“ข้าขอคารวะท่านรองเเม่ทัพเ้าค่ะ”
“คาราวะคุณหนูฟางเน ข้าเป็ผู้คุ้มกันคุณหนูในการเดินทางในครั้งนี้ ถ้าขาดเหลืออะไรบอกข้าได้ทันที ข้าจะช่วยเหลือคุณหนูอย่างเต็มที่”
“โปรดเรียกข้าว่า ฟางเน เฉยๆก็ได้ ส่วนเื่ขาดเหลือข้าเตรียมตัวไว้หมดเเล้ว ข้าจะพยายามไม่ให้เป็ภาระท่านนะเ้าคะ”
“พูดอะไรละ ไม่เป็ภาระอะไรหรอก ข้าทำตามหน้าที่ อีกอย่างพวกเราน่าจะอายุเท่ากันเรียกข้าว่า เฟยฟาก็ได้ พวกเรามาเป็เพื่อนกันเถิด”
เฟยฟาเรียกยากเเหะ
“ได้เลย เเต่ข้าขอเรียนท่านว่า ฟาฟา ได้ไหมเ้าคะ เฟยฟามันเรียกยาก”
ดูเหมือนจะเป็ผู้ชายที่ออกเเนวเฮฮาสินะ ยังไงเราก็อยู่ต่างที่ต่างถิ่นตีสนิทไว้ก่อนน่าจะดีกว่าที่ต้องอยู่คนเดียว
“ได้อยู่เเล้ว มาเถิดมาๆเดี๋ยวเดินทางล้าช้า ตอนนี้ท่านลุงกับน้องไป๋รอเ้าจนจะเป็บ้าละ”
“หมายถึงท่านพ่อกับน้องชายข้าหรือ”
“ใช่ๆ รีบเถิดฟางเน”
“โอเค”
“เ้าพูดว่าอะไรนะ”
เเย่ละเผลอพูด
“ข้าพูดว่าเข้าใจเเล้ว อย่าใส่ใจเลยข้าพึ่งฟื้นสมองยังไม่เข้าที่เท่าไหร่น่ะ”
“อ๋อ”
ยังไงก็ไม่ชินอยู่ดีเเหละ คงต้องฝึกพูดบ่อยๆซะละ เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ฉันเลยรีบเดินไปขึ้นรถม้า
“พี่ชิงชิงไม่ได้ขึ้นมาด้วยหรอเ้าคะ”
“บ่าวจะไปขึ้นอีกคันเ้าค่ะ เเต่คุณหนูไม่ต้องห่วงนะเ้าคะสามารถเรียกบ่าวได้ตลอด”
“ไม่ต้องหรอก พี่ชิงชิงขึ้นมารถม้าคันเดียวกับข้าเลย”
“จะดีหรือเ้าคะ”
“ดีสิ”
“บ่าวขอเสียมารยาทนะเ้าคะ”
จะให้นั่งรถม้าที่ใหญ่ขนาดนี้คนเดียวมันก็เหมือนเอาเปรียบคนอื่นไงไม่รู้ให้พี่ชิงชิงมานั่งด้วยจะได้รู้สึกดีขึ้นหน่อย เผื่ออยู่ๆเป็ลมเป็เเล้งขึ้นมาพี่ชิงชิงจะได้ช่วยทัน
เเล้วการเดินทางออกจากเเคว้นก็ได้เริ่มขึ้น ตื่นเต้นจังเเต่ด้วยความอ่านนิยายเเนวจีนโบราณอย่างโชกโชน
การเดินทางคราวนี้อาจจะมีโจรมาลอบสังหารก็ได้ ฉันผู้ฟื้นขึ้นมาอาจจะไปขัดเเข้งขัดขาใครก็ได้
ร่างนี้ในความทรงจำในอดีตถือว่าเป็ยอดบุปผาของเเคว้นเลยนะ ถึงตอนนี้จะอายุ 25 เเล้วก็เถอะ ยังไงซะผู้ชายสมัยนี้ก็ไม่นิยมเเต่งงานกับผู้หญิงที่อายุเกิน 20 อยู่เเล้ว
เเต่ด้วยความที่เคยเป็ยอดบุปผามาก่อนสมัยนั้นต้องมีผู้ชายมาชอบเยอะเเน่ๆ พอได้ข่าวว่าฟื้นขึ้นมาผู้ชายอาจจะให้ความสนใจจนผู้หญิงที่เป็ภรรยาไม่พอใจก็ได้
“หึ เรานิสมเเล้วที่จบเอกมโนโทจินตนาการ”
“คุณหนูพูดว่าอะไรเ้าคะ บ่าวไม่ได้ยิน”
“อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกพี่ชิงชิง เนเอ๋อร์อยากกินขนมเเล้วเ้าคะ”
“คุณหนูรอสักครู่นะเ้าคะ”
เนเอ๋อร์งั้นหรอ ฮาจริงถึงที่นี้จะดูปกติก็เถอะเเต่ชาติก่อนถ้าฉันเเทนตัวเองเเบบนี้คงโดนล่อว่าเอ๋ออะ
ดีนะที่ฉันไม่รู้สึกเมารถม้าอะ ถ้าเมารถม้าละก็มีหวังตายเเน่ๆ กว่าจะถึงนอกเมืองก็อีกตั้ง 1 เดือน
“นี้เ้าค่ะคุณหนู”
รอได้ไม่นานพี่ชิงชิงก็ได้จัดขนมใส่จานเสร็จ
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
ฉันกินขนมไปด้วยเเละมองนอกหน้าต่างของรถม้าไปด้วย ด้วยความที่เป็ยุคโบราณธรรมชาติเลยมีเยอะเเละบริสุทธิ์มาก
เเต่ฉันก็ต้องมาสะดุดกับเหล่าทหารทั้งหลายที่ล้อมหน้าล้อมหลังล้อมข้าง เห็นพวกเขาเดินตากเเดดตากลมเเล้วฉันนั่งรถม้าอย่างสบายก็ทำให้รู้สึกอึดอัดสุดๆเลย คงเพราะชินกับทุกคนที่เท่าเทียมกันในชาติก่อนเเหละ
อย่างว่าเเหละทุกยุคสมัยย่อมมีข้อดีเเละข้อเสีย อย่างสมัยจีนโบราณมีธรรมชาติค่อยช่วยเหลืุ์ให้มีของกินจากการหาของป่าเเต่ยุคนี้ก็มีการเเบ่งชนชั้นเยอะ
ส่วนยุคที่ฉันจากมา ก็มีการเเข่งขันกันเยอะต้องหาเงินเพื่อประทังชีวิต บางคนก็ไม่มีที่ดินของตัวเองเเต่ก็มีความเท่าเทียมกว่ายุคจีนโบราณนี้
ในความคิดของฉันทุกคนไม่เท่าเทียมกันหรอก บางคนเกิดมารวย บางคนเกิดมาจน บางคนพิการ พ่อเเม่ไม่มีบ้าง
เเต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือการเลือกใช้ชีวิตของตัวเองเเละต้องพยายามให้ตัวเองมีชีวิตรอดต่อไป