ท่ามกลางผืนป่าอันหนาทึบนั้นด้วยแสงอาทิตย์สาดส่องลงมาได้เพียงน้อยนิดความเย็นะเืจึงปกคลุมไปทั่วบริเวณ
ณ ที่แห่งหนึ่งในผืนป่า เงาร่างของสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงเพื่อไล่ล่าอสรพิษมรกตซึ่งสัตว์ที่กำลังจับอสรพิษมรกตอยู่ในยามนี้ก็คือวานรอัคคีนั่นเอง
หลังจากที่ส่งเสียงร้องแปลกประหลาดออกมาหลายครั้งั์ตาของวานรอัคคีก็มีความภาคภูมิใจปรากฏมันยกอสรพิษมรกตขึ้นหมายจะกลืนกินลงไป ทว่าในชั่วพริบตาจากนั้นก็มีพลังจากหมัดพุ่งทะยานเข้ามาหามันอย่างฉับพลัน
ปัง!
หมัดนั้นพุ่งไปยังแผ่นหลังของวานรอัคคีโดยตรงมันจึงร้องออกมาด้วยความเดือดดาลทว่าเมื่อวานรอัคคีหันหลังหมายที่จะตอบโต้กลับก็ได้เจอกับใบหน้าอันเยือกเย็นของอีกฝ่ายและเขาผู้นั้นหาได้ให้โอกาสมันในการตอบโต้ไม่ เ้าของหมัดอันทรงพลังอย่างเมิ่งฝานจู่โจมเข้าที่ร่างของวานรอัคคีด้วยหมัดอีกหลายครั้งอย่างไม่หยุดพัก
เวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเมิ่งฝานล้วนแต่ฝึกฝนอยู่ในเขาเยียนหลางแห่งนี้ทั้งสิ้นคู่ต่อสู้ที่ช่วยในการฝึกฝนของเขาก็คือวานรอัคคีที่หลบซ่อนตัวอยู่ในผืนป่าอันหนาทึบ
แม้ว่าวานรอัคคีเหล่านี้จะไม่ได้ฉลาดแต่อย่างใดทว่ากลยุทธ์ในการต่อสู้ของพวกมันก็ค่อนข้างดีเลิศจนทำให้เมิ่งฝานมักได้าแจากการต่อสู้อยู่บ่อยครั้ง
ต่อให้เป็ยอดฝีมือขั้นหลอมปราณก็ยังไม่กล้าอาศัยอยู่ในผืนป่าแห่งนี้เป็เวลานานเพราะมีโอกาสได้รับาเ็ที่ร้ายไปกว่านั้นคือบางครั้งร่างกายก็จะอ่อนแอไปชั่วขณะ เมื่อใดที่มีเืไหลย่อมหมายความว่าจะมีวานรอัคคีจำนวนมากตามกลิ่นเืเข้ามาหา
แต่สำหรับเมิ่งฝานแล้วนั้น เขาหาได้เกรงกลัวต่อสิ่งนั้นไม่เพราะหลังจากที่ได้รับาเ็แล้วเขาใช้เวลาในการนำพลังจากลูกปัดสีดำมารักษาาแเพียงหนึ่งก้านธูปการรักษาก็จะเสร็จสมบูรณ์ทั้งยังกลับมามีพละกำลังประหนึ่งพยัคฆ์ที่แข็งแกร่งอีกด้วย
ดังนั้นสำหรับเมิ่งฝานแล้วนี่จึงกลายเป็วัฏจักรแห่งการฝึกฝนนอกเหนือจากการกลับบ้านไปเพื่อให้ซินหลันวางใจแล้วนั้นเวลาที่เหลือจากนั้นล้วนแต่ถูกนำมาใช้กับการต่อกรกับวานรอัคคีบนเขาเยียนหลางแห่งนี้ทั้งสิ้น
เวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาทำให้ประสบการณ์ในการต่อสู้ของเมิ่งฝานเพิ่มพูนขึ้นอย่างมากและรู้ว่าจุดใดบ้างที่เป็จุดตายของวานรอัคคีเหล่านี้
เพียงไม่กี่อึดใจต่อมาเขาก็สังหารวานรอัคคีตัวนั้นลงได้หลังจากที่ถ่มน้ำลายลงบนพื้นด้วยความพอใจเมิ่งฝานก็กระตุกยิ้มที่มุมปากเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการฝึกฝนเป็เวลานานช่วยให้เขามีพัฒนาการที่ดีขึ้นไม่น้อย
เพราะถึงอย่างไรแล้วการฝึกฝนอย่างหนักเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้มีส่วนช่วยมากมายเสียเท่าใด
เมิ่งฝานยื่นมือออกไปยังหน้าอกของวานรอัคคีเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมานี้จิตอสูรของวานรอัคคีเป็สิ่งที่เขา้ามาตลอด
ทว่าในขณะที่เมิ่งฝานหมายจะนำจิตอสูรของวานรอัคคีออกมานั้นอยู่ๆ ก็มีเสียงต้นไม้สั่นไหวและแตกหักดังขึ้นในผืนป่า ผืนดินใต้ฝ่าเท้าของเขาสั่นไหวอยู่ชั่วครู่ก่อนจะมีกลิ่นคาวเืลอยคลุ้งเข้ามาแตะจมูก
เมิ่งฝานเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลันก่อนรูม่านตาของเขาจะหดเล็กลงไปอย่างรวดเร็วเพราะในจุดที่ไม่ไกลนักมีวานรอัคคีขนาดใหญ่กว่าวานรอัคคีตัวอื่นไม่น้อยปรากฏตัวขึ้นร่างกายของมันมีสีแดง ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมายังเมิ่งฝานอย่างเยือกเย็นกลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งเป็สัญญาณบอกว่ามันหาได้เป็มิตรไม่
ให้ตายเถอะ ในที่สุดหลังจากที่เขาสังหารวานรอัคคีมานานนับเดือนก็ดึงดูดให้าาวานรอัคคีตัวใหญ่ปรากฏตัวขึ้นมาเสียทีสัตว์อสูรระดับสาม!
รูม่านตาของเมิ่งฝานหดเล็กลงพร้อมร่างกายที่แข็งทื่อ สัตว์อสูรระดับสามนับเป็คู่ต่อสู้ที่ร้ายกาจเป็อย่างยิ่งแม้แต่สัตว์อสูรระดับสองก็ไม่อาจทัดเทียมได้ มันนับว่าเป็ศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดนับแต่เขาย่างกรายเข้ามาในเขาเยียนหลางแห่งนี้ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
อึดใจต่อมาาาวานรอัคคีก็ตวาดออกมาอย่างเดือดดาล ร่างกายขนาดใหญ่ั์ของมันพุ่งเข้าหาเมิ่งฝานก่อนกรงเล็บดุดันที่ไม่รู้ว่ามีขนาดใหญ่กว่าวานรอัคคีธรรมดาไม่รู้กี่เท่าตัวจะปรากฏขึ้น
แข็งแกร่งยิ่งนัก!
สีหน้าของเมิ่งฝานเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันก่อนจะกัดฟันแน่นต่อมาเขาจึงชกออกไปจนหมัดของตนเองปะทะเข้ากับหมัดขนาดั์ของาาวานรอัคคี นำมาซึ่งเสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหวในทันใด!
ร่างของเมิ่งฝานกระเด็นถอยหลังไปอย่างรุนแรงพลันสีหน้าของเมิ่งฝานเปลี่ยนไปเล็กน้อยร่างกายของาาวานรอัคคีซึ่งเป็สัตว์อสูรระดับสามตัวนี้มีความแข็งแรงเทียบเท่ากับผู้บำเพ็ญตนผู้แข็งแกร่งในขั้นหลอมปราณเลยก็ว่าได้พละกำลังที่แข็งแกร่งของมันทำให้เมิ่งฝานรู้สึกปวดร้าวไปทั่วทั้งท่อนแขน
แล้วในวินาทีต่อมาร่างกายขนาดั์ของาาวานรอัคคีก็พุ่งเข้ามาหาเมิ่งฝานอย่างดุดันอีกครั้งกรงเล็บของมันพุ่งตรงมายังใบหน้าของเด็กหนุ่มพร้อมกับแรงกดดันอานุภาพไร้เทียมทานที่ปกคลุมลงมาบนร่างของเมิ่งฝาน
อานุภาพนี้ต่างไปจากที่เมิ่งฝานเคยได้ัั แม้จะเป็การต่อสู้กับกู่ฉิงเมิ่งฝานก็ยังรู้สึกปลอดภัยเพราะถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่ได้คิดที่จะสังหารตนเอง ทว่าในครั้งนี้กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเมื่ออยู่ภายใต้กรงเล็บของาาวานรอัคคีเช่นนี้ทำให้เมิ่งฝานััได้ถึงอานุภาพที่ยิ่งใหญ่คล้ายกับว่าตนเองใกล้จะตายก็ไม่ปานซึ่งอานุภาพนี้ปกคลุมไปทั่วร่างกายของเมิ่งฝานจนรู้สึกคล้ายว่าร่างกายกำลังจะแตกสลาย
ให้ตายเถอะ!
ยามนี้เขาไม่อาจถอยหลังได้อีกแล้ว หลังจากที่ตวาดออกมาเสียงเข้มเมิ่งฝานก็กระทืบเท้าลงไปบนพื้นอย่างดุดันเขาย่อตัวลงเล็กน้อยพร้อมทั้งรวบรวมพลังปราณน้อยนิดในร่างกายมาไว้ที่ท่อนแขนแล้วชั่วพริบตาต่อมาเมิ่งฝานจึงกระโจนเข้าหาศัตรูพร้อมกับชกออกไป!
สายธารหลั่งสมุทร!
เมื่อชกออกไปพลังปราณก็ไหลเวียนตามท่อนแขนแล้วะเิออกมา ก่อนมันจะพุ่งเข้าปะทะกับหมัดของาาวานรอัคคีอย่างรุนแรงและดุดัน
เพียงชั่วพริบตาพละกำลังที่แข็งแกร่งก็ถูกส่งออกไป ขณะเดียวกันนั้นเมิ่งฝานก็รู้สึกคล้ายกับว่าเส้นแขนงปราณของตนเองขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมก็ไม่ปาน
ปัง!
เมื่อหมัดของทั้งสองฝ่ายปะทะเข้าด้วยกันทำให้เกิดการะเิพลังขึ้นบนหมัดของาาวานรอัคคีตามมาด้วยเสียงแตกหักและขาหน้าาาวานรอัคคีก็ขาดสะบั้นลงทันที!
เมิ่งฝานหาได้รอเวลาััการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของตนเองไม่ เขาพุ่งทะยานออกไปดุจเสือดาวแล้วเตะเข้าที่ร่างของาาวานรอัคคีอย่างดุดันจนทำให้มันไม่อาจทรงตัวได้อย่างมั่นคงในชั่วพริบตาถัดมาก็ตวัดวาดแขนของตนออกไปอย่างดุดันและรุนแรงจนศีรษะของาาวานรอัคคีขาดสะบั้น
เืสดๆ หลั่งไหล ก่อนร่างกายขนาดั์ของาาวานรอัคคีจะล้มลงไปบนพื้น ทางฝั่งของเมิ่งฝานก็นั่งลงไปบนพื้นในทันทีเช่นกัน
เมื่อปล่อยพลังสายธารหลั่งสมุทรออกมาอย่างฉับพลันพลังปราณในร่างกายของเมิ่งฝานก็สูญสิ้นไปจนหมดพละกำลังในร่างกายไม่อาจยืนหยัดต่อไปได้ ความอ่อนล้าถาโถมเข้ามาไม่ขาดสาย
เมิ่งฝานมองไปยังาาวานรอัคคีที่นอนอยู่บนพื้นก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกหากาาวานรอัคคียังคงยืนหยัดได้อีกเพียงชั่วครู่ผู้ที่ตายก็คงจะกลายเป็เขาแทน
เมื่อคิดได้เช่นนี้เมิ่งฝานก็กระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ยังคงมีความกลัวหลงเหลืออยู่ในหัวใจการต่อสู้ที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิตเช่นนี้นับว่าเมิ่งฝานได้เผชิญกับมันเป็ครั้งแรกและมันอันตรายเป็อย่างยิ่ง แต่ก็....ตื่นเต้นเป็อย่างมาก!
เพียงชั่วพริบตาต่อมาั์ตาของเมิ่งฝานก็วาวโรจน์เพราะััได้ถึงพลังปราณในร่างกายที่กำลังเดือนพล่านอย่างคาดไม่ถึง นี่เป็เค้าลางของการบรรลุนั่นเอง!
เอี๊ยด อ๊าด!
เสียงกระดูกดังขึ้นมาจากในร่างกาย เมิ่งฝานจึงรีบนั่งขัดสมาธิพร้อมทั้งปล่อยให้พลังปราณแล่นไปทั่วร่าง
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านพ้นไปนานเพียงใดแต่เมื่อเมิ่งฝานลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่ายามนี้ตนเองได้ก้าวขึ้นมาอยู่ในขั้นฝึกกายาระดับแปดแล้วเขาจึงรู้สึกตกตะลึงอยู่ไม่น้อย
แม้จะมีโลหิตแตกแขนงคอยช่วยเหลือ แต่หากอิงตามความเร็วในการเลื่อนขั้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยามนี้เมิ่งฝานคิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกราวครึ่งเดือนจึงจะสามารถบรรลุได้แต่คิดไม่ถึงว่าตนเองจะบรรลุในยามนี้ ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากการต่อสู้เมื่อครู่ที่ไปกระตุ้นพลังในร่างของเขาจนบรรลุในที่สุด
เมิ่งฝานลุกขึ้นยืน ยามนี้เองเขาััได้ว่าพลังในร่างกายแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมไม่น้อยเส้นแขนงปราณขยายตัวพร้อมด้วยพลังปราณที่มากขึ้นราวหนึ่งเท่าตัวกำลังไหลเวียนอยู่ในร่างกายอย่างเงียบงัน
ฝึกกายาระดับแปด เมื่อเลื่อนขึ้นมาถึงขั้นนี้ก็ถือว่ากระดูกในร่างกายเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์แล้ว!
เมิ่งฝานยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยและสังเกตเห็นว่าโลหิตแตกแขนงที่อยู่บริเวณหน้าอกหดเล็กลงไปครึ่งหนึ่งแล้ว ดูท่าอีกไม่นานเขาก็คงจะเลื่อนขึ้นไปยังขั้นหลอมปราณแล้ว!
“ผลลัพธ์อันเกิดจากการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิตช่างมากมายเสียจริงแต่ถึงกระนั้นก็ต้องเผชิญอันตรายอย่างใหญ่หลวงเช่นกัน!”
เมิ่งฝานกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปากก่อนจะส่ายหน้าต่อมาจึงผ่าหน้าอกของาาวานรอัคคีเพื่อนำจิตอสูรของมันออกมา
จิตอสูรระดับสาม จะต้องขายได้ราคางามเป็แน่!
หลังจากที่ระงับความตื่นเต้นเอาไว้เมิ่งฝานก็รีบออกมาจากบริเวณนั้นโดยเร็วด้วยยามนี้กลิ่นคาวเืได้คละคลุ้งไปทั่วบริเวณแล้ว อีกเพียงไม่นานจะต้องมีสัตว์อสูรตัวอื่นตามกลิ่นคาวเืมาเป็แน่และพวกมันก็หาใช่ศัตรูที่เมิ่งฝานผู้อ่อนแอในยามนี้จะสามารถต่อกรได้แต่อย่างใด
เมิ่งฝานซ่อนตัวอยู่ในป่าทึบราวกับนักล่าผู้มากด้วยประสบการณ์ก็ไม่ปานหลังจากที่ทำการไล่ล่ามานานร่วมเดือนเมิ่งฝานก็ได้เรียนรู้ถึงวิธีการที่เป็ทักษะพื้นฐานซึ่งตัวเขาในวันวานก็ไม่อาจทัดเทียมได้
เวลาล่วงเลยผ่านพ้นบรรดาผู้ฝึกตนรุ่นราวคราวเดียวกับเมิ่งฝานในหมู่บ้านอูเจิ้นแห่งนี้ต่างก็ทำการบำเพ็ญตนอย่างสุดความสามารถแม้แต่ผู้ที่ไม่ชอบการบำเพ็ญตนอย่างกู่ซินเอ๋อร์เองก็เป็หนึ่งในผู้ที่เก็บตัวบำเพ็ญตนด้วยเช่นกัน
เพราะถึงอย่างไรการประลองของเมืองเหยียนเฉิงก็ใกล้เข้ามาเต็มทีแล้วนอกเหนือจากรางวัลการประลองที่มากมายแล้วนั้นมันยังเกี่ยวเนื่องกับเกียรติยศและชื่อเสียงของอูเจิ้นโดยตรงฉะนั้นแล้วผู้บำเพ็ญตนอายุน้อยทั้งหลายจึงได้ทำการฝึกฝนอย่างหนักเพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเอง
บรรยากาศภายในหมู่บ้านอูเจิ้นเต็มไปด้วยความตึงเครียด และท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดนี้ทุกคนต่างก็รู้กันดีว่าเป็เพราะคุณหนูใหญ่ของกู่หยวนได้ประกาศว่าหากผู้ใดรู้ข่าวของเมิ่งฝานแล้วนำมารายงานตนก็จะได้รับเงินรางวัลถึงห้าร้อยเหรียญทองคำ
แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าเป็เพราะเหตุใดแต่ก็สนใจรางวัลในการแจ้งเบาะแสเป็อย่างมากทว่าเมิ่งฝานที่ซ่อนตัวเพื่อบำเพ็ญตนอยู่ในเขาเยียนหลางกลับปรากฏตัวในอูเจิ้นเพียงน้อยครั้งเพราะหลังจากที่ได้บรรลุระดับพลังก็กลายเป็ของหวานที่ทำให้เมิ่งฝานติดใจและทำการฝึกฝนอย่างไม่หยุดหย่อน
แม้จะไม่กล้าหาเื่าาวานรอัคคีแต่สัตว์อสูรระดับสองที่อยู่ในแถบเขาเยียนหลางแห่งนี้ต่างก็ถูกเมิ่งฝานมองว่าเป็คู่ต่อสู้เพื่อทำการฝึกฝนทักษะและพัฒนาตนเองทั้งสิ้น
เพียงชั่วพริบตาเวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน ซึ่งพลังภายในกายของเมิ่งฝานก็มั่นคงหนักแน่นและอยู่ในขั้นฝึกกายาระดับแปด่ท้ายแล้วที่ยิ่งไปกว่านั้นคือโลหิตแตกแขนงที่อยู่บริเวณหน้าอกของเขาได้สลายและผสานตัวเข้ากับร่างกายของเขาทั้งหมดแล้ว
เหรียญทองคำมูลค่ากว่าพันเหรียญได้สลายเข้าไปในร่างของเมิ่งฝานแล้ว นั่นทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกเ็ปไม่น้อย
แต่ถึงกระนั้นเขาก็รู้ดีว่าคุณประโยชน์ที่เกิดจากโลหิตแตกแขนงเป็สิ่งที่เหรียญทองคำหนึ่งพันเหรียญเ่าั้หาทัดเทียมได้ไม่
ในยามนี้แม้เมิ่งฝานจะอยู่ในขั้นฝึกกายาระดับแปด ทว่าพลังและลมปราณที่แผ่ซ่านออกมากลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้บำเพ็ญตนในระดับเดียวกันเป็อย่างมากเห็นได้ชัดว่าสิ่งที่ลูกปัดสีดำเม็ดนั้นนำมาให้แก่เมิ่งฝานก็คือหนทางการบำเพ็ญตนเป็วัฏจักรที่นำมาซึ่งการพัฒนาคล้ายว่ามันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเขาก็ไม่ปาน
แท้จริงแล้วสิ่งที่อยู่ในลูกปัดเม็ดนั้นมันคือสิ่งใดกันแน่!
เมิ่งฝานระงับความสงสัยเอาไว้ในใจ เพราะถึงแม้ว่าเขาจะอยากรู้อยากเห็นสักเพียงใดก็รู้ดีว่าตนเองจะโลภมากไม่ได้ จึงสนใจเพียงการศึกษาพลังจากผนึกเพียงเท่านั้น
หลังจากที่เมิ่งฝานได้ทำการศึกษาพลังจากผนึกได้ราวสิบวัน ในที่สุดผนึกก็ผสานรวมเข้ากับเขาอีกครั้งพร้อมทั้งมีข้อมูลบางส่วนปรากฏขึ้นมาในหัว
“ลิ่มเจาะกระดูก จำต้องใช้จิตอสูรระดับสามเพื่อการสลักตราเวทย์เจาะกระดูก หากใช้ร่วมกับวารีัอสรพิษที่เป็พืชวิเศษระดับสามก็จะทำให้ประสิทธิภาพของมันเพิ่มขึ้นจากเดิมห้าเท่าตัวแต่หากไม่มีก็นำมันแทงเข้าไปยังจุดฝังเข็มบนร่างกายเพียงเท่านี้ก็สามารถกระตุ้นไขกระดูกหรือเยื่อหุ้มกระดูกได้เช่นกันโดยมันสามารถเพิ่มความเร็วในการเลื่อนขั้นของผู้ใช้ให้สูงยิ่งกว่าเดิมทว่าผู้ใช้จำต้องแทงมันเข้าไปในร่างกายของตนเองทั้งยังต้องอดทนต่อความเ็ปจงระวังในการใช้!”
วารีัอสรพิษ?
นี่เป็สิ่งที่เมิ่งฝานไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่เมื่อได้ยินชื่อก็คล้ายว่ามันจะเป็สิ่งที่หาได้ยากทว่าสิ่งที่ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจก็คือประโยคสุดท้าย
ไม่ว่าจะเป็ศิลาสลักลายหรือโลหิตแตกแขนงก็หาได้มีคำเตือนเช่นในยามนี้ไม่เพียงคำอธิบายก็เอ่ยถึงความเ็ปรวดร้าวของมันแล้วในเมื่อเป็เช่นนี้แล้ว....หากได้ใช้มันจริงๆ จะเ็ปรวดร้าวมากมายเพียงใดกัน!