ตอนที่ 155 ปีศาจเพลิงปะทะเทพสุริยัน
บัดนี้หนามพสุธาทิ่มแทงขึ้นมาสูงหลายสิบเมตรกินรัศมีการโจมตีเป็นวงกว้างออกมาจนไม่มีทางจะหลบพ้นได้เลยเด่นสง่าชี้ฟ้าในพริบตา
พื้นที่บริเวณโดยรอบตัวหยางหลงตอนนี้เป็นดงหนามพสุธาขึ้นมา
"ศพเจ้าหนูนั้นอยู่ไหนกัน"
เสี่ยหายที่มองไม่เห็นศพของหยางหลงที่สมควรจะถูกแทงเสียบทะลุคาหนามพสุธาเลยแม้แต่น้อยจนเกิดความสงสัย
ฉึก
จู่ๆก็มีดาบทิ่มแทงฝ่าเท้าของเสี่ยหายทะลุออกมา
"อ๊าก เท้าข้า"
เสี่ยหาย ที่โดนดาบแทงเตรียมจะดึงเท้าออกจากดาบกับไม่ทันการเมื่อเท้าถูกความร้อนแผดเผาจนละลายหายไปอย่างรวดเร็ว
ด้วยความร้อนของ ดาบสุริยันตอนนี้มีความร้อนยิ่งกว่าไฟทั่วไปเสียอีก เกือบเทียบได้กับความร้อนของดวงอาทิตย์เลยทีเดียว
"แก รอดตายจาก ดงหนามพสุธา ได้ไง"
เสี่ยหาย ที่ไม่อยากจะเชื่อว่าอีกฝ่ายรอดตายมาได้แล้วยังจู่โจมสวนกลับใส่ตนเองในจุดคาดไม่ถึงจนสามารถทำลายเท้าตนไปข้างนึงได้แบบนี้มาก่อน
"เข้าใจละ"
"สงสัยต้องให้เจ้าหนูแบบแกเห็นนรกของจริง"
เสี่ยหายที่มองดูดงหนามพสุธาอีกครั้ง ก็พบว่าตรงกลางของดงหนามพสุธาไม่มีหนามโผล่ขึ้นมาเลยแต่จะเรียกให้ถูกว่า โดนความร้อนจากปราณจิตขั้น 5 ธาตุไฟ ของหยางหลงจัดการหลอมละลายในพริบตาน่าจะถูกต้องกว่า
ตู้ม
หยางหลงที่ถูกเสาไฟพุ่งใส่ตัวเองโดยไม่ทันตั้งตัว
เสาไฟสีแดงฉานดูเหมือนกับออกมาจากนรกได้เล่นงานหยางหลงเข้าอย่างรุนแรง
"หึ ไหม้จนไม่เหลือแต่กระดูกแล้วมั้ง"
หลังจากเวลาผ่านไป 5 นาทีที่เสาไฟโผล่มาจู่โจมหยางหลงก็ได้หยุดลง
"อย่าบอกนะว่า ปราณจิตขั้น 5 ธาตุไฟของแก มีความร้อนแค่นี้"
หยางหลง ยังคงอยู่ท่ามกลางเสาไฟที่ตอนนี้ดับลงไปแล้วโดยไร้แผลไหม้ตามร่างกายเลย
"ไฟของข้ามาจากใต้ดินมีความร้อนแรงราวกับแมกม่ากับไม่สามารถทำไรแกได้"
เสี่ยหาย ยังคงไม่อยากเชื่อว่าหยางหลงจะรอดตายมายืนต่อหน้าโดยไม่มีอาการบาดเจ็บจากเสาไฟแบบนี้
"ไฟที่มาใต้ดินรึ"
"งั้นลองเจอไฟที่เทียบเท่าดวงอาทิตย์หน่อย"
ดาบสุริยันในมือหยางหลงที่ตอนนี้ปรากฏไฟลุกพรึ่บพุ่งเข้าใส่ศัตรูตรงหน้า
บึ้ม
แต่ก่อนที่ไฟที่ออกมาจากดาบสุริยันจะถึงตัวเสี่ยหายต้องถูกขัดขวางจากกำแพงดินที่ปรากฏขึ้นมาป้องกันการโจมตีของหยางหลง
"ถึงขนาดทำให้ต้องใช้การป้องกันสองชั้นเชียวรึ"
เสี่ยหาย ที่ไม่กล้าไฟสุริยันของหยางหลงอีกต่อไปจึงตัดสินใจใช้ปราณจิตขั้น 5ธาตุดิน ธาตุโลหะ ทำการป้องกันสองชั้นขึ้นมา
ตอนนี้กำแพงดินถูกทำลายลงในพริบตาจนมาถึงกำแพงโลหะที่มีธาตุโลหะอัดแน่นต้านไฟสุริยันเอาไว้อยู่
ซึ่งต้านได้แค่ไม่กี่วินาทีก็ถูกหลอมละลายลงไปทะลวงการป้องกันสองชั้นเข้าเล่นงานเสี่ยหาย
"อ๊าก"
เสี่ยหายที่ถูกไฟสุริยันเล่นงานเต็มๆร้องลั่นออกมา
ตู้ม
ไฟสุริยันที่จู่โจมใส่เสี่ยหายยังไม่ถึงนาทีกับเกิดระเบิดออกมาในพริบตา
"นานแล้วสินะที่ข้าไม่ได้ใช้ปราณเต็มที่"
เสี่ยหาย ที่ระเบิดปราณราชันออกมาปัดเป่าไฟสุริยันที่เผาออกไปจนสลายหายไปในอากาศ
"ถึงขนาดต้องเอาจริงกับเด็ก ท่าทางจะตกต่ำลงไปมาก"
ซือฟาง ได้โอกาสเยาะเย้ยจึงไม่รอข้า
"เอาไว้จัดการเจ้าหนูนี้ ก็เตรียมตัวเอาไว้ให้ดี"
เสี่ยหาย ยังไม่อยากจะมาตอบโต้อีกฝ่ายในเวลานี้จึงค่อยหาเวลาเคลียร์กันทีหลังแทน
เสี่ยหายที่ไม่ใช่เพียงปราณเพิ่มขึ้น แต่ยังคงมีรูปลักษณ์เปลี่ยนไปอีกด้วย
ตามร่างกายมีไฟลุกท่วมออกมาแล้วยังมีธาตุดิน โลหะเสริมด้านในเพิ่มอานุภาพการป้องกันหลายเท่าจากนั้นก็มีเขาปรากฏออกมาทั้งสองข้างบนหัวเสี่ยหายด้วยและหางที่มีไฟลุกไหม้ต่อเนื่องโผล่ออกมาทางสะโพกด้านหลังตัวเอง
ตอนนี้รูปลักษณ์เสี่ยหายไม่ต่างอะไรกับปีศาจเพลิง จากขุมนรกไปเรียบร้อยแล้ว
สามง่ามในมือตอนนี้มีสีแดงฉานจากธาตุโลหะครอบทับด้วยธาตุดิน สุดท้ายก็ธาตุไฟ จนกลายเป็น สามง่ามเพลิง
ทำให้สามง่ามเพลิงมีพลังมากกว่าสามง่ามที่เกิดจากปราณในตอนแรกเสียอีก
"ถึงขนาดงัดไม้ตายออกมาเลยรึ"
ซือฟาง ที่เห็นรูปลักษณ์เช่นนี้จึงบ่งบอกได้ว่าเป็นการผสมผสานของปราณจิตขั้น 5 ธาตุสามชนิด ปราณจิตขั้น 6 อำนาจกฎ ซึ่งก็คือ ธาตุไร้รูปลักษณ์
ธาตุไร้รูปลักษณ์ คือการที่จับธาตุธรรมชาติมาดัดแปลงให้เป็นศาสตราวุธหรือแม้แต่สร้างเป็นเกราะเพลิง ที่ปกติจะไม่สามารถจับเพลิงมาดัดแปลงเป็นเกราะหรือศาสตราวุธได้เลยนอกจะใช้โจมตีเท่านั้น เป็นวิชาฝืนกฎพลังธรรมชาติอย่างมากเช่นไฟที่ไม่สามารถดัดแปลงได้ กับถูกวิชาเช่นนี้เกิดเรื่องเหนือธรรมชาติออกมาได้
ส่วนปราณจิตขั้น 7 สร้างจิตวิญญาณ สำหรับเรื่องนี้ เสี่ยหายได้มีจิตวิญญาณที่ตายด้วยสามง่ามถูกกักเก็บเอาไว้ในศาสตราวุธจำนวนมากเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
จากนั้นปราณจิตขั้น 8 ผสานกับผู้ใช้ ทำให้เสี่ยหายไม่ต้องมีศาสตราวุธในมือก็สามารถสร้างอาวุธชิ้นใหม่ออกมาได้ด้วยพลังธรรมชาติ
"เล่นแบบนี้เลยรึ"
หยางหลง มองดูรูปลักษณ์อีกฝ่ายแตกต่างจากเดิมก่อนหน้านี้ชัดเจนจนทำให้ตัวเองต้องทุ่มเต็มที่รับมือกับอีกฝ่ายด้วย
ฟู่ม
จู่ๆหยางหลงก็เกิิดไฟลุกท่วมตัวอย่างรุนแรง
ตอนนี้แม้แต่ผืนดินที่เสี่ยหายยืนอยู่ก็ถูกความร้อนละลายจนกลายเป็นดินเละๆเหนียวๆขึ้นมาแล้วยังไม่จบลงเพียงเท่านี้
เมื่อความร้อนแผ่ขยายออกมามากขึ้นเรื่อยๆลุกลามไปทั่วทุกพื้นที่รอบตัวหยางหลงไฟลุกพรึ่บพรั่บจากออกมาสว่างไสวชัดเจน
เปลวไฟสีแดงเปลี่ยนเป็นสีทองร้อนแรงยิ่งกว่าไฟสีน้ำเงินเสียอีก พลังเพลิงที่ไม่เคยปรากฏที่ใดบนโลกในตอนนี้บัดนี้ได้สำแดงเดชออกมาต่อหน้าเหล่าศัตรูในครั้งนี้
ตอนนี้ทุกย่างก้าวของหยางหลงเหยียบย้ำล้วนแล้วแต่เกิดการหลอมละลายไปกับพื้นตลอดเส้นทางเดิน
"ไฟสีทอง นี้มันไฟอะไรกัน"
แม้แต่เสี่ยหาย ที่เป็นผู้ใช้ธาตุไฟยังตกตะลึงกับไฟสีทองที่ลุกไหม้บนตัวหยางหลงด้วยเช่นกัน
ไม่เว้นคนจากสำนักโลหิตสมิงกับสำนักจันทรคลาสด้วยเหมือนกัน เมื่อพวกตนต่างไม่เคยพบเจอธาตุไฟรุนแรงได้ขนาดนี้มาก่อนเลย
ยกเว้นคนนึงที่เคยเห็นธาตุไฟในตำนานนี้มาแล้วแต่ก็ยังไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นว่าจะได้มาเห็นอีกครั้งในตัวหยางหลง
หยางหลงที่ไม่ต่างจากเทพพระอาทิตย์หรือเทพสุริยัน ที่ลงมาจุติบนโลกใบนี้ เหมือนกับดวงอาทิตย์ขนาดเล็กที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล