ตอนที่21 สู้กับอัจฉริยะตระกูลเฟิง
ขณะเดียวกันผลแพ้ชนะก็ปรากฏออกมาอีกหลายสนาม
หลงไห่เอ้อเอาชนะหยุนหลง เซียวยู่หยวนเอาชนะจวงเซียวอี้ หยุนเซี่ยวหยางเอาชนะหลงซาน
ณสนามที่2 หมายเลข6 หลงไค่ประลองกับหมายเลข18 จวงจั่น
“ข้าจวงจั่นขอให้พี่หลงโปรดออมมือด้วย”
“อาศัยเ้ายังไม่คู่ควรให้ข้าลงมือด้วยซ้ำ รีบคุกเข่ายอมแพ้จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว” มันที่กอดอกไม่แม้แต่จะมองอีกฝ่าย
“ไม่ต่อยตีย่อมไม่าเ็ ไม่าเ็ย่อมไม่แข็งแกร่งถ้าอยากแข็งแกร่งก็ต้องยอมาเ็ข้าพอจะเข้าใจสัจธรรมข้อนี้ดีแพ้ชนะย่อมธรรมดาโปรดชี้แนะด้วย” จวงจั่นเริ่มตั้งท่าด้วยเพลงหมัดวายุโค่นพยัคฆ์ แต่อีกฝ่ายเพียงมองมันด้วยหางตา
“ขออภัยที่ล่วงเกิน วายุทลายสิ้น” เสียงคำรามก้อง มันพลันปลดปล่อยพลังปราณอันกล้าแกร่งบริสุทธิ์ทั้งหมดจากจุดตันเถียนออกมายังหมัดของมันจนเห็นหมัดของพลันขยายใหญ่โตขึ้นเป็สองเท่าเสียงดังฟุบๆๆๆเพียะๆๆพร้อมประกายแล๊บแปลบปลาบหอบม้วนเข้าหาอีกฝ่ายอย่างรุนแรงถึงที่สุด
"เอ้ะ!! พวกขยะเ้าจะกำแหงมากไป………” กว่ามันจะรู้ว่ามีพลังอันกล้าแกร่งอันมหาศาลมาถึงก็แทบจะไม่ทันการแล้วได้แต่สะบัดฝ่ามือออกไปปะทะอย่างฉุกละหุก
ตูมๆๆๆๆๆ อ้ากๆๆ มันร้องลั่นร่างมันถึงกับล้มกลิ้งกระเด็นออกไปหลายวาค่อยลุกขึ้นได้
“เดียรัจฉาน กล้าลอบทำร้ายเราเหอะเราจะหักขาเ้า”
สองตามันกลับแดงฉานดั่งพญาราชสีห์พิโรธมันตวาดอย่างโกรธเกรี้ยวขึ้นมา พร้อมกับทะยานเข้าหาจวงจั่นอย่างมุ่งร้ายอยด้วยเวลอำมหิตเต็มที่มันรีบต่อยหมัดออกแต่ไกล แต่ทว่าจวงจั่นนั้นคาดการณ์เอาไว้ก่อนแล้วจึงเบี่ยงออกเพียงเล็กน้อยทำให้หมัดของมันพลาดเป้าไปจนกระทั่งหลายสิบกระบวน่ทาได้ผ่านไป มันก็ยังกำราบอีกฝ่ายลงไม่ได้
"บัดซบเ้าทำอันใดกระทั่งมดปลวกตัวกระจ้อยร่อยเ้ายังไม่สามารถทำมันได้มันได้กลับลูกไล่ดังสุนัขบ้าไล่ฟัดก็ไม่ปาน" เสียบิดามันตวาดขึ้นดังก้อง ทันใดนั้นมันก็หยุดลงไม่ได้ไล่ตามอีกฝ่ายต่อไป และแล้วสีหน้าท่าทีของมันก็เปลี่ยนไปกลายเป็สุขุมเยือกเย็น จนจวงจั่นรู้สึกหนาวะเืขึ้นมา
"รับหมัด" มองเห็นเงาหมัดของมันกระจายเต็มท้องฟ้าไปในบัดดล พลันเห็นฝ่ามือมันเปลี่ยนเป็สีแดงงฉานปานโลหิต มีเปลวไฟพวยพุ่งออกมาวูบวาบ
“ฝ่ามืออัคคีผลาญโลกันตร์” เสียงร้องอย่างแตกตื่นใของใครคนหนึ่งดังก้องขึ้นมา หลงไค่ได้ใช้หมัดอัคคีผลาญโลกันต์ออกด้วยพลังถึงสิบส่วน ต่อยเข้าใส่จวงจั่นรวดเร็วดังสายฟ้าทำให้จวงจั่นจำต้องรีบต่อยหมัดเข้าปะทะด้วยพลังอันสูงสุดของเขา แต่ทว่าด้วยความห่างชั้นของพลังนั้นทันใดก็ปรากฏพลังอันรุนแรงอย่างสูงสุดสองสายพลันปะทะกันกลางอากาศ
ตูมๆๆๆๆ!!!!!
เศษกระแสพลังพลันแตกทะลักออกรอบๆข้างจนมวลอากาศสั่นไหวระริกยิบยับขึ้นมา สิ้นเสียงอันดังกึกก้องปรากฏมีหลุมลึกขนาดใหญ่เกิดขึ้น คนมองอย่างตาค้าง เห็นหลงไค่ถูกกระแทกถอยไปเพียงสามก้าวก็ยืนหยัดได้พลังปราณมันปั่นป่วนไม่น้อย กลับแตกตื่นใขึ้นมาอย่างมาก
"มารดามันเถอะเพียงขยะอย่างพวกมันถึงกับทำให้ข้าอับอายได้ขนาดนี้" มันโมโหอย่างสุดขีดจนแทบจะกระอักโลหิตออกมา
ฝ่ายจวงจั่นนั้นถูกพลังปราณอันมหาศาลที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนบดกระแทกอวัยวะภายในจนาเ็สาหัส ถึงกับหมดสติปลิวกระเด็นออกนอกสนามท่ามกลางเสียงโห่ร้องอย่างแตกตื่นเสียขวัญเสียเป็ที่สุดของฝูงชน
"ซวยแล้วสิ…"
" นี่เยาวชนภูตผีอันใดที่กลับมีฝ่ามืออันร้ายกาจขนาดนี้ได้เพียงตูมเดียวอีกฝ่ายเเทบกลับบ้านเกิดไปเลย" พวกมันคนนึงสบถออกมา
“ท่านผู้าุโได้โปรดรีบช่วยมันด่วน…” เสียงกรรมการรีบเรียกขอความช่วยเหลือไปยังกรรมการาุโในส่วนกลาง
กรรมการาุโท่านหนึ่งรีบทะยานไปอุ้มมันขึ้นมาด้วยสีหน้ากังวลสุดขีดพลวงตรวจสอบก่อน ร้องเอะออกมาอย่างแตกตื่นขึ้นมาสุดขีด
"นี่! นี่!! "
"หรือมันตายแล้วท่านผู้าุโ" กรรมการประจำสนามถามมาอย่างเร่งร้อน
"เปล่าแม้มันจะาเ็ไม่น้อยแต่ยังไม่ถึงกับเป็อันตรายต่อชีวิต ขอทุกท่านโปรดวางใจ”
เช่นนั้นทุกฝ่ายค่อยคลายใจลง แม้จะแปลกใจอย่างยิ่งที่เขาไม่ตายอย่างที่คิด หลงไค่นั้นแม้คิดไม่ถึงคนตระกูลจวงจะแข็งแกร่งขนาดนี้แต่ก็กังวลอย่างเป็ที่สุดหากอีกฝ่ายตายตนจะถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันทันที
แน่นอนพวกมันย่อมไม่เห็นเกราะอ่อนภายในที่เล้งปวยซื้อให้แกมันได้คอยคุ้มครองร่างของมัน มิเช่นนั้นแม้นไม่ตายก็ต้องพิการแน่นอน
“หลงไค่เป็ฝายชนะ” เสียงกรรมการประกาศผลการประลอง
……
แล้วคู่ประลองที่แออัดไปด้วยผู้คนที่ไม่ยอมพลาดชมได้เริ่มขึ้น
”เฟิงหลุนหมาย13 ประลองกลับกับเล้งปวยหมายเลข19” กรรมการประกาศเรียกทั้งคู่ให้ไปยืนกลางเวที ทันใดเสียงวิจารย์พลันเซ็งแซ่จนอึงอลไปหมด
“เฟิงหลุนที่พลังยุทธเหนือกว่า อายุสูงกว่า เคยอยู่อันดับสี่จากการประลองคราวก่อนแถมศักดิ์ของตระกูลเหนือกว่าอีก ข้าว่ามันต้องไม่แพ้”
“หรือเ้าลืมไปแล้วว่าใครที่พลิกล็อคจนมาเป็อันดับหนึ่งในรอบแรกแล้ว”
“เหอะก็แค่บังเอิญมากกว่า คราวนี้รับรองไม่มีคำว่าโชคช่วยอีกแล้ว”
“ข้ากลับอยากดูว่าครานี้มันจะทำอะไรได้”
“แต่ข้าว่าคราวนี้ไม่ว่าใครจะเป็ฝ่ายชนะ รับรองว่าต้องสนุกแน่นอน”
ยามที่ทั้งคู่ต่างยืนประจันหน้าบนลานประลองนั้นพลันปรากฏไอแห่งพลังปราณจางๆได้กระจายออกรอบตัวของทั้งสองอย่างเย็นยะเยียบทำให้ผู้คนต่าขนลุกซู่ขึ้นมาทันใด
“เริ่มการประลองได้” เสียงกรรมการประกาศก้อง ทันใดนั้น
“รับมือ”
เฟิงหลุนคำรามก้องทันทีใช้ออกด้วยเคล็ดวิชา ก้าวย่างกลางนภา เห็นร่างมันพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าตวัดเท้าทั้งคู่เตะสลับใส่อีกฝ่ายด้วยพลังแทบทั้งหมด ชั่วฟ้าแลบมันเตะออกไปถึงสิบเท้าซ้อนๆตูมๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ในเวลาเดียวกันเล้งปวยคล้ายคิดไม่ถึงว่ามันจะพลันจู่โจมรวดเร็วป่านนี้ได้แต่สะบัดฝ่ามือเข้าต้านรับแต่ละเท้าเอาไว้แต่ร่างมันก็ถูกกระแทกจนถอยวนๆไปรอบเวทีตลอดเวลา อีกฝ่ายก็ไล่ต้อนด้วยเพลงเตะที่ทั้งอำมหิตดุดันไปอีกหลายสิบกระบวนท่าจนมันไม่มีโอกาสได้ตอบโต้เลย แม้จะผ่านไปอีกหลายกระบวนท่า
“เ้าดูเพียงไม่นาน เด็กน้อยนั้นได้เพียงแต่ต้านรับอยู่ฝ่ายเดียว คิดว่าต้องพ่ายแพ้ในอีกไม่กี่สิบกระบวนท่าแน่แล้ว”
แล้วจู่ๆขณะที่เล้งปวยกำลังเห็นช่องจะตีโต้กลับไปนั้นพลันมีเสียงคำรามก้องดังขึ้นมาจากอีกฝ่าย
“ฝ่าเท้าอสรพิษดำ”
สิ้นเสียง เฟิงหลุนพลันยกฝ่าเท้าที่มีประกายดำสนิทขึ้นตวัดเตะเข้าหาอีกฝ่ายทันทีถึงสิบครั้งช้อนๆอานุภาพของแต่ละเท้าพอที่จะทลายขุนเขาได้ทั้งลูก
เปรี้ยงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เล้งปวยจึงได้แต่ตกเป็ฝ่ายตั้งรับอยู่อย่างเดียวเฟิงหลุนเห็นได้เปรียบดังนั้นรีบเตะสบัดด้วยท่าที่สองฝ่าเท้าอสรพิษสยบภูติมันเตะออกด้วยพลังภายในถึงสิบส่วนอย่างรวดเร็วเห็นร่างมันพลันกลายเป็ดั่งพายุหมุนลูกมหึมาพัดเข้าหาเล้งปวย เปรี้ยงๆๆ ครืนๆๆๆๆๆ ปั่นป่วนดุจฟ้าคำราม…พลันพุ่งเข้าหาเล้งปวยดั่งสายฟ้า…
“เ้าจงนอนให้กับข้า…”
เล้งปวยได้เห็นความเลอเลิศในเพลงเตะของอีกฝ่ายพลันบอกได้เลยว่าในรุ่นเยาว์ด้วยกันน้อยคนที่จะรับมันได้ มันสมกับที่เป็อัจฉริยะแห่งตระกูลเฟิงจริงๆ ดังนั้นจึงไม่กล้าประมาทเด็ดขาด
“เป็ท่าเตะที่ดี…เช่นนั้นรับหมัดนี้ไป”
“หมัดัอัคคี”
มันพลันคำรามก้องดุจพญาัคำราม
ทันใดนั้นมวลแห่งบรรยากาศทั้งหลายพลันแปรเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา ทันทีที่เปลวเพลิงสีแดงอันโชติ่ดุจดั่งเปลวไฟจากดวงอาทิตย์ได้พวยพุ่งออกมาเป็เส้นสายคล้ายจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็จุนในชั่วพริบตา เสียงกรีดร้องอันหวาดผวาของเหล่าผู้คนที่อยู่ข้างๆสนามประลองสร้างความแตกตื่นตกอกใไปทั่ว ในเวลาที่คลื่นความร้อนทั้งหมดพลันแผ่ทะลักเข้าใส่อีกฝ่ายรวดเร็วราวประกายไฟ…
ตูม??’? ตูม??’? ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆครืน ครืนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ฝุ่นละอองดินหินปลิวว่อนกระจัดกระจายจนครอบคลุมไปหมดจนมองไม่เห็นอันใดทันที
พอฝุ่นละอองสงบลงผลการประลองก็ค่อยปรากฏออกมา เห็นเล้งปวยเพียงถูกกระแทกถอยไปหลายก้าวท้าวจมลึกลงในพื้น แต่เฟิงหลุนนั้นกลับกระเด็นออกนอกสนามไปทรุดอยู่กับพื้น กระอักโลหิตออกมากองโต สีหน้ายามนี้ชีดขาวจนลุกไม่ขึ้น มันแพ้แล้ว
“มิคาดว่าอัจฉริยะระดับมันกลับมาพ่ายแพ้ให้กับเบี้ยเล็กๆที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนามตัวหนึ่ง”
“ไม่ว่าใครจะเห็นว่ามันเป็เบี้ยอันใด สำหรับข้าคิดว่ามันมันคือสัตว์ประหลาดไปจริงๆ” เสียงวิจารณ์มากมายหลังจบการประลอง
/ตอนนี้มันเริ่มเปลี่ยนจากต่ำต้อยมาเป็ขยะแล้วนะ