หลังจากที่ไลท์เลื่อนเป็นักผจญภัยระดับA เขาก็ไปยังเรือเหาะเพื่อจองตั๋วไปยังอาณาจักรแสงจันทร์แห่งทวีปวอเตอร์ไดซ์
อาณาจักรแสงจันทร์เป็อาณาจักรใหญ่และทรงพลังอย่างมาก พื้นที่ของอาณาจักรแสงจันทร์มีขนาดใหญ่กว่าอาณาจักรฟรอสถึงแปดเท่าและมีผู้บัญชาการทหารเป็จอมเวทย์ระดับSเทียบเท่ากับจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ของสภาจอมเวทย์
ส่วนสำนักงานนักผจญภัยก็มีผู้ดูแลเป็ถึงนักผจญภัยระดับS เนื่องจากอาณาจักรแสงจันทร์มีหอคอยแห่งนิรันดร์ตั้งอยู่ จึงทำให้พวกเขาต้องส่งนักผจญภัยระดับS เฝ้าเอาไว้เพื่อไม่ให้เกิดเื่ร้ายแรงขึ้นเช่นโดนจอมเวทย์แห่งความมืดบุกยึดหรือสัตว์เวทย์บุกเมือง
การเดินทางข้ามทวีปใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนจึงจะถึงอาณาจักรแสงจันทร์ ซึ่งเป็การเดินทางที่ยาวนานมากแต่ต้องอย่าลืมว่าโลกใบนี้ใหญ่กว่าโลกเก่าของเขาถึงสิบเท่า
หลังจากที่จองตั๋วเรือเหาะแล้วไลท์ก็เดินเล่นรอบๆเมืองหลวงฟรอสเป็ครั้งสุดท้ายและไปหาสามสาวก่อนที่จะจากกัน
สองวันต่อมาไลท์ก็ขึ้นเรือเหาะชั้นพิเศษ ซึ่งจะมีห้องเป็ของตัวเองและมีอาหารมาเสิร์ฟให้ถึงที่แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาห้องละห้าแสนจีเซล แต่สำหรับไลท์ที่มีเงินเป็ร้อยล้านแค่ห้าแสนจีเซลไม่ได้เป็ปัญหาอะไรแม้แต่น้อย
ครั้งแรกที่ไลท์ขึ้นเรือเหาะทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น แม้ว่ามันจะคล้ายกับการขึ้นเครื่องบินก็ตามแต่มันไม่ใช่เครื่องบิน บนเรือเหาะมีพื้นที่กว้างขวางมาก สามารถจุคนได้มากกว่าสองพันคนและมีห้องส่วนตัวเพียงแค่หนึ่งร้อยห้องเท่านั้น สามารถเรียกเรือเหาะว่าปราการเคลื่อนที่ขนาดย่อมก็ได้
สิ่งที่ต้องระวังในการเดินทางโดยเรือเหาะก็คือการถูกสัตว์เวทย์จำพวกที่บินได้โจมตี แต่เรือเหาะทุกลำมีบาเรียป้องกันการถูกโจมตีอยู่แล้ว ซึ่งบาเรียนี้ถูกสร้างโดยจอมเวทย์ที่จะใส่พลังเวทย์ไปในคริสตัลบาเรีย
การเดินทางใน่แรกๆไลท์ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นแต่พอนานไปไลท์ก็เริ่มรู้สึกเบื่อ จากนั้นเขาก็เอาแต่นั่งบ่มเพาะพลังอยู่ภายในห้องอย่างเดียว
โชคดีที่การเดินทางของไลท์เป็ไปอย่างราบรื่น
หนึ่งเดือนต่อมาไลท์ก็มาถึงอาณาจักรแสงจันทร์
ไลท์มองดูเมืองหลวงแสงจันทร์จากบนท้องฟ้าพบว่าเขามองไม่เห็นจุดสิ้นสุดของเมืองหลวงเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าต้องใหญ่ขนาดไหนกันจึงมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
นอกจากนี้ห่างออกไปไม่ไกลเขาก็ได้เห็นหอคอยแห่งนิรันดร์ด้วยตาตัวเองแล้ว
หอคอยขนาดใหญ่สูงเสียดฟ้า กินพื้นที่โดยรอบกว่าสิบกิโลเมตร รอบๆหอคอยแห่งนิรันดร์มีการสร้างกำแพงขนาดใหญ่ล้อมรอบเอาไว้ไม่ให้ใครบุกเข้าไปได้ง่ายๆ ส่วนทางเข้าและออกจากหอคอยมีแค่ทางเดียว
ไลท์ได้ข่าวมาว่าการป้องกันหอคอยแห่งนิรันดร์อยู่ในระดับสูงมาก แม้กระทั้งกองทัพของอาณาจักรแสงจันทร์ก็ได้ตั้งค่ายและมีทหารคุ้มกันมากกว่าหนึ่งหมื่นคน
ถึงอย่างไรจอมเวทย์ก็เป็มนุษย์ ถ้าหากโดนปืนยิงใส่ก็สามารถตายได้เพราะงี้กองทัพของแต่ละประเทศจึงยังรักษาอำนาจสูงสุดได้อยู่ ถ้าหากกิลด์จอมเวทย์ก่อฏก็อาจจะถูกกองทัพปิดล้อมระดมยิงปืนใส่และถูกทำลายล้างทั้งกิลด์ นอกเสียจากจะแข็งแกร่งจนกองทัพนับหมื่นก็ไม่อาจทำอะไรได้ เพราะเหตุนี้กิลด์จอมเวทย์จึงไม่กล้าแข็งข้อต่อประเทศที่มีกองทัพแข็งแกร่ง
อาวุธปืนเป็อาวุธที่ทรงพลังที่สุดของมนุษย์เพียงแต่เป็อาวุธปืนไฟโบราณไม่ได้มีอานุภาพเหมือนกับปืนในปัจจุบัน
หลังจากที่เรือเหาะลงจอด ไลท์ก็หาที่พักเป็อันดับแรก
เมืองหลวงแสงจันทร์เป็เมืองขนาดใหญ่ค่าครองชีพสูงทำให้ราคาห้องพักของโรงแรมหรูมีราคาไม่ต่ำกว่าห้าพันจีเซลต่อหนึ่งคืน
เมื่อออกมาจากโรงแรมแสงราตรีแล้ว ไลท์ก็มุ่งหน้าไปยังตึกสมาคมนักผจญภัยเพราะเขาต้องมาที่นี้อีกหลายครั้ง เพราะฉะนั้นการคุ้นเคยเส้นทางจึงเป็สิ่งจำเป็
ตึกสมาคมนักผจญภัยเป็ตึกใหญ่กว่าห้าชั้นและยังกินพื้นที่กว่ายี่สิบไร่ รอบๆมีกำแพงขนาดเล็กตั้งเอาไว้เพื่อความสวยงาม
เมื่อมาแล้วไลท์จึงเดินเข้าไปดูว่ามีเควสอะไรที่น่าสนใจหรืออาชญากรที่มีค่าหัวแพงๆอยู่ไหม อีกอย่างไลท์เพิ่งมาถึงอาณาจักรแสงจันทร์ เพราะฉะนั้นใบค่าหัวที่อาณาจักรฟรอสจึงไม่มีความหมายเขา้าใบค่าหัวของอาชญากรที่อาศัยอยู่ที่อาณาจักรแสงจันทร์หรือไม่ก็ภายในหอคอยแห่งนิรันดร์
ภายในตึกสมาคมนักผจญภัยเป็พื้นที่กว้างแบ่งโซนอย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็โซนนั่งพูดคุย โซนบาร์ โซนภารกิจ เป็ต้น
นักผจญภัยเกือบทั้งหมดมองมาที่ไลท์ครู่หนึ่งก่อนที่จะเลิกให้ความสนใจ นักผจญภัยอายุน้อยแบบไลท์ก็มีเยอะแยะเพราะบางคนถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวั้แ่เล็ก การเป็นักผจญภัยก็เป็อีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเอง เพียงแต่ทุกคนคิดว่าไลท์เป็นักผจญภัยระดับEหรือไม่ก็ระดับD เพราะงั้นพวกเขาจึงเลิกให้ความสนใจไลท์ไป
ไลท์เดินไปที่เคาน์เตอร์ทันที
เคาน์เตอร์มีพนักงานสาวสองคนกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ เมื่อพวกเธอเห็นว่าไลท์เดินเข้ามาพวกเธอจึงให้ความสนใจกับไลท์ทันที
“ ยินดีต้อนรับมีอะไรให้พวกเราช่วยไหม? ” พนักงานสาวที่อายุประมาณยี่สิบปีถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ ผมขอใบค่าหัวของอาชญากรหน่อยครับ ” ไลท์พูด
“ ได้สิ ” พนักงานสาวคนเดิมตอบรับจากนั้นไม่นานเธอก็ยื่นสมุดค่าหัวของทวีปไคเซิร์ฟให้กับไลท์
ทวีปไคเซิรฟ์เป็ทวีปใหญ่มีอาณาจักรน้อยใหญ่อยู่เป็จำนวนมากและมีอาณาจักรแสงจันทร์เป็อาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดและแข็งแกร่งที่สุด
ไลท์มองสมุดล่าค่าหัวด้วยความสนใจเพราะในนั้นเขียนรายละเอียดของอาชญากรได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็เื่การใช้เวทย์หรือการใช้อาวุธชนิดต่างๆและรวมไปถึงสถานที่อยู่ของพวกมันด้วย
“ แล้วมีของอาชญากรในหอคอยแห่งนิรันดร์ด้วยไหม? ” ไลท์ถามขึ้น
พนักงานสาวพยักหน้าและหยิบสมุดล่าค่าหัวเล่มหนาให้กับไลท์
ไลท์มองสมุดล่าค่าหัวที่เล่มหนากว่าสมุดหน้าเหลืองก็รู้สึกอึ้งเล็กน้อยเพราะเขานึกไม่ถึงเลยว่าจะมีอาชญากรมากมายขนาดนี้
“ ขอบคุณครับ ” ไลท์พูด
“ ด้วยความยินดี ” พนักงานสาวยิ้มรับ
“ จริงสิที่นี้มีมานาคริสตัลระดับสูงขายบ้างไหม? ” ไลท์ถามขึ้น
“ มีสิแต่ราคาก้อนละยี่สิบล้านจีเซลนะ ” พนักงานสาวตอบ
ไลท์พยักหน้ารับจากนั้นเขาก็ออกมาจากตึกนักผจญภัย จากนั้นเขาก็เดินเล่นที่เมืองหลวงแสงจันทร์ ถึงอย่างไรเขาก็ต้องอาศัยอยู่ที่เมืองหลวงแสงจันทร์ไปอีกนานก่อนที่จะเข้าไปด้านในหอคอยแห่งนิรันดร์
สถานที่ขึ้นชื่อของเมืองหลวงแสงจันทร์มีมากมายเช่นยอดเขาชมจันทร์ ทะเลสาบแสงจันทร์ ภัตตาคารแสงจันทร์ หอประมูลแสงจันทร์ เป็ต้น
ซึ่งชื่อส่วนมากของสถานที่ขึ้นชื่อก็นำมาจากอาณาจักรแสงจันทร์ ราวกับบ่งบอกให้ทุกคนได้ทราบว่าทุกคนกำลังอยู่ในอาณาจักรแสงจันทร์
สถานที่แรกที่ไลท์มาก็คือภัตตาคารแสงจันทร์ ซึ่งเป็ร้านอาหารของทางราชวงศ์แสงจันทร์ที่สร้างขึ้นมา ซึ่งเมนูแต่ละชนิดถูกทำมาจากเนื้อของสัตว์เวทย์ เนื้อของสัตว์เวทย์มันอร่อยและมีพลังเวทย์ภายในทำให้เพิ่มพลังเวทย์ได้แม้ว่าจะเพิ่มได้ไม่มากก็ตาม ทำให้ราคาของอาหารในภัตตาคารแสงจันทร์แพงมาก
หลังจากที่กินอาหารไปไลท์เองก็ยังต้องชื่นชมเลยว่าอาหารจากเนื้อสัตว์เวทย์มันอร่อยกว่าเนื้อสัตว์ธรรมดามาก
สถานที่ต่อมาคือโรงประมูลแสงจันทร์
งานประมูลของโรงประมูลแสงจันทร์จะจัดทุกๆสามเดือนโดยในวันปกติจะเปิดร้านขายของทั่วไปแต่สิ่งของที่ขายภายในโรงประมูลแสงจันทร์มีคุณภาพดีและมีราคาสูง
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ไลท์ก็ออกมาจากโรงประมูลแสงจันทร์ด้วยความพึงพอใจเพราะเขาพบกับสมบัติบางอย่างที่มีพลังเวทย์มหาศาลและยังขายในราคาไม่แพงทำให้เขาตัดสินใจที่จะซื้อมา
ในขณะที่ไลท์กำลังจะเดินทางไปยังยอดเขาแสงจันทร์ เขาก็พบว่ามีฝูงชนจำนวนมากที่กำลังยืนดูอะไรบางอย่าง
ไลท์จึงพยายามเบียดเข้าไปด้านในสุดจนเขาเห็นว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์ห้าคนกำลังล้อมผู้หญิงอายุประมาณสิบห้าปีอยู่
“ เกิดอะไรขึ้นหรอ? ” ไลท์ถามกับชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านข้าง
“ ก็ผู้หญิงคนนั้นติดเงินพวกอัธพาล เธออาศัยอยู่กับแม่ของเธอ แต่เมื่อหลายเดือนก่อนแม่ของเธอเกิดล้มป่วย ผู้หญิงคนนั้นจึงไปยืมเงินพวกอัธพาลและครึ่งเดือนก่อนแม่ของเธอก็ดันเสียชีวิตไปแล้วพวกอัธพาลจึงมาทวงเงินแต่เธอไม่มีเงินคืนให้กับพวกอัธพาลน่ะสิ ” ชายวัยกลางคนตอบ
ไลท์มองดูเด็กผู้หญิงที่อายุสิบห้าปีที่ตอนนี้กำลังร้องไห้อ้อนวอนขอเวลาให้เธอเพื่อหาเงินมาคืน
ไลท์ได้แต่ถอนหายใจและเดินเข้าไปหาทันที
“ นี้พี่ชายเธอคนนี้ติดเงินพี่ชายเท่าไร? ” ไลท์ถามขึ้น
พวกอัธพาลเมื่อเห็นไลท์ถามขึ้นก็พากันมองหน้ากันก่อนที่จะแสยะยิ้มออกมา
“ นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีเ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยเธอด้วยนะ ” หัวหน้าอัธพาลพูดหยอกล้อ
ไลท์ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่จะหายตัวไปต่อหน้าต่อตาทุกคน
หัวหน้าอัธพาลและลูกน้องรวมไปถึงผู้คนที่กำลังมุงดูก็ประหลาดใจ
ทันใดนั้นหัวหน้าอัธพาลก็รู้สึกเจ็บที่คอ มันจึงเอามือไปจับดูก็พบว่ามีดาบวางพาดไว้บนคอของมันแล้ว
“ ฉันจะพูดอีกครั้งเดียวนะว่าเธอติดเงินพวกแกเท่าไหร่ ถ้าหากพวกแกไม่ตอบก็ไม่เป็ไรเพราะถึงอย่างไงฉันก็จะพาเธอไปแต่ถ้าหากพวกแกกล้าขวางทางฉันล่ะก็ฉันจะอัดพวกแกให้จมดินเลยคอยดู ” ไลท์พูดด้วยน้ำเสียงเ็าก่อนที่จะเก็บดาบเข้าไปในแหวนมิติ
หัวหน้าอัธพาลและลูกน้องพากันกลืนน้ำลาย พวกมันรู้สึกว่าวันนี้ดวงของพวกมันช่างซวยจริงๆก่อนออกจากบ้านลืมดูดวงหรือยังไง
“ สองแสนจีเซล ” หัวหน้าอัธพาลตอบทันที
ไลท์ไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่หยิบเงินสองแสนจีเซลและโยนให้กับหัวหน้าอัธพาล
เมื่อหัวหน้าอัธพาลได้เงินแล้วก็รีบพาลูกน้องหนีไปทันที
ไลท์จึงเดินไปหาหญิงสาวและพูดขึ้นว่า “ เธอมากับฉัน ”
หญิงสาวมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาหวาดกลัวแต่ก็กัดฟันที่จะเดินตามไลท์ไป เพราะเธอเห็นว่าไลท์แข็งแกร่งกว่าพวกอัธพาลมากถ้าหากเธอไม่ทำตามเธออาจะตายก็ได้
ไลท์พาหญิงสาวไปที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง
“ ฉันชื่อไลท์ ” ไลท์แนะนำตัว
หญิงสาวมองไลท์พร้อมกับแววตาหวาดกลัวแต่ก็พูดขึ้นว่า “ ฉัน..ฉันชื่อเดซี่ ”
“ เอาล่ะเดซี่ตอนนี้เธอเป็หนี้ฉันสองแสนจีเซล เธอจะคืนเงินฉันอย่างไง? ” ไลท์เข้าเื่ทันที
“ ฉัน..ฉันจะหาทางหาเงินมาคืนนายให้ได้ ” เดซี่พูดด้วยความไม่มั่นใจ
ไลท์ที่เห็นดังนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้า
“ เอาล่ะหลังจากนี้ฉันจะฝึกเธอให้กลายเป็นักผจญภัยแล้วกัน จริงสิฉันเองก็เป็นักผจญภัยเหมือนกัน ” ไลท์พูดขึ้น
“ นักผจญภัย? แต่มันเป็งานที่อันตรายไม่ใช่หรอฉันไม่อยากเป็ ” เดซี่ส่ายหน้าทันที
“ งานอันตราย…ก็จริงอยู่ที่ว่ามันเป็งานอันตรายแต่นั้นก็คือพวกที่อ่อนแอยังไงล่ะ ถ้าหากเธอแข็งแกร่งเธอก็จะสามารถหาเงินได้เยอะๆดูอย่างฉันสิ อายุมากกว่าเธอนิดหน่อยแต่ฉันก็ยังสามารถหาเงินได้หลายร้อยล้านจีเซลแล้ว ” ไลท์พูดด้วยความโอ้อวด
“ ห๊ะ!! นายสามารถหาเงินได้เป็ร้อยล้านเลยงั้นหรอ ” เดซี่เงยหน้ามองไลท์ด้วยความใ
“ แน่นอน ” ไลท์พยักหน้าก่อนที่จะยื่นบัตรประจำตัวนักผจญภัยให้กับเดซี่ดู
“ เธอเห็นเงินของฉันไหมล่ะ ” ไลท์ชี้ให้เห็นถึงจำนวนเงินที่เขามี
“ โอ้พระเ้าศูนย์เยอะมาก ” เดซี่อุทานพร้อมกับกลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัว
“ ถ้าหากเธอยังอ่อนแอเธอก็จะไม่มีวันแข็งแกร่งขึ้นหรอก เพราะงั้นฉันจะฝึกฝนเธอด้วยตัวเองและเธอก็จะได้หาเงินมาคืนฉันได้ไวๆ ” ไลท์พูดขึ้น
“ ฉันเข้าใจแล้ว ” เดซี่พยักหน้าด้วยความจริงจังแม้ว่าสีหน้าของเธอจะแสดงถึงความตื่นเต้น ถ้าหากเธอหาเงินได้เยอะๆแม่ของเธอก็คงไม่ตาย นี้เป็ความรู้สึกผิดในใจของเธอ
“ อย่างนี้เธอต้องเรียกฉันว่าอาจารย์แล้วล่ะ ถ้าเมื่อไหร่ที่เธอแข็งแกร่งขึ้นฉันจะให้เธอเข้าร่วมกลุ่มนักผจญภัยของฉันแม้ว่าตอนนี้จะมีเพียงแค่ฉันคนเดียวก็ตาม ” ไลท์หัวเราะแห้งๆ ซึ่งเดซี่เองก็หัวเราะตามไลท์เช่นกัน
จากนั้นไลท์ก็พาเดซี่ไปซื้อของใช้ที่จำเป็ก่อน
แต่หลังจากที่เดซี่เปลื่ยนเสื้อผ้าและแต่งตัวใหม่แล้วปรากฏว่าเธอเองก็เป็หญิงสาวที่น่ารักคนหนึ่ง แต่เมื่อก่อนเธอไม่มีโอกาศได้แต่งตัวและยังสวมเสื้อผ้ามอมแมมทำให้ไม่มีใครเห็นถึงความน่ารักของเธอ
เวลานี้เดซี่เต็มไปด้วยความสดใสตามวัยของเธอ