บทที่2
หมดศรัทธา
"เหยื่อบางราย มีแผลฉีกขาดทางทวารหนักก่อนตายเหรอ??"
ธิดาเอ่ยขึ้นก่อนจะใช้มือเรียวปิดปากตัวเองที่กำลังอ้าออกเล็กน้อยด้วยอาการใแล้วลุกพรวดขึ้นยืน
"ใครอยู่ข้างนอก เข้ามาหน่อย"เธอตั้งสติก่อนจะเอ่ยปากเรียกบุคคลที่อยู่ด้านนอกเพื่อให้เข้ามา ก่อนจะมีนายตำรวจคนหนึ่งเปิดประตู
"ครับหมวด"
"ฉันจะเข้าไปที่โรงพยาบาลตำรวจ ช่วยเเจ้งทางนั้นให้หน่อย"
"ครับหมวด" เธอพูดจบเเล้วใช้นิ้วชี้เรียววางทาบยังริมฝีปาก ก่อนจะกัดเอาไว้เล็กน้อย เธอจะทำแบบนี้เป็ประจำเมื่อมีอาการเครียดเกิดขึ้น เพราะมันช่วยให้เธอระบายความเครียดได้ดีเป็อย่างมาก
"หมวดครับ" จู่ๆ ประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง ทำให้เธอละสายตาจากเอกสารตรงหน้า ก่อนจะรีบเอามือลงแล้วหันไปมอง
"มีอะไร"
"ท่านผู้กำกับเรียกพบครับ"
"อืม เดี๋ยวฉันตามไป" เธอตอบกลับก่อนจะถอนหายใจออกมา แล้วเดินตามนายตำรวจคนนั้นไปยังห้องท่านผู้กำกับที่อยู่อีกมุมของตึก
ก๊อกๆๆ ...
ธิดายืนอยู่หน้าประตูกระจกใส หน้าประตูมีป้ายบอกถึงตำแหน่งเ้าของห้องทำงานอย่างชัดเจน ก่อนจะเคาะประตูสามครั้ง สูดหายใจเข้าปอดแล้วปล่อยมันออกมาช้าๆ
"เข้ามา"
"ขออนุญาตค่ะ ท่านเรียกพบดิฉันมีเื่อะไรเหรอคะ"
ชายวัยกลางคนร่างท้วม ใบหน้าเริ่มมีรอยย่นตามดวงตาและบริเวณแก้ม สวมแว่นตาหนาพอประมาน และใส่เครื่องแบบเต็มยศมองหน้าเธอด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยก่อนจะพูดขึ้น
"คดีไปถึงไหนแล้ว"
"ตอนนี้ดิฉันพอจะทราบแล้วค่ะ ว่าคนร้ายอาจจะเป็นักศึกษาในมหาลัยพิพัฒน์เมธา และกำลังจะเข้าไปหาข้อมูลจากนักศึกษาในมหาลัยเพิ่มเติมค่ะ"
"เดี๋ยวก่อนหมวดธิดา"
"คะ??" ธิดาหยุดคำพูดเอาไว้ ก่อนจะมองตามท่านผู้กำกับที่ลุกขึ้นยืนเดินวนออกจากเก้าอี้และโต๊ะทำงานมายืนตรงหน้าเธอแล้วทำสีหน้าเคร่งเครียด
"คุณรู้ใช่ไหม ว่ามหาลัยพิพัฒน์เมธาเป็หน้าตาของจังหวัดเรา"
"ท่านหมายความว่ายังไงคะ??"
"อืมม...ผมว่าคุณไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทางมหาลัยนะ"
"ผู้กำกับกำลังจะบอกให้ดิฉันปล่อยเื่นี้ไปอย่างนั้นเหรอคะ??"
"หมวดธิดา คุณยังไม่มีหลักฐานเลยด้วยซ้ำ ว่าเด็กหรือคนในมหาลัยเป็ฆาตกร คุณมีแค่เข็มกลัดอันเดียว อาจจะเป็ของเพื่อนเด็กที่ตายทำตกไว้ก็ได้"
"ผู้กำกับทราบได้ยังไงคะ ว่าดิฉันเจอเข็มกลัดของมหาลัย เท่าที่จำได้ ดิฉันยังไม่ได้บอกใครเลยนะคะนอกจาก...."
"ผมจะรู้ได้ยังไง นั่นมันไม่ใช่เื่ของคุณ แต่แค่เข็มกลัดอันเดียว คุณก็สรุปแล้วเหรอ ว่าคนร้ายคือเด็กในมหาลัย อีกอย่างคุณคิดว่าเด็กในมหาลัยนั้นจะทำการฆาตกรรมไปเพื่ออะไร ในเมื่อพวกเขามีความเป็อยู่และหน้าตาในสังคมที่ดีอยู่แล้ว พวกเขาคงไม่หาเื่ใส่ตัวหรอกหมวด"
"แต่ผู้กำกับคะ มันจะไม่บังเอิญไปหน่อยเหรอคะ ที่เข็มกลัดจะไปตกอยู่ตรงที่เกิดเหตุพอดี อีกทั้งผู้ตายยังเป็เด็กในมหาลัยถึง4คน ส่วนอีกคนก็เป็คนในระแวกนั้นด้วย"
ปึง!!!! เสียงฝ่ามือใหญ่กระแทกลงบนโต๊ะดังขึ้น ทำให้หมวดสาวสดุ้งเล็กน้อย
"ผมเป็เ้านายคุณ!! นี่คือคำสั่ง ผมจะขอปลดคุณออกจากคดีนี้ และห้ามยุ่งเกี่ยวกับคดีนี้อีก เพราะคุณกำลังจงใจจะใส่ร้ายมหาลัยดังที่เป็ชื่อเสียงของจังหวัดเรา!! ถ้าถูกฟ้องขึ้นมาคุณมีปัญญารับผิดชอบไหมหมวดธิดา!!"
"ไม่ได้นะคะท่าน! ดิฉันทำเื่นี้มาตลอดห้าเดือน แล้วก็ใกล้จะรู้ตัวคนร้ายแล้วด้วย ท่านจะมาปลดดิฉันออกจากคดีกลางคันแบบนี้ไม่ได้นะคะ" ธิดายังคงยืนกรานเสียงแข็ง เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่อยู่ๆ จะมาปลดเธอออกจากการสืบคดีนี้ นอกจากผู้กำกับจะจงใจปล่อยคดีนี้ไปเหมือนลอยแพ
"เอาล่ะ...คุณลองกลับไปคิดทบทวนเอานะหมวดธิดา ถ้าคุณไม่ยอมทำตามคำสั่งผม คุณจะเป็ต้นเหตุที่ทำให้ส.น.เราเดือดร้อน ผมขอเตือนคุณไว้แค่นี้ คดีนี้ผมจะหาคนอื่นมาเป็ฆาตกร ใครก็ได้ที่ไม่ใช่เด็กของมหาลัยพิพัตน์เมธา ออกไปได้ล่ะ" ท่านผู้กำกับตัดบทแล้วนั่งลงกับเก้าอี้ ก่อนจะปัดมือไปมาไล่ให้ธิดาออกจากห้องไป
"ท่านจะจับแพะงั้นเหรอคะ งั้นท่านกับดิฉันคงจะเห็นต่างกัน ถึงท่านจะปลดดิฉันออก แต่ยังไงดิฉันก็ไม่เปลี่ยนใจแน่ค่ะ ลานะคะ" ธิดาก้มศรีษะลงเล็กน้อยทำความเคารพ ก่อนจะเดินออกจากห้องของผู้กำกับไปด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง
ผู้กำกับมองตามร่างของหมวดธิดาเดินออกไป แสดงใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เพื่อโทรหาใครบางคน
"สวัสดีครับท่าน ผมว่าเราควรต้องจัดการเธอแล้วล่ะครับ"
โลกนี้มันช่างไร้ความยุติธรรม มีแต่การใช้อำนาจและการใช้ยศฐาบรรดาศักดิ์เพื่อกดขี่ผู้ที่อยู่ต่ำกว่า เพราะเพื่อผลประโยชน์เพียงหยิบมือ กลับยอมหลับหูหลับตาทำลายเกียรติยศศักดิศรีของตัวเอง ด้วยการก้มหัวให้คนที่อยู่เหนือกว่า ให้คนพวกนั้นได้ทำตามอำเภอใจโดยที่กฎหมายไม่สามารถทำอะไรมันได้ หมวดสาวคิดในใจแล้วกำหมัดแน่น ก่อนจะเดินไปเก็บข้าวของเเละเอกสารในห้องทำงานของเธออย่างหัวเสีย ก่อนจะเดินออกมาจากโรงพักที่ตอนนี้ไม่มีแม้แต่ความเป็ธรรมใดใดให้น่าศรัทธาอีก
ในเวลาต่อมา...
รถเก๋งสีขาวขับมาจอดยังหน้าโรงพยาบาลตำรวจ สถานที่ ที่มีไว้เพื่อชันสูตรศพของเหยื่อเคราะห์ร้ายที่ต้องมาจบชีวิตลงเพราะน้ำมือฆาตกรใจโหดที่ฆ่าคนเป็ผักปลาโดยไม่เกรงกลัวต่อปากกรรมและกฎหมายบ้านเมือง ร่างหญิงสาวในชุดตำรวจเดินลงมาจากรถ ก่อนจะเดินเข้าไปยังด้านในตัวอาคารของโรงพยาบาล แล้วตรงไปยังห้องชันสูตรพลิกศพทันที
"ศพรายล่าสุดอยู่ไหนคะ"
"สวัสดีครับหมวด ทางนี้ครับ" เ้าหน้าที่เดินนำหมวดธิดาไปยังห้องที่มีศพเหยื่อคนล่าสุดอยู่ ก่อนจะเปิดผ้าคลุมศพออกให้หมวดสาวได้มองเห็นภาพของศพอย่างเด่นชัดอีกครั้ง ทั้งรอยาแช้ำม่วงจากการถูกของแข็งบางอย่างกระแทกซ้ำๆ แผลฉกรรจ์ตรงลำคอ และอีกจุดที่ไม่น่ามองนัก คือาแจากการถูกเฉือนอวัยวะเพศของศพที่นอนอยู่
"มีอะไรเหรอครับ??" ชายหนุ่มในชุดกราวสีขาวบ่งบอกถึงตำแหน่งงานถามขึ้นด้วยความสงสัย
"ดิฉันทราบมาว่า ศพที่เป็เหยื่อของฆาตกรหั่นอวัยวะห้าศพนี้ บางศพมีรอยฉีกขาดที่ทวารด้วยใช่ไหมคะ"
"ใช่ครับ บางรายมีแผลฉีกขาดจริง แต่เราไม่สามารถบอกได้ว่าจะเป็แผลที่เกิดจากฆาตกรรึเปล่า หรืออาจจะเป็เพราะตัวเหยื่อมีรสนิยมแบบรักร่วมเพศอยู่แล้วหรือไม่ก่อนถูกฆ่า"
"เพราะงั้น เราต้องพยายามขอพูดคุยกับครอบครัวหรือคนรอบข้างของเหยื่อสินะ" หมวดสาวทำท่าครุ่นคิดก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ศพที่นอนสิ้นลมอยู่
"ยังไงดิฉันฝากหมอ ช่วยตรวจหาอสุจิที่อาจจะหลงเหลืออยู่กับทวารของศพด้วยนะคะ หากได้ผลดีเอ็นเอมาเราอาจจะเข้าใกล้ตัวฆาตกรขึ้นมาอีกขั้น"
"ได้ครับหมวด"
"ขอบคุณนะคะ งั้นดิฉันขอตัวก่อน"หลังจากพูดจบ ผู้หมวดสาวก็เดินออกมาจากห้องชันสูตร แล้วตรงดิ่งกลับไปยังที่พักของตนทันที..
ธิดากลับมายังบ้านพักของตัวเอง ก่อนจะหอบข้าวของพะลุงพะลังในมือวางกองไปกับพื้นห้อง เมื่อวางเสร็จก็เดินไปยังเตียงนอนแล้วล้มตัวนอนแผ่ลงไปทันทีด้วยความเหนื่อยล้า เธอหลับมาลงช้าๆ เพื่อพักสายตาและใช้ความคิด ว่าต่อไปจะทำอย่างไรดี เธอเหมือนตัวคนเดียวในการสืบคดีนี้ ไร้ที่พึ่งไร้การช่วยเหลือใดๆ แถมยังถูกปลดออกจากคดีอย่างไร้เหตุผลมาอธิบายอีก..
"จริงสิ!" เมื่อนึกบางอย่างขึ้นได้ ธิดาก็รีบพรวดพราดลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะรีบควานหามือถือในกระเป๋าแล้วรีบกดโทรหาเบอร์โทรเพื่อนของเธอสมัยเรียนที่เธอพอจะรู้จักและจำได้ เพราะตอนนี้เธอคนนั้นเป็อาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยพิพัฒน์เมธา บางทีอาจจะขอความช่วยเหลืออะไรได้บ้าง
หลักจากผ่านไปราวๆ ยี่สิบนาที ธิดาได้ติดต่อเพื่อนคนนั้นไป ตอนแรกเพื่อนสาวของเธอก็มีน้ำเสียงใที่รู้ว่าฆาตกรอาจจะเป็คนในมหาลัย แต่เพื่อนสาวของเธอก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ เธอจึงนัดธิดาให้ไปยังคาเฟ่ใกล้ๆ กับมหาลัยในวันต่อมาเพื่อพูดคุยรายละเอียด
เช้าวันต่อมาในวันที่บรรยากาศเริ่มกลับมาแจ่มใสอีกครั้ง ไร้ซึ่งเมฆดำปกคลุมในยามค่ำคืน เด็กสาวร่างบางกำลังยืนอยู่หน้ารั้วมหาลัย ชะเง้อมองไปตามทางสลับกับก้มมองดูเข็มนาฬิกาบนข้อมือ เพื่อดักรอเเฟนหนุ่มของเธอ เพราะเธออยากเดินเข้าไปในมหาลัยพร้อมกันกับเขา ก่อนจะย้อนนึกถึงตอนที่เข้าไปจีบสิงหาหนุ่มฮอตของมหาลัยแล้วยิ้มออกมา การที่เธอเข้าหาแฟนหนุ่มในคราแรก ก็เพราะหลงไหลในรูปลักษณ์ภายนอกอย่างปฎิเสธไม่ได้ เพราะสิงหาแฟนหนุ่มของเธอทั้งหล่อทั้งดูดี และที่สำคัญฐานะทางบ้านก็ใกล้เคียงกัน เธอจึงเลือกที่จะเข้าไปสารภาพรักกับเขา และก็เป็ไปตามอย่างที่เธอคาดหวัง เมื่อหนุ่มฮอตอย่างสิงหาตกลงคบกับเธออย่างง่ายดาย ทำให้เป็ที่ฮือฮากันในกลุ่มสาวๆ ในตอนนี้ สาวๆ ทั้งมหาลัยต่างก็พากันอิจฉาเธอกันหมด
"แพร"
"ว๊าย!!" ในขณะที่กำลังคิดเพ้อฝัน จู่ๆ สิงหาก็เดินเข้ามาด้านหลังของเธอแล้วพูดขึ้น จึงทำให้เธอใแล้วกรี๊ดออกมา
"สิงห์ แพรใหมดเลย มาตอนไหนคะเนี่ย"
"พึ่งมาถึง ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้" สิงหาเอ่ย
"เราก็มารอสิงห์ไง จะได้เดินเข้าไปในมหาลัยพร้อมกัน ว่าแต่เมื่อกี้สิงห์เดินมาจากทางไหนอ่ะ เราไม่เห็นเลย"
"ก็เดินมาตามทางปกติ เธอไม่ได้มองมากกว่า"
"งั้นเหรอ ช่างเถอะเข้าไปข้างในกัน"
"เข้าไปก่อน เราจะไปซื้อกาแฟที่คาเฟ่"
"งั้นเราไปเป็เพื่อน"
"ไม่เป็ไร เราไม่ชอบให้ใครมาตาม เธอรู้ใช่ไหม" สิงหาทำหน้าจริงจังแล้วพูดขึ้น ก่อนจะเดินออกไปทันที และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่สิงหาทำตัวเฉยฉาแบบนี้ สิงหามักจะเป็คนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดาอารมณ์ไม่ค่อยจะถูก และเขายังเป็คนไม่ค่อยพูดจากับใครหากไม่สนิท เก็บตัวเเล้วชอบอยู่คนเดียว ซึ่งนั่นเป็เสน่ห์อีกแบบของเขา ถึงแพรจะไม่ชอบใจนักที่พลาดโอกาสควงแฟนสุดหล่อของเธอเดินเข้ามหาลัย แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ เพราะถ้าสิงหาบอกไม่ เธอก็ต้องไม่ ชี้นกเป็นก ชี้ไม้เป็ไม้เพราะความหลงไหลในรูปลักษณ์ภายนอกของเขาอย่างหมดใจ
ด้านสิงหา .. หลังจากเดินแยกออกมาจากแพร สิงหาก็เดินเข้ามายังร้านกาแฟติดกับมหาลัย เพื่อมาหากาแฟเข้มๆ กินให้หายง่วง เพราะเมื่อคืน เขาอ่านหนังสือจนดึก การเรียนนั้นสำคัญกับเขามาก เพราะมันจะเป็หน้าตาให้กับพ่อผู้เป็ถึงคนของรัฐบาลได้เป็อย่างดี สิงหาจึงกลายเป็คนที่ไม่ค่อยพูดและเก็บตัว อารมณ์ค่อนข้างแปรปรวน เพราะเขาต้องตั้งใจเรียนและอ่านหนังสืออยู่ตลอดเวลาจึงทำให้มักมีความเครียดสะสม เลยเลือกที่จะไม่สุงสิงกับใครเป็ดีที่สุด แต่เพราะด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาของเ้าตัว มันก็ทำให้เขาหาความสงบไม่ค่อยได้เหมือนกัน
"ธิดาทางนี้"
ในขณะที่สิงหากำลังยืนรอกาแฟอยู่ เขาก็ได้ยินเสียงเรียกของหญิงสาวข้างในร้าน ก่อนจะหันไปมองยังผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินเข้ามา และมองไปยังคนที่ร้องเรียกเธอคนนั้นด้วยสลับกัน คนที่นั่งรอ สิงหาจำได้ว่าเป็อาจารย์คลาสวิชาภาษาอังกฤษที่เคยเรียนด้วย ส่วนอีกคนเขาคุ้นเคยเหมือนเคยเห็นเธอจากที่ไหนสักที่แต่ก็จำไม่ค่อยได้
สิงหามองตามหญิงสาวที่เดินเข้ามา เธอดูมีรูปร่างที่บอบบาง หุ่นนาฬิกาทรายผิวขาวปากนิดจมูกหน่อย รูปลักษณ์ที่ดูดีของเธอ มันกลับสะกดสายตาเขาให้ต้องมองตาม เขามองตามจนเธอนั่งลงกับเก้าอี้ตรงข้ามกับอาจารย์คลาสอังกฤษ และเมื่อได้รับกาแฟที่สั่งเอาไว้ เขาจึงเลือกที่จะไปนั่งโต๊ะข้างๆ เธอโดยที่ไม่รู้ตัวว่าทำไปเพื่ออะไร
"ขอบคุณนะอลีซที่ยอมช่วย ขอบคุณจริงๆ" ธิดาพูดขึ้นพร้อมกับหันไปยกมือขึ้นเพื่อสั่งกาแฟ ก่อนจะหันกลับมาคุยกับเพื่อของเธอต่อ
"ว่าแต่ธิดา เธอแน่ใจได้ยังว่าเข็มกลัดที่เธอเจอเป็ของฆาตกรจริงๆ" อลีซกระซิบเบาๆ เพราะกลัวว่าคนได้ยินแล้วจะแตกตื่น
"ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนักหรอก ถึงต้องขอให้เธอช่วยนี่แหละ"
"แล้วเธอจะให้ฉันช่วยยังไงล่ะ นักศึกษาในมหาลัยนี้มีเป็ร้อยเป็พันคนเลยนะ"
"ฉันแค่จะให้เธอช่วยสังเกต ว่าในมหาลัยมีใครที่ทำตัวผิดปกติบ้างไหม แล้วก็อีกอย่าง เื่เข็มกลัด ฉันได้ยินมาว่ามหาลัยให้เข็มกลัดกับนักศึกษามาแค่คนล่ะอัน และเป็กฎที่จะต้องติดทุกคน เพราะเป็ตราของมหาลัย ฉันว่าถ้าเราหาจากการติดเข็มกลัด น่าจะทำให้การตามหาแคบลงมาบ้าง"
"ไว้ฉันจะดูให้แล้วกันนะ แต่ฉันไม่รับปากนะธิดา เพราะเอาจริงๆ แค่เข็มกลัดมันก็พิสูจน์อะไรได้ยากเหมือนกัน"
"แค่เธอช่วยฉันก็ขอบใจมากแล้ว"
"อื้ม ว่าแต่เธอทำไมถึงตามสืบเื่นี้คนเดียวล่ะ แล้วตำรวจคนอื่นๆ"
"ก็อย่างที่เธอรู้นั่นแหละ อิทธิพลจากใครบางคน มันทำให้คดีนี้ไม่คืบสักที การที่ผู้อำนวยการกลัวว่ามหาลัยจะเสียชื่อเสียงมันถึงได้ยากมากที่จะตามสืบจากในมหาลัย แล้วคนร้ายก็ฉลาดมากด้วยที่เลือกเหยื่อจากมหาลัยนี้ เพราะเขาคงรู้ ว่ามหาลัยแห่งนี้ จะไม่ยอมปล่อยข่าวภาพการตายของนักศึกษาแน่ๆ ถึงจะมีหลุดออกมาบ้าง แต่ก็นั่นแหละ เขาก็ปิดข่าวกันทำให้มันเป็แค่ข่าวการฆาตกรรมธรรมดา ไม่ได้ออกข่าวไปว่าการตายมันเหมือนกันทั้งหมดห้าศพ คนเลยให้ความสนใจแค่ชั่วครู่ ยิ่งตอนนี้คนร้ายอาจจะเป็คนในมหาลัย คงจะตามจับได้ยาก"
"จริงด้วย ข่าวเงียบไปเลยนะกับการตายครั้งล่าสุด แล้วก็ครั้งก่อนๆ เห็นว่าครอบครัวไม่อยากให้นำภาพอะไรไปเพยแพร่ เพราะสภาพศพลูกของตัวเองมันดูแทบไม่ได้เลย คนอื่นๆ เลยไม่รู้สินะ ว่าสภาพการตายมันเหมือนและติดต่อกันถึงห้าศพ"
"นี่ก็เป็อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คดีไม่คืบ ครอบครัวเหยื่อไม่อยากให้ภาพการตายถูกใครมาจับกลุ่มวิจารณ์ และมันดูไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของพวกเขา เลยไม่ยอมเปิดเผยภาพ ตามหาเพียงตัวคนร้ายเท่านั้น"
"โห..คดีนี้ยากมากเลยนะธิดา ลึกลับซับซ้อนไปหมด แล้วนี่ก็ศพที่ห้าแล้วด้วย ยังไม่มีวี่แววว่าจะออกข่าวใหญ่โตอย่างที่ควรจะเป็เลย จะมีก็แต่คนเล่ากันปากต่อปากเท่านั้น"
"นั้นสิ"
"ขอโทษนะครับ" ธิดาสดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ๆ ก็มีเสียงเด็กหนุ่มดังขึ้นจากด้านหลังของเธอ ทำให้หญิงสาวต้องหันหน้ากลับไปมอง
"คะ??" ธิดาตอบกลับก่อนทำหน้าสงสัย
"ผมจะช่วยคุณสืบคดีเอง" เด็กหนุ่มที่พูดขึ้นคนนั้น นั่นก็คือสิงหา เขานั่งฟังการสนทนานั้นอย่างเงียบๆ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยออกไป
"ยังไงนะ?" ธิดาถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
"ผมจะช่วยคุณสืบคดีนี้ ผมสนใจเื่คดีนี้มาสักพักแล้ว เพราะการฆ่าเหยื่อของคนร้ายรายนี้ มันดูผิดแปลกและเหมือนมันจะรู้ว่าควรลงมือกับใครตอนไหนยังไงบ้าง ผมพยายามสืบเื่มาสักพักแล้วเหมือนกัน"
"ดะ..ดีเลย นายจะช่วยจริงๆ ใช่ไหม" ธิดาลุกขึ้นยืน ก่อนจะฉีกยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ที่เธอจะมีผู้ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยอีกคน
"ครับ ขอมือถือคุณหน่อย"
"หะ..??"
"ผมจะเมมเบอร์ผมให้"
เมื่อได้ยินแบบนั้น ธิดาก็รีบหันกลับไปล้วงเอามือถือของตัวเองออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้กับเด็กหนุ่มตรงหน้า แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะแอบมองเสื้อสูทสีเทาที่เด็กหนุ่มใส่ว่ามีเข็ดกลัดประจำตัวติดไว้ไหม และเมื่อเธอเห็นว่าเด็กหนุ่มยังติดเอาไว้อยู่ เธอก็ถอนหายใจออกมา
"ผมโทรเข้าเครื่องของตัวเอง และเมมชื่อผมไว้แล้ว"
เด็กหนุ่มพูดเเล้วเงยหน้าขึ้น ก่อนจะยื่นมือถือคืนให้กับธิดา แต่ธิดากลับเอาแต่จ้องใบหน้าของเด็กหนุ่ม ราวกับกำลังหลงอยู่ในมนต์สะกดของรูปลักษณ์หน้าตา เพราะเธอเองก็พึ่งจะเคยเห็นเด็กที่มีหน้าตาอันไร้ที่ติแบบนี้เหมือนกัน แต่เมื่อเด็กหนุ่มเรียกเธออีกครั้งเธอจึงรับมือถือคืนมาแล้วมองดูรายชื่อที่พึ่งถูกเมมลงไป และรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีชื่อสิงหา
"ขอบใจนะสิงหา ถ้าเห็นอะไรน่าสงสัย รีบติดต่อฉันมาเลยนะ"
"ครับ" พูดจบสิงหาก็เดินออกไปจากร้านกาแฟ ก่อนที่แขนของธิดาจะถูกสกิดจากอลีซเบาๆ
"ธิดา เธอรู้จักกับเด็กคนนั้นด้วยเหรอ?"
"ไม่อ่ะ พึ่งเคยเจอนี่แหละ แต่ก็ดีเหมือนกันอย่างน้อยเขาก็เป็นักศึกษาในมหาลัยคงจะช่วยอะไรได้เยอะ"
"นี่ น่าแปลกใจเหมือนกันนะ ปกติเด็กคนนี้เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องสมุดคนเดียวตลอด แล้วอีกอย่างฉันได้ข่าวว่าพ่อของเขาเป็หนึ่งในคณะรัฐบาลเลยนะแถมยังเป็หนุ่มฮอตตัวท๊อปของมหาลัยอีกด้วย เค้าจะช่วยแกจริงๆ ใช่ไหม ทำไมจู่ๆ ถึงเกิดสนใจขึ้นมาล่ะ"
"งั้นเหรอ" ธิดามองตามร่างหนาของเด็กหนุ่มที่เดินออกไป ก่อนจะนั่งลงกับเก้าอี้ แล้วจ้องมองเบอร์มือถือของเด็กคนนั้น ถึงจะแปลกใจบ้างที่จู่ๆ เด็กหนุ่มกลับเสนอตัวเข้ามาช่วยเองโดยที่ไม่ได้รู้จักกัน แต่คดีนี้มันก็แปลกเหมือนที่เด็กหนุ่มได้กล่าวเอาไว้ไม่มีผิด ทั้งรูปแบบการฆ่าที่โเี้ และสภาพศพแต่ละศพที่ถูกพบ วันเวลาในการลงมือ และหากว่าจะฆ่าใครสักคนแล้วเฉือนอวัยวะเพศมายัดปากศพเอาไว้ แสดงว่าคนร้ายต้องมีแรงจูงใจหรือมีปมอะไรบางอย่างกับผู้ชายแน่ๆ ธิดาจึงสันนิษฐานเบื้องต้นเอาไว้ ว่าคนร้ายอาจจะเป็ผู้หญิง แต่เธอก็ต้องกลับมาคิดใหม่ซ้ำอีกที เมื่อนึกขึ้นได้ว่าศพบางรายมีการถูกกระทำชำเราทางทวารหนักด้วย งั้นก็หมายความว่า เป็ไปได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงสินะ ยิ่งคิดก็เหมือนสมองจะะเิออกมา ธิดาจึงปัดไล่ความคิดนั้นชั่วครู่ ก่อนจะหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบเพื่อให้ใจผ่อนคลายลง...
หลังจากวันนั้น เวลาก็ผ่านไปราวๆ เกือบหนึ่งเดือน และวันที่13มันก็ใกล้จะวนกลับมาอีกครั้ง ธิดายังคงเฝ้าคอยตามสืบติดตามหาร่องรอยการฆาตกรรมอยู่ทุกวันและพยายามเร่งมือเพื่อไม่ให้มีเหยื่อรายที่หกต้องถูกฆ่าอีก แต่ก็ยังไร้วี่แววใดๆ เพราะหากยังไม่ถึงวันที่13 ฆาตกรจะไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรเลยให้เธอได้จับสังเกตุ ถึงจะไปที่มหาลัยทุกวันเพื่อเฝ้าดูกลุ่มนักศึกษาแล้วก็ตาม
ติ่ง!! เสียงข้อความในมือถือดังขึ้น ขณะที่ธิดากำลังจ้องหน้าจอคอมเพื่อหาข้อมูลต่างๆ อยู่
:ออกมาเจอกันหน่อยได้ไหมครับ
ข้อความนั้นถูกส่งมาจากเบอร์โทรของสิงหา เด็กหนุ่มที่เธอก็เกือบจะลืมเขาไปแล้วเหมือนกัน เพราะหลังจากที่เจอกันร้านกาแฟในตอนนั้น เธอกับเด็กหนุ่มคนนี้ก็ไม่เคยติดต่อกันเลย เพราะเธอคิดว่าขนาดเพื่อนของเธอที่เป็อาจารย์ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรมาบอกกับเธอ เด็กคนนี้ก็คงเหมือนกันจึงไม่ได้สนใจเขานัก
ธิดากดเบอร์ของสิงหาแล้วโทรกลับไป เพราะเธอไม่อยากจะพิมพ์ให้เสียเวลา
"ให้ฉันไปเจอมีเื่อะไรคืบหน้าเหรอ" ธิดาเอ่ยถามเมื่อคนปลายสายกดรับ
"ผมอยากคุยกับคุณ เื่ฆาตกร"
"นายมีอะไรเพิ่มเติมใช่ไหม" ธิดาเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ
"ใช่ครับ ออกมาเจอกันที่เดิมนะครับคาเฟ่ข้างมหาลัย"
"ได้ๆ ฉันจะรีบไป"
จบตอนที่2