หลังจากลงทะเบียนสำเร็จไม่กี่นาที ถังอวี่ก็ได้รับอีเมลจากโรงเรียนทหารอันดับหนึ่ง
โรงเรียนทหารอันดับหนึ่งแจ้งให้ถังอวี่ไปทดสอบสมรรถภาพทางกายและพลังจิตยังสถานที่ที่กำหนดในวันที่ยี่สิบเดือนแปด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สมัครแจ้งระดับปลอม เพราะในปีก่อนๆ ผู้สมัครหลายคนคิดฉวยโอกาสเข้ามาแต่ก็ถูกจับได้ทั้งหมด เป็การพิสูจน์ว่าการทดสอบนี้จำเป็
แต่ไม่ได้หมายความว่าในโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งจะไม่มีคนที่สมรรถภาพทางกายและพลังจิตต่ำกว่าเกณฑ์ของโรงเรียน
เช่นหากลูกหลานของบางตระกูลมีสมรรถภาพทางกายและพลังจิตไม่เพียงพอ แต่พวกเขามีโควตาส่งตัว เช่นนั้นก็ยังสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งได้ โควตาส่งตัวเป็สวัสดิการที่ออกให้กับผู้ที่ทำการอุทิศตนเป็ประโยชน์ต่อสหพันธ์และบุคลากรทางทหารตำแหน่งสูง
ส่วนโควตาส่งตัวของถังอวี่เป็คุณปู่มอบให้เขา ว่ากันว่าตอนเขาเพิ่งเกิดมาไม่นาน ชื่อของถังอวี่ก็ถูกเขียนไว้ในโควตาส่งตัวแล้ว
นอกจากการทดสอบวัดระดับ ยังมีการประเมินอีกรอบในวันที่สามสิบเดือนแปด
ถังอวี่มองดูเวลาพร้อมครุ่นคิดสักพัก สุดท้ายยังคงค้นหาบนคอมพิวเตอร์โฟตอนว่าในวันนั้นมีสถาบันไหนที่จัดการประเมินบ้าง
ความเร็วในการค้นหาของคอมพิวเตอร์โฟตอนรวดเร็วมาก ไม่กี่วินาทีก็ปรากฏคำตอบ
ถังอวี่พูดไม่ออกเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อสถาบันการศึกษาแห่งนั้น
เป็อย่างที่เ้าถังจื่อฉีพูดจริงๆ
มีเพียงวิทยาลัยหลิงหลงที่จัดการประเมินวันเดียวกับโรงเรียนทหารอันดับหนึ่ง
ถังอวี่แทบจินตนาการถึงสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องของคนถ่อยอย่างถังจื่อฉีออก ถังอวี่เบ้ปาก แต่ยังคงลงทะเบียนบนเว็บไซต์ลงทะเบียนของวิทยาลัยหลิงหลง
ไม่นานถังอวี่ก็ได้รับแจ้งเตือนจากวิทยาลัยหลิงหลง บนหน้าจอเครื่องมือสื่อสารปรากฏหมายเลขประจำตัวผู้สมัครและข้อมูล
ต่อมา ถังอวี่ใช้มันอ่านข้อมูล พลังจิตของเขาสูง ความสามารถในการจดจำก็สูงตามพลังจิต แม้จะกระชั้นชิด แต่เพียงแค่ให้เวลาเขา ก็จดจำทฤษฎีทั้งหมดเอาไว้ในสมองได้ ไม่ว่าจะเข้าใจถี่ถ้วนหรือไม่ อ่านข้อมูลทั้งหมดให้จบก่อนค่อยว่ากัน เขา้าการันตีว่าได้เข้าโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์!
วันที่ยี่สิบ ถังอวี่บอกคุณนายถังว่าจะออกไปเที่ยวกับเพื่อน เธอไม่ได้หาเื่เขาเหมือนเคย มองเขาแวบเดียวก็ปล่อยไป
‘นี่อาจเป็เพราะผลจากโควตาส่งตัว’ ถังอวี่คิด
ถังอวี่รีบมาถึงสนามสอบของโรงเรียนทหารอันดับหนึ่ง กระบวนการทดสอบและผลลัพธ์ก็ประกาศออกมาอย่างรวดเร็ว
อย่างที่เขาคาดไว้ สมรรถภาพทางกายภาพระดับ C- และพลังจิตระดับ A-
“เ้าหนุ่ม สมรรถภาพทางกายล้าหลังหน่อยนะ!” เ้าหน้าที่ที่ช่วยทดสอบให้ถังอวี่พูดยิ้มๆ
ถังอวี่พยักหน้า “ใช่ครับ แต่โชคดีที่มันถึงเกณฑ์”
เ้าหน้าที่พยักหน้า เป็เื่จริง มีคนจำนวนมากที่สมรรถภาพทางกายอยู่ระดับ D+ คนเ่าั้ถึงจะอยากร้องไห้ก็ไม่มีที่ให้ร้อง
อาจเพราะถังอวี่ทัศนคติดี ก่อนกลับเ้าหน้าที่ยังบอกกับเขาว่าสู้ๆ ถังอวี่ออกจากสนามสอบไปด้วยความขบขันเล็กน้อย เขาไม่เคยรู้เลยว่าผู้คนที่นี่จะมีความอบอุ่นเช่นนี้
ถังอวี่มายังคาเฟ่ระดับไฮเอนด์หลังทดสอบเสร็จ
เขาไม่ได้โกหก เขานัดคนไว้จริงๆ ไม่สิ ควรบอกว่าเขาถูกอีกฝ่ายนัดมา เพียงแต่ตนบังคับให้เปลี่ยนเวลามาเป็วันนี้เท่านั้น
ถังอวี่เพิ่งนั่งลง หนุ่มวัยรุ่นผมแดงคนหนึ่งก็เข้ามา
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังจากเห็นถังอวี่นั่งตรงโต๊ะที่จองไว้ เพิ่งคิดจะเดินไปบอกให้ถังอวี่ลุกออกไป กลับพบว่าใบหน้าของอีกฝ่ายคุ้นตามาก
“ถังอวี่เหรอ”
ถังอวี่ได้ยินเสียงคุ้นเคยจึงเงยหน้าขึ้นมอง ผมสีแดงสะท้อนเข้าสู่ม่านตา “อลัน”
“เอ๊ะ ทำไมเปลี่ยนสีผมแล้วล่ะ สีทองแบบเดิมก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” อลันนั่งลงตรงข้ามถังอวี่แล้วพูดด้วยความประหลาดใจ ถังอวี่หน้าตาดีมากอยู่แล้ว ผมสีทองแบบเดิมทำให้เขาดูสวยมากไปทั้งตัว ทำให้ผู้คนสังเกตถึงั้แ่แรกเห็น ตอนนี้เปลี่ยนเป็สีน้ำตาลเข้มแล้ว ส่งผลให้ถังอวี่ดูลึกลับชวนให้คนอยากค้นหา
ต้องพูดเลยว่าถังอวี่เหมาะกับสีผมสีน้ำตาลเข้มมากกว่าจริงๆ
ถังอวี่ไม่พลาดแววตาริษยาของอลันที่ปรากฏขึ้นมาแวบหนึ่ง จึงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาริษยาอะไรกันนะ
“แค่อยากเปลี่ยนอารมณ์หน่อยเท่านั้น” เขาไม่ได้บอกว่านี่คือสีผมเดิมของเขา เพราะไม่อยากเพิ่มปัญหาโดยไม่จำเป็ ปล่อยให้คิดว่าเขาอยากย้อมสีใหม่ก็พอ
อลันฟังแล้วเกิดความชิงชังขึ้นในใจหลายส่วน แต่ไม่ได้แสดงออก ใครๆ ก็ทราบกัน ไม่ว่าชนชั้นสูงหรือตระกูลสูงศักดิ์ล้วนไม่ชอบสีที่คล้ายกับสีดำหรือสีเทาเข้มทั้งหมด
สาเหตุที่อลันเรียกถังอวี่ออกมาความจริงแล้วก็ไม่ได้มีเื่อะไร เขาแค่อยากค้นหาปมด้อยที่แย่กว่าเขาจากตัวถังอวี่ เขาถูกเยาะเย้ยในตระกูลจนแทบอับอายไร้ที่จะอยู่ มีเพียงอยู่ต่อหน้าถังอวี่ เขาถึงรู้สึกว่าตัวเองเป็ตระกูลสูงศักดิ์อย่างแท้จริง
เพราะระดับสมรรถภาพทางกายและระดับพลังจิตของถังอวี่ถูกยอมรับว่าต่ำที่สุดในบรรดาตระกูลใหญ่
“น่าเสียดายจัง ถังอวี่ ถ้าไม่ใช่เพราะระดับสมรรถภาพทางกายของนายต่ำเกินไป นายต้องเข้าโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งได้แน่นอน” อลันพูดกระทบกระเทียบ ถังอวี่สละโควตาส่งตัวเพียงข้ามวันพวกเขาทุกคนก็ได้ข่าวเกี่ยวกับเื่นี้
คนอย่างอลันชอบโรยเกลือลงบนาแของคนอื่นอย่างนี้แหละ แถมยังเสแสร้งทำเป็พูดโดยไม่ตั้งใจ
เมื่อถังอวี่ไม่ตอบคำพูดของเขา อลันนึกว่าเขาเ็ปเพราะถ้อยคำนี้ ในใจจึงรู้สึกลิงโลดอย่างยิ่ง ความรู้สึกจากการถูกพี่น้องในตระกูลรังแกมาก็ดีขึ้นเล็กน้อย
หลังจากพูดคุยเรื่อยเปื่อยไปพอประมาณ ถังอวี่รู้สึกว่าเพียงพอแล้วจึงพูดว่า “อลัน ตอนนี้เย็นแล้ว ฉันควรกลับแล้วละ ไม่อย่างนั้นคุณแม่คงไม่ชอบใจอีก”
อลันพอรู้เกี่ยวกับแม่ของถังอวี่มาบ้าง คุณนายถังผู้นี้เข้มงวดกับถังอวี่มาก
“โอเค ไว้เราค่อยคุยกันครั้งหน้า”
ถังอวี่พยักหน้า ‘ไม่มีครั้งหน้าแล้ว’ เขาคิดในใจ
ในอดีตเป็เพราะตัวเขาไม่รู้ความถึงได้คลุกคลีกับคนพวกนี้ ตอนนี้เขาต้องซุ่มมุมานะเพื่อความแข็งแกร่ง จะถูกคนพวกนี้ถ่วงความเจริญไม่ได้
ดังนั้นจะไม่มีครั้งหน้าอีกต่อไปแล้ว