บทที่102
เดินทางกลับจากงานชุมนุม
งานชุมนุมได้ผ่านพ้นไปในตอนนี้หลังจากที่เข้าร่วมงานชุมนุมที่เมืองจินหลงจนเสร็จเรียบร้อย
มันเองก็ถึงเวลาที่จำเป็นจะต้องเดินทางกลับไปที่เมืองจินหยวนพวกพ่อค้ามากมายพวกเขาหลังจากเข้าร่วมงานชุมนุมเสร็จก็ยังไม่ได้เดินทางกลับในทันทีเพราะว่ายังมีธุระอีกหลายอย่างที่พวกเขาจำเป็นต้องจัดการ
แต่แน่นอนจางหยวนเขาไม่มีเวลามากขนาดนั้นในตอนนี้ก็จะมาจากเมืองของตนเองเป็นเวลานานมากแล้ว
รู้สึกเป็นห่วงกิจการของตนเองเป็นอย่างมากหลังจากที่จบงานชุมนุมก็รีบเร่งในการเดินทางกลับไป
จางหยวนได้คนที่มีความสามารถสองคนติดกลับไปด้วยนี่ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี
การเดินทางมาที่เมืองจินหลงแห่งนี้มันไม่เสียเปล่าแล้วเขาได้รับประโยชน์หลายอย่างกลับไป
ทั้งรู้จักผู้คนมากมายและก็ยังคงได้รับคนที่มีความสามารถเดินทางกลับไปด้วยอีก
การเดินทางกลับไปในครั้งนี้ตัวของเขามีเรื่องหลายเรื่องที่จำเป็นต้องจัดการแล้วต้องลงมือทำเลยทีเดียว
จางหยวนรถม้าจัดเตรียมของเดินทางจนเสร็จเรียบร้อยออกเดินทางในทันทีมุ่งตรงไปยังเมืองจินหยวนที่เป็นเมืองของตนเอง
ในขณะที่กำลังเดินทางเข้าทำความรู้จักกับสองแม่ลูกคู่นี้ที่เป็นคนเลี้ยงไหมแห่งเมืองจินหลง
ได้รู้ว่าทั้งสองเป็นแม่ลูกตระกูลอัน
พวกเขาเหลือเพียงแค่สองคนแม่ลูกเท่านั้นภายในเมืองแห่งนั้นไม่มีญาติมิตรที่สนิทสนมอะไรเพราะแบบนั้นจึงละทิ้งทุกอย่างแล้วก็เดินทางมากับเขาได้อย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้ในขณะที่ร่วมเดินทางกันจางหยวนก็ทำความรู้จักกับพวกเขาไปเรื่อยๆพยายามสอบถามเกี่ยวกับความสามารถและก็
ทำให้ล่วงรู้ว่าวิชาเลี้ยงไหมของทั้งสองคนนั้นมีวิชาเลี้ยงไหมอีกหลากหลายชนิดที่มีประโยชน์กับเขาเป็นอย่างมาก
เพียงแค่มองเห็นจางหยวนก็รู้ได้ทันทีว่าอย่างไรเสียมันเองก็น่าจะมีประโยชน์กับธุรกิจของเขาอย่างแน่นอน
ใช้เวลาในการเดินทางหลายต่อหลายวันในที่สุดพวกเขาก็มุ่งตรงเดินทางกลับมาถึงเมืองจินหยวน
จางหยวนนั่งอยู่ภายในรถม้าของตนเองเมื่อรถม้ากำลังเคลื่อนที่ไปบริเวณด้านหน้าเขาใช้ฝ่ามือเลิกม่านรถม้าขึ้นใช้ดวงตาจ้องมองตรงออกไป
ในตอนนี้ด้านหน้ามองเห็นเมืองขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลจากสายตามองเห็นเพียงครั้งเดียวก็รู้ได้ในทันทีว่านั่นคือเมืองจินหยวน
“ ในที่สุดก็เดินทางกลับมาถึงสักที ”จางหยวนที่นั่งอยู่ภายในรถมาบิดร่างกายของตนเองไปมา
หลังจากนั้นไม่นานนักเขาก็ได้เดินทางกลับไปถึงเมืองจินหยวนในที่สุด
ก่อนที่จะเดินทางเข้าไปสู่ตัวเมืองเขาหยุดด้านหน้าเมืองก่อนเป็นอันดับแรกตัวของเขาเดินทางมุ่งตรงไปยังสวนผักที่ตั้งอยู่ห่างจากประตูเมืองไม่มากนักเพื่อไปตรวจดูความเรียบร้อย
เมื่อเดินทางมาถึงสวนผักวิญญาณของตนเองพบเห็นว่าทุกอย่างยังคงเรียบร้อยเป็นอย่างดี
พวกผู้คนยังคงทำงานกันอย่างขยันขันแข็งในตอนนี้พวกเขาลงมือทำงานกันอย่างขยันขันแข็งโดยที่ไม่มีผู้ใดอยู่พักเลยแม้แต่น้อย
ดูเหมือนว่าสวนผักของเขายังคงดำเนินไปได้ด้วยดีผลผลิตออกผลงอกงามจนเห็นได้ชัด
จางหยวนแวะมาดูภายในสถานที่แห่งนี้หลังจากที่ได้มองเห็นเขาเองก็เต็มไปด้วยความดีใจ
ดูเหมือนว่ากิจการของเขายังคงไปได้สวยในช่วงเวลาที่ผ่านมา
หลังจากที่มาตรวจดูสวนผักเรียบร้อยแล้วเขาก็ได้เดินทางมุ่งตรงเข้าไปภายในเมือง
ไปยังบริเวณทางทิศใต้ของเมืองเพื่อไปหาคุณหนูหง
เดินทางมาถึงร้านผักของตนเองในตอนนี้ร้านผักยังคงเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่เดินทางมาซื้อผัก
จางหยวนเดินขึ้นไปบริเวณด้านบนอย่างรวดเร็วเขามุ่งตรงขึ้นไปด้านบนชั้นสามของร้านผัก
ประตูที่ถูกปิดเอาไว้ถูกดันเปิดเข้าไปอย่างช้าช้า
เมื่อเขาดันประตูเปิดเข้าไปบริเวณด้านในพบเห็นคุณหนูหงกำลังนั่งอ่านเอกสารหลายๆอย่างภายในมือของตนเองอยู่
ประตูห้องถูกเปิดนางที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารภายในเมืองอยู่นั้นเงยหน้าของตนเองขึ้นมาแล้วจ้องมองไป
เมื่อพบเห็นเข้ากับนายท่านของตัวเองเดินกลับมานางสะดุ้งแล้วรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
ดวงตาเบิกกว้างด้วยความดีใจมุมปากปรากฏรอยยิ้มและพูดขึ้นในทันควัน“ นายท่านกลับมาแล้วอย่างงั้นหรือเจ้าคะ!!! ”
“ ว่าอย่างไรไม่ได้พบกันเสียนานทางนี้เป็นอย่างไรบ้าง ”จางหยวนกล่าวทักทายออกมาอย่างสนิทสนม
“ นายท่านเชิญนั่งก่อนเจ้าค่ะข้าจะไปนำน้ำชาและขนมมาต้อนรับ ”
หลังจากนั้นนางก็ไปนำน้ำชาและขนมมาต้อนรับเขาเป็นอย่างดีทั้งสองมานั่งสนทนากันอย่างจริงจังภายในห้องแห่งนี้
จางหยวนได้พอฟังเหตุการณ์ทุกอย่างข่าวคราวที่เกิดขึ้นในช่วงขณะที่เขากำลังชุมนุมอยู่ที่เมืองจินหลงแล้ว
หลังจากที่ได้ฟังเกี่ยวกับเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นเขาก็พยักหน้าขึ้นลงแล้วก็พูดขึ้นมา“ เข้าใจแล้ว ”
“ แสดงว่าในช่วงหลายวันที่ข้าไม่อยู่ตอนนี้มันเองก็กำลังไปได้สวยสินะ ”
“ ใช่แล้วเจ้าค่ะในตอนนี้กิจการร้านผักและร้านอาหารของพวกเรากำลังไปได้สวยเลยทีเดียว”
“ กิจการทุกอย่างได้กำไรเพิ่มขึ้นหลายส่วนหลังจากที่ไหนท่านนั้นเดินทางออกไป”
“ เหตุใดถึงได้กำไรเพิ่มขึ้นลูกค้าเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมาอย่างงั้นรึ”
“ จะพูดแบบนั้นก็ได้เจ้าค่ะในช่วงเวลาที่นายท่านเดินทางไปที่งานชุมนุมมีผู้คนกลุ่มใหญ่เดินทางเข้ามาภายในเมืองแห่งนี้พอดิบพอดี”
“ ข้าได้ยินว่าพวกเขาเป็นกลุ่มคนที่เดินทางมาจากเมืองหลวงหลังจากคนพวกนั้นเดินทางมาถึงเขาได้ลองลิ้มรสอาหารภายในร้านของเราแล้วก็ซื้อผักวิญญาณพวก”
“ หลังจากนั้นผู้คนจำนวนมากบริเวณเมืองรอบๆก็เริ่มรู้จักร้านของพวกเรามากขึ้น”
“ ในช่วงเวลาหลายวันที่นายท่านไม่อยู่รายได้เองก็เพิ่มมากขึ้นจนตอนนี้กล่าวได้ว่าทั้งวัตถุดิบภายในสวนผักวิญญาณหรือแม้กระทั่งพวกเนื้อสัตว์จับภายในฟาร์มมันเองก็แทบจะไม่พอในการค้าขายแล้ว”
“ คนงานของพวกเราเนี่ยตอนนี้ก็ทำงานกันอย่างขยันขันแข็งแต่ว่าที่ดินแล้วก็หลายๆอย่างก็มีจำกัดเช่นเดียวกัน ”
จางหยวนได้ฟังเรื่องราวที่นางเล่าออกมาเขาพยักหน้าขึ้นลงแล้วก็พูด“การที่ตัวของท่านพูดออกมาแบบนี้กำลังจะพูดว่าอยากจะให้ข้าซื้อที่ดินเพิ่มอย่างงั้นรึ”
“ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะแต่ถ้าลองศึกษาดูแล้วนายท่านดูนี่สิเจ้าคะทีดินที่อุดมสมบูรณ์ภายในเมืองแห่งนี้ที่พอจะเป็นที่ดินเพาะปลูกขนาดใหญ่แทบจะมีน้อยเป็นอย่างมาก”
“ ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นที่ดินผืนเล็กๆที่มีความอุดมสมบูรณ์แต่ว่าพวกเราจำเป็นจะต้องการที่ดินเพาะปลูกขนาดใหญ่”
นางทำข้อมูลทุกอย่างมาเป็นอย่างดีจางหยวนลองหยิบแผ่นกระดาษที่นางยื่นให้มามองดู
มันเป็นข้อมูลที่ดินภายในเมืองแห่งนี้ที่นางขอมาจากกรมที่ดินภายในเมือง
เมืองแห่งนี้ที่ดินผืนใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์พอที่จะเพาะปลูกพวกพืชพันธุ์วิญญาณได้มันก็มีน้อยยิ่งนัก
ถ้าอาจจะไม่มีเลยด้วยซ้ำมีเพียงแค่ที่ดินผืนเล็กๆที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ถือครองจากตระกูลใหญ่ที่พอจะทำการเพาะปลูกพืชพันธุ์ใด
จางหยวนจากนั้นก็แสดงใบหน้าครุ่นคิด“ นั้นสิน่ะมันเองก็เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว ”
“ ดินที่อุดมสมบูรณ์พอจะเพาะปลูกได้ส่วนใหญ่ก็มีตระกูลใหญ่ถือครองโย”
“ ส่วนที่เหลือก็มีเพียงแค่ที่ดินแปลงเล็กๆมันสามารถเพาะปลูกได้แต่ว่าก็มีพื้นที่ที่จำกัด”
“ ให้ข้าเดาตัวของคุณหนูใหญ่คงจะคิดเอาไว้แล้วกระมัง ”จางหยวนมองตรงไปที่นาง
“ คิดเอาไว้แล้วเจ้าค่ะในช่วงที่นายท่านไม่อยู่ตัวของข้าได้ยินข่าวสำคัญนะ ”
“ ข่าวสำคัญอย่างงั้นรึ? ”
“ ใช่แล้วเจ้าค่ะข่าวสำคัญข่าวการประมูลที่ดินขนาดใหญ่ที่กำลังจะมาถึงในรอบปีนี้”
จางหยวนแสดงใบหน้าฉงนแต่เขาก็ดูสนใจในคำพูดของนางไม่น้อยเกี่ยวกับคำพูดที่นางพูดออกมาการประมูลขนาดใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในรอบปีนี้
จบบท