วิถีเซียนเจ้าสำราญ: ข้าไม่ได้อยากเก่ง (逍遥道祖:我真不想无敌)

    บทที่ 39: ปฐมบทแห่งการสำแดงพลัง สุขสบายในหอคอยชิงหลง

    บทที่ 39: ปฐมบทแห่งการสำแดงพลัง สุขสบายในหอคอยชิงหลง

    หลงเทียนเฟย เดินปะปนไปกับคลื่นมนุษย์ มุ่งหน้าสู่ประตูศิลาขนาดมหึมาของหอคอยชิงหลง ขณะที่กำลังจะก้าวเข้าไป ผู้อาวุโสที่ยืนอยู่หน้าประตูก็ได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวาน


    "และจงจำไว้ หากผู้ใดรู้สึกว่าตนเองมิอาจผ่านไปได้ หรือเผชิญหน้ากับอันตรายถึงชีวิต ขอให้ใช้ 'ยันต์ส่งกลับ' ที่ได้รับไปเมื่อครู่ มันจะนำพาท่านออกจากหอคอยทันทีโดยปลอดภัย"


    'อย่างน้อยก็มีทางออกฉุกเฉินสินะ' หลงเทียนเฟยคิดในใจ 'ช่างเป็นเรื่องที่ประหยัดแรงในการเอาชีวิตรอดนัก'


    ทันทีที่เขาก้าวผ่านประตูหลัก ความรู้สึกราวกับเดินผ่านม่านน้ำที่มองไม่เห็นก็พลันสัมผัสผิวกาย แสงสีครามอ่อนโยนสายหนึ่งสาดส่องลงมาโอบอุ้มร่าง ม่านพลังงานที่เย็นเยียบได้ถักทออยู่รอบกาย เขารู้สึกถึงตัวตนที่พร่าเลือนลง ใบหน้าและลักษณะเฉพาะตัวของเขาถูกปกปิดไว้ด้วยพลังของหอคอยอย่างสมบูรณ์ ในมือปรากฏป้ายหยกสีขาวชิ้นหนึ่งขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ มันเย็นและเรียบเนียน บนนั้นสลักหมายเลข 'ผู้ท้าทายหมายเลขหนึ่งพันสามร้อยสี่สิบแปด'


    'ยอดเยี่ยม' เขายิ้มอย่างพึงพอใจ 'บัดนี้ข้าคือผู้ไร้ตัวตนอย่างแท้จริง ไม่มีผู้ใดรู้ว่าข้าเป็นใคร และข้าจะทำอะไรในนี้ก็ได้'


    เขาก้าวเข้าสู่แท่นส่งพลังที่สลักอักขระโบราณไว้ แสงสว่างวาบขึ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนที่ทิวทัศน์จะเปลี่ยนไป เขามาปรากฏตัวอยู่บนลานศิลาที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งหนึ่ง มันคือชั้นที่หนึ่งของหอคอย


    "โฮกกก"


    ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทอดน่องสำรวจบรรยากาศ เสียงคำรามอันหิวกระหายก็ดังขึ้น หมาป่าเขี้ยวเหล็กห้าตัวปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด พลังของพวกมันอยู่ในระดับสัมผัสปราณขั้นต้นเท่านั้น


    หลงเทียนเฟยถอนหายใจ 'เฮ้อ...แค่มดปลวกพวกนี้ยังต้องมาขัดจังหวะการพักผ่อนของข้าอีกรึ ช่างน่าเหนื่อยหน่ายนัก'


    เขาไม่ได้คิดจะใช้ 'คัมภีร์ลมปราณมังกรฟ้าบรรพกาล' หรือพลังสายเลือดมังกรให้สิ้นเปลืองเลยแม้แต่น้อย แต่ความคิดที่จะต้องออกแรงต่อสู้กับอสูรระดับนี้โดยตรงก็ทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่ายเกินกว่าจะยอมรับได้


    ในเสี้ยววินาทีที่หมาป่าตัวแรกพุ่งเข้าใส่ หลงเทียนเฟยก็เคลื่อนไหว เขามิได้ตั้งท่าต่อสู้ แต่กลับโคจรพลัง 'คัมภีร์ดาบหมื่นสรรพสิ่ง' (万象剑诀) ขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ


    เขตแดนกระบี่ที่มองไม่เห็นแผ่ขยายออกไปรอบกายเขาทันที


    หมาป่าตัวแรกที่กระโจนเข้ามาในระยะ พลันส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด กระบี่พลังปราณที่มองไม่เห็นสายหนึ่งได้กรีดเข้าที่ขาหน้าของมันอย่างแม่นยำ แต่นั่นยังไม่หมด พลังที่มองไม่เห็นนั้นยังได้ "ผลัก" ร่างของมันให้เสียหลักไปกระแทกกับสหายที่วิ่งตามมาข้างๆ อย่างจัง


    หมาป่าอีกตัวที่ถูกกระแทกอย่างไม่ทันตั้งตัวก็คำรามกลับด้วยความโกรธเกรี้ยว ด้วยเข้าใจว่าถูกลอบทำร้ายจากพวกเดียวกันเอง


    หลงเทียนเฟยยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เขายังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ เพียงแค่ขยับปลายนิ้วเป็นครั้งคราวอย่างสบายอารมณ์ ชี้นำกระบี่พลังปราณที่มองไม่เห็นให้ร่ายรำไปทั่วสมรภูมิ


    เสียงเนื้อฉีกขาดและเสียงขู่คำรามดังขึ้นระงม ฝูงหมาป่าบัดนี้ได้เข้าห้ำหั่นกันเองอย่างบ้าคลั่ง ตัวหนึ่งถูกกระบี่ล่องหนกรีดเข้าที่สีข้าง ทำให้มันหันไปกัดเข้าที่คอของสหายอีกตัวหนึ่งอย่างดุร้าย ความโกลาหลที่เกิดขึ้นทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของบุรุษผู้ยืนดูอย่างเกียจคร้านเพียงผู้เดียว


    เมื่อหมาป่าตัวสุดท้ายล้มลงเพราะทนพิษบาดแผลจากพวกเดียวกันไม่ไหว ร่างของพวกมันก็ค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองแสง ทิ้งไว้เพียงแก่นพลังงาน (能量核心) ขนาดเล็กห้าลูกที่ส่องประกายแสงจางๆ อยู่บนพื้น


    หลงเทียนเฟยเดินเข้าไปเก็บแก่นพลังงานเหล่านั้นอย่างไม่รีบร้อน ประตูศิลาบานหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าที่ปลายสุดของลานประลอง มันคือเส้นทางสู่ชั้นต่อไป


    'ช่างเป็นการแสดงที่น่าเบื่อหน่ายนัก แต่ก็ยังดีที่ไม่ต้องออกแรงให้มากความ' เขาคิดในใจขณะที่เดินไปที่แท่นส่งพลังเบื้องหน้าประตูอย่างไม่รีบร้อน


    แต่แล้ว...ในเสี้ยววินาทีที่กลไกการวาร์ปทำงาน พลังงานจากสายเลือดมังกรที่เพิ่งตื่นขึ้นและยังไม่เสถียรของเขาก็พลันทำปฏิกิริยากับรอยร้าวในมิติที่ซ่อนเร้นอยู่ของหอคอยชิงหลงโดยไม่คาดคิด


    วูมมมมมม


    แสงสว่างจากการวาร์ปที่ควรจะนุ่มนวลกลับปั่นป่วนและรุนแรงขึ้นอย่างฉับพลัน อักขระบนแท่นส่งส่องประกายเจิดจ้าจนน่าพรั่นพรึง ร่างของหลงเทียนเฟยถูกดูดกลืนเข้าไปในกระแสพลังงานที่บิดเบี้ยวและควบคุมไม่ได้


    เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทิวทัศน์เบื้องหน้ามิใช่ชั้นที่สองที่ควรจะเป็น


    อากาศรอบกายหนักอึ้งและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก พื้นดินเต็มไปด้วยรอยแยกที่คุกรุ่นไปด้วยไอร้อนสีเลือด กลิ่นอายแห่งความตายและเจตจำนงสังหารโบราณลอยคละคลุ้งไปทั่ว เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวของอสูรวิญญาณระดับสูงดังมาจากที่ไกลๆ


    ณ ใจกลางของลานประลองอันรกร้างแห่งนี้ ร่างจำแลงของผู้ฝึกตนโบราณในชุดเกราะที่แตกสลายค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากฝุ่นผง ดวงตาของมันเป็นสีแดงฉานและจับจ้องมาที่เขา


    [ระบบ: ตรวจพบความผิดพลาดในการส่งย้าย...ผู้ท้าทายได้เข้าสู่...ชั้นที่ 21]


    หลงเทียนเฟยเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง


    "ให้ตายเถอะ" เขาพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดอย่างมหาศาล


    "ข้าแค่ต้องการประหยัดแรง! เหตุใดสวรรค์จึงต้องส่งข้ามายังสถานที่ที่น่ากลัวเช่นนี้ด้วย"


    (จบตอนที่ 39)

    คล้ายกับเรื่องวิถีเซียนเจ้าสำราญ: ข้าไม่ได้อยากเก่ง (逍遥道祖:我真不想无敌) ที่คุณอ่าน