***************************************************
ใช้เวลาเพียงหนึ่งก้านธูป ต้าเถิงก็ถูกนำตัวเข้ามาพักรักษาตัวอยู่ในตำหนักขององค์หญิงเหม่ยเหยานางดูจะให้ความสนใจเขาเป็พิเศษ
“เ้าตัวร้อนนักเห็นทีข้าจะต้องเช็ดตัวลดไข้เ้าเสียก่อน”
ระหว่างที่องค์หญิงเหม่ยเหยาหมุนกายออกไปสั่งการกับนางกำนัลส่วนพระองค์ทางด้านนอก นายแพทย์หนุ่มผู้มีนามว่า ต้าเถิงก็ลืมตาขึ้น ชายหนุ่มใช้สายตาคมประดุจเหยี่ยวของตน มองสำรวจไปจนถ้วนทั่วบริเวณ
ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ห้องนี้ล้วนประดับประดาไปด้วยสิ่งของล้ำค่า ลวดลายวิจิตรดูแปลกตา อีกทั้งแจกันดอกไม้ที่วางอยู่ตามตำแหน่งต่างๆ นั้น คล้ายกับที่เขาเคยเห็นอยู่ตามพิพิธภัณฑ์วัตถุโบราณที่มูลค้าหลายสิบล้านหยวนนอกจากนั้นแล้วข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในห้องนี้นั้นล้วนเป็สิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ทั้งสิ้น
หลังจากที่ผ่านการกลั่นกรองด้วยสมองอันชาญฉลาดของเขาแล้วต้าเถิงรู้ได้ทันทีแล้วว่าที่ที่เขานอนเอนกายอยู่นี้ คือพระราชวังแห่งหนึ่งและหญิงสาวผู้นั้นที่เขาได้ช่วยชีวิตเอาไว้ ก็คือองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ไม่ผิดแน่
“แย่แล้วต้าเถิงเอ๋ย!! องค์หญิงพาเข้าห้องนอน ชีวิตน้อย ๆ ของข้าจะเหลือรอดกลับไปมั๊ยละนี่”
เสียงกุกกักดังขึ้นจากภายนอกบานประตูไม้ฉลุลายผีเสื้อบินชมดอกโบตั๋นชายหนุ่มรีบปิดเปลือกตาลงพร้อมกับทำสีหน้าเรียบเฉย เฉกเช่นไม่เคยตื่นมาก่อน เพียงเพราะเขา้าลอบสังเกตการณ์ตรงหน้าเพื่อหาวิธีการเอาตัวรอดจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานอยู่นี้
“มาแล้ว... มาแล้ว...พิษไข้ของเ้าขึ้นจนถึงกับต้องนอนเพ้อเลยหรือนี่เห็นทีข้าต้องรีบเช็ดตัวลดไข้ให้เ้าแล้วละ”
“เอ...แต่เสื้อผ้าอาภรณ์ของเ้าช่างตัดเย็บได้แปลกตานัก แล้วข้าต้องถอดออกเช่นไรเล่า?”
แม้ว่าเขาจะลอบมองผ่านไรขนตายาวของตนแต่ภาพตรงหน้าที่เห็นก็แทบจะสะกดให้เขาลืมหายใจไปชั่วขณะ หญิงสาวเ้าของใบหน้าหวานกลิ่นกายหอมกรุ่นราวกับโอบล้อมเอาไว้ด้วยหมู่มวลพฤกษาดวงตาทั้งคู่เปล่งประกายตาสดใสแพรวพราว แฝงประกายเต็มไปด้วยความซุกซน ก่อนที่จะหัวเราะเบาๆ ในขณะที่กล่าวถึงสิ่งที่ตนแอบจินตนาการ
หัวใจของเขาเต้นแรงรัวเร็วในแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน เมื่อััได้ว่ามือนิ่มบางที่ฉาบไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนของหญิงสาวที่นั่งขนาบอยู่เคียงข้างนั้นกำลังกระทำสิ่งใดต่อร่างกายตน
“เอาเถิดหากข้าทำลายมันทิ้งเ้าก็อย่าได้เสียใจไปข้าจะให้คนนำชุดที่ดีกว่ามาให้เ้าได้สวมใส่”
องค์หญิงเหม่ยเหยายังคงสาละวนอยู่กับสิ่งที่ตนตัดสินใจกระทำด้วยตัวเองโดยที่นางไม่ได้คิดระวังแม้แต่น้อย ว่าชายแปลกหน้าผู้นี้จะรู้สึกตัวแล้ว หลังจากที่นางคิดเองเออเองเสร็จสรรพนายแพทย์หนุ่มต้าเถิงก็รู้สึกได้ว่า ชุดราคาแสนกว่าหยวนที่ห่อหุ้มร่างกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขากำลังถูกตัดออกด้วยของมีคมบางอย่าง
“ฉั่บ! ฉั่บ! ฉั่บ! ฉั่บ!”
“อ่ะ! นี่ท่านคิดจะทำอะไรของท่านกันแน่เนี่ย!?”
ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัว เขาผุดลุกขึ้นมานั่งด้วยความใและด้วยความลืมตัวไปชั่วขณะ มือใหญ่หนาก็จับ ‘หมับ’ ไปที่ข้อมือบางของหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆเพื่อหยุดการกระทำบุ่มบ่ามของนางลง ก่อนที่ทัั้งสองจะเงยหน้าประสานสบตากันและกันนิ่งนาน
น่าแปลก ที่ความรู้สึกประหลาดแล่นผ่านเข้าสู่หัวใจของทั้งสองชายหนุ่มรีบปล่อยข้อมือบางของหญิงสาวสูงศักดิ์ให้เป็อิสระก่อนที่จะหลุบสายตาต่ำลง ด้วยความเจียมตัว แต่ทันใดนั้นเองอารมณ์ร้อนระอุก็คืบคลานเข้าสู่ตัวเขาอีกครั้ง เมื่อสายตาคม ก้มมองเห็นเสื้อผ้าชุดโปรดของตนเองถูกตัดขาดลงจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมจนเผยให้เห็นหน้าอก และกล้ามหน้าท้องที่เป็ลอนสวย
ดวงตาคู่งามขององค์หญิงเหม่ยเหยากำลังตกอยู่ในภวังค์นางไม่เคยเห็นร่างกายของชายชาตรีด้วยความใกล้ชิดสนิทเนื้อเช่นนี้มาก่อนเลยตลอดเวลาที่เติบโตมา มือเรียวบางพลางยกขึ้นไปทาบทับไว้บนผิวเนื้อแกร่งก่อนที่จะเผลอลูบไล้ไปตามลอนโค้งของมัดกล้ามที่ได้รับการดูแลอย่างดีของเขา
ััจากฝ่ามือนุ่มนิ่มของหญิงสาวแปลกหน้าผู้นี้ทำให้ร่างกายของต้าเถิงเกิดความร้อนประหลาด ลำคอของเขากลับแห้งผาดอีกครั้งแม้แต่น้ำลายก็ยังกลืนลงคอด้วยความยากลำบากจนทำให้ชายหนุ่มต้องกระแอมกระไอไล่ความร้อนแห้งในคอหนา
“อะ แอ่ม .. . แค่ก ๆๆ”
หญิงสาวหยุดการกระทำของตนลงใบหน้าของนางแดงก่ำด้วยความเขินอายสองใบหูเล็กบางเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดพาให้ต้าเถิงเผลอยกยิ้มออกมาด้วยความลืมตัว
“ท่านคงจะหิวน้ำเช่นนั้นข้าจะไปรินน้ำชามาให้”
“ไม่ … เอ่อ ได้ ๆ ครับ”
“คำพูดคำจากของท่านแปลกหูยิ่งนักเอาเถิดไม่ว่าท่านจะเป็คนมาจากที่ใดมาก่อน ในเมื่อท่านมาอยู่กับข้าแล้ว จากนี้ไปท่านก็คือคนของข้า องค์หญิงเหม่ยเหยาผู้นี้”
“องค์หญิงเหม่ยเหยางั้นหรือ? ชื่อนี้คุ้นหูเหมือนเคยได้ยินจากไหนนะ….?”
เมื่อเขาพยายามที่จะนึกถึงสิ่งที่คุ้นเคยความเ็ปก็กลับแผ่ซ่านขึ้นกลางศีรษะกลมของตน จนทำให้ชายหนุ่ม ต้องยกสองมือขึ้นกุมขมับทั้งซ้ายขวาก่อนที่จะร้องครางออกมาด้วยความสุดกลั้น
“อ่าาาห์ ปวดหัวจัง”