จอมเสรีคือสมญาของจอมยุทธ์จิตรกรพเนจร ผู้ซึ่งไม่นานมานี้ใช้วิชาพิสดารของเขาสร้างความประหลาดใจแก่ผู้คนจนชื่อเสียงขจรไกลทั่วยุทธภพ ทั้งเล่าลือว่าพู่กันทัศนาจารึกที่เขาใช้แทนปิ่นปักผมเป็ของวิเศษอานุภาพลึกล้ำยากคาดเดา มันสามารถสำแดงปาฏิหาริย์ เสกสรรให้ทุกสรรพสิ่งที่วาดเขียนออกมา ให้เคลื่อนไหวมีชีวิตชีวาประดุจดั่งมายา
อันที่จริง หลี่ชิงเฉินก็ไม่ได้ปิดบังตัวตนแต่อย่างใด อีกทั้งยังมีส่วนคล้ายคลึงกับจอมเสรีดังที่เขาเคยได้ยินมาทุกกระเบียดนิ้ว เพียงแค่ฉางขู่ไม่ทันคาดคิด
จอมเสรีผู้นั้นะโกลับลงมาจากเนินผา ฝีเท้าเบาราวกับแตะเมฆ ก่อนพบว่ามีฝูงชนไม่น้อยห้อมล้อมอยู่ด้านล่างเพื่อรอดูใบหน้าของเขาชัด ๆ ซึ่งคาดว่าคงเป็เพราะได้ยินเสียงะโของคุณชายผู้เสพทุกข์เป็แน่
อย่างไรเสีย หลีกเลี่ยงตอนนี้ก็คงไม่ทันเสียแล้ว เขาจึงยิ้มเจื่อนบาง ๆ พลางค่อย ๆ ปัดมือขอความร่วมมือให้ช่วยหลีกทาง เพื่อเดินกลับไปยังแผงขายของของตน
จอมเสรีพึมพำคาดโทษคนต้นเหตุที่ทำให้วุ่นวายไปกันใหญ่
“ะโเป็เด็กไปได้ ใอะไรของเ้ากัน”
คุณชายผู้เสพทุกข์แสร้งเบือนหน้าไปทางอื่น ทว่าหางตายังไม่วายปรายมองจอมเสรีข้าง ๆ ต่อ
หลี่ชิงเฉิน… ว่าแล้วเชียว ถึงภายนอกเ้าจะดูธรรมดาไปสักหน่อย แต่ก็มักทำอะไรที่เหนือความคาดหมายอยู่เสมอ สมกับที่ขึ้นชื่อเื่ความอิสรเสรีเสียจริง
หลังคาดว่าฝูงชนได้ชื่นชมอักษรจารึกบนท้องฟ้าจนเพียงพอแล้ว หลี่ชิงเฉินก็เปิดกล่องไม้ขนาดเท่ากล่องพู่กัน ภายในปูด้วยแพรแดงซ้อนทับอีกชั้นหนึ่ง โบกพู่กันเรียกอักษรเมฆาซึ่งสรรสร้างขึ้นจากปราณนิรมิต ให้ย้อนกลับมารวมอยู่ภายในกล่องไม้ใบนั้น ก่อนจะก้าวไปมอบให้เด็กชาย เพื่อให้เขานำไปส่งต่อเป็ของขวัญแก่พี่สาวด้วยตนเอง
“เห็นไหมท่านพี่! ข้าไม่ได้โกหกท่าน จิตรกรผู้นี้สามารถวาดได้ทุกสิ่งจริง ๆ ” เด็กชายรับมา จากนั้นจึงยื่นกล่องไม้ที่ด้านในมีอักษรเมฆาให้ผู้เป็พี่ ท่าทีตื่นเต้น
แม้อักษรเมฆาจะมิได้ถือกำเนิดจากเมฆา แต่ลมปราณที่ใช้ถูกแปรสภาพจนมีคุณสมบัติคล้ายกับละอองน้ำ จึงมีคุณสมบัติบางเบาไหลเวียนดั่งเมฆาแท้จริงจนยากแยกแยะ
ว่าไปแล้วนั้น หากจะเอ่ยถึงยุทธภพในห้วงยามนี้ นับว่ามีเื่ผิดแผกอยู่หนึ่งสถาน ไม่รู้ั้แ่เมื่อใดที่วิชาพิสดารพันลึกอุบัติขึ้นต่อเนื่องมิขาดสาย ทั้งยังแพร่สะพัดไปทั่ว ส่งผลให้แม้กระทั่งสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ใน ‘บันทึกรวมสรรพวิทยายุทธ์’ มิได้จำกัดอยู่เพียงสายวิชาทั่วไปอีกต่อไป หากแต่ยังรวบรวมเอาสายวิชาประหลาดพิกลเ่าั้เอาไว้ด้วย
หนึ่งในแขนงวิชาดังกล่าวก็คือ ‘สายอัศจรรย์’ ดังเช่นที่จอมเสรีเพิ่งรังสรรค์ให้เป็ที่ประจักษ์เมื่อครู่ ทว่าแม้จะดูน่าพิศวงเพียงใด ก็ยากปฏิเสธได้ว่าช่างไร้ประโยชน์ในการต่อสู้
ดวงตาของผู้เป็พี่สาวทอประกายระยับยามจ้องมองอักษรเมฆาที่ขยับเคลื่อนไหว
“น้องชายข้า... เ้าช่างสรรหาของขวัญแสนวิเศษมาให้ข้านัก เด็กดี เด็กดี” นางลูบศีรษะน้องชายเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู ระบายยิ้มกว้างเปี่ยมด้วยความสุข
ครั้นเห็นบุตรีพึงพอใจ บิดาเศรษฐีก็ตบรางวัลก้อนใหญ่ให้ตามสัญญา โดยในสายตาของผู้มั่งคั่งแล้ว เงินจำนวนนี้เป็เพียงรางวัลเล็กน้อยเท่านั้น แต่สำหรับจิตรกรผู้หาเลี้ยงชีพวันต่อวันเช่นเขา กลับมากพอจะประทังชีวิตได้อีกเนิ่นนาน
“ขอบคุณท่านเศรษฐีที่มีน้ำใจยิ่ง”
หลี่ชิงเฉินประสานมือคารวะ ก่อนจะหันไปทางเ้าของวันเกิดแล้วกล่าวเสริม “ขอให้แม่นางมีความสุขในวันเกิด”
นางประสานมือคารวะตอบ
“เป็เพราะท่านแท้ ๆ ข้าจึงได้ฉลองงานวันเกิดที่น่าจดจำเช่นนี้” นางกล่าวด้วยสายตาชื่นชม
“แม่นางยกยอเกินไปแล้ว” เขาตอบกลับด้วยท่าทีสุภาพ ทว่ายามเงยหน้าขึ้นพบกับแววตาระยิบระยับของอีกฝ่ายเข้า หลี่ชิงเฉินจึงฝืนยิ้ม พลางรีบประสานมือโค้งลาตามธรรมเนียม ก่อนจะรีบสาวเท้าก้าวถอย ปลีกตัวหนีออกมาโดยไว
ฉางขู่กงจื่อเฝ้าสังเกตอยู่เงียบ ๆ และฉุกคิดว่าจอมเสรีผู้นี้ นอกจากมีอุปนิสัยเอกลักษณ์และวิชาเปี่ยมลูกเล่นวิจิตรตระการตา ดูท่ายังมีเสน่ห์ร้ายกาจอีกเสียด้วย
ขณะที่ชาวเมืองยังตราตรึงใจกับความอัศจรรย์ของวิชาปราณนิรมิต แต่นั่นไม่ใช่สำหรับกลุ่มจอมยุทธ์ที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่รอบนอก พวกเขากลับมองมันเป็เพียงการแสดงปาหี่น่าขัน หนึ่งในนั้นแค่นเสียงดูแคลนออกมาอย่างโจ่งแจ้งโดยมิคิดปิดบัง
“จอมเสรีกระไรกัน ก็แค่ตัวตลก… ถึงกับเสียเวลาฝึกฝนวิชาไร้แก่นสารมาทำเื่เสียของเช่นนี้”
“พวกเราก็อย่ามัวรั้งอยู่ที่นี่ให้เสียเวลาเลย ไปทำตามคำสั่งของเ้าสำนักต่อเถอะ”
หลี่ชิงเฉินย่อมไม่สนใจต่อคำถากถาง เพียงแต่พอบทสนทนาต่อไปแว่วผ่านเข้ามาในโสต เมื่อนั้นทั้งร่างของเขาถึงกับชะงักงันอยู่กับที่
“เมืองเล็ก ๆ เช่นนี้ จักมีภูติแมวขาวซ่อนเร้นอยู่จริงหรือ?”
แมวขาว… หลี่ชิงเฉินใบหูกระตุกตอบสนอง ตั้งใจฟังให้ถนัดถนี่
ฉางขู่กงจื่อเล็งเห็นความผิดปกติในทันที เขามองตามสายตาที่จดจ้องไปยังกลุ่มจอมยุทธ์เ่าั้ จึงลอบเงี่ยหูฟังด้วยอย่างเงียบเชียบ เพื่อหาเหตุผลที่ทำให้จิตรกรหนุ่มแน่นิ่งไป
“ภูติแมวขาวเก้าชีวิต เหอะ… ตำนานแบบนั้นจักไปมีอยู่จริงได้อย่างไรกัน เ้าก็น่าจะรู้ดีว่านั่นเป็เพียงวิชาแปลงกายของสำนึกฝึกปีศาจเราเท่านั้น เ้าสำนักงมงาย เ้าก็งมงายตามไปด้วยรึ?”
หลี่ชิงเฉินมองให้ชัด ๆ พบว่าพวกเขาเป็กลุ่มจอมยุทธ์จากพรรคใต้ดิน สังกัดสำนักฝึกปีศาจ
“เหมือนเบาะแสจะชี้ไปที่หอน้ำชาเก้ามงคลสินะ”
“ดูท่าจะเป็เช่นนั้น”
จอมเสรีผู้ซึ่งบัดนี้มีลูกค้าห้อมล้อมเต็มหน้าร้าน กลับลุกขึ้นจัดการเก็บข้าวของอย่างรวดเร็ว ปิดร้านกระทันหันเสียดื้อ ๆ ท่ามกลางความมึนงงของมวลชน
“เอ๊ะ! เ้าจะรีบเก็บของไปที่ใดกัน?” ฉางขู่เอ่ยทักด้วยความแปลกใจ
ทว่าหลี่ชิงเฉินมิได้เอ่ยคำใด เขาเพียงสาวเท้าเดินดุ่ม ๆ ตามหลังจอมยุทธ์กลุ่มนั้นไปอย่างไม่ลดละ
‘หรือว่า… หากข้าช่วยตามหาแมวขาวตัวนั้นจนเจอ บางทีเขาอาจจะต้องยอมให้ข้าเดินทางไปกับเขาอย่างช่วยไม่ได้’ ฉางขู่กงจื่อหุบพัดดัง ฉับ ตัดสินใจเดินแยกไปอีกทาง อันเป็ทางลัดที่จะทำให้เขาสามารถล่วงหน้านำไปหนึ่งก้าวอย่างมีแผนการ
ก่อนหน้านี้ หลี่ชิงเฉินพยายามตามหาแมวขาวอย่างไร้วี่แววอยู่เนิ่นนาน ในที่สุดเบาะแสสำคัญก็ปรากฏขึ้น ข่าวลือเื่หอน้ำชาเก้ามงคลที่เพิ่งเปิดไม่ใช่สถานที่ธรรมดา ดูจะมีมูลความจริงอยู่มาก ดังนั้น เขาคงต้องลองไปเยือนสักครั้ง
ยามไกลพ้นจากฝูงชนแล้ว สายตาที่ปกติดูราบเรียบของหลี่ชิงเฉินพลันแปรเปลี่ยน…