ตอนที่ 9
“ในที่สุดก็ได้กลับมาทำงานสักที !!” ดนัยมองดูโรงพยาบาลที่อยู่ตรงหน้าทั้งๆที่มันอยู่ห่างจากหอพักแค่ไม่กี่ร้อยเมตรแท้ๆแต่สองวันที่ผ่านมาทำไมเขารู้สึกเหมือนไม่ได้มานานยังไงก็ไม่รู้
และเมื่อวานเขาก็มัวแต่จัดห้องและอ่านหนังสือการแพทย์ทั้งวัน
ดนัยสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเดินเข้าไปในโรงพยาบาลตลอดทางดนัยทักทายเหล่าพยาบาลและเจ้าหน้าที่ไปตลอดจนกระทั่งมาถึงห้องพักแพทย์
“อรุณสวัสดิ์ครับ !!” ดนัยเปิดประตูเข้าไปก่อนจะทักทายทุกคนทันที
“โอ้หมอดนัยกลับมาทำงานแล้วสินะ”
“กลับมาแล้วสินะหมอดนัย”
“หยุดไปสองวันเป็นไงบ้าง !!”
เหล่าหมอในห้องต่างทักทายดนัยตอนนั้นเองหมออิจิโนเสะก็เรียกให้ดนัยไปหา
“มีอะไรเหรอครับหมออิจิโนเสะ” ดนัยถาม
“นี่คือตารางการผ่าตัดอย่างเป็นทางการเคสแรกของเธอมันจะเริ่มขึ้นตอนสิบโมง เดี๋ยวตอนเก้าโมงเธอไปทำความรู้จักกับคนไข้และอธิบายการผ่าตัดให้เขาฟังด้วยทำได้ใช่มั้ย !!” หมออิจิโนเสะพูดพลางส่งตารางการผ่าตัดและแฟ้มของคนไข้ให้เขา
“นี่ผมต้องผ่าตัดแล้ว !!” ดนัยชี้หน้าตัวเองพลางอุทานอย่างตกใจ
“ใช่ถึงการผ่าตัดนั่นจะไม่ได้เป็นการผ่าตัดทางการแถมฉันยังถือวิสาสะบันทึกไปว่าผู้ผ่าตัดคือฉันอีกต่างหากเรื่องนี้ต้องขอโทษด้วย แต่ทว่าการผ่าตัดนั่นก็สมบูรณ์แบบมากและคนไข้เองก็ฟื้นตั้งวันแรกที่เธอถูกสั่งพักงานแล้ว” หมออิจิโนเสะบอก
“งั้นเหรอครับแสดงว่าเด็กคนนั้นปลอดภัยแล้ว” ดนัยรู้สึกโล่งอกทันทีที่ได้ยินว่าคนไข้เด็กที่เขาผ่าตัดปลอดภัยแล้ว
“ใช่เอาล่ะเธอไปอ่านประวัติคนไข้ซะแล้วเก้าโมงไปที่ห้องของคนไข้เพื่ออธิบายการผ่าตัดให้เรียบร้อยเคสนี้หมอมิโฮะจะเป็นผู้ช่วยของเธอ” หมออิจิโนเสะพูด
“หมอมิโฮะ !!” ดนัยอุทานออกมาพลางมองไปที่หมอมิโฮะ
“ฝากตัวด้วยนะหมอดนัย” หมอมิโฮะพยักหน้าก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ
ดนัยเห็นดังนั้นก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆตอบกลับไปพลางเดินกลับไปนั่งที่
ซวยแล้วๆๆ ผ่าตัดใหญ่เนี่ยนะทำยังไงดีล่ะเนี่ยว่าแต่คนไข้คนนี้ต้องผ่าตัดอะไรหว่า ดนัยเปิดดูแฟ้มประวัติคนไข้ด้านในและทันทีที่ดนัยเห็นว่าคนไข้ต้องผ่าตัดอะไรเขาก็อึ้งทันที
ผ่าตัดส่องกล้องบ้าไปแล้วถึงจะเคยใช้ตอนที่เรียนแต่นั่นก็แค่ไม่กี่ครั้งแถมยังใช้ฝึกกับหุ่นเองด้วยทำยังไงดีล่ะเนี่ย เราไม่เคยผ่าตัดจริงๆโดยการส่องกล้องมาก่อนด้วยนะ ดนัยหลั่งเหงื่อเย็นทันทีหลังจากรู้ว่าตัวเองต้องผ่าตัดอะไรตอนนั้นเองเขาก็นึกถึงฮิคาริขึ้นมา
พรึ่บ !! ดนัยรีบลุกขึ้นทันทีทำให้หมอมิโฮะที่อยู่โต๊ะไม่ไกลอดสงสัยไม่ได้จึงถาม
“หมอดนัยจะไปไหนงั้นเหรอไม่อ่านแฟ้มประวัติคนไข้แล้วหรือไง” หมอมิโฮะถาม
“อะ อะ อ่านครับคือผมปวดท้องเลยว่าจะไปเข้าห้องน้ำหน่อยนี่ก็จะเอาไปอ่านด้วยครับเนี่ย” ดนัยพูด
“ที่แท้ก็ปวดท้องนี่เองถึงว่าเหงื่อออกเต็มไปหมดแถมสีหน้าก็ไม่ค่อยดีด้วยเอายามั้ยล่ะ” หมอมิโฮะถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรครับ” ดนัยรีบปฏิเสธ
เหงื่อที่ออกนี่เพราะผมกำลังกังวลมากเกินไปต่างหากเล่าหมอมิโฮะ !! ดนัยได้แต่พูดอยู่ในใจ
“อืมถ้างั้นก็รีบไปเถอะ” หมอมิโฮะพยักหน้า
“ครับ” ดนัยตอบก่อนจะรีบออกไปทันทีเมื่อดนัยออกมาจากห้องพักแพทย์เขาก็มองซ้ายมองขวาแต่ก็ไม่เจอฮิคาริอยู่แถวนี้ เขาตัดสินใจเดินดูรอบๆพลางเรียกชื่อฮิคาริเบาๆ
“ฮิคาริ !!”
“ฮิคาริ !!”
ดนัยเดินเรียกฮิคาริเบาๆจนกระทั่งมาถึงแถวๆอาคารโรงอาหารที่หน้าห้องน้ำหญิง
ฮือ !!!!! เสียงใครบางคนร้องไห้อยู่ในห้องน้ำทำให้ดนัยหยุดชะงักไปทันทีเพราะเวลานี้ไม่น่าจะมีใครมาใช้ห้องน้ำหญิงแห่งนี้ดนัยชะโงกหน้าเข้าไปก่อนจะเรียกฮิคาริเบาๆ
“ฮิคารินั่นเธอหรือเปล่า !!” ดนัยส่งเสียงเข้าไปด้านใน
“อ๊ะดนัยนั่นนายเหรอ !!” เสียงฮิคาริตอบกลับมาเสียงร้องไห้ของเธอเงียบหายไปทันที
วู่บ !! ร่างของฮิคาริปรากฎขึ้นตรงหน้าดนัยเขามองดูร่างโปร่งใสของเธอที่ตาแดงเรื่อถ้าสังเกตที่ขอบตาจะเห็นว่ายังมีคราบน้ำตาติดอยู่
มาแอบร้องไห้เนี่ยนะยัยนี่เป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่าโดนเจ้าที่เล่นงาน ดนัยคิดในใจพลางนึกถึงข้าวสารเสกที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อกราวด์ซึ่งวันก่อนเขาดันบ้าทำขึ้นมาจริงๆแถมยังพกมาในกระเป๋าด้วยกำมือนึงกะว่าจะมองลองใช้กับเธอแต่พอมาเจอเธอแอบร้องไห้แบบนี้เขาก็ไม่อยากจะเอามันมาลองใช้กับเธอแล้ว
“เธอน่ะมาทำอะไรที่นี่” ดนัยถามเธอ
“ถามแปลกๆอยู่ห้องน้ำก็มาเข้าห้องน้ำสิ !!” ฮิคาริตอบ
“เหอะมาเข้าซะไกลเลยนะว่าแต่ผีนี่ต้องเข้าห้องน้ำด้วยเหรออยากเห็นจัง” ดูเหมือนฮิคาริจะไม่อยากให้เขารู้ว่ามาแอบร้องไห้เขาจึงไม่ถามจี้เธอ
“ทะลึ่งว่าแต่นายมีอะไร” ฮิคาริถาม
“มีผ่าตัดน่ะสิว่าจะมาขอให้เธอช่วย” ดนัยบอกเธอไปตรงๆ
“อะไรนะนี่หมออิจิโนเสะให้นายผ่าตัดแล้วหมออิจิโนเสะบ้าเปล่าเนี่ยให้หมออ่อนหัดอย่างนายผ่าตัดใหญ่เนี่ยนะ !!” ฮิคาริตกใจที่ดนัยได้ผ่าตัดแล้ว
“ก็ใช่น่ะสิเป็นเพราะวันก่อนเธอช่วยฉันผ่าตัดเด็กคนนั้นนั่นแหละเรื่องถึงออกมาเป็นแบบนี้ตอนนี้ฉันเลยต้องมาขอให้เธอช่วยอีกครั้งยังไงล่ะ” ดนัยพูด
“ถ้าอย่างนั้นทำไมนายไม่บอกหมออิจิโนเสะไปตรงๆเล่าว่าผ่าตัดไม่ได้น่ะ” ฮิคาริพูด
“โธ่จะให้พูดยังไงล่ะเพราะถ้าพูดไปแบบนั้นฉันจะอธิบายเรื่องวันนั้นยังไงจะบอกว่าผีอย่างเธอเป็นคนบอกวิธีและขั้นตอนการผ่าตัดให้งั้นเหรอคนได้หาว่าฉันบ้ากันพอดี” ดนัยพูดเขาเองก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน
“เฮ้อให้ตายสิน่าว่าแต่การผ่าตัดอะไร” ฮิคาริถอนหายใจออกมาพลางถาม
“ผ่าตัดส่องกล้องน่ะ” ดนัยตอบ
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ยากเท่าไหร่ฉันพอจะรู้อยู่” ฮิคาริพูด
“กะแล้วว่าเธอต้องมีประสบการณ์ !!” ดนัยยิ้มออกมา
“ไม่ต้องมาทำเป็นยิ้มเลยนี่จะเป็นการช่วยครั้งสุดท้ายของฉัน นายจะพึ่งพาฉันไปตลอดไม่ได้หรอกนะ” ฮิคาริพูด
“รู้แล้วน่าผมเองก็ไม่อยากพึ่งพาเธอไปตลอดหรอกผมอยากจะช่วยคนไข้ด้วยความสามารถของตัวเองมากกว่าแต่นี่มันฉุกเฉินจริงๆ” ดนัยพูด
“เอาล่ะถ้าอย่างนั้นก็มาดูประวัติคนไข้กันนั่นแฟ้มคนไข้ใช่มั้ยในมือน่ะ” ฮิคาริมองดูแฟ้มคนไข้ที่ดนัยถือติดมือมาด้วย
“ใช่” ดนัยพยักหน้าจากนั้นเขาก็เดินกลับไปที่ห้องพักแพทย์เพื่อไปนั่งอ่านแฟ้มประวัติคนไข้พร้อมกับกับฮิคาริ
“อ้าวหมอดนัยสีหน้าดีขึ้นแล้วนี่ ปวดท้องจริงๆด้วยสินะ” หมอมิโฮะพูดหลังจากเห็นดนัยกลับมามีสีหน้าดีขึ้น
“ครับได้เข้าห้องน้ำก็ค่อยยังชั่วขึ้นแล้ว” ดนัยตอบก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะ
“นี่เปิดเร็วๆเข้าสิ” ฮิคาริเร่งให้ดนัยเปิดแฟ้มดู
“อะ โอเค” ดนัยพูดเบาๆก่อนจะเริ่มเปิดแฟ้มคนไข้ดูพร้อมกับฮิคาริ
“เนื้องอกที่ตับอ่อนงั้นเหรอค่อนข้างยุ่งยากเลยนะเนี่ย” ฮิคาริพูดออกมาหลังจากได้อ่านประวัติคนไข้
“ยุ่งยาก ???” ดนัยไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงยุ่งยาก
“เพราะตับอ่อนมันเป็นอวัยวะที่มีเส้นเลือดอยู่มากน่ะสิ ถ้านายพลาดทำอุปกรณ์ไปชนเข้าล่ะก็เลือดจะออกทันทีดังนั้นการผ่าตัดนี้นายจึงต้องระวังให้มากที่สุด ว่าแต่ผู้ช่วยนายล่ะ” ฮิคาริถาม
“หมอมิโฮะน่ะ” ดนัยตอบ
“หมอมิโฮะงั้นเหรอก็ดีเพราะเธอมีฝีมือมากแต่หน้าที่ผู้ช่วยนั้นก็ทำได้แค่ช่วยเรื่องกล้องเท่านั้นนายเป็นหมอผ่าตัดหลักก็ยังต้องใช้เครื่องมือตัดเนื้องอกออกมาเองอยู่ดี แถมการส่องกล้องจะต่างจากการเปิดหน้าท้องเพราะช่องที่เจาะเอาไว้จะเล็กมากๆนายต้องค่อยๆตัดเนื้องอกนั่นเป็นชิ้นเนื้อก้อนเล็กๆใส่ในถุงแล้วค่อยๆเอาออกมา ที่สำคัญห้ามทำเนื้องอกที่ตัดออกมาหลุดมือเป็นอันขาดเพราะถ้าหลุดแล้วหาไม่เจอล่ะก็นายจะต้องผ่าตัดเปิดช่องท้องซึ่งจะเป็นการผ่าตัดสองครั้งไปโดยปริยายมันจะสร้างภาระให้คนไข้เป็นอย่างมาก" ฮิคาริอธิบายทำให้ดนัยถึงกับหน้าซีดเพราะถ้าเขาทำพลาดภาระทั้งหมดจะตกไปอยู่ที่คนไข้
“ฉะ ฉันจะไหวมั้ยล่ะเนี่ย” ดนัยเริ่มกังวล
“ไม่ต้องห่วงนายแค่ทำตามที่ฉันบอกก็พอ การผ่าตัดนี้ใช้เวลาไม่มากนักนายคงไม่น็อคไปเหมือนวันนั้นหรอกว่าแต่ต้องไปอธิบายการผ่าตัดให้คนไข้ฟังเมื่อไหร่” ฮิคาริถาม
“เก้าโมงน่ะ ส่วนผ่าตัดก็สิบโมง” ดนัยตอบ
“เหลืออีกชั่วโมงสินะถ้าอย่างนั้นจงย่อยข้อมูลซะฉันจะบอกว่าต้องพูดกับคนไข้ยังไงบ้าง” ฮิคาริพูดก่อนจะเริ่มบอกทันทีว่าต้องอธิบายการผ่าตัดแก่คนไข้ยังไง
1 ชั่วโมงต่อมา
“ก็อย่างที่ผมว่าไปข้างต้นการผ่าตัดของคุณสุโอจะใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงครับหลังจากผ่าตัดเอาเนื้องอกออกมาแล้วเราจะส่งเนื้องอกชิ้นนั้นไปส่งผลตรวจว่าเป็นเนื้อดีหรือเนื้อร้าย ถ้าเป็นเนื้อร้ายเราคงต้องตรวจละเอียดว่ายังมีเนื้องอกอยู่ที่อื่นอีกหรือไม่ถ้าเป็นเนื้อร้ายเราจะได้รักษาแต่เนิ่นๆ” ดนัยบอกกับคนไข้ของเขา
“ขอบคุณมากครับหมอหมออธิบายได้ละเอียดมากเลย” คนไข้ของเขาที่ชื่อสุโอพูด
“เป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้วครับ” ดนัยพยักหน้าเบาๆพลางหันหน้าไปมองหมอมิโฮะที่ยกนิ้วโป้งให้เขาซึ่งเขาเห็นดังนั้นก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
“ยิ้มอะไรของนายพูดตามที่ฉันบอกแท้ๆ” ฮิคาริอดแขวะไม่ได้ที่เห็นดนัยยิ้มเหมือนจะภูมิใจ
“ขอหน่อยก็ไม่ได้” ดนัยพูดเบาๆ
“เอาล่ะค่ะถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวไปเตรียมตัวก่อนนะคะ” หมอมิโฮะพูดพลางดูเวลาที่เหลือเพียงอีกแค่ยี่สิบนาทีก็ต้องเข้าห้องผ่าตัดแล้ว
“ครับคุณหมอ” คนไข้ที่ชื่อสุโอพยักหน้า
“เจอกันที่ห้องผ่าตัดนะครับคุณสุโอ” ดนัยบอกก่อนจะลุกขึ้นและไปเตรียมตัวเพื่อเข้าห้องผ่าตัด
ที่ห้องผ่าตัด
“คนไข้สลบแล้วครับ” หมอวิสัญญีบอกหลังจากวางยาและคนไข้ก็ได้สลบไป
“มีด !!” ดนัยขอมีดจากผู้ช่วยที่ทำหน้าที่ส่งเครื่องมือทันที
“เอาล่ะดนัยนายกรีดตรงนี้ ตรงนี้และก็ตรงนี้สามจุด เล็กๆพอนะแค่เซนเดียว” ฮิคาริชี้นิ้วไปที่จุดที่ดนัยต้องกรีดมีดลงไปทันที
“เบามือหน่อยดนัยนายกรีดแรงไปแล้วว่างๆก็ไปเรียนวิธีกรีดผิวหนังมานะเพราะถ้านายทำแบบนั้นได้จะเป็นผลดีกับคนไข้มากกว่าเพราะมันจะทำให้เกิดแผลเป็นน้อยมาก” ฮิคาริพูด
“อือ” ดนัยรับคำอยู่ในลำคอ
“เอาล่ะเมื่อกรีดเสร็จแล้วก็ใส่อุปกรณ์ลงไป” ฮิคาริบอกหลังจากดนัยกรีดช่องท้องเป็นรูเล็กๆเสร็จ
“กล้อง !!” ดนัยขอกล้องและอุปกรณ์ทันที
สวบ !! ดนัยเสียบกล้องและขาจับอีกสองอันลงไปในช่องท้องของคนไข้ทันที
“ผมฝากกล้องด้วยนะครับหมอมิโฮะ” ดนัยพูด
“เชื่อมือได้เลย” หมอมิโฮะพยักหน้าก่อนจะจับกล้องเอาไว้
ดนัยเงยหน้ามองจอที่มีภาพของภายในช่องท้องคนไข้ปรากฎอยู่บนจอภาพ
“จากนี้ของจริงแล้วนะดนัยอย่าพลาดล่ะ แล้วก็ระวังให้มากๆด้วย” ฮิคาริเตือน
“อือ” ดนัยตอบเบาๆก่อนจะขยับมือตามที่ฮิคาริบอกทันที
จบ...