เสียงประกาศสถานีต่อไปยังคงดังแว่วเป็จังหวะซ้ำๆ บนขบวนรถไฟฟ้าที่เคลื่อนตัวไปตามรางเหล็กเหนือมหานครกรุงเทพฯ ใน่สายของวันธรรมดาที่ผู้คนส่วนใหญ่กำลังง่วนอยู่กับการทำงาน นาคิน หรือ "คิน" ในชื่อและใบหน้าใหม่ของรชานนท์ที่ "Siva" มอบให้ ยืนพิงเสากลางตู้โดยสารอย่างเบื่อหน่าย สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสอย่างไร้จุดหมาย ทิวทัศน์ของตึกสูงระฟ้าสลับกับชุมชนแออัดที่วิ่งผ่านไป
เขาปล่อยสายตาล่องลอยออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้สมองคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างแเีจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมของอดีต บัดนี้เข้าที่สนิทจนเขารู้สึกคุ้นชินกับมันเสียยิ่งกว่าใบหน้าเก่าของตัวเองเสียอีก เขาเหลือบมองผู้คนรอบข้างอย่างไม่ใส่ใจนัก นักศึกษาในชุดเครื่องแบบ พนักงานออฟฟิศในชุดสุภาพ ต่างก้มหน้าก้มตาอยู่กับหน้าจอสมาร์ทโฟนของตนเอง ไม่มีใครสนใจชายหนุ่มธรรมดาๆ อย่างเขา... และนั่นคือสิ่งที่เขา้า
ปีกว่าแล้ว…
ใช่ ปีกว่าแล้วที่เขาทิ้งตัวตนเก่าไว้เื้ั ก้าวเข้าสู่ชีวิตใหม่ในเงามืดภายใต้การดูแลของ Siva ที่พักของเขาคือคอนโดมิเนียมขนาดกลางในอาคารสูงที่ไม่สะดุดตา ย่านชานเมืองซึ่งพลุกพล่านพอที่จะทำให้เขากลมกลืนและไม่เป็ที่สังเกต ภายในห้องตกแต่งเรียบง่ายแต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และที่สำคัญคือ มีพื้นที่กว้างพอสำหรับการฝึกซ้อมร่างกายอย่างหนักหน่วงตามตารางที่ตัวเขาเอง กำหนดมาอย่างเข้มงวด... ตารางที่เขาปฏิบัติซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบจะหลับตาทำได้ ทุกเช้าเริ่มต้นด้วยการวิ่ง ต่อด้วยการฝึกความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ และการทบทวนเทคนิคการต่อสู้ที่เรียนมา
ชีวิตประจำวันของเขาถูกตีกรอบไว้ด้วยการฝึกฝนและความอดทนรอคอย
Siva ไม่เพียงแต่จัดหาศัลยแพทย์ฝีมือดีที่สุดในการเปลี่ยนโครงหน้าเขาใหม่ทั้งหมด แต่ยังรวมถึงเอกสารประจำตัวปลอมที่แเีทุกกระเบียดนิ้ว บัญชีธนาคารลับที่ไม่มีที่มา และเงินทุนจำนวนหนึ่งที่มากพอให้เขาใช้ชีวิตได้อย่างไม่ต้องกังวลเื่ปากท้อง... ทั้งหมดนี้เพื่อรอคอยภารกิจเดียว คือการเป็ "J" สมาชิกคนใหม่ขององค์กรนักล่าไร้เงา ซึ่งต่อมาเขาได้ทราบจาก Siva ว่า ทีมนักล่าชื่อ RetribZero เป็ทีมนักล่าชุดดำที่เขาเผชิญหน้าและร่วมต่อสู้ด้วยกันมาครั้งหนึ่งในอดีต ความทรงจำใน่พักฟื้นหลังการผ่าตัดยังคงเลือนราง เขาจำได้เพียงความเ็ปและความรู้สึกแปลกแยกกับใบหน้าใหม่ในกระจก แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็เริ่มยอมรับมัน... ยอมรับตัวตนใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป้าหมายเดียว
เป็เวลาปีกว่า... เวลาที่เขารอคอยออกปฏิบัติการยังมาไม่ถึง เขารอ รอ และรอ แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ไม่มีคำสั่ง ไม่มีภารกิจ มีเพียงการฝึกฝนซ้ำๆ และการรอคอยที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด
คำสั่งจาก Siva ยังคงชัดเจนเหมือนวันแรก "อาวุธหลักของคุณคือปืนไรเฟิลซุ่มยิง แต่คุณต้องเชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิดด้วย" นั่นคือเหตุผลที่ทุกบ่าย คินยังคงต้องเดินทางมายัง "ค่ายมวย “พิฆาตศัตรู”" โรงยิมฝึกสอนมวยไทยและศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ที่มีชื่อเสียงในหมู่นักสู้ใต้ดินและชาวต่างชาติ เพื่อฝึกฝนร่างกายและทักษะการต่อสู้ให้เฉียบคมยิ่งขึ้น...
เขาฝึกฝนเพื่อรอคอยวันที่จะได้ใช้มันจริงๆ เขาเรียนรู้ที่จะออกหมัด เตะ ต่อย จับล็อก อย่างหนักหน่วง ครูฝึกที่นี่ไม่เคยออมมือ และเขาก็ไม่เคยปริปากบ่น ความเ็ปทางกายมันเล็กน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับความเ็ปในใจที่ยังคงคุกรุ่น
ความอดทนของเขากำลังจะหมดลง ความกระวนกระวายกัดกินหัวใจทุกขณะ เขาไม่ได้้าชีวิตที่สุขสบายภายใต้การดูแลของ Siva เขา้าการล้างแค้น! เขาอยากออกปฏิบัติภารกิจ! อยากใช้ทักษะที่ฝึกฝนมาอย่างหนักเพื่อจัดการพวกคนชั่วที่ยังลอยนวล! ความเงียบงันจาก Siva มันบีบคั้นจนแทบบ้า บางคืนเขาฝันเห็นใบหน้าของดาริน ผู้กองหิน หมวดลิน... พวกเขากำลังรอคอย... รอคอยให้เขาทำอะไรสักอย่าง
ก่อนจะไปค่ายมวยในตอนบ่าย คินมักจะแวะหาอะไรง่ายๆ รองท้องเป็มื้อเที่ยงที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆ ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าที่เขาลงเป็ประจำ ร้าน "Totemo oishi" แห่งนี้แม้จะดูธรรมดา แต่ก็มีลูกค้าขาประจำแวะเวียนมาไม่ขาดสาย อาจจะเพราะรสชาติอาหารที่อร่อยถูกปาก หรืออาจจะเพราะรอยยิ้มและการต้อนรับที่อบอุ่นของเ้าของร้านที่เป็หญิงสาวหน้าตาน่ารักและมีอัธยาศัยดี นอกจากเ้าของร้านแล้ว คินสังเกตเห็นลูกจ้างชายคนหนึ่งในร้านที่มักจะสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าอยู่เกือบตลอดเวลา แม้จะไม่ได้เห็นหน้าชัดๆ แต่เขาก็ยังพอจะสังเกตเห็นร่องรอยคล้ายแผลเป็จากไฟไหม้บริเวณลำคอและข้างแก้มที่โผล่พ้นหน้ากากออกมาบ้างเป็บางครั้ง ชายคนนั้นดูเงียบขรึมและไม่ค่อยพูดจากับใคร แต่ก็ทำงานในครัวอย่างคล่องแคล่ว... คินไม่ได้ใส่ใจอะไรเป็พิเศษ เพียงแค่รู้สึกว่าชายคนนั้นก็ดูเหมือนจะมีเื่ราวบางอย่างซ่อนไว้เช่นเดียวกับตัวเขาเอง
คินล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไล่ดูข่าวสารตามปกติ เป็อีกหนึ่งกิจวัตรที่เขาทำเพื่อตามข่าวคราว โดยเฉพาะข่าวของศัตรู หน้าจอเล็กๆ ฉายภาพรอยยิ้มของ สส.พอเจตต์ ที่ยังคงสร้างภาพลักษณ์นักการเมืองน้ำดีออกสื่ออย่างต่อเนื่อง ข่าวอีกชิ้นเป็การสัมภาษณ์ สส.หนุ่มไฟแรงถึงโครงการพัฒนาเศรษฐกิจที่เขาเป็โต้โผใหญ่... มีแต่ข่าวดี ข่าวสร้างภาพ จนน่าคลื่นไส้ คินขบกรามแน่น ความแค้นที่พยายามกดมันไว้ลึกสุดใจผุดพลุ่งขึ้นมาอีกครั้ง แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่กำมือถือแน่นขึ้นเท่านั้น เขาอยากจะบดขยี้รอยยิ้มจอมปลอมนั่นด้วยมือของตัวเอง
เขาลองค้นหาข่าวเกี่ยวกับคดีเก่าของ "ร.ต.ท. รชานนท์" อีกครั้ง ข้อมูลที่ปรากฏยังคงเหมือนเดิม... "คดีอดีตนายตำรวจคลั่ง สังหารโหด สจ.กำพล ยังคงปิดไม่ลง! ผู้ต้องหายังคงลอยนวล ทางการยังคงระดมกำลังไล่ล่าอย่างต่อเนื่อง..." ข่าวที่ถูกปั้นแต่งขึ้นเพื่อกลบฝังความจริง และทำให้เขากลายเป็อาชญากรเต็มรูปแบบในสายตาสังคม ไม่สิ…เขาเป็อาชญากรจริงๆ เขายอมรับ ถ้ามันสามารถล้างแค้นให้เขาได้ คินอ่านข่าวนั้นซ้ำๆ ราวกับจะตอกย้ำความอัปยศและความอยุติธรรมที่ได้รับ... และตอกย้ำตัวตนใหม่ที่เขาต้องเป็
แล้วสายตาเขาก็สะดุดเข้ากับพาดหัวข่าวธุรกิจเทคโนโลยีชิ้นหนึ่ง... ข่าวเดิมๆ ที่เขาเห็นมาหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่เห็นมันก็อดที่จะรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลไม่ได้...
"สส.พอเจตต์ หนุนเต็มสูบ! จ่อปัดฝุ่น 'Justice Algorithm' โปรเจกต์ AI อัจฉริยะปราบอาชญากรรม หวังยกระดับความปลอดภัยชาติ ดึง 'เทคโนวิชั่น โซลูชั่นส์' ร่วมทุน พร้อมตั้ง 'ดร.วิรัช' คุมบังเหียน"
คินขมวดคิ้ว ชื่อโครงการ "Justice Algorithm" ฟังดูคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินผ่านหูจากที่ไหนสักแห่งในอดีตอันไกลโพ้น... หรืออาจจะเป็จากข้อมูลที่ผู้กองหินเคยรวบรวมไว้? เขานึกไม่ออก แต่ชื่อนี้มันกวนใจเขาอย่างประหลาด ส่วนชื่อ ดร.วิรัช และบริษัทเทคโนวิชั่นฯ นั้นไม่เคยได้ยินมาก่อน เขารู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่างที่ซ่อนอยู่เื้ัข่าวชิ้นนี้
สส.พอเจตต์ ที่เขารู้จัก คือนักการเมืองฉ้อฉลที่อยู่เื้ัเครือข่ายอาชญากรรม การที่คนอย่างมันจะมาผลักดันโครงการ AI เพื่อปราบปรามอาชญากรรม มันดูย้อนแย้งและมีลับลมคมในเกินไป เหมือนกำลังวางแผนอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่าเดิม
เขากดบันทึกภาพหน้าจอข่าวชิ้นนั้นไว้อีกครั้งในหน่วยความจำลับของโทรศัพท์ อาจจะมีประโยชน์อะไรบางอย่างในอนาคต... หรืออาจจะเป็แค่ความระแวงของเขาเองที่พยายามหาทางเชื่อมโยงทุกอย่างเข้ากับความแค้นส่วนตัว แต่สัญชาตญาณบางอย่างบอกเขาว่าเื่นี้ไม่ธรรมดา
เสียงประกาศสถานีปลายทางดังขึ้น คินเก็บโทรศัพท์ สูดหายใจลึก พยายามสลัดความหงุดหงิดและความกระวนกระวายใจออกไป เขาก้าวเท้าออกจากขบวนรถไฟฟ้า ปะปนไปกับฝูงชนที่เดินกันขวักไขว่ มุ่งหน้าสู่ค่ายมวย... สู่การฝึกฝนที่จะหล่อหลอมให้เขากลายเป็อาวุธที่มีชีวิต... เป็นักล่าที่เยือกเย็นและเฉียบขาดกว่าเดิม ตอนนี้เขารอคอย... วันที่ Siva จะส่งสัญญาณเรียกตัว วันที่เขาจะได้ปลดปล่อยความแค้นที่อัดอั้นอยู่ในอก
วิถีแห่งนักล่าของ J... หรือ นาคิน... แม้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่การ "ล่า" ที่แท้จริงของเขายังมาไม่ถึง และเขาก็ไม่รู้ว่าต้องรอไปอีกนานแค่ไหน... เขาทำได้แค่เพียง “รอ” จริงๆ