แล่นออกไปอย่างรวดเร็วผสมความห้าวเล็กๆไปด้วย
"กูสั่งให้จับมาทั้งสองคน ทำไมพวกมึงจับมาคนเดียววะ" สารวัตรไชยยันต์ถามลูกน้อง "ผมเข้าไปก็เห็นแค่คนเดียว อีกคนคงออกไปข้างนอกครับ" ลูกน้องที่สารวัตรไชยยันต์สั่งให้ไปลักพาตัวจุ๋ม ทั้งหมดไปกันห้าคนั้แ่ระดับจ่าถึงร้อยตำรวจโท "ไม่เป็ไร งั้นเดี๋ยวให้นอนกับกูก่อนสักสามวัน แล้วค่อยส่งไปให้นายอำนวยมันกินเดนกูบ้าง ฮ่า ๆ ๆ" ลูกน้องสารวัตรไชยยันต์ทำอ้ำอึ้ง อยากจะพูดบ้างแต่ก็ไม่ค่อยกล้าเท่าไหร่ สารวัตรมองดูก็รู้ว่าพวกลูกน้อง้าอะไร "เอาน่า ให้มันนอนกับกูสามวัน แล้วพวกมึงมีเวลาอีกสองวัน ก็ผลัดกันเอาให้พอใจค่อยส่งไปก็ได้นี่หว่า" ... "ขอบคุณครับนาย" พวกมันต่างก็ยิ้มยินดีที่จะได้เชยชม หญิงสาวที่พวกมันช่วยกันลักพาตัวมา เพราะจุ๋มทั้งขาวทั้งสวยและก็หุ่นระดับนางแบบ ที่ผู้ชายส่วนมากอยากจะััเนื้อใน สารวัตรไชยยันต์เดินเข้าไปในห้องที่ขังจุ๋มไว้ เปิดไฟแล้วเดินไปรินวิสกี้ใส่แก้ว นั่งมอเรือนร่างในชุดนอนเสื้อแขนกุดกางเกงขาสั้น โชว์แขนขานวลขาวผ่องนอนสลบไสลอยุ่บนเตียง สารวัตรเดินไปที่เตียงเอามือลูบขาขาวๆอย่างแ่เบา ค่อยๆเอื้อมมือทั้งสองข้างดึงกางเกงเธอออก มันกะจะดึงออกมาพร้อมกางเกงใน มันค่อยๆดึงลงมาสายตาที่แสนหื่นของมัน ก็มองตรงเนินน้อยๆที่กำลังจะได้เห็น มันก้มหน้าลงไปดมตรงนั้น ก่อนที่จะดึงกางเกงออก พลั่ก ... โอ๊ยยยยย ... เสียงสารวัตรไชยยันต์ร้องเพราะโดนถีบเต็มหน้า มันใรีบลุกขึ้นวิ่งออกไปทางประตูห้อง เพราะไม่อย่างเสียงกับเงาลึกลับที่เข้ามาถีบหน้า "เฮ้ย เข้าไปฆ่ามันเร็ว" พวกลูกน้องที่พยายามจะแอบฟัง ก็รีบลุกขึ้นจะวิ่งเข้าไปในห้องนั้น ปัง ปัง ปัง เสียงปืนดังมาจากท้ายเรือยิงใส่เรือเร็วที่กำลังวิ่งตามมา เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ เสียงปืนยิงสวนกลับมาจากเรือเร็วลำนั้น คนในห้องที่ถีบหน้าสารวัตรไชยยันต์ ก็จัดแจงดึงกางเกงจุ๋มกลับที่เดิมแล้วปลุกจุ๋มให้ตื่น "ผมจะออกไป คุณก็ล้อคห้องนะครับ กำลังมีคนมาช่วยคุณ" พูดจบไม่รอคำตอบคนๆนั้นก็ออกไป จุ๋มก็รีบมาล็อคห้องตามที่คนนั้นบอก ปัง ปัง ปัง สามนัดสามคนตำรวจที่เป็ผู้ร่วมลงมือลักพาตัวจุ๋ม ร่วงลงไปนอนขาดใจตายคาที่ "เอาเรือเร็วลงน้ำสิวะ" สารวัตรไชนยันต์สั่งลูกน้องอีกสองคนที่เหลือ แล้วลงไปอยุ่ในเรือเร็วขับหนีออกไปคนเดียว ลูกน้องที่เหลือก็ใที่ลูกพี่ไม่รอ พวกมันหันไปจะสู้ต่อแต่ก็ทำได้แค่หัน เปรี้ยง เปรี้ยง มันสองคนโดนเข้าหน้าผากทั้งคู่ตายสนิท คนที่ยิงก็รีบวิ่งไปที่ข้างเรือไต่เชือกลงไป มีเรือเร็วจอดรออยู่ก่อนแล้ว "ไปเลยคุณปราง" ชัยมาเรือเร็วกับวัยรุ่นใจถึงก็วนรอบเรือ เห็นเชือกที่ห้อยอยู่วัยรุ่นคนนั้นก็เทียบเรือเข้าชิด "พี่รีบขึ้นไปแล้วรีบลงมานะครับ" ชัยก็ปีนเชือกขึ้นไปบนเรือสำราญ เดินเข้าไปดูในเรือเห็นรอยปากกาเคมีเขียนติดบานประตู จุ๋มถูกขังอยู่ห้องนี้ ลายมือคนละลายมือกับกระดาษแผ่นนั้น ชัยคิดในใจว่ามีกี่คนที่เป็แนวร่วมในภารกิจครั้งนี้ เขาเคาะประตู ก๊อก ๆ ๆ จุ๋ม ๆ ๆ เพียงเท่านั้นจุ๋มก็เปิดประตูออกมา เธอร้องไห้โผเข้ากอดชัยก็กอดเธอไว้แน่น เสียงริงโทนของมือถือชัยก็ดังขึ้น เขากดรับสาย "รีบออกมาจากเรือเดี๋ยวนี้ เวลาเหลือไม่มากแล้วเรือจะะเิ" ชัยไม่คิดอะไรแล้วตอนนั้น รีบพาจุ๋มไปไต่เชือกลงเรือเร็วแล้วบึ่งกลับไปทางชายหาดทันที ชัยหันไปมองทางเรือสำราญตลอดเวลา จนกระทั่งเสียงะเิก็ดังขึ้นไปท่วมไปทั้งลำเรือ บึ้มมมมมมมมมมม นั่นแสดงว่าะเิไม่ใช่น้อยๆเลยที่ติดไว้ในเรือ เรือลำนั้นค่อยๆจมดิ่งสู่ก้นทะเล จนมองเห็นเพียงผิวน้ำราบเรียบ เหมือนตรงนั้นไม่เคยมีเรือทอดสมอมาก่อนหน้านี้
สารวัตรไชยยันต์รอดตายจากเหตุในเรือสำราญก็เก็บตัวเงียบ นั่งคิดเท่าไหร่ก็ไม่รู้ว่าคนที่เจอบนเรือเป็ใครขึ้นไปบนเรือนั้นได้ยังไง กำลังนั่งคิดถึงภาพวันนั้นอยู่เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้น "สวัสดีครับคุณอำนวย" สารวัตร์ไชยยันต์พยายามรับสายด้วยน้ำเสียงที่ปกติที่สุด "คุณใช้เรือโดยที่ไม่บอกผมก่อนเลยสักคำ คุณถือวิสาสะเกินเบอร์ไปแล้วนะครับ" นายอำนวยบอกด้วยเสียงค่อนข้างตำหนิ สารวัตรไชยยันต์ก็รู้สึกไม่ชอบน้ำเสียงแบบนี้ "เรือคุณก็จริงแต่ไอ้พวกนั้นมันเป็คนวางะเิ แล้วคุณจะมาโทษผมได้ยังไง" เป็คำตอบที่ชัดเจนคือไม่รับผิดชอบ "ถ้าคุณไม่บ้าตัณหาจนหน้ามืด เรือผมก็คงไม่โดนะเิ ไม่มีปัญญาแต่อยากหรูคุณไปคุยกับท่านเองก็แล้วกัน เพราะเรือลำนั้นมีหลายหุ้นร่วมทั้งท่านด้วยรู้ไว้ซะ" สารวัตรไชยยันต์ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น "เรือราคาเท่าไหร่คุณว่ามาเลย" ถามกลับด้วยความฉุนเฉียว "ไม่มีปัญญาก็อย่ามาอวดรวย ท่า รมต.โทรมาบอกแล้วว่า ให้คุณหาเงินมาคืนตามราคาเรือที่ซื้อมา ถ้าหาเงินมาคืนไม่ได้คงจะรู้ดีนะว่าจะเป็ยังไง ลูกสาวคุณก็ต้องมาคอยปรนเปรอพวกผมจนกว่าจะครบค่าราคาเรือ อย่าลิมนะว่าลูกสาวคุณเพิ่งจะสิบสี่ เขาจะเป็ยังไงคิดเองเอง" คำพูดของนายอำนวย ทำให้สารวัตรไชยยันต์กระวนกระวายใจที่สุด ทั้งที่มีลูกสาวแต่ก็ยังทำกรรมกับเด็กผู้หญิงไม่เลิกรา ยังสั่งให้ลูกน้องไปฉุดเด็กสาววัยรุ่นมาขังไว้ที่เซฟเฮ้าส์อยู่เรื่อยๆ
ขุนนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนไม่นาน ก็มีคนมารับออกไปจากโรงพยาบาล และอยู่ในความดูแลของหมอทหารเพื่อนสนิทของเขา ขุนฟืนลืมตามองเพดานด้วยอาการค่อนข้างสาหัสสากรรจ์ "ตื่นแล้วรึมึง" เสียงหมอทหารถามเพื่อนที่นอนอยู่บนเตียง "กูมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงไอ้หมอ" เขาถามด้วยความสงสัย เขาจำได้ว่าคืนนั้นเขาอยู่คนเดียวในเหตุการณ์นั้น "มึงไม่ต้องสนใจหรอกว่า มึงมานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไง มึงควรรู้ว่าตอนนี้คนที่ถูกลักพาตัว ตอนนี้ปลอดภัยดีแล้วไม่ต้องกังวลใจอีก" ขุนได้ยินว่าจุ๋มปลอดภัยแล้วก็หลับต่อ ชัยไปเยี่ยมขุนที่โรงพยาบาลจึงรู้ว่ามีคนพาตัวออกไปแล้ว เขาก็ไม่รู้สึกกังวลแต่อย่างใด คิดว่าคงจะเป็หน่วยงานของขุนเองมาพาตัวออกไป
พรานกับปรางกลับไปที่บ้านของพี่สาวที่นายอำนาจพักอยู่ "ผมทำตามที่คุณขอให้ทำแล้ว ตอนนี้คุณจะบอกผมได้หรือยังว่า มีใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับพ่อแม่ของผมบ้าง" พรานทวงถามคำที่นายอำนวยเคบพูดไว้ "เื่ของพ่อแม่นายชั้นแทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำ เพราะอยู่คนละวงการกับชั้น แต่ที่แน่ๆชั้นรู้ว่าคุณไพฑูรย์มีส่วนู้เห็นในเื่ราวครั้งนั้น และท่านพิชิตอดีต รมต.ไม่เกี่ยวข้องเลยสักนิดในทุกเื่ ท่านโดนอ้างชื่อมาโดยตลอด ชั้นคิดว่าเลขาของท่านรู้ดีที่สุดเื้ัทั้งหมดคือใคร ชั้นเองก็ยังไม่เคยเจอท่านที่เลขาอ้างมาอีกด้วย ถ้านายอยากรู้ความจริงก็ต้องเจาะไปที่สองคนนี้ ชั้นรับรองว่านายเจอตัวการอย่างแน่นอน" นายอำนาจบอกในสิ่งที่รู้ทั้งหมดโดยไม่ปิดบัง พรานจ้องตานายอำนาจไม่กระพริบ แต่ก็จำต้องเชื่อคำที่นายอำนาจบอกมา เพราะตนเองก็หาจุดที่จะสืบต่อไปไม่เจอเหมือนกัน เบาะแสนี้คงจะมีความเป็ไปได้มากที่สุด
บ้านชั้นเดียวหลังไม่เล็กไม่ใหญ่มีรั้วรอบขอบชิด ภายในไม่มีเฟอร์นิเจออะไรมากนัก แทบจะเป็ห้องโล่งๆเหมือนไม่มีคนอยู่ มีเพียงชุดโชวฟารับแขก และตู้โชว์ขนาดใหญ่ที่ใส่ของโชว์เล็กน้อย ตั้งติดผนังด้านกลางบ้านก้้นระหว่างห้องรับแขก และห้องรับประทาอาหารตรงข้ามห้องนอน ถ้ามองอย่างไม่สังเกตดีๆก็เป็เพียงตู้โชว์ทั่วไปที่มีขนาดใหญ่ แต่ถ้าเดินอ้อมมาดูหลังตู้แล้วสังเกตุดีๆ ก็จะมองเห็นบานเลื่อนช่องกว้างประมาณ 60 เซ็นติเมตร สูง 180 เซ็นติเมตร มีบัวไม้ตีบทับโดยรอบมองผิวเผิน จะเห็นเป็เพียงหลังเรียบๆติดบัวไม้เท่านั้น มองยังไงก็ไม่เหมือนบานประตูมือจับที่บานก็ไม่มี ซึ่งความจริงมันคือบานประตูเลื่อนไฟฟ้า มีสวิทช์ปิดเปิดติดตั้งรวมอยู่ในตู้คอนซูเมอร์ หรือตู้คอนโทรลไฟฟ้าในบ้านทั้งหมด ถ้าไม่ใช่ช่างไฟฟ้าผู้ติดตั้งก็ยากที่จะเดาได้ เพราะเบรคเกอร์ที่ตู้ก็ไม่ได้ระบุว่าใช้อะไรบ้าง มีเพียงไม่สารวัตรกับลูกน้องคนสนิทที่รู้เื่นี้ ช่างไฟฟ้าผู้ติดตั้งเมื่อติดตั้งเสร็จก็ถูกยิงทิ้งโยนลงทะเล เมื่อเปิดประตูแล้วก็จะมีบันไดลงสู่ห้องใต้ดินที่กว้างพอๆกับตัวบ้าน เหมือนบ้านสองชั้นที่อยู่ใต้ดินหนึ่งชั้น อยู่บนดินหนึ่งชั้นไม่มีผิดเพี้ยน มีทั้งห้องนั่งเล่นห้องนอน และห้องครัวที่ต่อท่ออากาศขึ้นไปไว้บนดิน สารวัตรไชยยันต์นั่งกินเหล้าอยู่ห้องนั่งเล่น เสื้อผ้าไม่ได้ใส่มีเพียงกางเกงในตัวเดียว และมีเด็กสาววันรุ่นสองคน ใส่เพียงชุดชั้นในที่คอยบีบนวดให้ ด้วยท่าทางเกร็งๆเหมือนอาการของความหวาดกลัว ผิวกายขาวผ่องแต่มีรอยช้ำๆ ตามแขนขาและหลังเหมือนถูกฟาดด้วยเข็มขัด เพราะรอยช้ำนั้นกว้างประมาณเกือบสามเซ็นติเมตร มีเพียงใบหน้าที่ไม่มีรอยฟกช้ำแต่อย่างใด ดูท่าทางแล้วสารวัตรไชยยันต์คงจะเป็พวกซาดิสซ์ "ฮัลโหล" สารวัตรไชยยันต์รับสายที่โทรเข้ามา เสียงจากต้นสายดังอู้อี้ มีเพียงสารวัตรเท่านั้นที่รู้ว่าต้นสายพูดว่าอะไร "เออ จอดรถไว้ที่บ้านหลังนอก แล้วเดินลัดป่าเข้ามาประตูไม่ได้ล็อค" พูดจบก็วางหูไปสักพักก็มีคนโทรเข้ามาอีก "เออ มึงเดินไปตรงตู้ไฟฟ้า เปิดตู้ดูจะเห็นปุ่มสีแดงเล็กๆ กดทีเดียวพอประตูตู้เปิดแล้วก็เดินลงบันไดมา" สารวัตรไชยยันต์วางหูสักพักก็มีคนเดินลงมาหนึ่งคน "นั่งก่อนว่ะทศ" ทศพลนายกเทศมนตรีเทศบาลหัวหิน นั่งลงตรงข้ามกับสารวัตรไชยยันต์ "สุขเกษมจริงนะมึง" ทศพลนั่งแล้วก็พูดยิ้มๆ สายตาก็มองสองสาววัยรุ่นตาเป็มัน "กินเหล้าก่อนสิวะ เดี๋ยวค่อยกินแซนวิสด้วยกัน" สารวัตรไชยยันต์บอกเพื่อน ทศพลยื่นซองยาให้สารวัตรก่อนที่จะรินเหล้า สารวัตรไชยันต์แกะซองยาดูก็เห็นขวดน้ำใสๆ เขาลุกขึ้นเดินไปรินน้ำส้มใส่แก้วสองแก้ว แล้วรินน้ำใสๆจากขวดนั้นใสไปแก้วละหยด คนให้เข้ากันแล้วถือเดินมาส่งให้สองสาววัยรุ่น เธอสองคนส่ายหน้าไม่กล้ากิน "มึงจะกินหรือมึงอยากเจ็บตัวกันอีก" สองสาววัยรุ่นรีบรับน้ำส้มมาดื่มจนหมดแก้ว "มึงฟาดไปคนละกี่ยกแล้ววะไอ้ยันต์" ทศพลถาม "ยังเลยว่ะกูรอมึงมาสลับคู่ซู่ซ่า ฮ่า ๆ ๆ แล้วสองคนนี้ยังซิงค์ซะด้วยมึง" สารวัตรไชยยันต์ตอบหน้าตากระหยิ่มยิ้มย่อง "มึงไปหลอกมายังไงวะ เด็กถึงยอมมากับมึง" ทศพลรู็แต่แกล้งถาม "เหมือนเดิมว่ะ ฉุดขึ้นรถตู้แล้วลากมาทิ้งไว้ที่นี่ ก็จ่ายค่าอุ้มมานี่หัวละหมื่นเลยนะมึง" สองสาวเมื่อกินน้ำส้มผสมทิงเจอร์ขาวไปแล้ว อาการ้าทางเพศก็เริ่มออก สารวัตรไชยยันต์กับนายกทศพล ก็พาสองสาวเข้าไปในห้อง แล้วก็จัดการเสพกามด้วยวิธีที่วิตถาร ไม่มีการเล้าโลมอย่างละมุนมีแต่กระทำแบบรุนแรงป่าเถื่อน พอสองสาวร้องโอดโอยด้วยความเ็ป มันสองคนก็ยิ่งมีอารมณ์ ถอดเข็มขัดมาฟาดหลังพวกเธอจนเืซิบ ความเจ็บแสบมันมากกว่าฤทธิ์ทิงเจอร์ขาว เธอสองคนพยายามจะลุกหนีออกนอกห้อง ก็โดนจิกผมไปตบฉาดใหญ่เต็มหน้า ชุดชั้นในหลุดออกจนหมดไม่เหลือสักชิ้น ทั้งสี่คนไม่มีเสื้อผ้าห่อหุ้มตัวแม้แต่ชิ้นเดียว พอสมใจตามอารมณ์แล้วพวกมันก็ล่วงละเมิดเพศของพวกเธอ เธอสองคนร้องลั่นด้วยความเ็ป พรหมจรรย์ฉีกขาดสะบั้นเืไหลหยดออกมา จอมซาดิสซ์ทั้งสองเห็นก็ยิ้มอย่างสะใจ "ไอ้ยันต์มึงใส่กุญแจมืออีนั่นไว้ก่อน มาแซนวิสอีนี่ก่อนเสร็จแล้วกูจะไปแซนวิสของมึงมั่ง" สารวัตรไชยยันต์รีบทำตาม จนสาวน้อยคนนั้นร้องลั่นจนสุดเสียง มันสองคนก็ยิ่งหัวเราชอบใจ กระทำต่อเธออย่างหนักหน่วง เธอทนต่อความเจ็บไม่ไหวก็สลบไป แต่มันสองคนยังไม่หยุดยังกระทำต่อจนเสร็จกามกิจของมัน สาวน้อยอีกคนเก็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ก็นั่งตัวสั่นด้วยความกลัว "ไปกินเหล้าต่อดีกว่า พักเหนื่อยด้วยว่ะ" สารวัตรไชยยันต์บอกทศพล แล้วสองคนมันก็เข้าไปกระทำต่อสาวน้อยอีกคน ไม่ต่างจากคนแรกแม้แต่น้อย สัตว์นรกในคราบคน มันยังมีอยุ่ในสังคมโลกอีกมากมาย เพียงแต่ว่าไม่รู้มันเป็ใคร เพราะคนสมัยนี้ดูเพียงภายนอกไม่ได้เลย
ขุนฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็ลงจากเตียง เดินออกไปจากห้องที่ตนเองนอนอยู่ เขาเดินไปจนถึงห้องที่หมอทหาร กับพยาบาลสองคนนั่งคุยกันอยู่ "ที่นี่คือที่ไหนวะหมอ" ขุนถามเสียงแหบเล็กน้อย "ที่นี่คือบ้านเก่าที่กูเช่าไว้ทำที่พักฟื้นให้พวกมึง อยู่เขตปทุมนี่แหละ ต่อไปคนที่มึงคิดว่าควรให้รักษาอย่างลับๆก็พามาที่นี่ได้ แต่ห้ามเกินห้าคนเพราะกูกั้นห้องคนไข้ไว้แค่ห้าห้อง" ขุนพยักหน้ารับทราบ "มึงออกไปส่งกูหน่อยสิวะ ตอนนี้กูพอไหวแล้ว" หมอทหารไม่ห้ามแม้แต่คำเดียว "มึงรอกูเดี๋ยว" พูดจบหมอก็เดินหายเข้าไปอีกห้อง สักพักก็ออกมาในชุดชาวไร่ชาวสวนทั่วไป ขุนก็ไม่ถามอะไรเดินตามหมอออกไป ขึ้นรถปิ๊กอัพตอนเดียวกลางเก่ากลางใหม่แต่แอร์เย็นฉ่ำ "ต้องขนาดนี้เลยหรือวะ" ขุนถามเมื่อขึ้นไปนั่งข้างๆในรถ "อืมม มันก็ต้องกลมกลืนกันหน่อย" หมอค่อยๆขับรถออกขุนหันไปมองป้าย ที่ติดอยู่ตรงรั้วทางออก โรงเพาะเห็ด หมอส่งขุนไปลงที่ตลาดปทุมธานี ขุนหาแท็กซี่ไปลงที่วัชรพล แล้วเรียกใหม่อีกคันไปส่งที่ออเงิน เพื่อความไม่ประมาทแต่เขาลืมไปว่าพวกนั้นมันรู้ที่อยู่ที่นี่แล้ว ลงจากรถแท็กซี่ก็เห็นนักข่าวสาวยืนอยู่ตรงประตูรั้ว "เกิดอะไรขึ้นแล้วจุ๋มหายไปไหน" เธอถามเขาแต่เขาไม่ได้ตอบ รีบเดินไปทรุดตัวนั่งที่ม้าหินในบ้านที่เขาเช่าอยู่ กระแตก็เดินตามเข้าไปด้วยอารมณ์หงุดหงิด ที่ถามแล้วเขาไม่ยอมตอบ "หูหนวกหรือไง ถามแล้วทำไมไม่ตอบ" ขุนส่ายหน้า "ผมรู้แค่ว่าคุณจุ๋มปลอดภัยดี แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน" นักข่าวสาวมองหน้าเขาทำให้หงุดหงิดยิ่งขึ้น เมื่อได้รับคำตอบที่ไม่ชัดเจน "ตอบแบบขอไปทีแบบนี้นี่เหรอ ที่จุ๋มพูดนักบอกหนาว่าเชื่อใจที่สุด ก็แค่พวกที่ไร้ความรับผิดชอบ ที่แท้ก็แค่ลมปากที่โอ้อวดโชว์สาวไปวันๆ" เธอกระแทกเสียงด้วยความฉุนเฉียว ทำให้ขุนมองเธออย่างดูแคลน "ผมเคยเตือนพวกคุณหลายครั้งแล้วใช่มั้ย ว่าอย่าออกไปข้างนอก แต่คุณก็อวดดีพาจุ๋มออกไปจนพวกนั้นตามกลิ่นมาจนเจอ พอเกิดเื่ขึ้นมาก็แหวใส่คนอื่นไม่รู้จักมองตัวเอง ถ้าเป็คุณโดนจับไปผมจะไม่ตามให้เจ็บตัวเจียนตายหรอก คุณออกไปจากบ้านผมได้แล้ว และอย่าเข้ามาอีกผมรำคาน" เขาตะคอกใส่จนเธอหน้าเสีย แต่ด้วยความที่ชอบเอาชนะของเธอจนติดเป็นิสัย เธอทำท่าจะตะเบ็งสวนกลับแต่เขาก็ตะคอกไล่เธอก่อน "ไป ผมบอกให้อออกไปไกลๆจากบ้านผม เดี๋ยวนี้" เสียงตะคอกที่ดังกว่าเดิม ทำให้เธอรีบเดินออกไปทันที
จ่าแช่มโทรบอกชัยหลังจากที่ตามสืบจนรู้ที่ซ่อนตัว ของสารวัตรไชยยันต์ตามคำสั่งของชัย ชัยโทรหาขุนที่อาการยังไม่เต็มร้อย ขุนรู้ตัวเองดีว่าถ้าไปสองคนอาจผิดพลาดได้ จึงโทรหารินให้ไปช่วยด้วยอีกแรง ทั้งสามนัดเจอกันตามโลเคชั่นที่จ่าแช่มแจ้งมา ขุนกับชัยเจอกันแล้วแต่รินไม่ได้มาตามนัดหมาย "มึงไหวหรือเปล่าเพื่อน" ชัยถามขุนซึ่งกำลังยืนมองหารินไปรอบๆแถวนั้น "ถ้าไอ้รินไม่มาเราก็คงต้องลุยกันสองคนแล้วว่ะ ไหวไม่ไหวเดี๋ยวก็รู้ไปกันเหอะ" ขุนบอกแล้วก้าวเดินไปทางป่าละเมาะตามแผนที่ๆจ่าแช่มส่งให้ "เจอกันอีกแล้วจะไปไหนกันครับ" เสียงทักที่ขุนคุ้นเคยเขารีบหันไปทางเสียงนั้น "ไอ้ริน" แต่ก้ต้องผิดหวังเพราะคนทักไม่ใช่ริน "พรานครับ พราน พรหมเมศ" พรานตอบพร้อมยิ้มให้ขุนกับชัย ขุนมองพรานด้วยความฉงนสนเท่ห์ ทั้งรูปร่างท่าทางและเสียงมันคือรินชัดๆ เพียงแต่หน้าตาเท่านั้นที่เปลี่ยนไป "เพื่อนเอ้ย มึงศัลยกรรมมาแน่นอน ถึงหน้ามึงจะเปลี่ยนไปแต่แววตามึงมันคือไอ้รินชัดๆ" พรานหัวเราะเบาๆ "มึงไม่ธรรมดาจริงๆว่ะขุน ไอ้รินไม่มีแล้วตอนนี้กูใช้ชื่อจริงบัตรจริง พราน พรหมเมศ" พรานพูดพร้อมควักบัตรประชาชนให้ดู "พรหมเมศ แพรนิล มิน่าบัตรนั้นมึงชื่อสุรินทร์แต่รูปในบัตรถลอกเพื่อกลบเกลื่อน" ขุนพูดหลังดูบัตรของพราน แล้วทั้งสามก็เดินกลับไปทางร้านอาหารที่มีเครื่องดื่มขาย ชัยสั่งเหล้าพร้อมกับแกล้มมานั่งกินฆ่าเวลา "มึงชวนกลับมานั่งกินเหล้าทำไมวะริน เอ้อ..พราน" ขุนถามเพราะใจอยากเข้าไปจัดการกับสารวัตรไชยยันต์เต็มที "รอไอ้ตัวจัญไรอีกตัวก่อน มันเป็นายกเทศบาลที่นี่ ตามที่กูได้ข่าวมาเมื่อตอนกลางวัน ลูกน้องมันฉุดเด็กสาวไปขังไว้ที่บ้านไอ้ตำรวจนั่น ไอ้พวกนี้มันพวกเซ็กส์วิตถาร เมื่อวันก่อนพวกมันเอาศพเด็กสาวไปทิ้งทะเลสองศพ รอจัดการมันพร้อมกันเลยดีกว่าว่ะ" พรานตอบก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว "มึงได้ข่าวมาจากไหน" ชัยถามบ้าง "คงเป็พวกเดียวกับมึงนั่นแหละ แต่กูบอกไม่ได้หรอกเพราะเขาไม่ให้เปิดเผย" พรานตอบเหมือรู้ว่าขุนกับชัยกำลังทำอะไร "เขาที่ว่านี้ไม่ใช่เพื่อนมึงรึ" ขุนถาม "ไม่ใช่ เพราะอายุเขาสามสิบแล้วเห็นจะได้ อีกอย่างเขาเป็เพื่อนกับพี่สาวกูด้วย" พรานจุดบุหรี่สูบเมื่อตอบเสร็จ "แล้วมึงไม่ใช่พวกเดียวกันกับกูหรือวะ" ขุนถามต่อพรานส่ายหน้า "ไม่ใช่ แต่พวกมึงเป็เพื่อนกู" ขุนกับชัยมองหน้ากันแล้วก็ยิ้มพร้อมพยักหน้า "โอเค รู้เื่" ชัยตอบแล้วทั้งสามก็นั่งกินเหล้าคุยเื่อื่นๆ เหมือนพวกนักดื่มทั่วไปที่มานั่งก๊งกันประจำ เวลาผ่านไปร่วมๆสองชั่วโมง เหล้านังไม่หมดกลมพรานก็ส่งซิกให้ขุนกับชัย ทั้งสองเหลือบมองตามเห็นชายสี่คน เดินเข้าไปทางเซฟเฮ้าส์ของสารวัตรไชยยันต์ "กูว่าไอ้สามคนนั้น คงเป็มือปืนติดตามไอ้นายกนั่น" ชัยพูดออกเสียงเกือบจะกระซิบ ขุนกับพรานก็พยักหน้าเห็นด้วย "งั้นเราต้องแยกกันคนละทาง เก็บเงียบไอ้มือปืนพวกนั้น" พรานบอกแล้วก็เรียกเก็บเงิน จ่ายเงินค่าเหล้าเรียบร้อย ทั้งสามก็เดินไปตามพวกนั้นไปห่างๆ
"มึงไม่รอกูเลยนะไอ้ยันต์" ทศพลนายกเทศบาลทักเสียงดังเมื่อลงมาถึงห้องใต้ดิน "กูก็รอมึงอยู่แค่นัวเนียไปพรางๆก่อน" สารวัตรไชยยันต์ตอบทั้งที่หน้ายังซบที่อกของเด็กสาวที่ฉุดมา "ทำไมเด็กสองคนนี้มันดูจะคล่องไปหรือเปล่าวะเนี่ย" ทศพลพูดเหมือนจะหมดอารมณ์ เพราะคิดว่าจะได้เด็กซิงๆมา "แดกเบียร์ผสมทิงเจอร์ไงล่ะ มันถึงตั้งหน้าตั้งตาสู้กูอยู่นี่ไง" ทศพลได้ยินแบบนั้นจึงยิ้มออกมาได้ เดินไปหยิบเบียร์กระป๋องในตู้มาเปิดกิน แล้วเดินเข้าไปร่วมวงด้วยอาการค่อนข้างหื่นมาก เด็กสาวทั้งสองเมื่อโดนบังคับ ให้กินเบียร์ผสมกับทิงเจอร์ขาวแล้ว ก็เกินความ้าอย่างมากโดยบังคับตัวเองไม่ได้ ไม่นานทั้งสี่คนก็อยู่ในชุดวันเกิดไร้อาภรณ์ สลับกันนัวเนียไปมาอย่างไม่รู้สึกอายกันแม้แต่น้อย มือปืนผู้ติดตามทศพลที่ยืนรออยู่นอกบ้านก็โดนเก็บเงียบเรียบร้อย ขุนก็เดินนำหน้าชัยกับพรานเข้าไปในบ้านช้าๆ ทั้งสามก็แปลกใจที่ไม่เห็นใครอยู่ในบ้านหลังนั้นแม้แต่คนเดียว พวกเขายืนงงแต่ก็ไม่ประมาทมองไปรอบๆ เดินดูทั่วทุกห้องแล้วก็ไม่เจอคน ค้นหาจนหมดหนทางที่จะหาต่อไป "พวกเราหามุมมืดๆยืนรอดูสักพักดีกว่า" ชัยกระซิบบอกอีกสองคน ยืนรอสักพักก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องแต่ฟังไม่ชัดเท่าไหร่ ทั้งสามก็ต้องเอียงหูฟังอย่างตั้งใจ สารวัตรไชยยันต์เผด็จศึกหนึ่งใสสองสาวนั่น เสียงร้องของสาวน้อยร้องด้วยความเ็ป แต่ด้วยฤทธิ์ของทิงเจอร์ขาวก็ทำให้ความเจ็บนั้นบรรเทาลง ทศพลก็เกิดความหื่นออกมาอย่างเต็มที่เช่นกัน เมื่อได้ยินเสียงร้องด้วยความเ็ปนั้น รีบผละจากสาวคนที่ตนกำลังคลุกวงในอยู่ รีบหันไปทางสารวัตรไชยยันต์ทันที สารวัตรไชยยันต์รู้ใจเพื่อนอยู่แล้วก็รีบพลิกตัวกลับ ให้สาวน้อยคนที่ตนเผด็จศึกอยู่พลิกขึ้นบน ทศพลรีบประกบเข้าทับเหมือนแซนวิช ครั้งนี้เด็กสาวร้องกรีดลั่นด้วยความเ็ปสุดแสนจะทรมาร ยิ่งทำให้ทศพลหื่นจนคลั่งกระทำอย่างรุนแรงกว่าเก่า เด็กสาวคนนั้นก็กรีดร้องแรงกว่าเดิม พรานรีบเดินเอาหูแนบที่ตู้โชว์แล้วชี้นิ้วลงพื้น "มันมีห้องใต้ดิน" พรานบอกเพื่อน ทั้งสามพยายามหาทางลงไปห้องใต้ดิน แต่ก็หาไม่เจอเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวลก็ดังมาไม่ขาด ขุนมองเห็นตู้คอนโทรลไฟเปิดอยู่ก็เดินไปดู เขาพินิจพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจกดปุ่ม ประตูหลังตู้เลื่อนออกแทบไม่มีเสียง แต่เสียงที่ดังมาจากห้องใต้ดินดังลั่นได้ยินกันอย่างชัดเจน "โอ๊ยยยยยยย เจ็บ พอหนูเจ็บ กรี๊ดดดดดดดดดดด"
โปรดติดตามตอนต่อไป ( ตอนที่ 19 )
.