EP : 46 ข้าเป็นสามีของเจ้า
“จะ…เจ้า เป็นเป็นใคร” หญิงสาวร้องถามด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจนัก
เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้มาใหม่นั้นเดินไปอุ้มแม่ของเด็กที่เพิ่งเป็นลมล้มพับไปเมื่อครู่
“ถามอะไรโง่ๆ” เซียวป้อจ้านเอ่ยขึ้นมองหญิงสาวอย่างรำคาญ เสียงของนางช่างอันตรายยิ่งนัก ฟังแล้วรู้สึกปวดหูยิ่งนัก
“ท่านพ่อๆ นางรังแกท่านแม่ขอนับ” เซียวจิ่งยู๋เอ่ยบอกทันที
ไม่ได้สนใจว่าผู้เป็นพ่อของเขานั้นมาได้ยังไง แต่ตอนนี้เขาต้องจัดการผู้หญิงคนนี้ที่ทำให้ท่านแม่หมดสติไป
“ช่างเป็นคนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจริงๆ” เซียวจิ่งยู๋เอ่ยบอกพลางโบกมือไปมาสองแม่ลูกก็ทรุดตัวลงกับพื้นทำหน้าเหมือนคนเสียสติ
“ท่านหมอเป็นอะไรไปเจ้าคะ” ชิวสี่หลัวร้องถามอย่างงุนงงเพราะอยู่ดีๆ เว่ยลู่เซียนก็เป็นลมไปเสียดื้อๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังแข็งแรงดีอยู่เลย
“พักผ่อนน้อย” เซียวจิ่งยู๋ตอบพลางมองใบหน้าที่หมดสติไปเสียดื้อๆ แถมยังขมวดคิ้วเป็นปมอีก
เขาไม่รู้ว่าที่นางหมดสติไปนั้นเพราะเหตุใด เพียงตอบส่งๆ ไปเท่านั้น
“ท่านพ่อๆ พาท่านแม่กลับบ้านก่อนขอรับ” เซียวจิ่งยู๋บอกเมื่อเห็นว่าท่านพ่อของเขาเอาแต่จ้องมองท่านแม่ไม่หยุด
“ใช่ๆ ท่านไปก่อนเลยเดี๋ยวข้าพาจิ่งยู๋ตามไปทีหลังเอง” ชิวสี่หลัวเอ่ยบอกอย่างเห็นด้วยพลางตรงมาอุ้มเซียวจิ่งยู๋อย่างรวดเร็ว
“เดี๋ยวสิๆ ข้าไปเองได้นะขอรับ” เซียวจิ่งยู๋แม้จะตกใจกับการที่ถูกหญิงสาวมาอุ้มมากแค่ไหน แต่ก็ตั้งสติร้องบอกอีกฝ่ายไปด้วย
“กว่าเจ้าจะไปถึงก็ใช้เวลานาน ไปกับพี่สาวดีกว่า” ชิวสี่หลัวเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มพลางมองเซียวจิ่งยู๋อย่างเอ็นดูเด็กอะไรก็ไม่รู้ทำไมน่ารักเช่นนี้
“มะ…ไม่รบกวนพี่สาวดีกว่าขอรับ” เซียจิ่งยู๋เอ่ยบอกเสียงตะกุกตะกักเมื่อหญิงสาวยื่นใบหน้างามเข้ามาใกล้
“ไม่เลยๆ ข้าอยากรู้จักเจ้ายิ่งนัก” ชิวสี่หลัวยิ้มพร้อมกับกล่าวบอกไปด้วย
“แต่ว่า…” เซียวจิ่งยู๋ที่กำลังจะเอ่ยค้านอีกฝ่ายก็ต้องถอนหายใจเมื่อเห็นสายตาอ้อนวอนของหญิงสาว
แถมท่านพ่อของเขาก็หายตัวพาท่านแม่ไปโดยไม่รอเขาเลยสักนิด ปล่อยเอาไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ เขาต้องรีบไปดูแลท่านแม่
“ขอได้ขอรับ” เซียวจิ่งยู๋บอกเสียงแผ่ว
“งั้นเราไปกันเถอะ” ชิวสี่หลัวยิ้มหวานอย่างดีใจก่อนจะร้องบอกพลางก็เซียวจิ่งยู๋ไปขึ้นรถม้าของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล
ทันทีที่เห็นรถม้าเซียวจิ่งยู๋ได้แต่กลอกตาไปมาอย่างเซ็งๆ ไม่น่าไปตอบนางอย่างนั้นเลย กว่าจะถึงที่พักของท่านแม่คงอีกนานเป็นแน่
“จิ่งยู๋น้อยอายุเท่าไรแล้ว” ชิวสี่หลัวเอ่ยถามเสียงใสโดยไม่ได้ดูสีหน้าเบื่อหน่ายของเซียวจิ่งยู๋เลยสักนิด
“สามขวบขอรับ” เซียวจิ่งยู๋เอ่ยบอกพลางคิดว่าเขาหายตัวไปหาท่านแม่ตอนนี้ยังทันอยู่หรือไม่
“งั้นหรือๆ” ชิวสี่หลัวพึมพำพลางยิ้มหวานให้เด็กน้อยที่นั่งอยู่บนตักของนาง
เมื่อไรจะถึงที่พักของท่านแม่เสียทีนะ
“อ๊ะ! ปวดหัวอะไรขนาดนั้นกัน” เว่ยลู่เซียนที่รู้สึกตัวก็พูดขึ้นทันที
เมื่อครู่นางเห็นภาพของใครก็ไม่รู้เต็มไปหมดรู้เพียงแค่ว่าทะเลาะกันรุนแรงมาก
และถ้าให้นางเดามันคงมีเรื่องความรักด้วยเป็นแน่ ไม่อย่างนั้นหญิงสาวคงไม่ใช่กริชแทงอกของตัวเองเพื่อฆ่าตัวตายหรอก
จริงสิ! นางจำได้ว่าตัวเองกำลังมีเรื่องกับหญิงสาวคนหนึ่งหลังจากนั้นก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมา
โดยที่เซียวจิ่งยู๋เรียกอีกฝ่ายว่าพ่อ จากนั้นทุกอย่างก็ถูกตัดไปหมดแล้ว
“ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” เว่ยลู่เซียนที่ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับพบว่านี้มันห้องของนาง ก็เลยสงสัยว่านางมาอยู่ที่ห้องของตัวเองได้อย่างไร
เพราะถ้าเป็นคนอื่นคงไม่มีทางเข้ามาในห้องของนางที่ถูกกางม่านอักขระเอาไว้อย่างแน่นหนาเช่นนี้ได้อย่างแน่นนอน
“รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง”
ทันทีที่ได้ยินเสียง เว่ยลู่เซียนก็ตวัดสายตาไปมองตามเสียงทันทีอย่างตกใจที่มีคนอื่นเข้ามาอยู่ในห้องของนาง
แถมยังเป็นชายแปลกหน้าอีกด้วย แต่อีกฝ่ายก็ให้ความรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตามากเป็นแน่
“เจ้าเป็นใคร” เว่ยลู่เซียนตื่นตัวพลางกล่าวถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งมือที่อยู่ใต้ผ้าห่มก็เรียกกระบี่ออกมาด้วย
“ข้าเป็นสามีของเจ้า” เซียวป้อจ้านเอ่ยบอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
แม้จะรู้สึกขำกับการที่นางเรียกกระบี่ออกมาเพื่อที่จะจัดการเขาก็ตาม แค่กระบี่เล่มนั้นก็ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก
“อย่ามาพูดพล่อยๆ ข้าไม่เคยมีสามี” เว่ยลู่เซียนกล่าวบอกอย่างไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมากที่ถูกอีกฝ่ายกล่าวบอกเช่นนั้น
“ข้าหรืออุตสาห์ทำให้เจ้าหายความจำเสื่อม แต่เจ้ากลับลืมข้าผู้เป็นสามีของตัวเอง เจ้าใจร้ายเกินไปแล้ว” เซียวป้อจ้านเอ่ยแม้น้ำเสียงจะราบเรียบแต่หากฟังดีๆ เหมือนอีกฝ่ายกำลังโมโหเป็นอย่างมาก
“ไม่มีทาง! ข้าไม่เคยมีสามีมาก่อน เดี๋ยวนะ เจ้าบอกว่าเจ้าช่วยให้หายความจำเสื่อมนั้นก็หมายความว่าเจ้าคือคนที่ตีหัวข้านะสิ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยอย่างโมโห ก่อนจะโมโหกว่าเดิมเมื่อรู้ความจริง
“ก็ใช่นะสิ เจ้าควรขอบคุณสามีอย่างข้าที่ทำให้หญิงโง่เง่าเช่นเจ้าหายกลับมาเป็นคนปกติ” เซียวป้อจ้านกล่าวบอกอย่างไม่ยอมแพ้ เขาไม่มีทางให้นางข่มเขาอย่างแน่นอน
“แล้วใครขอร้องเจ้ากัน! อีกอย่างให้ตายอย่างไรข้าก็ไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอนว่าเจ้าจะเป็นสามีของข้า ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด” เว่ยลู่เซียนตะโกนบอกพลางกำกระบี่แน่นอย่างโมโห อย่างจะพุ่งเข้าไปหาอีกฝ่าย แต่ใจมันร้องเตือนใจนางให้ใจเย็น
ดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายเหนือชั้นกว่านางมากแค่ไหนอาจจะอยู่ระดับกับเจ้าสำนักนครเวหาด้วยซ้ำ
“หึ รอเจ้าจำข้าได้ขึ้นมาก่อนเถอะ เจ้าจะไม่พูดออกมาเช่นนั้นอย่างแน่นอน” เซียวป้อจ้านหัวเราะออกมาก่อนจะกล่าวบอก
“อย่างเจ้าแม้แต่ขาอ่อนของข้าก็อย่าได้หวังว่าจะเห็นเลย!!” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอก ไม่รู้ทำไมนางถึงรู้สึกโมโหอีกฝ่ายได้ขนาดนี้ นางไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อนเลย