"คุณโกรธอะไรผมหรือเปล่า ทำไมถึงเอาแต่ทำหน้าบึ้งมาั้แ่เมื่อกี้แล้ว"
ลู่อันเอ่ยถามหลังจากพวกเขามาถึงโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ใจกลางเมือง
ชายตัวสูงที่ยืนอยู่เคียงข้างเอาแต่กอดอกทำหน้าไม่รับแขก และพ่นลมหายใจแรง ๆ ทุกสองหรือสามนาทีจนผิดสังเกต
"เปล่า" เฉินตงยังคงไม่ยอมรับความจริง "อะไรทำให้นายคิดว่าฉันโกรธกัน"
ลู่อันชี้นิ้ว "ดูจากหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน ขอบปากเบะโค้ง และก็รอยตีนกาตรงนี้"
เฉินตงปัดมือเด็กหนุ่มทิ้ง "เดี๋ยวเถอะ! เ้าเด็กนี่ ว่าใครมีตีนกา!" เขาร้อนรนรีบถูนวดหางตาของตัวเอง
"ผมไม่รู้หรอกนะ ว่าระหว่างที่ผมไม่อยู่ห่าวอี้ซวนทำอะไรคุณ แต่อย่าไปถือสาเขาเลย"
ั์ตาเฉินตงเลิ่กลั่ก พยายามแก้ต่างว่าเขาไม่ได้หงุดหงิดเื่นั้น แต่น้ำเสียงและท่าทางที่แสดงออกไม่ได้เก็บซ่อนความรู้สึกไม่ชอบใจเลยแม้แต่น้อย
"ผู้ชายคนนั้นน่ะ อยู่ในจุดที่พยายามเข้าใจไปก็ปวดสมองเปล่า"
เฉินตงหรี่ตา "หมอนั่นไม่ได้รังแกนายแน่นะ"
ลู่อันถอนหายใจ "ยังกังวลเื่นั้นอยู่อีกหรือครับ"
"ใครใช้ให้นายเป็พวกชอบเก็บปัญหาไว้คนเดียวล่ะ!"
ลู่อันดีใจนะที่เฉินตงเป็ห่วง แต่เขาไม่อยากเอาเื่น่าปวดหัว โดยเฉพาะเื่ของห่าวอี้ซวนมาทำให้การเที่ยวเล่นของเขากับเฉินตงติดขัด
"เฮ้อ...ทำยังไงดีล่ะ" ลู่อันแกล้งมองไปทางอื่น "ดูเหมือนคุณจะไม่อยากดูหนังกับผมแล้ว"
ไม่ได้บอกว่าจะไม่ดูเสียหน่อย...เฉินตงเม้มปากแน่น ให้ตายก็จะไม่ยอมพูดประโยคนั้นออกมา ลู่อันควรได้รู้ไว้ ว่าผู้ใหญ่ก็วิธีงอนแบบผู้ใหญ่เหมือนกัน
ลู่อันยังคงแสร้งทำหน้าเศร้า "อุตส่าห์ดีใจว่าจะได้เข้าโรงหนังครั้งแรก เฮ้อ~ สงสัยจะอดซะแล้ว"
"เป็วัยรุ่นยังไงถึงไม่เคยเข้าโรงหนังกัน"
คนที่ทำเป็เมินก่อนหน้านี้กลับพูดแซะลู่อันเสียอย่างนั้น
"คนเรามีโอกาสไม่เท่ากันหรอกนะครับ"
ได้ยินดังนั้นเฉินตงถึงรู้สึกตัวว่าเขากำลังงอแงไม่เข้าเื่ จะปล่อยให้ความสงสัยของตัวเองมาทำลายวันดี ๆ ของลู่อันไม่ได้
เขากระแอม พูดว่า "เดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะสร้างโอกาสให้เอง ดีไหม!"
"ไม่งอนแล้วหรือครับ?" ลู่อันเอียงศีรษะ แอบเห็นใบหูของเฉินตงกลายเป็สีแดง
"งอนเงินอะไร ไร้สาระ!" ร่างสูงเดินทำเสียงฮึดฮัดนำไป ก่อนจะหันกลับมาถามว่า "จะดูไหมหนังนะ!"
"ดูครับดู" ลู่อันวิ่งตาม "ต้องดูอยู่แล้ว"
...เขาจะพลาดการดูหนังด้วยกันครั้งแรกได้อย่างไร...
...ไม่ว่าทำสิ่งใด ย่อมมีมารผจญ...
ลู่อันได้เข้าใจความหมายของประโยคนั้นหลังจากเข้าไปในโรงหนังได้ไม่ถึงสองนาทีก็เดินกลับออกมาพร้อมกับเฉินตง
หากถามว่าเพราะอะไร ลู่อันคงอธิบายด้วยเ้าหน้าที่สองคนที่วิ่งกรูเข้าไปในโรงภาพยนตร์ที่ลู่อันกับเฉินตงเพิ่งจะออกมา
คนรอบ ๆ ต่างพากันซุบซิบนินทา ลู่อันเลยดึงเฉินตงเดินหลบออกมาก่อน
พวกเขานั่งลงที่โซฟาด้านนอก เฉินตงเอาแต่สบถไม่หยุด
"ไอ้พวกนั้น มันต้องคันขนาดไหนกันถึงได้ไปทำเื่อย่างว่าในโรงหนัง ให้ตายสิ!"
คำพูดของเฉินตงอธิบายทุกอย่าง
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
ลู่อันสังเกตได้ถึงความผิดปกติก่อนที่เขาจะเข้าโรงหนัง เพราะด้านหน้ามีผู้คนนั่งอยู่ ทั้งที่อีกไม่กี่นาทีจะถึงเวลาฉายหนัง แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเลือกนั่งอยู่ข้างนอก แถมยังมองเฉินตงกับลู่อันด้วยสายตาแปลก ๆ ราวกับ้าบอกอะไรบางอย่าง แต่ไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไร
ลู่อันได้แต่เก็บความสงสัยไว้ เพราะเขาเพิ่งเคยมาสถานที่แบบนี้ครั้งแรก เลยเข้าใจว่าสิ่งนั้นเป็เื่ปกติ ส่วนเฉินตงนั้นไม่สนใจสายตาของผู้อื่นอยู่แล้วและไม่ได้ทักท้วง
เมื่อทั้งสองเข้าไป ด้านในเป็ห้องมืด ที่มีจอภาพขนาดใหญ่ และเก้าอี้สีแดงเรียงรายลงไปเป็ขั้นบันไดสวยงาม
ทว่าไร้ซึ่งผู้คน จนเฉินตงเกิดความสงสัย
วินาทีต่อมา ทั้งสองได้ยินเสียงชายหญิงครวญคราง จะว่าน่ากลัวก็ไม่ใช่ ทุกข์ทรมานก็ไม่เชิง ราวกับมีความเ็ปและความสุขสมปะปนอยู่ในเสียงนั้น
เฉินตงเป็ฝ่ายเหลือบเห็นที่มาของเสียงก่อน เขาบอกลู่อันว่า "ออกไปข้างนอกก่อนดีกว่า"
ลู่อันงุนงง
เฉินตงไม่รอให้เด็กหนุ่มถาม ย่อตัวลง แบกร่างบางขึ้นบ่าและพาออกไปทันที
วินาทีที่ถูกแบก ลู่อันมองจากมุมสูง ถึงได้เห็นชายหญิงสองคนกำลังนัวเนียกันอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่งกลางโรงภาพยนตร์
เขาร้อง "โอ้..." เลิกดิ้น ยอมให้เฉินตงหิ้วออกจากโรงภาพยนตร์แต่โดยดี
ในขณะที่เ้าหน้าที่กำลังเข้าไปจัดการกับชายหญิงรักร้อนแรง ลู่อันสะกิดแขนเฉินตงที่เอาแต่ยืนกุมขมับ
"เป็เื่ปกติที่เกิดขึ้นในโรงหนังหรือเปล่าครับ?"
เฉินตงตาตื่น รีบหันมาสอนลู่อัน "ไม่! นี่ไม่ปกติ! นายก็อย่าจำไปใช้เด็ดขาดรู้ไหม!"
"ครับ" ลู่อันมองดูความวุ่นวายรอบตัว ถามเฉินตงว่า "เรายังจะดูหนังกันอยู่ไหมครับ"
"บอกตามตรง ฉันหมดอารมณ์จะดูแล้ว แต่ถ้านายยังอยากดูละก็..."
"ไม่เป็ไรครับ" ลู่อันรีบตอบ "ไว้เราค่อยมาใหม่ก็ได้"
เฉินตงดีใจที่ลู่อันไม่บังคับให้เขากลับเข้าไปในโรงภาพยนตร์น่าสยดสยองนั่นอีกครั้ง
"ไปหาของอร่อยกินกันเถอะ" เฉินตงชักชวน ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวเดิน ร่างสูงกลับต้องหยุดชะงักเพราะััได้ถึงแรงสั่นะเืจากกระเป๋ากางเกง
เป็โทรศัพท์ของเฉินตงที่สั่นเนื่องจากมีสายเรียกเข้า เฉินตงรับสายทันทีที่เห็นว่าคนโทรมาคือลู่ซูลี่
"ว่าไงซูลี่"
น้ำเสียงที่เคยเคร่งขรึมพลันอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
ลู่อันเบนสายตาหนีไปทางอื่น เขาคงรู้สึกแย่นิดหน่อยหากต้องทนมองเฉินตงยิ้มแย้มมีความสุขตอนที่คุยกับคนอื่น
"เอ่อ...ได้ ก็ได้ เดี๋ยวฉันจัดการให้" ว่าจบเฉินตงก็ผละออกจากโทรศัพท์
"เรียบร้อยแล้วหรือครับ?...ทำไมครับ ทำไมทำหน้าแบบนั้น"
ริมฝีปากของเฉินตงเม้มแน่น หางคิ้วตกแฝงความเศร้าหมอง ั์ตาเบนหลบไปทางอื่น ไม่มองลู่อันตรง ๆ ราวกับมีความรู้สึกผิดในใจ และไม่รู้ว่าจะสารภาพออกมาอย่างไร
ถึงเฉินตงไม่พูด แต่ลู่อันพอจะเดาได้
"งานด่วนใช่ไหมครับ?"
"อา" เฉินตงคอตก
"ต้องรีบกลับบ้านใช่ไหมครับ"
"ขอโทษนะ" น้ำเสียงเฉินตงเบาราวเสียงกระซิบ
เฉินตงพยักหน้า ที่ไม่กล้ามองหน้าลู่อัน เพราะเขารู้สึกผิด ทั้งที่ตนเป็คนเอ่ยปากชวนลู่อันมาเที่ยว หวังให้เด็กหนุ่มได้พักผ่อนฟื้นฟูสภาพจิตใจ แต่ดันโชคร้าย หนังผจญภัยก็ไม่ได้ดู ดันได้ดูหนังอีโรติกสิบแปดบวกแทน ครั้นจะแก้ตัวด้วยมื้ออาหารแสนอร่อยก็ดันมีงานด่วนเข้ามาทำให้ต้องยกเลิก
...วันนี้ไม่มีอะไรได้ดั่งใจเฉินตงเลยสักอย่าง...
ร่างสูงหลับตาปี๋ รอให้เด็กหนุ่มด่า
แต่แทนที่ลู่อันจะทำแบบนั้น เขากลับฉวยมือเฉินตง และพาทั้งสองออกจากบริเวณหน้าโรงภาพยนตร์
เฉินตงเดินตามอย่างมึนงง ลู่อันหันมายิ้ม เป็ครั้งแรกเลยที่เฉินตงได้เห็นรอยยิ้มของเด็กหนุ่มคนนั้นใกล้ขนาดนี้
"กลับกันเถอะครับ" ลู่อันกล่าว
ไม่มีความโกรธหรือน้อยใจแฝงอยู่ในสีหน้าหรือน้ำเสียง มีเพียงความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ
เฉินตงซาบซึ้งน้ำตาแทบเล็ด นอกจากจะรู้สึกขอบคุณลู่อันจากใจจริงที่ไม่ถือสาเอาความเขาแล้ว ยังรู้สึกว่าหน้าโรงภาพยนตร์แห่งนี้ร้อนอบอ้าวอย่างน่าประหลาด
มันร้อนจนทำให้ฝ่ามือของเขาชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อ แก้มกลายเป็สีแดง
...เป็ความรู้สึกแปลกใหม่ที่เฉินตงเองก็ให้คำตอบไม่ได้ว่ามันคืออะไร...