รุ่งเช้า
แสงแดดอ่อนส่องผ่านหมอกบางเหนือหมู่บ้าน
หน้าหมู่บ้าน ชาวบ้านหลายคนมารวมตัวกันเพื่อส่งชายหนุ่มและหลี่หยวนออกเดินทาง
รถลากคันเดิมจอดอยู่ริมถนน ลาตัวหนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าอย่างสงบนิ่ง
สัมภาระถูกจัดวางไว้เรียบร้อย
ชายหนุ่มตรวจดูเพียงคร่าว ๆ ก่อนปีนขึ้นไปบนรถลาก
แทนที่จะนั่งด้านหน้า เขากลับเดินไปยังท้ายรถแล้วเอนตัวลงบนกองฟางอย่างสบายใจ
หลี่หยวนมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
ชายหนุ่มหลับตา
“วันนี้เ้าจูง”
“ขอรับ”
หลี่หยวนรับเชือกจากมือของอาจารย์
เขากำลังจะออกเดินทาง แต่จู่ ๆ ชาวบ้านคนหนึ่งก็เอ่ยถามขึ้น
“ท่านจอมยุทธ์ ก่อนจากกัน พวกเรายังไม่รู้เลยว่าท่านชื่ออะไร”
คำถามนั้นทำให้คนรอบข้างหันมามอง
ชายหนุ่มที่กำลังจะนอนหลับลืมตาขึ้น
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างเป็ธรรมชาติ
“ข้าแซ่จาง นามว่าหลินเซิง”
“จางหลินเซิง…”
ผู้ใหญ่บ้านทวนชื่อเบา ๆ ก่อนยิ้ม
“เป็ชื่อที่ดี”
ชายหนุ่มพยักหน้า
“คนอื่นเรียกข้าเช่นนี้มาั้แ่เด็ก”
เขาไม่ได้อธิบายอะไรมากไปกว่านั้น
สำหรับเขา ชื่อนี้ก็คือชื่อของเขา
หลี่หยวนที่ยืนอยู่ด้านหน้าหันกลับมามอง
“ถ้าเช่นนั้น ข้าก็จะเรียกท่านว่าท่านอาจารย์จาง”
ชายหนุ่มเลิกคิ้ว
“เรียกอาจารย์ก็พอ”
“ขอรับ อาจารย์”
ผู้ใหญ่บ้านประสานมือคำนับ
“ขอให้ท่านเดินทางปลอดภัย”
ชายหนุ่มพยักหน้า
“พวกเ้าก็ตั้งใจฝึกตามที่ข้าสอนไว้”
“หากค่ายหมาป่าดำกลับมาอีก อย่างน้อยพวกเ้าก็จะมีแรงปกป้องตัวเอง”
ชาวบ้านต่างรับคำอย่างจริงจัง
ชายหนุ่มหันไปทางหลี่หยวน
“ไปกันเถอะ”
“ขอรับ”
หลี่หยวนกระตุกเชือกเบา ๆ
ลาก็เริ่มเดิน
รถลากค่อย ๆ เคลื่อนออกจากหมู่บ้าน
ชาวบ้านยืนมองอยู่ด้านหลังพร้อมกับโบกมือส่ง
⸻
หลังออกจากหมู่บ้านมาได้ระยะหนึ่ง
ถนนเริ่มเงียบลง
สองข้างทางเป็ทุ่งนาและป่าโปร่ง
หลี่หยวนเดินจูงลาอยู่ด้านหน้า
ส่วนจางหลินเซิงนอนเอนอยู่ท้ายรถ มือข้างหนึ่งหนุนศีรษะ อีกข้างวางอยู่บนท้อง
หลี่หยวนเดินไปพักใหญ่ ก่อนหันกลับมามอง
“อาจารย์”
“หือ?”
“ท่านจะนอนตลอดทางจริง ๆ หรือขอรับ?”
จางหลินเซิงลืมตาขึ้นเล็กน้อย
“ข้าไม่ได้บอกว่าจะนอนตลอดทาง”
“เช่นนั้นท่านจะทำอะไรหรือขอรับ?”
“พัก”
หลี่หยวนเงียบไป
ก่อนหันกลับไปจูงลาต่อ
จางหลินเซิงหลับตาลงอีกครั้ง
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
⸻
เมื่อถึง่สาย ทั้งสองหยุดพักใต้ต้นไม้ใหญ่ริมลำธาร
หลี่หยวนปลดสัมภาระลงจากรถ
หยิบหม้อ ข้าวสาร และผักแห้งออกมา
เขาก่อไฟ ต้มน้ำ และเริ่มหุงข้าวอย่างคล่องแคล่ว
จางหลินเซิงนั่งอยู่ข้าง ๆ มองอยู่เงียบ ๆ
ไม่นาน กลิ่นข้าวสุกก็ลอยออกมา
“อาจารย์ จะกินอะไรหรือขอรับ?”
“มีอะไรบ้าง?”
“ข้าว ปลาแห้ง แล้วก็ผัก”
“พอแล้ว”
หลี่หยวนจัดอาหารใส่ชาม
จางหลินเซิงรับมาแล้วลองชิม
“ใช้ได้”
หลี่หยวนยิ้ม
“ข้าทำอาหารกินเองมานานแล้วขอรับ”
“ดูออก”
“ท่านดูออกด้วยหรือ?”
“อย่างน้อยเ้าก็ไม่ทำครัวพัง”
หลี่หยวนหัวเราะ
“ข้าก็พอมีทักษะชีวิตอยู่บ้างนะขอรับ”
“ดี”
จางหลินเซิงคีบปลาเข้าปาก
“ต่อไปข้าก็ฝากท้องไว้กับเ้าได้แล้ว”
หลี่หยวนชะงัก
“ท่านรับข้าเป็ศิษย์ หรือรับข้าเป็พ่อครัวกันแน่ขอรับ?”
จางหลินเซิงมองหน้าเขา
“เป็ศิษย์”
“แล้วเื่อาหารล่ะ?”
“ถือเป็การฝึกอีกอย่างหนึ่ง”
หลี่หยวนส่ายหน้าอย่างจนใจ
“ขอรับ…”
⸻
หลังอาหารมื้อนั้น ทั้งสองออกเดินทางต่อ
่บ่าย พวกเขาพบชายชราคนหนึ่งกำลังเข็นรถบรรทุกฟืนขึ้นเนิน
ล้อรถติดอยู่ในหลุมดิน
ชายชราพยายามออกแรงอยู่หลายครั้ง แต่รถก็ไม่ขยับ
หลี่หยวนเห็นดังนั้นจึงรีบเดินเข้าไป
“ท่านลุง ให้ข้าช่วยเถอะขอรับ”
“ขอบใจเ้ามาก”
หลี่หยวนจับท้ายรถแล้วออกแรงผลัก
แต่รถยังไม่ขยับ
จางหลินเซิงจึงลงจากรถลาก
“ข้าช่วยด้วย”
ทั้งสองออกแรงพร้อมกัน
ครืด!
ล้อรถค่อย ๆ หลุดออกจากหลุม
ชายชราถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ขอบใจพวกเ้ามาก”
“ไม่เป็ไรขอรับ”
หลี่หยวนยิ้ม
ชายชราหยิบผลไม้แห้งถุงเล็กออกมาจากสัมภาระ
“รับไปกินระหว่างทางเถอะ”
หลี่หยวนกำลังจะปฏิเสธ
แต่จางหลินเซิงรับไว้ก่อน
“ขอบคุณท่านลุง”
เขาหันไปมองหลี่หยวน
“รับน้ำใจคนอื่นไว้บ้างก็ไม่เสียหาย”
หลี่หยวนพยักหน้า
“ขอรับ”
จางหลินเซิงนำถุงผลไม้แห้งวางไว้บนรถ
“ไปกันเถอะ”
หลี่หยวนกลับไปจูงลา
รถลากเคลื่อนออกไปตามถนนอีกครั้ง
⸻
ยามเย็น
ทั้งสองหยุดพักริมป่า
หลี่หยวนก่อไฟและเตรียมอาหารตามเดิม
หลังจากกินเสร็จ ทั้งสองนั่งอยู่ข้างกองไฟ
หลี่หยวนมองเปลวไฟอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถาม
“อาจารย์”
“หือ?”
“ท่านเดินทางมาหลายที่แล้วหรือขอรับ?”
จางหลินเซิงมองเปลวไฟ
“หลายที่”
“มากแค่ไหน?”
“จำไม่หมดแล้ว”
หลี่หยวนหันมามอง
“แล้วก่อนมาที่หมู่บ้านนี้ ท่านอยู่ที่ไหนหรือขอรับ?”
จางหลินเซิงครุ่นคิดเล็กน้อย
“หลายแห่ง”
“แต่ละแห่งก็มีผู้คนต่างกัน”
“บางแห่งสอนให้ข้ารู้จักรักษาคน”
“บางแห่งสอนให้ข้ารู้จักดูแลตัวเอง”
“บางแห่งก็ไม่มีอะไรให้เรียนรู้เลย”
หลี่หยวนยิ้ม
“แล้วท่านไม่คิดจะอยู่ที่ใดสักแห่งเป็หลักหรือขอรับ?”
จางหลินเซิงส่ายหน้า
“ยังไม่คิด”
เขามองท้องฟ้าที่มืดลง
“เดินทางไปเรื่อย ๆ ก็ดี”
หลี่หยวนพยักหน้า
“ถ้าเช่นนั้น ข้าจะเดินทางไปกับท่าน”
จางหลินเซิงหันมามอง
“เ้าเพิ่งออกจากหมู่บ้าน ไม่คิดถึงที่นั่นหรือ?”
หลี่หยวนเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนส่ายหน้า
“ข้าอยู่ตัวคนเดียวมานานแล้วขอรับ”
“ที่นั่นเป็บ้านที่ข้าเคยอยู่ แต่ไม่มีใครรอข้าอยู่”
จางหลินเซิงไม่ได้พูดอะไรต่อ
เพียงโยนกิ่งไม้เข้าไปในกองไฟ
เปลวไฟลุกขึ้นเล็กน้อย
“เช่นนั้นก็เดินทางไปด้วยกัน”
หลี่หยวนยิ้ม
“ขอรับ อาจารย์”
⸻
หลายวันผ่านไป
ชีวิตระหว่างทางของทั้งสองเริ่มกลายเป็เื่ปกติ
หลี่หยวนดูแลลา
หุงข้าว
เตรียมอาหาร
ก่อไฟ
และจัดสัมภาระ
ส่วนจางหลินเซิงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ท้ายรถลาก
บางครั้งเขาช่วยหาเส้นทาง
บางครั้งช่วยหาฟืน
และบางครั้งก็เพียงนอนมองท้องฟ้า
ระหว่างทาง หากพบคนเดือดร้อน ทั้งสองก็มักหยุดช่วยเหลือเท่าที่ทำได้
บางครั้งเป็ชาวบ้านที่รถเสีย
บางครั้งเป็คนเดินทางที่หลงทาง
บางครั้งเป็เพียงคนแก่ที่้าแรงช่วยยกของ
เื่เหล่านี้ไม่ได้ยิ่งใหญ่
แต่ทุกครั้ง หลี่หยวนจะเป็คนลงมือก่อน
จางหลินเซิงเพียงมองอยู่เงียบ ๆ
เขากำลังดูว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะเติบโตไปเป็คนเช่นไร
ไม่ใช่เพียงดูว่าฝึกวรยุทธ์ได้ดีแค่ไหน
⸻
วันหนึ่ง
ระหว่างเดินทาง หลี่หยวนกำลังจูงลาอยู่ด้านหน้า
จางหลินเซิงที่นอนอยู่ท้ายรถเอ่ยขึ้น
“หลี่หยวน”
“ขอรับ?”
“หยุดก่อน”
หลี่หยวนหยุดรถ
“มีอะไรหรือขอรับ?”
จางหลินเซิงชี้ไปข้างหน้า
“ดูนั่น”
ไกลออกไปมีเมืองขนาดใหญ่ตั้งอยู่
กำแพงเมืองสูงทอดยาวออกไปสุดสายตา
ผู้คนและรถม้าจำนวนมากกำลังเข้าออกประตูเมือง
หลี่หยวนมองอย่างสนใจ
“เมืองอะไรหรือขอรับ?”
จางหลินเซิงลุกขึ้นนั่ง มองป้ายเหนือประตูเมือง
“เมืองจินหลิง”
หลี่หยวนหันกลับมา
“พวกเราจะเข้าเมืองนั้นหรือขอรับ?”
จางหลินเซิงพยักหน้า
“แน่นอน”
“เข้าไปหาที่พัก หาอาหารดี ๆ กิน แล้วค่อยดูว่ามีอะไรน่าสนใจ”
หลี่หยวนหัวเราะ
“ท่านคิดเื่อาหารก่อนทุกครั้งเลยนะขอรับ”
จางหลินเซิงตอบอย่างจริงจัง
“คนเราจะทำเื่ใหญ่ได้ ก็ต้องกินให้อิ่มก่อน”
หลี่หยวนส่ายหน้าอย่างจนใจ
“ขอรับ อาจารย์”
เขากระชับเชือกในมือ
ลาก็ค่อย ๆ เดินต่อ
รถลากเคลื่อนเข้าสู่ถนนสายใหญ่
เบื้องหน้า…
คือ เมืองจินหลิง
และเป็สถานที่ต่อไปของการเดินทางของอาจารย์พเนจรกับศิษย์คนแรก