สวัสดี...นรกสุดรัก

    4. โดนกล่าวหา

            วันนี้เป็๲วันหยุดของตรีและดวงฤทัย แต่ก็ไม่ใช่หยุดจริง ตรียังคงต้องวิ่งรถไปเหนือใต้ วิ่งเข้าออกบ้านเพื่อนบ้านเพื่อหาซื้อสินค้าไปขายต่อในวันรุ่งขึ้น ส่วนดวงฤทัยและดวงตาก็ช่วยกันเตรียมส่วนผสมสำหรับทำอาหารปรุงสุกไว้ขาย วันนี้เตรียมทำสองเมนูคือหมกไข่ปลาท้องนาและแกงหอยขม ซึ่งเป็๲ของกินหายากสำหรับชาวเมือง วันไหนทำไปขาย ลูกค้ามักจะแย่งกันซื้อและหมดไปภายในเวลาอันรวดเร็วเสมอ

            อัญจรีเองก็ไม่อยู่ว่าง เธอช่วยเด็ดผักที่จะใส่ในแกงและหมกไข่ปลาอย่างขยันขันแข็ง แม้ใบหน้าจะแดงก่ำด้วยความเหน็ดเหนื่อยก็ไม่ยอมปริปากบ่นจนคนเป็๞แม่เห็นแล้วสงสาร 

            “น้องอัญเก่งมากช่วยแม่เด็ดผักจนหมดเลย” 

            ดวงฤทัยเอ่ยชมลูก “ตอนนี้ไม่มีงานให้ทำแล้ว เราไปหาซื้อขนมอร่อย ‍‍ๆ‍‍ ที่ร้านป้าเกตุกันดีกว่า เมื่อวานแม่เห็นป้าเกตุเข้าเมืองแล้วซื้อขนมใหม่ ‍‍ๆ‍‍ มาขายเยอะแยะเลย”

            อัญจรีส่ายหน้าปฏิเสธ “อัญไม่ชอบกินขนม”

            ดวงฤทัยยิ้มและอุ้มร่างเล็ก ‍‍ๆ‍‍ ของลูกขึ้นมา “ไปกันเถอะ ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกบ้าง เอาแต่นั่งอุดอู้อยู่ในบ้านน่าเบื่อจะตาย เราจะได้ซื้อขนมมาให้ยายด้วยดีไหม”

            อัญจรีพยักหน้า

            เมื่อออกนอกบ้าน เด็กหญิงได้ขอให้แม่ปล่อยเธอลงเดินเอง สองแม่ลูกเดินจูงมือเคียงกันไปร้านขายของชำหน้าถนนใหญ่ของหมู่บ้านอย่างมีความสุข

            “วันนี้ไม่ได้เข้าเมืองหรือดวง” เกตุเ๽้าของร้านร้องทักขึ้น

            “หยุดหนึ่งวันพี่” ดวงฤทัยตอบยิ้ม ‍‍ๆ‍‍ 

            “น้องอัญอยากกินอะไรชี้บอกป้าเกตุนะลูก ให้ป้าหยิบให้”

            อัญจรีเดินวนดูขนมอย่างสนอกสนใจ แม้ปากจะบอกว่าไม่ชอบกินขนม แต่เมื่อได้เห็นขนมหลาย ‍‍ๆ‍‍ อย่างที่ไม่มีโอกาสได้เห็นแล้วในชีวิตตอนโตของเธอ เธอจึงอดชี้เลือกมาสักหลายอย่างไม่ได้ และเมื่อได้ยินราคารวมของขนมทั้งหมดที่เลือกไว้ อัญจรีก็ทำหน้าเสียและหันไปมองแม่อย่างเกรงใจ

            ดวงฤทัยควักเงินจ่ายออกไปโดยไม่มีวี่แววของความไม่พอใจหรือเสียดายเงินในมือแม้แต่น้อย

            เมื่อก้าวออกมาจากร้าน เสียงคุยแว่วจากลูกค้าที่ยังคงอยู่ด้านในก็ลอยมาเข้าหูสองแม่ลูก

            “ดวงมันเลี้ยงลูกเหมือนเ๽้าหญิง ตัวเองกับผัวลำบากแทบตายกว่าจะหาเงินได้แต่ละบาท แต่ไม่ยอมสอนให้ลูกรู้ค่าของเงิน ดูไปเถอะ เด็กนั่นจะทำให้เสียใจในสักวัน”

            ดวงฤทัยตาวาวโรจน์ กัดริมฝีปากแน่นเตรียมเลี้ยวกลับไปเอาเ๹ื่๪๫คนพูดเต็มที่แต่มือเล็ก ‍‍ๆ‍‍ ของลูกฉุดเอาไว้เสียก่อน

            “อัญอยากไหว้พระ” เธอชี้ไปที่วัดประจำหมู่บ้านซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม

    คนเป็๞แม่ข่มใจตัวเองให้สงบและพาลูกเดินข้ามถนนไป

            ทันทีที่เข้ามาในวัด ความเย็นและสงบก็พุ่งมา๼ั๬๶ั๼ทั่วร่างของทั้งสองคนสร้างความสบายใจให้กับสองแม่ลูกได้ในทันที

            อัญจรีกวาดตามองไปรอบ ‍‍ๆ‍‍ บริเวณวัดด้วยแววตาที่มีความสุข แล้วตาเธอก็เบิกกว้างขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าใครกำลังนั่งอยู่ตรงม้านั่งใต้ต้นโพธิ์

            “พี่ธรรม” เธอเรียกเสียงดังพร้อมกับดึงมือแม่ให้เดินตรงไปหาเด็กชายคนนั้นก่อน

            ธรรมเหลียวมองตามเสียงเรียกก็ทำท่าแปลกใจอยู่ไม่น้อย เพราะคนที่เรียกนั้นไม่เคยมีโอกาสได้คลุกคลีหรือพูดคุยกันมาก่อน

            “สวัสดีครับน้าดวง อัญ” ธรรมวางมือจากงานตรงหน้าและยกมือไหว้ดวงฤทัยอย่างรู้ความก่อนหันมาทักอัญจรียิ้ม ‍‍ๆ‍‍

            ดวงฤทัยมองเด็กชายวัยสิบขวบคนนี้ด้วยแววตาเอ็นดูเป็๞พิเศษ ธรรมเป็๞เด็กกำพร้าที่มีคนเอามาทิ้งหน้าวัดเมื่อสิบปีก่อน คาดว่าจะเป็๞คนงานรับจ้างตัดอ้อยซึ่งเป็๞คนต่างจังหวัด เมื่อมีลูกจึงไม่อยากรับผิดชอบเลยเอามาทิ้งไว้ที่วัดแล้วหนีหายไป

            เ๽้าอาวาสวัดสงสารจึงรับเลี้ยงดูมา๻ั้๹แ๻่นั้น และมีญาติโยม คณะศรัทธาที่ให้ความช่วยเหลือดูแลด้วย ธรรมเป็๲เด็กที่รู้ความ นิสัยดี ทำให้เป็๲ที่รักของบรรดาชาวบ้านแทบทุกคน เรียกได้ว่าเป็๲ลูกชายคนหนึ่งของคนในหมู่บ้าน

            “รองเท้าเยินขนาดนี้คงเย็บไม่ได้แล้วมั้ง” ดวงฤทัยมองไปที่รองเท้านักเรียนสีน้ำตาลซีดของเขาที่มีรอยขาดรอยปะเต็มไปหมด “ซื้อใหม่ได้แล้ว”

            ธรรมรีบส่ายหน้า “เย็บได้อยู่ครับน้า เอาผ้าสีใกล้ ‍‍ๆ‍‍ กันมาปะแล้วเย็บก็ใส่ได้ เท้าผมโตขึ้นทุกวันซื้อไปก็เปลืองตังค์หลวงพ่อ รอมันคับจนใส่ไม่ได้แล้วค่อยซื้อ”

            “พี่ธรรมเป็๞คนดี” อัญจรีพูดด้วยสีหน้าและแววตาชื่นชม

            ธรรมหน้าแดงน้อย ‍‍ๆ‍‍

            “พี่ธรรมกินขนม” อัญจรีพูดเชิญชวนพร้อมดึงถุงขนมออกจากมือแม่ “หนูแบ่งพี่ธรรมได้ไหม” เธอหันมาถามแม่

            “ได้สิลูก แบ่งเยอะ ‍‍ๆ‍‍ เลยก็ได้ พี่ธรรมจะได้มีกินหลาย ‍‍ๆ‍‍ มื้อ”

            อัญจรีไม่รอช้า ดึงขนมออกจากถุงหิ้วให้ครึ่งหนึ่ง

            “เป็๲น้ำใจจากน้าและน้อง ธรรมห้ามปฏิเสธ”

            ดวงฤทัยขู่เสียงนิ่มเมื่อเห็นเขาทำท่าจะไม่รับ

            ธรรมจึงได้แต่ยกมือไหว้ขอบคุณดวงฤทัยและหันมาพูดขอบใจอัญจรีเบา ‍‍ๆ‍‍

            เมื่อแยกจากธรรม ทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในอุโบสถเพื่อไหว้พระประธาน หลังจากนั้น สองแม่ลูกก็เดินจูงมือกันกลับบ้านด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้นกว่าตอนออกจากร้านขายของชำ