เอลริคลืมตาขึ้นในกระท่อมไม้ผุๆ กลิ่นอับชื้นของเมืองกราเวียไม่ได้ทำให้เขาหงุดหงิดเท่ากับเสียงไอโขลกอากของ โธมัส สัปเหร่อชราที่ช่วยชีวิตเขาไว้
“ไอ้หนู... เ้าควรนอนนิ่งๆ แผลที่ขานั่นยังไม่แห้งดีเลย” โธมัสพูดพลางประคองร่างผอมบางของเด็กชายวัย 11 ขวบ
“ท่านลุง... ทำไมที่นี่ถึงไม่มีน้ำสะอาดดื่มเลยล่ะครับ?” เอลริคถามพลางมองไปที่ถ้วยน้ำที่มีตะกอนขุ่นคลักสะท้อนแสงแดดรำไร
“หึๆ น้ำในกราเวียมันสาปแช่งเราน่ะสิ” ชายชราถอนหายใจ “มันขมและทำให้ท้องร่วง จอมเวทย์เคยมาที่นี่แล้วบอกว่ามานาที่ปั่นป่วนทำให้แหล่งน้ำปนเปื้อนพิษร้ายแรง... เราต้องรอน้ำฝนหรือไม่ก็ซื้อน้ำแพงๆ จากพ่อค้าหน้าเืเอา”
เอลริคขมวดคิ้ว มือเล็กๆ หยิบเศษน้ำนั้นมาป้ายที่ปลายลิ้นแล้วพึมพำ “ไม่ใช่คำสาป... นี่มันคือสารประกอบซัลเฟตและโลหะหนักเข้มข้นต่างหาก”
เด็กชายลุกขึ้นจากเตียงฟาง ลืมความเ็ปที่าแ เขาเริ่มรื้อค้นกองขยะหลังบ้านของโธมัส พบถังเหล็กบุบๆ ท่อทองแดงเก่าๆ และกรวดทรายที่ดูไร้ค่า
“เ้าจะทำอะไรน่ะเอลริค?” โธมัสถามด้วยความงุนงง เมื่อเห็นเด็กชายตัวน้อยเริ่มก่อไฟและต่อท่อเหล็กเข้าด้วยกันอย่างชำนาญราวกับช่างฝีมือผู้เฒ่า
“ผมจะทำ 'เครื่องกลั่นน้ำระบบสุญญากาศ' ครับ” เอลริคตอบสั้นๆ ดวงตาที่เป็ประกายจดจ่ออยู่กับรอยรั่วของท่อ เขาใช้ยางไม้และดินเหนียวอุดรอยรั่วอย่างประณีต
ตลอดทั้งวัน ชาวเมืองกราเวียที่เดินผ่านไปมาต่างพากันหัวเราะเยาะเด็กน้อยตัวเปื้อนเขม่า “ดูสิ เ้าหนูสติไม่ดีนั่นพยายามจะเสกน้ำจากเศษเหล็ก แทนที่จะสวดอ้อนวอนเทพเ้า”
แต่เอลริคไม่สนใจ... เขาใช้ความรู้ฟิสิกส์เื่จุดเดือดและการควบแน่นมาประยุกต์ใช้ เขาไม่มีเวทมนตร์ไฟ แต่เขาใช้เลนส์นูนที่ทำจากเศษแก้วรวมแสงอาทิตย์เพื่อสร้างความร้อน
พรวด!
ทันใดนั้น ของเหลวใสบริสุทธิ์ก็เริ่มหยดลงในภาชนะที่เตรียมไว้ กลิ่นและรสชาติที่เคยขมปร่าหายไปสิ้น เหลือเพียงน้ำที่สะอาดราวกระจก
โธมัสเบิกตากว้างจนแทบถลน เขาหยิบน้ำนั้นมาจิบอย่างสั่นเทา “นี่มัน... นี่มันน้ำจากสรวง์! เ้าทำได้ยังไง? เ้าไม่ได้ร่ายเวทย์เลยสักคำ!”
“มันไม่ใช่เวทมนตร์ครับลุง แต่มันคือ วิศวกรรม” เอลริคยิ้มกวนๆ แบบที่เขาชอบทำ “และนี่เป็แค่การเริ่มต้น... เมืองนี้ยังมี 'ทรัพยากร' ที่พวกนักเวทย์มองข้ามไปอีกเยอะ”
ข่าวเื่ "เด็กชายผู้กลั่นน้ำจากอากาศ" เริ่มแพร่สะพัดไปทั่วเมืองที่สิ้นหวัง ท่ามกลางสายตาที่สงสัยและหวาดกลัว เริ่มมีคนบางกลุ่มมองเห็น "แสงสว่าง" ในดวงตาของเด็กชายวัย 11 ขวบคนนี้
แต่ในขณะเดียวกัน ที่ชายป่าของเมืองกราเวีย สัตว์อสูรประเภทหมาป่าทมิฬ กลุ่มใหญ่กำลังจ้องมองกำแพงเมืองที่ผุพังด้วยหิวโหย พวกมันรู้ดีว่าเมืองนี้ไม่มีจอมเวทย์ป้องกันอีกต่อไป
เอลริคมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เริ่มมืดลง เขาพึมพำกับตัวเองขณะที่ในมือกำลังร่างแบบอุปกรณ์ชิ้นต่อไป
“คืนนี้พวกมันจะบุกมา... ถึงเวลาต้องสร้าง 'ระบบป้องกันอัตโนมัติ' รุ่นทดลองซะแล้วสิ”