"ป้าซิ่วฉิน กลับไปเถอะค่ะ"ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบระหว่างจัดเรียงสมุนไพรในถาดไปด้วย "ในเมื่อป้าจะให้ฉันชดใช้ขาของลูกชายฉันก็ไม่กล้ารักษาต่อหรอกค่ะ"
"ถ้าฉันรักษาลูกชายป้าแล้วเกิดอะไรขึ้นมาป้าก็จะมาโทษฉัน บ้านฉันยังมีเด็กอีกสามคน แถมยังมีคนป่วยอีก"
สีหน้าของต่งเสี่ยวเสี่ยวเย็นชาเธอไม่มีทางทำเรื่องเสียเปรียบแบบนี้แน่นอน
"แต่หมอเผยให้ฉันมาหาเธอนะ"หวังซิ่วฉินดึงรั้งขากางเกงของต่งเสี่ยวเสี่ยวไว้แน่น "เห็นแก่ที่ฉันแก่ป่านนี้แล้ว พูดจาไม่ระวังปาก ขอร้องล่ะช่วยชีวิตซิงชางด้วย"
"ขอร้องล่ะ!"
หวังซิ่วฉินจ่ายเงินทั้งหมดที่มีไปแล้วตอนนี้ในกระเป๋าไม่มีเงินเหลือเลย เฉียนจือก็พาลูกสองคนจากไปแล้วด้วย
ถ้าหากช่วยชีวิตลูกชายไม่ได้ถ้าอย่างนั้น...
ต่งเสี่ยวเสี่ยวดึงหวังซิ่วฉินให้ลุกขึ้น"อย่าทำอะไรที่มันเกินเลยไปกว่านี้เลยค่ะฉันเชื่อว่าหมอเผยก็สามารถรักษาลูกชายป้าได้ดี"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก
หวังซิ่วฉินเม้มปากแน่นเธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็รีบออกจากบ้านไป
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเธอสั่งให้ฉินไห่หยางปิดประตูให้สนิท
"พวกเราไปนอนกันเถอะ" ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดพลางจูงมือเด็กทั้งสองคนแล้วเรียกฉินไห่หยางกลับเข้าไปในบ้านด้วยกัน
หลังจากอาบน้ำล้างหน้าให้เด็กๆทั้งสามคนเสร็จแล้ว พวกเขาก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงตรวจดูขาของฉินซู่
"พรุ่งนี้ฉันจะวาดแบบออกมาแล้วไปหาช่างไม้ให้ทำเก้าอี้ให้นายนะ" ที่เธอหมายถึงก็คือรถเข็นนั่นแหละจริงๆ แล้วในร้านขายยาก็มี แต่ถ้าจะซื้อก็ต้องใช้เงินเยอะ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวตั้งใจจะจ้างช่างไม้ทำเตียงไม้ตัวหนึ่งด้วยไว้สำหรับนอนอาบแดดในลานบ้าน
"แม่คะ ทำเก้าอี้ไปทำไมเหรอคะ?"ฉินไห่เยว่ไม่ค่อยเข้าใจ "บ้านเราก็มีเก้าอี้เยอะแยะไม่ใช่เหรอคะ?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเขี่ยปลายจมูกของฉินไห่เยว่"แม่จะทำเก้าอี้พิเศษ เก้าอี้แบบมีล้อพวกหนูจะได้เข็นพ่อออกไปตากแดดตอนกลางวันได้ไง"
"จริงด้วย!"
ฉินไห่เยว่ตบหน้าผากตัวเองเบาๆก่อนจะพูดอย่างหงุดหงิดว่า "หนูแค่อยากจะบอกแม่ว่าหนูอยากให้พ่อออกไปตากแดดข้างนอกบ้าง พ่ออยู่แต่ในบ้านคนเดียวเหงาเกินไปแล้วค่ะ"
เมื่อกี้เธอกำลังจะพูดแต่หวังซิ่วฉินเข้ามาขัดจังหวะซะก่อน
"ได้เลย แม่จำไว้แล้ว" หลังจากกล่อมฉินไห่เยว่ไปสักพัก ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงเตรียมตัวจะนอนหลับพักผ่อนอย่างสบายใจ
เพิ่งจะนอนลงไปได้สักพักก็มีเสียงดังมาจากข้างนอกบ้านอีกแล้ว
มีเสียงไก่ขัน และเสียงหมูร้อง
หืม?
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเธอหยิบเสื้อคลุมมาสวม "พวกลูกนอนไปก่อนนะแม่จะออกไปดูข้างนอกหน่อย ว่าเกิดอะไรขึ้น"
เมื่อกี้ยังไม่มีเสียงพวกนี้เลยนี่นาทำไมถึงมีเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ แถมประตูบ้านของเธอก็เหมือนจะพังแล้วด้วย!
เธอเดินไปที่ประตูแล้วเปิดออกลูกหมูหลายตัวก็วิ่งเข้ามาจากข้างนอก ตรงเข้าไปในบ้านทันทีแถมยังมีไก่ด้วยอีกหลายตัว
เธอเห็นหวังซิ่วฉินสะพายตะกร้าบนตะกร้ายังมีไก่สองตัวที่ยังไม่ได้กระโดดออกมา ในมือก็ถือไม้แสดงว่ากำลังไล่ลูกหมูอยู่
"ป้าทำอะไรเนี่ย?" ต่งเสี่ยวเสี่ยวถึงกับอึ้งไป เธอไม่เคยเจอเรื่องอะไรแบบนี้มาก่อน
หวังซิ่วฉินสะพายตะกร้าเดินเข้ามาข้างในก่อนจะวางตะกร้าลงบนพื้น "ฉันทำเกินไปจริงๆฉันจะไม่ขอร้องเธอแล้ว แต่ฉันจะจ้างเธอด้วยเงินแทน"
"ตอนนี้ฉันไม่มีเงินเหลือในบ้านแล้วเงินทั้งหมดจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลให้ซิงชางหมดแล้ว แถมยังต้องเก็บไว้เป็นค่าบำรุงแต่ลูกหมูพวกนี้ยังพอขายได้อยู่บ้าง"
"ฉันขอร้องล่ะเธอช่วยดูแลซิงชางจนกว่าจะพ้นขีดอันตรายได้ไหม?" หวังซิ่วฉินสำนึกผิดจริงๆผมที่ยุ่งเหยิงเพราะเหงื่อเปียกติดอยู่บนศีรษะ
"ฉันยกให้เธอทั้งหมด" หวังซิ่วฉินหลังค่อม "ฉันคิดได้แล้วว่าเป็นเพราะฉันกับลูกชายที่โลภมากเกินไป ถึงได้กลายเป็นแบบนี้"
"ฉันไม่ควรจะโทษเธอเลยฉันควรต้องขอบคุณเธอที่ช่วยชีวิตเขาไว้ต่างหาก"
หวังซิ่วฉินโค้งคำนับอย่างจริงจังต่งเสี่ยวเสี่ยวมองลูกหมูที่วิ่งพล่านไปทั่วลานบ้าน ก่อนจะยิ้มพลางส่ายหน้า"ป้าเอาพวกมันกลับไปเถอะค่ะ"
จนถึงตอนนี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรอีกแล้ว
เธอไม่ได้คิดจะหาเรื่องใครเลยสักนิดแต่หลังจากที่ยุ่งวุ่นวายมาทั้งคืน พอเช้าตรู่หวังซิ่วฉินกลับโผล่มาแล้วบอกให้เธอชดใช้ขาที่หายไป
เธอทนไม่ได้จริงๆ
แต่พอเห็นความจริงใจของหวังซิ่วฉินแล้วเธอก็คงต้องไป
"เอาเถอะค่ะ" มองหวังซิ่วฉินที่ยังพูดขอโทษไม่หยุด ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจ"ฉันรับปากป้าแล้ว ป้ารีบเอาลูกหมูพวกนี้กลับไปก่อนเถอะ"
"แต่พวกนี้คือค่ารักษาพยาบาลที่ฉันจ่ายให้เธอนะ"หวังซิ่วฉินไปโรงพยาบาลจึงได้ยินเรื่องของต่งเสี่ยวเสี่ยวเมื่อคืน
เธอได้ยินมาว่าหล่อนแทบจะไม่ได้นอนเลยทั้งคืน
ถึงเธอจะโลภมากแต่สุดท้ายแล้วหัวใจคนก็ทำด้วยเนื้ออยู่ดี เรื่องบางเรื่องจะไม่เข้าใจได้ยังไงกัน
"งั้นฉันจะเก็บลูกหมูสีเหลืองตัวเล็กๆไว้ตัวหนึ่ง ที่เหลือป้าเอากลับคืนไปเถอะค่ะ" ต่งเสี่ยวเสี่ยวชี้ไปที่หมูตัวหนึ่งที่อยู่ตรงมุมอย่างไม่ใส่ใจนัก"พวกเราเก็บข้าวของ แล้วรีบไปโรงพยาบาลกันเถอะค่ะ"
"ได้ๆ" หวังซิ่วฉินตื้นตันจนน้ำตาคลอเธอรีบจับมือต่งเสี่ยวเสี่ยวไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
ต่งเสี่ยวเสี่ยวมองเธอ ก่อนจะพูดว่า"ถ้าป้าไม่ปล่อยมือฉัน คืนนี้เราคง..."
หวังซิ่วฉินรีบปล่อยมือต่งเสี่ยวเสี่ยวเข้าไปบอกลาฉินซู่
"แม่สู้ๆ!" ฉินไห่เยว่ยื่นหน้าเล็กๆ ออกมาจากผ้าห่ม "พอกลับมาแล้วทำของอร่อยๆให้พวกเรากินด้วยนะคะ"
"จ้ะ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดจบก็รีบออกจากบ้านอาศัยช่วงที่ฟ้ายังไม่มืดจนเกินไป เธอและหวังซิ่วฉินจึงเดินไปที่ในตัวตำบลด้วยกัน
พอมาถึงโรงพยาบาล เผยเห่อก็กำลังวุ่นวาย
คนในแผนกพยาบาลพอเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เดินไปมาด้วยความตื่นเต้น "หมอต่งในที่สุดคุณก็มาแล้ว หมอเผยของเราวุ่นจนแย่แล้วค่ะ"
มีคนรีบร้อนไปตามเผยเห่อต่งเสี่ยวเสี่ยวเปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดแล้วไปที่ห้องไอซียู
เผยเห่อพอเห็นเธอก็เดินเข้ามาทั้งสองคนเหมือนสลับบทบาทกัน เขายังรายงานอาการเพิ่มเติมอีกด้วย"ไข้ลดแล้วแต่ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดเกิดขึ้นเร็วกว่าที่พวกเราคิด"
"มันแน่นอนอยู่แล้ว" ต่งเสี่ยวเสี่ยวขมวดคิ้ว "คุณวุ่นมาทั้งวันแล้วสินะกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ คืนนี้ฉันเฝ้าเอง"
เธอกับเผยเห่อต้องผลัดกันเฝ้าไม่งั้นถ้าเกิดอุบัติเหตุจากภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดขึ้นมาอีกจะรับมือไม่ทัน
"ได้ครับ"
พอทั้งสองคนตกลงกันได้เผยเห่อจึงกลับไปพักผ่อน ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เฝ้าอยู่ในห้องเล็กๆ ตรงข้ามห้องไอซียู
หวังซิ่วฉินนั่งอยู่บนเก้าอี้
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนต่งเสี่ยวเสี่ยวออกมาจากห้องเล็กๆ เธอเห็นหวังซิ่วฉินนั่งหลับอยู่บนเก้าอี้ต้นคอเป็นสีเขียวคล้ำ น่าจะเป็นรอยข่วนจากหมี
"ตื่นได้แล้วค่ะ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวปลุกหวังซิ่วฉิน"ฉันจะทำแผลที่หลังให้ป้านะคะ"
"เมื่อเช้าแผลของป้าก็ติดเชื้อแล้ว"ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดพลางเดินไปที่ห้องพยาบาล หยิบน้ำยาฆ่าเชื้อมา"ถ้าไม่ทำความสะอาด เดี๋ยวหลังก็จะเน่าเอาได้"
ตลอดทั้งคืนสิบกว่าชั่วโมงหัวใจของหลี่ซิงชางเต้นช้าลงไปครั้งหนึ่งโชคดีที่ทำซีพีอาร์แล้วจึงกลับมาหายใจได้อีกครั้ง
หลังจากผ่านเรื่องราวที่ชวนกังวลมาทั้งคืนพอถึงตอนเช้า ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็หาวหวอดๆ
เผยเห่อซื้ออาหารเช้ามาให้เธอตอนแรกเขาจะมาเปลี่ยนเวรกับเธอ แต่บังเอิญที่โรงพยาบาลเรียกประชุมด่วน
จึงทำได้แค่ให้เธอเฝ้าคนไข้ต่อไปก่อน
ผ่านไปประมาณสามสี่ชั่วโมงการประชุมถึงจบลงเผยเห่อก็วิ่งมาแต่ไกล เขาคว้าแขนต่งเสี่ยวเสี่ยวแล้วลากเธอไปทันที"ไปดูคนป่วยอาการแปลกๆ กับผมหน่อย"