สามวันผ่านไป
การนั่งสมาธิและปฏิบัติธรรมในครั้งนี้เป็สิ่งที่ลูกตาลตั้งใจและอยากจะทำมานานแสนนานและวันนี้เธอก็ทำได้สำเร็จ ถึงแม้จะเป็เวลาสั้น ๆ ก็ตามก่อนจะเปลี่ยนชุดขาวเพื่อเตรียมตัวกลับตามเวลาที่ได้นัดกับคนึงนิตย์เอาไว้นั้นเธออาสาไปกวาดใบไม้บริเวณใกล้กับศาลาการเปรียญ เพราะเธอต้องรอเพื่อนสาวมารับสิบเอ็ดโมง แต่ตอนนี้พึ่งจะเก้าโมงเช้าหญิงสาวจึงอยากทำอะไรที่เป็ประโยชน์มากกว่าแค่การนั่งรอ
ตุลย์ซึ่งติดตามเพื่อนเพื่อมาเยี่ยมหลวงพ่อที่วัดเดินเล่น ไปพลาง ๆ พร้อมกับถ่ายรูปซึ่งเป็งานอดิเรกที่เขาชอบมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ขณะถ่ายรูปธรรมชาติอยู่นั้นกล้องที่อยู่ในมือส่องไปทางหญิงสาวกำลังกวาดใบไม้อย่างใจเย็นเขาไม่รีรอเดินตรงไปหาเธอทันทีทันใด
“อะแฮ่ม !” เ้าของใบหน้าหล่อเหลากระแอมเพราะเธอคล้ายกับคนใจลอยไม่แม้กระทั่งจะรู้ว่าเขายืนแทบจะชิดตัวเธอ อยู่แล้ว
“คุณ !” ใบหน้าที่ดูเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็ความสงสัยผสมผสานกับอาการใเล็กน้อย
“ผมน่ากลัวขนาดนั้นเชียว”เสียงหัวเราะแ่เบาสั่นะเืแผงอกของเขาจนอีกฝ่ายอดใจที่จะมองไม่ได้
“ใช่ น่ากลัวมาก” เธอแลมองเขาด้วยสายตาขึงขังทำสีหน้าจริงจังพลางเอ่ยตอบ
“ถามจริงผมไปทำอะไรให้คุณถึงได้ไม่ชอบขี้หน้ากันั้แ่แรกเจอ อ้อ! ที่มาวัดนี่อย่าบอกนะว่าอกหัก ถูกแฟนทิ้ง” ไม่ใช่แค่เขาที่ตั้งคำถามนี้กับเธอเมื่อก้าวเข้าสู่วัดวันแรกเพื่อนรุ่นราว คราวเดียวกันกับเธอมีเพียงไม่กี่คนเพราะส่วนใหญ่แล้วจะเป็คนที่มีอายุค่อนข้างมากและเหตุผลหลักที่เข้าวัดก็เพราะมีปัญหาทางด้านความรัก ครอบครัว และปัญหาอื่น ๆมีเพียงเธอที่เข้าวัดเพราะ้าปรับสภาพจิตใจเพื่อให้มีพลังในการดำเนินชีวิต
“อย่ามาทำเป็รู้ดีไปหน่อยเลยคุณไม่ต้องมายุ่งเื่ส่วนตัวของฉัน” ใบหน้างดงามไร้การแต่งเติมกระแทกเสียงใส่อีกฝ่าย
“เข้าวัดไม่ได้ช่วยให้จิตใจของคุณสงบขึ้นมาบ้างเลย หรือไง” สายตาคมวาวเพ่งมองเธอขณะเขากำลังจะพูดต่อ หญิงสาวกลับเดินหนี
“เดี๋ยวก่อนสิ จะรีบไปไหนคุณ”
“ไปไกล ๆ จากคนแถวนี้”หญิงสาวไม่แม้กระทั่งจะหันไปมองคนข้างหลังแต่ถูกอีกฝ่ายดึงแขนเอาไว้
“คุณจะทำอะไร”
“ใครจะไปกล้าทำอะไรไม่ดีในวัดผมก็แค่ขอให้คุณคุยดี ๆ กับผมก็แค่นั้นเอง”
“ปล่อยนะนี่มันในวัดนะคุณเดี๋ยวใครมาเห็นเข้ามันจะดู ไม่ดี” เธอพยายามดึงมือชายหนุ่มออก
“ผมปล่อยก็ได้แต่มีข้อแม้ว่าต้องพูดกับผมแบบสุภาพ” ดวงตาคมจับจ้องหญิงสาวจนทำให้เธอต้องหลบสายตา
“ฉันบอกให้ปล่อย” เธอเค้นเสียงออกมาเบาๆ พร้อมกับแกะมือเขาออก
“ตาล” เสียงคนคุ้นเคยดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มปล่อยแขนหญิงสาวอย่างรวดเร็ว
“แพรว” เ้าของเสียงยิ้มให้เพื่อนพลางถอนหายใจอย่างโล่งอก
“อ้าว ! คุณ” หญิงสาวใบหน้าหวานยิ้มกว้างให้กับตุลย์อย่างเป็มิตร
“มาได้ไงคะเนี่ย” คนึงนิตย์เอ่ยถามพลางมองไปยังลูกตาลและตุลย์สลับกันไปมา
“บังเอิญจังเลยนะครับพอดีเพื่อนผมมาหาหลวงพ่อ ผมก็เลยขอติดรถมาด้วยว่าแต่คุณแพรวเถอะครับ เื่รถเป็ไงบ้างครับ”
“เข้าอู่เรียบร้อยค่ะประมาณสิบวันก็น่าจะเสร็จ”
“แล้วคุณแพรวมีรถใช้ระหว่างที่เอาเข้าซ่อมหรือเปล่าครับ”
“ใช้รถแฟนค่ะ”เธอตอบตุลย์อย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ไงรู้ว่าเพื่อนฉันมีแฟนถึงกับหน้าเศร้าเชียว” เธอแซว ชายหนุ่มร่างสูง
“ทำเป็รู้ดี” เขายิ้มเ้าเล่ห์พลางจ้องมองลูกตาลด้วยสายตาเ้าเล่ห์
“ไปกันเถอะแพรวเบื่อขี้หน้าคนแถวนี้” เธอเดินมาจับแขนเพื่อน
“ขอตัวก่อนนะคะคุณตุลย์” สาวหวานยิ้มกว้างให้กับตุลย์
“ครับผมเดินทางปลอดภัยนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
คนึงนิตย์เธอเป็สาวหวาน บุคลิกภาพเรียบร้อย พูดจาไพเราะ ผิวขาวอมชมพู หุ่นดี ผมดำยาวสลวยเวลาเธอเดินไปไหน อย่าว่าแต่ผู้ชายแม้แต่เพศเดียวกันต้องหันมามองเป็ทุกครั้งไป
[R&R Plus Group]
แม้จะเป็่เวลาพักร้อนอันแสนสั้นแต่มันก็เพียงพอ ที่ทำให้สภาพจิตใจลูกตาลพร้อมในการเริ่มทำงานในตำแหน่งใหม่
“สวัสดีจ้ะน้องตาล” คนถูกเรียกเงยหน้ามองไปยังหญิงวัยสี่สิบต้น ๆ หุ่นสมส่วน ผิวขาวแต่งตัวเนี้ยบด้วยชุดสูทสีครีม รวบผมมวยต่ำรัดผมอันใหญ่สีครีมทำให้ดีเก๋ไก๋
“สวัสดีค่ะพี่สุตาลขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” หญิงสาวผิวขาวอมชมพู แต่งหน้าอ่อนโดดเด่นด้วยผมเส้นเล็กสลวย ยาวตรงไปจนเกือบจะถึงกลางหลังสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีส้ม ปกขาว พอดีตัวตัดกันได้เป็อย่างดีกับกระโปรงทรงสอบสีดำเหนือเข่าทำให้เห็นส่วนโค้งส่วนเว้าของรูปร่างเธอได้อย่างชัดเจนเธอลุกจากเก้าอี้แล้วยกมือไหว้สุพัตราอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน