ห้านาทีต่อมาหน้าผากของเฮียเปียวเริ่มมีเหงื่อแตกพลั่ก
เพื่อความยุติธรรมการพนันจึงต้องสลับกันสับไพ่แจกไพ่ ซูเฉียวได้สับไพ่ไปแล้ว ตอนนี้เขาจะได้รู้สักทีว่าเป็โชคของเธอหรือเธอจงใจโกงกันแน่แต่ว่าเมื่อถึงตาเขาสับและแจกไพ่ ผลก็ออกมาเช่นเดิมเธอได้ไพ่ชุดดีตลอดและยังบังเอิญกดไพ่ที่เขามีได้พอดี
หากเขาได้คู่คิงซูเฉียวก็จะได้คู่เอซ
หากเขาได้ชุดไพ่สเตรทฟลัชเธอก็จะได้ชุดไพ่รอยัลสเตรทฟลัช
เขาจะบ้าตายจริงๆ!
ทว่าท่ามกลางสายตาผู้คนที่กำลังจ้องมองมาเช่นนี้เขาจะเสียหน้าไม่ได้เป็อันขาด หากเขาเสียชื่อเสียงไปเพียงครั้งหนึ่งในอนาคตธุรกิจก็จะดำเนินต่อไปไม่ได้อีก
ในที่สุดซูเฉียวก็หอบหิ้วถุงที่อัดแน่นไปด้วยชิปนำไปแลกเป็เช็คจำนวนหนึ่งล้านแล้วจากไป
“เดี๋ยวถ้าไปธนาคารแลกเงินเสร็จแล้วฉันจะคืนเงินให้นายนะ” ซูเฉียวยกเช็คในมือขึ้นแล้วพูดกับเยี่ยเทียนด้วยรอยยิ้ม
เยี่ยเทียนตะลึงงันไปครู่หนึ่งแล้วจึงได้สติกลับมา“เฮียเปียวไม่ใช่คนที่ควรจะไปยุ่งด้วย เธอชนะเงินหนึ่งล้านภายในครั้งเดียวเขาไม่มีทางปล่อยเธอไปง่ายๆ แน่!”
ซูเฉียวยักไหล่นักเลงคนเดียวไม่ได้อยู่ในสายตาของเธอหรอก “ไปเถอะ ไปแลกเงิน ฉันต้องกลับบ้านอีก”
เื่การย้ายสายการเรียนไม่ว่ายังไงก็ต้องทำให้สำเร็จให้ได้
เยี่ยเทียนส่ายหัวอย่างจนปัญญาเขาติดเครื่องยนต์ แล้วเหยียบคันเร่งเพื่อออกรถ
เฮียเปียวมองรถเฟอร์รารีสีแดงที่แล่นจากไปผ่านกระจกในแววตาดุจเหยี่ยวสั่นไหวไปด้วยแรงอาฆาตแค้นไม่ใช่แค่เพราะซูเฉียวชนะพนันหนึ่งล้าน แต่เพราะฝีมือที่เขาเฝ้าภูมิอกภูมิใจนักหนานั้นไม่อยากเชื่อว่าจะต้องมาแพ้คามือเด็กสาวผู้ไร้ชื่อเสียงเรียงนามคนนี้
“เฮียเปียวจะตามไปไหมครับ”ลูกน้องเห็นสีหน้าเขาไม่สู้ดีนัก จึงเอ่ยถาม
เฮียเปียวบี้ก้นบุหรี่ลงกับที่เขี่ยแล้วพูดว่า“กล้ามาล้วงคองูเห่าถึงที่ ก็ต้องตามสิ เธอมากับคุณชายเล็กของตระกูลเยี่ยเริ่มสืบจากเขาเลยแล้วกัน”
เงินหนึ่งล้านไม่ใช่ว่าจะได้กันมาง่ายๆ
“ครับ”ลูกน้องตอบรับแล้วจึงตามไป
ซูเฉียวออกมาจากธนาคารเธอได้บัตรเครดิตที่ประทับตราวีไอพีของธนาคารเพิ่มมาอีกด้วยแน่นอนว่าเธอไม่ได้ฝากเงินทั้งหมด เธอเหลือเงินไว้เผื่อฉุกเฉินเล็กน้อย
“อะนี่เงินที่ฉันยืมนาย” ซูเฉียวหยิบฟ่อนเงินมานับแล้วส่งให้เยี่ยเทียน
เธอเป็คนรักษาคำพูดบอกว่ายืมก็คือยืม ไม่มีทางผิดคำพูดเด็ดขาด
เยี่ยเทียนรับเงินอย่างเคืองๆแววตาที่มองเธอดูพิลึกชอบกล
ทำไมเขาจึงรู้สึกว่ายิ่งนานไปยิ่งดูเธอไม่ออกนะ!
เด็กสาวที่มีฝีมือสายตาเฉียบคม และมีเทคนิคขั้นเทพเฉกเช่นเทพแห่งการพนันทำไมคนถึงพูดกันว่าเธอไร้ประโยชน์นะ คนพวกนั้นคงตาบอดแน่!
ซูเฉียวไม่ได้คิดจะช่วยขจัดความฉงนของเขาเธอใช้มือข้างหนึ่งยันประตูแล้วะโขึ้นรถท่วงท่าที่แสนเท่นั้นทำให้เยี่ยเทียนรู้สึกอิจฉาตาร้อนอยู่เล็กน้อย
เยี่ยเทียนแตะจมูกแล้วขึ้นรถอย่างจำใจ
ยี่สิบนาทีต่อมารถสปอร์ตเฟอร์รารีก็มาจอดบริเวณประตูทางเข้าของคฤหาสน์ชั้นเลิศแห่งหนึ่งที่รายล้อมไปด้วยสวน
เยี่ยเทียนไม่คิดอยากจะไปยุ่งเื่ของครอบครัวคนอื่นจึงพูดว่า “ส่งถึงตรงนี้นะ ฉันไม่เข้าไปละ”
ซูเฉียวตอบรับหันหลังโบกมือให้เขาแล้วเดินเข้าไปอย่างเชื่องช้า
“ด้วยความยินดี...”เยี่ยเทียนพึมพำ ติดเครื่องยนต์แล้วขับรถออกไป
เมื่อเห็นซูเฉียวเดินเข้ามาคนรับใช้ต่างรู้สึกประหลาดใจ เวลานี้เธอควรจะอยู่ที่โรงเรียนไม่ใช่เหรอทำไมถึงกลับมาล่ะ หรือว่าเธอจะถูกไล่ออกอย่างที่คนเขาลือกันจริงๆ
“ซูอีิล่ะ”ซูเฉียวมองไปรอบๆ ห้องนั่งเล่นที่ว่างเปล่าแล้วเอ่ยถามอย่างเ็า
เมื่อเห็นเธอเรียกชื่อว่าที่เ้าของบ้านอย่างโผงผางสีหน้าของคนรับใช้ก็กระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที
โชคดีที่สถานการณ์นี้ดำเนินไปได้ไม่นานก็มีคนออกมารับหน้าแทนพวกเธอ
ฟังซวี่หรูออกมาจากห้องครัวเห็นซูเฉียวยืนนิ่งอยู่ที่ประตูจึงยืนเฝ้าสังเกตการณ์เสียก่อน เมื่อเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยคำเสียดสีออกไป “โอ๊ะคุณหนูสองของพวกเรากลับมาแล้วเหรอ...วันนี้เป็วันเปิดเทอมไม่ใช่หรือไงเธอไม่ได้เรียนหนังสือที่โรงเรียน กลับมาทำอะไรล่ะ คงไม่ได้ถูกไล่ออกจากโรงเรียนหรอกใช่ไหม!อาจจะใช่ เคยอยู่สถานพินิจด้วยโรงเรียนไม่มีทางปล่อยให้เธอไปก่อเื่นักเรียนคนอื่นแน่...”
คำพูดของฟังซวี่หรูแฝงแววถากถางเล็กน้อย
ซูเฉียวหันหน้าไปอย่างช้าๆสายตาเ็าชำเลืองมองฟังซวี่หรูราวกับกำลังจ้องมองคนตาย สายตาดุจสัตว์ร้ายอีกทั้งแรงกดดันเย็นะเืที่แผ่ซ่านออกมาทำให้ฟังซวี่หรูตัวสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว
นางเด็กสารเลวคนนี้สายตาช่างน่ากลัวเสียจริง!
เมื่อซูเฉียวเห็นหล่อนสงบเสงี่ยมลงแล้วเธอจึงเดินตรงไปทางบันได ่เวลาแบบนี้ซูอีิน่าจะไปบริษัทแต่เ้าพ่อซูใกล้จะเกษียณแล้ว คงจะอยู่ที่ห้องหนังสือ
ฟังซวี่หรูเห็นซูเฉียวไม่กลัวตายเดินตรงไปที่ห้องหนังสือคิดจะห้ามปรามในทีแรก แต่เมื่อคิดอีกที ั้แ่ที่นางเด็กคนนี้ไปอยู่สถานพินิจก็มีเื่กับตนอยู่ตลอดไม่เห็นแม่คนนี้อยู่ในสายตาเลยสักนิด ฟังซวี่หรูจึงต้องให้บทเรียนกับเธอเสียหน่อยจะได้ไม่กล้าลำพองตนอีก ท่านพ่อถือกฎระเบียบเคร่งครัดเป็สำคัญ หากเขาไม่อนุญาตไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่สามารถเข้าไปรบกวนความเงียบสงบของเขาในห้องหนังสือได้
ซูเฉียวเดินโทงๆเข้าไปแบบนั้น ต้องไม่เป็ผลดีอะไรต่อเธอแน่นอน
หึหึซูเฉียวรอรับบทลงโทษได้เลย!
ซูเฉียวพึ่งพาความทรงจำจนเดินมาถึงหน้าห้องหนังสือยกมือขึ้นเคาะประตูอย่างไม่ลังเล และเปิดประตูเข้าไปโดยไม่รอคำตอบจากคนข้างใน
เ้าพ่อซูที่กำลังศึกษาเกมหมากล้อมอยู่ต้องหยุดชะงักการถูกรบกวนอย่างฉับพลันทำให้ข้างในใจของเขาคุกรุ่นอย่างหนัก “ใครบอกให้แกเข้ามาไสหัวออกไป!”
ซูเฉียวไม่กลัวเขาเลยแม้แต่น้อยและยังคงเดินอย่างไม่สะทกสะท้านไปหาเขา เมื่อเห็นตัวหมากที่อยู่บนกระดาน เธอก็คันไม้คันมืออยากแสดงฝีมืออดไม่ได้ที่จะยื่นมือเดินหมากดำไปในวงล้อมของหมากขาว
“กำเริบนักนะแก!ใครอนุญาตให้แกมาแตะต้องหมากของฉัน!” เ้าพ่อซูตะลึงไปชั่วขณะแล้วโต้ตอบทันควันเขาโกรธจนหน้าดำหน้าแดง
ซูเฉียวกวาดตามองท่านปู่เล็กน้อยแล้วกระตุกมุมปาก
กำเริบเหรอเขาคิดว่าเขาเป็ใคร กษัตริย์อย่างนั้นเหรอ
“ดูก่อนแล้วค่อยพูด”ซูเฉียวี้เีอธิบายให้เขาฟัง จึงใช้นิ้วมือชี้ไปที่รูปแบบของหมากบนกระดาน
เ้าพ่อซูมองตามนิ้วมือของเธอตกตะลึงจนอดเบิกตาโพลงเสียไม่ได้ “นี่...นี่...นี่...เอ่อทำไมเกมที่ใกล้จบถึงพลิกกลับมาได้...ทำไมฉันถึงคิดไม่ออกกันนะ...”
ซูเฉียวนั่งลงตรงข้ามเขารอจนเขาตกตะลึงเสร็จแล้วก็พูดความตั้งใจของตนเองออกมา“ฉันอยากย้ายไปเรียนสายวิทย์”
ความสนใจของเ้าพ่อซูยังคงอยู่ที่กระดานหมากล้อมหลังผงกหัวเล็กน้อยแล้วเขาจึงตอบสนอง ถามออกไปด้วยความสงสัยว่า “แกพูดอะไรนะแกอยากย้ายไปสายวิทย์อย่างนั้นเหรอ”
ซูเฉียวตอบด้วยความมั่นใจว่า“ยังไงก็จะย้าย”
“แก...”เ้าพ่อซูมองหลานสาวคนนี้ที่เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้และไม่ได้พูดอะไรออกมาอยู่พักใหญ่
เขาใช้ชีวิตมาเกินครึ่งแล้วพูดได้ว่าพบเจอคนมามากมายนับไม่ถ้วน
เด็กสาวที่นั่งต่อหน้าเขาในเวลานี้ท่าทางการนั่งก็ดูเกียจคร้าน แต่ทำไมถึงทำให้คนไม่กล้าเกลียดชังนะคนที่ว่านอนสอนง่ายคนก่อนได้เลือนหายไปนานแล้ว มีเพียงรัศมีความน่าเกรงขามที่มิอาจรุกรานแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัวเฉกเช่นท่าทีของกษัตริย์ก็ไม่ปาน
จำต้องพูดว่าเธอในเวลานี้ช่างโดดเด่นสะดุดตาเสียจริงจะบอกว่าเป็การกลับเนื้อกลับตัวใหม่ก็คงไม่มากเกินไป
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/e45e3e408ff3bd98c5a99b49817436cb