บทที่ 32 คุณมาจับชู้เหรอ
ข่าวการคบหาของเหนียนเหมี่ยวเหมี่ยวกับไป๋จื่อซวิน กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลทันที หลังจากที่มีคนแอบถ่ายรูปพวกเขาที่โรงพยาบาล
เธอเป็นดาราสาวชื่อดังอยู่แล้ว ข่าวของเธอจึงสร้างกระแสได้มากกว่าข่าวซุบซิบของนักธุรกิจอย่างมู่จือเหยียน เพียงแค่การประกาศคบกัน ก็เกือบจะทำให้เซิร์ฟเวอร์ของแอปพลิเคชันโซเชียลทั้งหลายล่มไปแล้ว
ขณะที่ประวัติส่วนตัวของไป๋จื่อซวิน ก็ถูกชาวเน็ตขุดคุ้ยออกมาจนหมดเปลือก
โชคดีที่เขาเป็นหนุ่มหน้าตาดี การศึกษาดี พื้นฐานครอบครัวดี ทั้งยังทำงานดี เป็นหนุ่มในฝันของสาว ๆ ชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างก็พากันถอนหายใจที่เศรษฐีรุ่นสองที่เพอร์เฟกต์แบบนี้ ดัน ‘แต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย’ เสียแล้ว
ลู่จิ่นเนี่ยนเลื่อนอ่านข่าวในโทรศัพท์มือถือ พลางอ่านคอมเมนต์ของชาวเน็ตไปด้วย ในใจก็นึกว่า ‘นี่ถือว่าเป็นหนุ่มหล่อที่สุดในโลกแล้วเหรอ?’
“นั่นเป็นเพราะพวกเขายังไม่เคยเห็นมู่จือเหยียน เขาต่างหากถึงเรียกว่าแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย”
แค่คิดถึงตรงนี้ หัวใจของหญิงสาวก็สั่นไหวขึ้นมาทันที
ตลอดมา เธอรู้สึกภูมิใจในตัวเขามาโดยตลอด ทั้งยังแอบชื่นชมเขาเหมือนแฟนคลับคนหนึ่ง แต่ชีวิตแต่งงานสองปีที่ผ่านมา ก็ทำให้แว่นกรองสมัยเยาว์วัยของเธอค่อย ๆ สลายจนแหลกละเอียด
คิดไปถึงตรงนั้น ก็พิมพ์คำว่า ‘มู่จือเหยียน’ สามตัวอักษรลงในช่องค้นหาโดยไม่รู้ตัว
ข่าวคราวเกี่ยวกับเขามีออกมาให้เห็นอยู่เสมอ
แต่เมื่อเธอเลื่อนผ่านไปสองหน้า สีหน้าของเธอก็ชะงักค้างทันที
เทรนด์ฮิตวันนี้สิบอันดับแรก ล้วนเป็นข่าวลือเรื่องความรักของเหนียนเหมี่ยวเหมี่ยว แทบจะไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่าในอันดับที่ยี่สิบกว่า ๆ ยังมีข่าวของมู่จือเหยียนอยู่ด้วย
‘ประธานมู่สื่ออินเทอร์แนชันนัลกรุ๊ปแอบนัดพบคู่หมั้นสาว’ นี่คือพาดหัวข่าวที่นักข่าวตั้ง
ในรูปที่แนบมากับข่าว เป็นภาพของมู่จือเหยียนกับกู้เยี่ยนหนานที่กำลังเดินเข้าโรงแรมด้วยกัน
เธอจำได้ว่าตอนเช้าก่อนออกจากบ้าน มู่จือเหยียนสวมชุดเสื้อผ้าชุดนี้พอดี
เลือดที่ปลายนิ้วของลู่จิ่นเนี่ยนค่อย ๆ ไหลย้อนกลับ หัวใจหญิงสาวเย็นเฉียบ พลันตระหนักได้ว่า ความอ่อนโยนและความสุขที่เกิดขึ้นตลอดหลายวันที่ผ่านมา เป็นแค่ความปรารถนาของเธอฝ่ายเดียวเท่านั้น
เขาและกู้เยี่ยนหนาน
สุดท้ายแล้ว ตัวเองก็เป็นแค่คนนอกอยู่วันยังค่ำ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นสายจากแม่ของเธอ
โจวหงผิงถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน “จิ่นเนี่ยน ลูกเห็นข่าวหรือยัง? มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?
ทำไมมู่จือเหยียนถึงมีคู่หมั้นขึ้นมาได้?”
ความสัมพันธ์ระหว่างลู่จิ่นเนี่ยนและมู่จือเหยียน ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะมาก่อน
ถึงแม้จะมีคนไม่น้อยที่รู้ว่ามู่จือเหยียนแต่งงานแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าภรรยาของเขาเป็นใคร เพราะเธอไม่เคยปรากฏตัวในที่สาธารณะ
ยิ่งไปกว่านั้น ข่าวอื้อฉาวของเขาก็กระจายว่อนไปทั่ว
“แม่ใจเย็น ๆ ก่อนนะ จือเหยียนเขาไปทำงานต่างเมือง ผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ไปด้วยกันก็ได้”
“คำพูดแบบนี้ เอาไว้หลอกแม่ก็แล้วไป แต่ตัวแกน่ะเชื่อหรือเปล่า?” โจวหงผิงพูดด้วยความโกรธ
“เชื่อไม่เชื่อ มันก็ไม่เห็นต่างกันเลยนี่” ลู่จิ่นเนี่ยนพึมพำกับตัวเอง
แม่ของเธอยังคงต่อว่าไม่หยุด แต่ไม่ได้ต่อว่าที่มู่จือเหยียนเจ้าชู้ แต่กลับต่อว่าที่ลูกสาวของตัวเองไม่เอาไหน แม้แต่ใจสามียังรักษาไว้ไม่ได้
แต่มันไม่ใช่ของของเธอตั้งแต่แรก เธอจะไปแย่งชิงมันกลับคืนมาได้อย่างไร?
“จิ่นเนี่ยน แม่จองตั๋วเครื่องบินไว้แล้ว แกรีบไปเก็บกระเป๋า เราจะไปเมือง B!” โจวหงผิงพูดขึ้นอย่างกะทันหัน
การกระทำที่ไม่คาดคิดของแม่ ทำเอาลู่จิ่นเนี่ยนไม่รู้จะทำอย่างไรดี
มู่จือเหยียนไปทำงานที่เมือง B ไม่เกินสามสี่วันก็กลับมาแล้ว เธอจะตามไปทำไม?
ไปจับชู้อย่างนั้นเหรอ?
แต่เห็นได้ชัดว่า โจวหงผิงหมายความตามนั้นจริง ๆ
แน่นอนว่าเธอปฏิเสธ แต่ไม่สามารถต้านทานความดื้อรั้นของแม่ได้ สุดท้ายก็โดนลากมาที่สนามบินจนได้
“แม่ พวกเราจำเป็นต้องทำแบบนี้ด้วยเหรอ? ผู้หญิงรอบกายเขามีไม่น้อยอยู่แล้ว” ลู่จิ่นเนี่ยนบ่นพึมพำ
“ที่ผ่านมาก็ช่างมันเถอะ แต่ตอนนี้แกมีลูกของเขาอยู่ในท้อง เขายังกล้าออกไปมั่วสุมข้างนอกแบบนี้ ฉันทนไม่ได้!”
ลู่จิ่นเนี่ยนถอนหายใจ
เธอรู้จักนิสัยของแม่ดี ถ้าเป็นเรื่องที่แม่ตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ต้องทำให้ได้ ถ้าเธอยืนกรานไม่ยอมไป สุดท้ายแม่ก็คงไปคนเดียว ไม่รู้ว่าจะก่อเรื่องวุ่นวายอะไรขึ้นอีก
แต่ตอนนี้ต่อให้ไปแล้ว มันจะมีประโยชน์อะไร?
หรือว่าเธอจะบุกไปที่โรงแรม แล้วลากกู้เยี่ยนหนานลงมาจากเตียงเขางั้นเหรอ?
ตอนนี้เธอแค่อยากให้ลูกคลอดออกมาอย่างปลอดภัย ส่วนเรื่องอื่น เธอไม่อยากจะคิดแล้ว
“แม่ ถ้าทำให้เขาโกรธ ชีวิตของฉันในตระกูลมู่จะยิ่งลำบาก”
“ตอนนี้แกไม่กล้าทำอะไร ต่อไปบ้านตระกูลมู่ก็จะไม่มีที่ให้แกยืนแล้ว!”
เที่ยวบินจากเมือง A ไปเมือง B ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น หลังจากลงจอด โจวหงผิงก็พาเธอมุ่งตรงไปที่โรงแรมทันที
“แม่รู้ได้ยังไงว่าโรงแรมที่มู่จือเหยียนพักอยู่ที่ไหน?” ลู่จิ่นเนี่ยนถามด้วยความแปลกใจ
“ปาปารัสซีไม่ได้ถ่ายรูปประตูโรงแรมไว้เหรอ? ฉันเช็กโรงแรมระดับห้าดาวขึ้นไปทั้งหมดในเมือง B แล้ว ที่นี่แหละเหมือนที่สุด!”
ลู่จิ่นเนี่ยนอ้าปากค้าง ความอดทนและความสามารถของแม่ เธอเกิดมาเพื่อเป็นนักสืบโดยแท้
ในที่สุดก็มาถึงโรงแรม เนื่องจากไม่ทราบหมายเลขห้องของมู่จือเหยียน พนักงานต้อนรับก็ไม่ยอมบอก โจวหงผิงจึงกำลังจะอาละวาด ลู่จิ่นเนียนก็ห้ามไม่ไหว
ทันใดนั้น พนักงานต้อนรับก็ร้องขึ้นว่า “ประธานมู่ แขกสองท่านนี้บอกว่าเป็นญาติของคุณค่ะ พวกเขายืนกรานให้พวกเราแจ้งหมายเลขห้องพักของคุณ”
ลู่จิ่นเนี่ยนรีบหันหลังกลับไป เห็นมู่จือเหยียนยืนอยู่ไม่ไกล สีหน้าอึมครึม
“ฉัน ฉันมาที่นี่ก็เพราะ...”
ไม่ว่าตอนนี้เธอจะอธิบายยังไง มันก็ดูเหมือนจะแก้ไขสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้ไม่ได้
แต่มู่จือเหยียนก็ไม่ได้ถามว่าเธอมาทำอะไร แต่กลับคว้ามือเธอแล้วเดินไปที่ลิฟต์
เธอหันกลับไปมองแม่ เห็นว่าหล่อนเองก็ดูตกใจเล็กน้อย ความมุ่งมั่นที่จะอาละวาดหายไปจนหมดสิ้น
“มู่จือเหยียน ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาหาคุณนะ แต่แม่ของฉัน เอ่อ จริง ๆ แล้วเธอก็ไม่ใช่แม่ของฉันหรอก เพราะว่าคุณถูกถ่ายรูป... ดังนั้น… เอาเป็นว่าเรื่องมันยาว คุณปล่อยฉันก่อนเถอะ”
ลิฟต์มาถึง มู่จือเหยียนผลักหญิงสาวเข้าไปในลิฟต์ ค่อยปล่อยมือ
“ชั้นสิบแปด ห้องสวีตสุดหรูมีแค่ห้องเดียวนะ อย่าลืมล่ะ” เขากดลิฟต์
ลู่จิ่นเนี่ยนพยักหน้า ห้องสวีตอันหรูหรามีเพียงห้องเดียว นั่นหมายความว่ากู้เยี่ยนหนานก็อยู่ในห้องสวีตนี้ด้วยใช่ไหม?
ว่าแต่ ทำไมมู่จือเหยียนถึงชอบเลขสิบแปดนักนะ ดูเหมือนว่าทุกครั้งที่เขาพักโรงแรม เขาจะพักที่ชั้นนี้ แม้แต่ห้องทำงานของเขาก็อยู่ที่ชั้นสิบแปดเช่นกัน
“ก็รูปของคุณกับกู้เยี่ยนหนานน่ะสิ” ทันทีที่พูดออกไป ลู่จิ่นเนี่ยนก็รีบพูดต่อ "ฉันไม่ได้มาที่นี่เพราะเห็นรูปจริง ๆ นะ แต่เป็นเพราะแม่ของฉัน”
ลู่จิ่นเนี่ยนปิดปากเงียบ พูดต่อหน้าเขาแบบนี้ เหมือนจะไม่ค่อยให้เกียรติแม่ของเธอเท่าไหร่
“ดังนั้น งั้นเธอก็มาจับชู้สินะ”
“ไม่ใช่! ฉันไม่ได้ทำแบบนั้น!”
มู่จือเหยียนหัวเราะเยาะ
ลิฟต์หยุดที่ชั้นสิบแปด เธอเดินตามเขาออกไป แล้วเข้าไปในห้องสวีต
ห้องนี้กว้างจริง ๆ ลู่จิ่นเหนียนมองไปรอบ ๆ แต่ก็ไม่พบร่องรอยของกู้เยี่ยนหนาน
“งั้นเธอก็ลองมองหาให้ทั่วสิ ว่าที่นี่มีชู้ให้เธอจับจริง ๆ หรือเปล่า” มู่จือเหยียนพูด