ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งแก้วขวัญก็ถูกแม่ของตัวเองลากมาถ่ายรูปกับคู่บ่าวสาวโดยที่เ้าตัวไม่ค่อยจะเต็มใจนัก
“ยัยวาก็เป็ฝั่งเป็ฝาไปอีกคนนึงแล้ว”
“รู้มั้ยว่าตอนนี้ทุกคนกำลังจับตามองลูกอยู่น่ะ” คุณหญิงพรรณรายบ่นลูกสาว นั่นแหละคือสาเหตุที่ทำให้แก้วขวัญเซ็งเพราะตลอดเวลา5ปีที่ผ่านมานี้เธอถูกรบเร้าเื่แต่งงานอยู่หลายครั้ง .
“โธ่คุณแม่ ก็แก้วยังไม่อยากมีใครนี่คะ”
“อีกอย่างผู้หญิงเก่งๆ สมัยนี้ไม่เห็นจะมีใครตายเพราะไม่ได้แต่งงานเลยสักคน” แก้วขวัญอ้างไป
“แก้วอยากโฟกัสเื่เรียนก่อนค่ะ” ซึ่งตอนนี้หญิงสาวกำลังจะศึกษาต่อชั้นปริญญาเอกอยู่ เดี๋ยวเสร็จงานแต่งของวาสิฎฐีเธอก็จะบินกลับอังกฤษเลย .
“มัวแต่เรียนจนจะขึ้นคานอยู่แล้วน่ะสิ” ผู้เป็แม่รู้ทันลูกสาวที่อ้างไปเรื่อย .
“ปีนี้ลูกจะย่าง 30 เข้าไปแล้วนะ”
“แม่มีลูกคนเดียว แม่อยากอุ้มหลาน”
อันที่จริงส่วนหนึ่งเพราะนางถูกพวกเพื่อนๆ ในแวดวงสังคมขิงด้วยการเอาหลานมาให้อุ้มอยู่บ่อยๆ จนพาลไปกดดันกับลูกสาว อีกอย่างแก้วขวัญหลังเลิกกับแฟนคนล่าสุดไปก็ไม่มีวี่แววว่าจะมองใครอีกเป็แบบนี้มาพักใหญ่แล้วจนนางกังวล ลูกสาวตัวเองทั้งเก่งทั้งสวย ฐานะ โปรไฟล์ทุกอย่างเพอร์เฟคจนแทบไม่มีใครเทียบได้ด้วยซ้ำ แต่กลับมาอาภัพเื่คู่ ซึ่งนางจะไม่ยอมให้ลูกขึ้นคานแน่ๆ
“ถ้าคุณแม่อยากอุ้มหลาน แก้วจะไปขออุปการะเด็กจากสถานสงเคราะห์มาเลี้ยงเป็ลูกสักคนค่ะ”
“ทีนี้คุณแม่ก็จะมีหลานสมใจแล้ว” แก้วขวัญบอกแม่ นั่นคือการแก้ปัญหาที่ตรงจุดแล้วสำหรับเธอจนคนเป็แม่แทบปรี๊ด
“ยัยลูกคนนี้นี่!” แต่โชคดีที่ถ่ายรูปรวมกันเสร็จพอดี จากนั้นแก้วขวัญก็ขอตัวชิ่งหนีไปเลยโดยไม่รอให้แม่บ่นตามหลังมาอีก แต่กลับบังเอิญเกือบเผลอชนเข้ากับย่าหอมและคุณหญิงจันทร์ที่ยืนฟังตนเถียงกับแม่อยู่เงียบๆ
“อุ้ย! ขอโทษค่ะ” แก้วขวัญรีบยกมือไหว้ขอโทษหญิงชราทั้งสอง
“หนูไม่ได้ตั้งใจ ไม่ทราบว่าคุณย่าจันทร์กับคุณยาย เอ่อ….คุณป้าเจ็บตรงไหนมั้ยคะ” แก้วขวัญรีบถามอย่างกังวล
“ไม่เป็ไรหรอกจ้ะ” ย่าหอมบอกเธอ
“เรียกย่าหอมก็ได้จ้ะ ดูจากวัยของหนูแล้วย่าคงแก่เกินไปถ้าจะให้หนูเรียกป้า” ย่าหอมพูดต่อพลางพิจารณามองเด็กสาวตรงหน้า นางเป็หญิงชรายุคใหม่ที่เปิดใจยอมรับความเห็นต่างของเด็กยุคใหม่ จึงทำให้รู้สึกถูกใจแก้วขวัญที่แสดงจุดยืนกับแม่ของตนอย่างฉะฉานเมื่อครู่
“ค่ะ คุณย่าหอม” แก้วขวัญเรียกตามที่นางบอกและหันไปยิ้มให้คุณหญิงจันทร์ซึ่งรู้จักกันอยู่ก่อนแล้ว
“หนูชื่อลูกแก้วนะคะ” หญิงสาวแนะนำตัวเองบ้าง
“จ้ะหนูลูกแก้ว” ย่าหอมยิ้มให้เธออย่างเอ็นดู ในขณะที่แก้วขวัญหันไปมองแม่ตนเองอีกครั้ง
“งั้นแก้วขอตัวก่อนนะคะย่าหอม ย่าจันทร์ พอดีมีธุระต่อนะค่ะ” เธออ้างกับหญิงชราแล้วก็รีบขอตัวไปเมื่อเห็นแม่ของตนทำท่าจะเดินตามมาอีก
“หนูลูกแก้วนี่เป็ลูกหลานจากตระกูลไหนกันคะคุณพี่” ย่าหอมหันมาถามคุณหญิงจันทร์ด้วยความสนใจอย่างเห็นได้ชัดจนได้ชัด
“หนูแก้วขวัญเป็ลูกพี่ลูกน้องของแม่วาเขาน่ะ” เธอเป็ญาติของหลานสะใภ้นางนั่นเอง
“งั้นก็แสดงว่าเป็หลานของคุณหญิงพิไล?” ที่แท้ก็เป็ลูกหลานของคนใกล้ตัวนางนั่นเอง
“ทำไมน้องไม่เคยเห็นเลยล่ะค่ะคุณพี่” ย่าหอมแปลกใจ
“เห็นว่าไปเรียนอยู่เมืองนอกั้แ่เด็กแน่ะ คุณพ่อของหนูลูกแก้วเขาเป็นักการทูตอยู่ฝรั่งเศส”
“อ่อ….” ย่าหอมพยักหน้ารับรู้ นางพอจำได้ว่าลูกสาวคนหนึ่งของคุณหญิงพิไลได้สามีเป็นักการทูตและย้ายไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศคนหนึ่ง .
“ได้ยินว่ายังไม่แต่งงาน” คุณหญิงจันทร์พูดต่อซึ่งเมื่อครู่นี้ทั้งคู่ก็ได้ยินที่สองแม่ลูกคุยกันอยู่
“แล้วก็เพิ่งจบโทจากเมืองนอกมา” คุณหญิงจันทร์พูดต่อตามที่ทราบมา
“เคยเห็นั้แ่ตัวน้อยๆ ผิวขาวอมชมพูเชียว แต่ไม่รู้ว่าทำไมตอนโตมาผิวถึงเข้มขึ้นแบบนั้นได้” คุณหญิงจันทร์พูดต่อ นางไม่ค่อยรู้เื่เทรนต์ของเด็กสมัยนี้สักเท่าไหร่
“เขาเรียกว่าผิวแทนค่ะคุณพี่” แต่ย่าหอมที่เป็คนทันสมัยกลับรู้กว่า
“สาวๆ สมัยนี้นิยมไปอาบแดดเพื่อให้ผิวเป็สีแทนมันดูอินเตอร์ดีนะคะคุณพี่ ขนาดนางงามจักรวาลยังนิยมผิวแทนกันเลย” แก้วขวัญก็ใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกมานานก็ย่อมตามนิยมเป็ธรรมดาแถมยังดูเป็สาวสุขภาพดีอีกด้วย
“น้องว่าสีผิวนี้ก็เข้ากับหนูลูกแก้วดีนะคะ” นางพูดต่อ เห็นได้ชัดว่าแก้วขวัญเป็สาวเก่งและมั่นใจในตัวเอง คนแบบนี้แหละที่จะทำให้หลานชายคนโตของนางแพ้
“ดูคุณน้องสนใจหลานสาวคนโตของคุณหญิงพิไลมากเลยนะคะ” คุณหญิงจันทร์ตั้งข้อสังเกต .
“หรือว่า….” นางอยากได้แก้วขวัญเป็หลานสะใภ้งั้นหรือ….?
“หนูแก้วขวัญคนนี้แหละ เหมาะจะเป็เ้าสาวของลายสิงห์”
.
.
ไม่กี่วันต่อมา….
ณ ประเทศอังกฤษ
“อะไรนะคะ แต่งงานหรอ!” แก้วขวัญต้องอุทานเมื่อได้รับสายผู้เป็แม่ จู่ๆ มาบอกว่ามีผู้ใหญ่ของฝ่ายชายมาสู่ขอตัวเองแล้ว โดยบอกว่าฤกษ์แต่งคือปลายปีนี้
“มันเร็วไปมั้ยคะ ปลายปีนี้ก็อีกแค่ห้าเดือนเอง” แก้วขวัญเลิ่กลั่กใหญ่เพราะย่าและแม่ของตนก็ตกปากรับคำไปเรียบร้อยแล้วด้วย
“อีกอย่างแก้วยังไม่รู้เลยว่าคนที่ต้องแต่งงานด้วยเป็ใครอะ!” เธอโวยใส่แม่ตัวเองอย่างหนัก แล้วนี่มันยุคสมัยไหนกันแล้วยังมีประเพณีคลุมถุงชนกันอีกหรอ….?
“ไม่เอาค่ะ ยังไงแก้วก็ไม่แต่ง” แก้วขวัญปฏิเสธเสียงแข็ง อยู่ๆ จะให้มาแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ใครมันจะยอม
“ใจเย็นก่อนลูก แม่กับยายก็คงไม่ตกปากรับคำลูกเขยไม่เอาไหนมาให้ลูกหรอกน่า” คุณหญิงพรรณรายบอกหลังฟังลูกสาวโวยวายอยู่พักใหญ่
“ว่าที่สามีของลูกคนนี้ชื่อลายสิงห์จ้ะ เขาโตว่าลูก4ปี”
“เป็คุณหมอ อ้อ….เห็นว่ากำลังจะบรรจุเป็อาจารย์แพทย์แล้ว”
“โสดมาทั้งชีวิต ไม่เคยมีแฟนมาก่อน แล้วถ้าลูกเคยได้ยินนามสกุลธรรมโชติอยู่บ้าง นั่นแหละจ้ะเขาเป็ทายาทคนโต” คุณหญิงพรรณรายบอกให้ขณะที่ลูกสาวคิ้วกำลังขมวดคิ้วเมื่อแม่บอกว่าทั้งชีวิตว่าที่สามีของเธอไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลย .
“ไม่เคยมีแฟนมาก่อน?” แก้วขวัญทวนคำพูดของแม่
“ทำไมคุณลายอะไรนั่นถึงไม่เคยมีแฟนมาก่อนคะ?” แก้วขวัญถาม ขนาดเธอยังเคยลองมีแฟนมาตั้งหลายคน แต่แปบๆ ก็เลิกไปเพราะเข้ากันไม่ได้บ้างล่ะ กลายมาเป็เพื่อนกันเฉยๆบ้างล่ะ นี่จึงเป็เหตุผลที่ว่าทำไมเธอถึงไม่อยากเอาใครเข้ามาในชีวิตอีกเพราะไม่อยากผิดหวังและรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้โชคดีเื่ความรักนั่นเอง .
“ดูเรียกเข้า” แม่เอ็ดเธอ
“พี่เขาชื่อลายสิงห์จ้ะ ลูกเรียกพี่เขาว่าพี่สิงห์ก็ได้”
“ส่วนเื่ไม่เคยมีแฟนแม่ก็ฟังมาจากยัยวาและสามีอีกที ดังนั้นลูกไม่ต้องกังวลเื่แฟนเก่าเลย”
“ลูกจะได้เป็ผู้หญิงคนแรกในชีวิตของลายสิงห์ ไม่ดีหรอ?” แต่ทว่าแก้วขวัญกลับไม่คิดแบบนั้นน่ะสิ
“เขาเป็เกย์รึเปล่าคะแม่?”
…………..
ฝากกดติดตามและกดถูกใจนิยายใหม่เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ????????