ลมราตรีพัดกรรโชกผ่านหน้าต่างห้องหอที่เปิดอ้าทิ้งไว้ แสงเทียนที่จวนจะมอดดับวูบไหวไปตามแรงลมสะท้อนภาพเงาของสตรีผู้หนึ่งที่กำลังจัดแจงอาภรณ์อย่างเงียบเชียบ เม่ยเหลียน พยายามควบคุมลมหายใจที่ยังคงหอบถี่จากการตรากตรำเดินทางลัดเลาะผ่านป่าทึบ กลิ่นอายของไอดินและกลิ่นกายบุรุษเพศที่ยังคงติดตรึงอยู่บนผิวพรรณทำให้นางรู้สึกราวกับว่าร่างกายนี้นำพาความลับที่หนักอึ้งกลับมาด้วย ทุกครั้งที่ผ้าไหมเย็นเยียบััลงบนรอยแดงที่ซอกคอ นางจะรู้สึกวูบวาบราวกับเปลวไฟที่อาซานจุดไว้ยังคงแผดเผาอยู่ภายใต้ชั้นิั
นางเดินไปที่กระจกทองเหลืองบานใหญ่ มองดูเงาสะท้อนของฮูหยินเอกผู้สูงศักดิ์ที่บัดนี้แววตาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ดวงตาของนกน้อยในกรงทองที่รอคอยความเมตตาจากสามีอีกต่อไป แต่เป็ดวงตาของพยัคฆ์สาวที่เพิ่งได้ลิ้มรสชาติของอิสรภาพและความปรารถนาที่แท้จริง นางลูบไล้ริมฝีปากที่ยังคงบวมเจ่อจากการบดจูบที่ดิบเถื่อนของอาซาน พรางนึกถึงััที่หยาบกร้านแต่เร่าร้อนที่เขาปรนเปรอให้ในกระท่อมหลังนั้น
ทว่า... ในขณะที่นางกำลังจมอยู่ในภวังค์แห่งกามารมณ์ที่ผิดศีลธรรม เสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินอย่างมั่นคงและหนักแน่นก็ดังขึ้นที่ระเบียงด้านนอก ใจของเม่ยเหลียนเต้นระรัวไม่ใช่ด้วยความเสน่หา แต่เป็สัญชาตญาณของการเอาตัวรอด
ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างแรง แม่ทัพเฉินหยาง ก้าวเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่ทะมึนทึง แววตาของเขาดุดันและฉายแววโทสะที่ปิดไม่มิด กลิ่นสุราที่เขาดื่มย้อมใจมาทั้งคืนจางหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นอายของนักล่าที่เพิ่งได้รับรายงานที่น่าตระหนกจากองครักษ์เงาของตน
"เ้าไปที่ใดมา เม่ยเหลียน?" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนบรรยากาศในห้องดูอึดอัดขึ้นมาทันที
เม่ยเหลียนหันกลับมาสบตาเขาอย่างนิ่งสงบ นางแสร้งทำเป็หยิบหวีไม้ขึ้นมาจัดทรงผม "ท่านพี่ถามแปลกๆ ข้าก็อยู่ในห้องนี้มาทั้งคืน ท่านไปอยู่ที่เรือนของอนุชิงจนหลงลืมเวลาไปแล้วหรืออย่างไร จึงมากล่าวโทษข้าเช่นนี้"
"โกหก!" เฉินหยางก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในพริบตา มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางแล้วบีบแน่นจนนางรู้สึกเจ็บ "องครักษ์ของข้าเห็นสตรีในชุดสีเข้มลอบออกจากจวนทางประตูลับ และมุ่งหน้าไปยังป่าท้ายจวน... ป่าที่ข้าเคยสั่งห้ามเ้าไม่ให้ย่างกรายเข้าไปเด็ดขาด!"
เม่ยเหลียนพยายามข่มใจไม่ให้สั่น แววตาของนางนิ่งสนิทเยี่ยงผิวน้ำที่ไร้ระลอก "องครักษ์ของท่านอาจจะตาฝาด หรือไม่สตรีผู้นั้นอาจจะเป็อนุชิงที่ลอบไปหาชายชู้ก็ได้ ไยท่านถึงมาลงที่ข้าเพียงผู้เดียว"
"เพราะกลิ่นบนตัวเ้ามันฟ้องอย่างไรเล่า!" เฉินหยางกระชากร่างนางเข้ามาปะทะอกแกร่ง เขาซุกไซ้จมูกลงบนซอกคอของนางอย่างรุนแรง กลิ่นแป้งร่ำที่ปรุงแต่งถูกกลบด้วยกลิ่นของไอป่าและกลิ่นเหงื่อไคลของบุรุษอื่นที่ยังหลงเหลืออยู่บางเบา ความโกรธแค้นในฐานะสามีที่ถูกสวมเขาหรือการหยามเกียรติด้วยการนอกใจเริ่มพุ่งพล่านจนเขาควบคุมไม่อยู่
เขากระชากคอเสื้อของนางออก เผยให้เห็นรอยแดงจางๆ ที่ประดับอยู่บนเนินอกขาวผ่อง รอยที่ไม่ได้เกิดจากกิ่งไม้รั้งเกี่ยวอย่างที่นางเคยอ้าง แต่เป็รอยที่เกิดจากการ "ขบเม้ม" อย่างตั้งใจ เฉินหยางคำรามในลำคอด้วยความเ็ปในศักดิ์ศรี "เ้ากล้าดีอย่างไร... ร่างกายนี้เป็ของข้า ตระกูลเ้าส่งเ้ามาเพื่อปรนนิบัติข้า แต่เ้ากลับเอาสิ่งที่ควรเป็ของข้าไปให้พรานป่าชั้นต่ำผู้นั้น!"
"ของท่านหรือ?" เม่ยเหลียนหัวเราะหยันทั้งน้ำตาที่คลอเบ้า "ท่านเคยเห็นร่างกายนี้เป็ของท่านจริงๆ หรือเฉินหยาง? ในคืนเข้าหอท่านทิ้งข้าไว้อย่างเดียวดาย ท่านเหยียบย่ำความรักและความหวังของข้าจนป่นปี้ แล้วตอนนี้ท่านกลับมาเรียกร้องสิทธิ์ในสิ่งที่ท่านทิ้งขว้างอย่างนั้นหรือ?"
ความจริงที่นางตอกกลับทำเอาแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ชะงักไปชั่วครู่ ทว่าความริษยาและความ้าเป็เ้าของกลับมีอำนาจเหนือกว่า เขาบดเบียดร่างกายเข้าหานางอย่างคุกคาม "ถึงข้าจะทิ้งขว้าง แต่มันก็ยังเป็สิทธิ์ของข้าเพียงผู้เดียว ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องเมียของเฉินหยาง!"
เขาเหวี่ยงนางลงบนเตียงกุหลาบที่บัดนี้ดูเหมือนสนามรบมากกว่าแท่นบรรทมมงคล เฉินหยางพยายามจะ "ตีตรา" ความเป็เ้าของคืนด้วยการร่วมรักที่รุนแรงและป่าเถื่อน ทว่าทุกััของเขาที่พยายามจะลบเลือนรอยของอาซานกลับยิ่งทำให้นางนึกถึงชู้รักมากขึ้น เม่ยเหลียนนอนนิ่งราวกับไร้ความรู้สึก นางไม่ได้ตอบสนองต่อรสสวาทที่เต็มไปด้วยโทสะของสามี ในใจของนางกลับจินตนาการถึงอ้อมกอดที่อบอุ่นและสายตาที่เต็มไปด้วยความ้าของอาซาน
พฤติกรรมนี้เองที่เป็ยาพิษชั้นดีที่กรีดใจเฉินหยาง ยิ่งเขาพยายามจะนางทางกายมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกได้ว่าใจของนางได้เตลิดหนีไปไกลแสนไกลแล้ว ความพ่ายแพ้ของเขาต่อพรานป่าผู้ต่ำต้อยช่างน่าอดสูยิ่งนัก
ในขณะเดียวกัน ที่ป่าลึก อาซาน ยืนจ้องมองแสงไฟจากเรือนเอกของจวนแม่ทัพด้วยแววตาสุขุม มือของเขากำหยกพกที่เม่ยเหลียนทิ้งไว้แน่น เขารู้ดีว่าความลับนี้จะถูกปิดไว้ได้ไม่นาน และเขาก็เตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับพายุที่จะตามมา "ข้าจะไม่ยอมให้เ้าอยู่ในกรงนั่นนานนักหรอก เม่ยเหลียน... รสสวาทที่ข้ามอบให้จะเป็โซ่ตรวนที่ผูกมัดเ้าไว้กับข้าตลอดไป"
กลับมาที่ห้องหอ หลังจากพายุอารมณ์สงบลง เฉินหยางลุกขึ้นแต่งกายด้วยความเงียบเชียบ เขามองดูภรรยาเอกที่นอนหมดแรงอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกที่สับสน "ข้าจะสั่งขังเ้าไว้ในเรือนนี้ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด และพรุ่งนี้... ข้าจะออกไปล่าพรานป่าที่กล้าลบหลู่เกียรติของข้า!"
เขาเดินออกจากห้องไปพร้อมกับการสั่งองครักษ์ให้เฝ้าเรือนไว้อย่างแ่า เม่ยเหลียนลืมตาขึ้นในความมืด นางมองดูรอยฟกช้ำที่ข้อมือและรอยรักที่คอ ความเ็ปทางกายไม่ได้ทำให้นางหวาดกลัว แต่มันกลับตอกย้ำว่าศึกครั้งนี้มีชีวิตเป็เดิมพัน นางลุกขึ้นนั่งพรางเอื้อมมือไปหยิบมีดพกขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ใต้หมอน
"หากท่านจะล่าเขา ท่านก็ต้องข้ามศพข้าไปก่อน เฉินหยาง..."