ราชเลื่อนเก้าอี้ให้นิทตี้ ร่างงามขยับเข้ามานั่งที่โต๊ะสี่เหลี่ยมสีขาวหน้าห้องพัก อาหารว่างน้ำซุปผัก น้ำผลไม้ หญิงสาวมองหาแซนวิช ถุงขนมปังทอด “ขนมปังทอดกรอบหายไปไหนคะ” นิ้วมืราชชี้ไปที่คนทำความสะอาด“ผมให้พวกเขาหมด คุณไม่ควรทานอาหารขยะพวกนั้น” ราชไม่สนใจในอาการกลัวฟ้าร้องของเธอแถมบริจาคถุงขนมปังกรอบ สีหน้าเธอไม่สู้ดี ทั้งกลัวไม่รู้จะพูดอะไรกับราช แต่นึกถึงน้ำใจของเขาที่ทำน้ำซุปผักให้เธอ
ภายในห้องประชุม
นิตยาก้าวเข้าห้องประชุมคณะแพทย์ตามที่ราชเชิญไว้ “เชิญนั่งครับ คุณนิตยา“ คุณหมอร่างสูงเริ่มเล่าถึงอาการของโรคมะเร็งกระดูกชนิดทุติยภูมิ แพทย์มีความเห็นตรงกันคือการรักษาแบบTargeted Therapy แต่ผลจากรักษาเช่นนี้อาจเพื่อพยุงอาการได้เท่านั้นคนไข้อาจทนต่อการรักษาได้ หรือ ไม่ได้ คณะแพทย์ไม่สามารถให้คำตอบว่าจะรักษาได้ผล100% ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของคนไข้“ นิทตี้รู้สึกสงสารแม่มาก เธอเข้าใจเรื่องราวและยอมรับวิธีการรักษาเธอเซ็นอนุญาตแทนมารดาในฐานะผู้รับรู้และพยาน ในขณะนั้นคุณหมอRajแจ้งความจำนงค์ช่วยเหลือค่ารักษา2ล้านรูปีเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินเข้ามาชี้แจงรายละเอียดเรื่องค่ารักษาที่ครอบครัวของคุณซาธนาชำระเงินก่อนหน้านี้ รายการบัญชีค่าใช้จ่ายในการรักษาทุกอย่างคุณหมอราชแนะนำให้นิตยาเป็น ผู้ดูแลและเบิกถอนได้โดยไม่มีเงื่อนไข นิทตี้ตกใจไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน
หญิงสาวเอื้อมจับมือราชไม่ให้เขียนเช็ค “คุณหมอ ทำไมทำเช่นนี้ค่ะ เงินจำนวนนี้มันจำเป็นสำหรับคุณไม่ใช่เหรอคะนำมาแจกจ่ายเช่นนี้ ไม่เหมาะค่ะ” ราชแกะมือของเธอออก “ผมขอทำหน้าที่อดีตพี่เขยของคุณ”น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงลงบนแผ่นกระดาษตรงหน้าของเธอ “นิตยา ร้องไห้ทำไมครับ สิ่งนี้คือสิ่งเดียวที่จะคืนความสุขให้คุณและแม่กัมลา ได้โปรดยอมรับความช่วยเหลือครั้งนี้อย่างเต็มใจมันจะช่วยให้ผมมีความสุขด้วยเช่นกัน” คำพูดที่หลุดปากของราชคือคำว่าได้โปรด ทำให้เธออึ้งไปชั่วขณะนิ้วมือของเธอเช็ดน้ำตาพร้อมรอยยิ้ม “ตกลงค่ะ”
ห้องพยาบาลร่วม “คุณกัมลาค่ะดิฉันได้รับคำสั่งจากท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาล ย้ายคุณกัมลาขึ้นชั้นบนห้องพยาบาลใหม่สำหรับ 2 ท่านนะคะขอเชิญคนไข้แต่งตัวนั่งเก้าอี้รถเข็นพยาบาลค่ะ” กัมลาประหลาดใจแต่ก็ไม่ขัดขืนอะไร ลุกนั่งมองลูกสาวที่เดินเข้ามาพร้อมคุณหมอราช “สวัสดีครับคุณแม่ ย้ายห้องรักษานะครับ คือ ผมทราบว่าชั้น 3มีสวนหย่อม คุณแม่จะได้เดินออกกำลังในยามเช้าวันละ 10 -20 นาทีครับ” สีหน้าของแม่เริ่มมีสีสัน เข้าใจคำแนะนำของคุณหมอหนุ่ม ราชขอทำหน้าที่เข็นเก้าอี้รถเข็นพยาบาลพากัมลาข้าไปในลิฟต์สำหรับคนไข้ คุณหมอราชหันหน้าไปถามนิทตี้ “คุณกลับเดลฮีวันไหนผมจะกลับพรุ่งนี้ค่ำ “ นิทตี้เดินตามร่างสูงเข้าในลิฟต์ “วันนี้ค่ะ เที่ยวบินสุดท้ายของ Life 711 ค่ะ”
ร้านอาหารตรงกันข้ามโรงพยายามSatsawan
ราชชวนหญิงสาวทานอาหารที่ร้านอาหารตรงข้ามโรงพยาบาล“วันจันทร์ ต้องคุมสอบนักเรียนชั้นปฐมค่ะ“ ราชเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งตรงกันข้ามกับเขา “ ขอบคุณคุณหมอมากๆค่ะ ที่ดูแลและรักษาแม่ของฉันเป็นอย่างดี ตอนนี้ฉันต้องการกลับมาดูแลแม่ค่ะ แต่แม่ไม่ยอม ขอร้องให้แม่ย้ายไปอยู่ด้วยกันก็ไม่ยอม“ น้ำตาท่วมตาในความรู้สึกเธอคือลูกที่ใช้ไม่ได้ราชยื่นกระดาษทิชชูให้เธอ “ผมคิดว่าเรารอดูอาการก่อน เพราะตอนนี้อาการมะเร็งระยะที่2 เราสามารถควบคุมได้ ผมเห็นคุณลุงของคุณมาเยี่ยมทุกวัน ผมเจอเขาด้วยเมื่อวานนี้”
เพล้ง!!เสียงช้อนตกจากมือของNitty เมื่อราชพูดถึงลุงของเธอ นิทตี้รู้สึกพะอืดพะอมทานอาหารไม่ลงท้องซะแล้วเธอเริ่มกระสับกระส่าย ร่างของเธอรีบผุดขึ้นยืน “ฉันคิดว่าฉันจะกลับไปสนามบินดีกว่าฝากดูแลแม่ด้วยนะคะ “
คิ้วหนาเข้มขมวดเขากันอย่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ราชคว้ามือเธอไว้แน่น “ นิตยา ตอนนี้แค่บ่าย2 เที่ยวบินของคุณเที่ยว4ทุ่มไม่ใช่เหรอ อยู่กับแม่ของคุณก่อน ผมโทร.คุยกับวินนี่เรื่องอาการแม่ของคุณ เขารู้ว่าคุณอยู่กับผม คุณเป็นอะไรทำไมหน้าซีด บอกผมได้ไหม“ อาหารบนโต๊ะถูกนำมาเสิร์ฟตามเมนูที่สั่งร่างของเธอทรุดนั่งลงที่เดิม “ผมไม่ยอมแน่ๆถ้าคุณทิ้งอาหารพวกนี้ ทานเป็นเพื่อนผมได้ไหม ผมหิวมาก”