เมื่อส่งน้องถึงบ้านเหลยเฟิงก็เข้าป่าทันที เขามีแผ่นฝึกอยู่ในป่าหลายวันเขามีที่ฝึกเฉพาะอยู่แล้วก็คือที่ถ้ำที่เจอกับวิชาหมัดถ้ำนี้ไม่มีใครรู้ว่ามันตั้งอยู่ตรงไหนของป่าเพราะมันอยู่ใกล้ป่าลึกบริเวณรอบถ้ำหลายลี้ก็ไม่ค่อยมีสมุนไพรจึ่งไม่มีคนมาหาสมุนไพรกันแถบนี้
เหลยเฟิงใช้ท่าเท้าของวิชาหมัดทะลายเมฆาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเต็มทีทุกครั้งใช้เวลาถึงสามชั่วยามถึงจะมาถึงถ้ำและครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อเขามาถึงหน้าถ้ำคราวนี้เขาเข้าไปข้างในเพื่อจะทะลวงระดับ พอเข้ามาถึงส่วนลึกของถ้ำเขาก็โค้งคำนับโครงกระดูกที่เขาได้ตำราวิชายุทธไปครั้งนึง ก่อนจะนั่งลงใกล้กับโครงกระดูกนั้นและเริ่มปรับสภาวะให้คงทีก่อน
เมื่อสภาวะมั้นคงเหลยอฟิงก็เริ่มทะลวงระดับด้วยการนั่งสมาธิดูดซับพลังงานรอบตัวเพื่อเพิ่มให้กับระดับพลังของตน เวลาผ่านไปไวเหมือนขี้จุ๊เหลยเฟิงนั่งฝึกฝนอยู่ในถ้ำสิบสองวันแล้วถึงเวลาทะลวงแล้ว ไม่นานเหลยเฟิงก็ทำการทะลวงระดับได้ในที่สุดและไม่ใช่การทะลวงธรรมดาเขาสามานถทะลวงขึ้นไปถึงขั้นแปดสูงสุดที่เดียว
ไม่เลวเ้าหนูเวลาแค่ไม่ถึงเดือนก็ทะลวงระดับได้เกือบสองระดับเหยนตื่นจากการหลับตอนที่เหลยเฟิงพึ่งทะลวงระดับได้
โชคดีที่มีท่านค่อยสั่งสอนพื้นฐานพลังและร่างกายมั่นคงเลยทะลวงได้ระดับนี้ครับ เขาเคารพเหยนมากเหมือนกับเป็อาจารย์คนนึงก็ว่าได้ การแสดงท่าทีที่และคำพูดจึ่งดูมีมารยาทมาก
เ้าอยู่ฝึกฝนที่นี้สิบกว่าวันแล้ว เ้ามีแผนอะไรต่อหรือไม่เหยนถาม ตอนนี้ข้าทะลวงระดับแล้วกะว่าจะหาสมุนไพรและล่าสัตว์อสูรไปขายสักหน่อย ท่านพอจะหลอมโอสถเสริมพลังขั้นเสริมกำลังได้หรือไม ข้าอยากรีบฝึกฝนจะได้ช่วยท่านพ่อที่ตอนนี้ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนเป็ยังไงบ้างและท่านแม่ให้กลับมาฝึกฝนได้อีก
ข้าอยากเป็นักปรุงโอสถ ท่านว่าข้าพอจะมีพร์ด้านวิชาแพทย์หรือไม่
ข้าไม่อาจตัดสินเื่พร์ด้านวิชาแพทย์ของเ้าได้ถ้ายังไม่ได้เห็นเ้าแสดงฝีมือ ถ้าเ้าอยากลองก็ได้นะข้าจะเป็ช่วยชี้แนะให้แต่เ้าต้องคารวะข้าเป็อาจารย์เ้าเต็มใจหรือไม่
เมื่อสิ้นเสียงของเหยนเหลยเฟิงก็ขุกเข่าลงและก้มศีรษะคำนับเหยนเป็อาจารย์ทันที ที่จริงแล้วเหลยเฟิงก็อยากจะกราบเหยนเป็อาจารย์นานแล้วแต่ติดที่ว่าเขากลัวเหยนไม่รับ และเมื่อเหยนเอ่ยปากเหลยเฟิงจึงไม่รอช้าและคารวะเหยนเป็อาจารย์ทันที
ฮาๆๆ ดีๆ ต่อไปนี้เ้าคือศิษย์ของข้าอนาคตของเ้าก็ให้ข้าคอยชี้แนะเถอะ
ขอรับท่านอาจารย์
ข้าจะว่างแผนให้เ้าเอง ตอนนี้เ้าพึ่งทะลวงระดับเสริมกำลังขั้นแปด ในเมื่อเ้าอยากเป็นักปรุงโอสถ เ้าก็ต้องไปหาสมุนไพรมาเองทรัพยากรในการฝึกปรุงโอสถเ้าต้องรับผิดชอบเอง เมื่อเ้าได้เป็นักปรุงโอสถเต็มตัวทรัพยากรที่เ้าจะได้รับจะเข้ามาเองไม่ว่าจะเป็เงินทองหรือหินิญญาในการฝึกฝนเ้าจะไม่ขาดเลย
ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ท่านอาจารย์ตอนนี้ข้าจะเข้าไปในป่าลึกแต่ก่อนอื่นข้าจะต้องปิดบังตัวตนเสียก่อนท่านเห็นสมควรหรือไม่
ก็ดีเหมือนกันเวลาเจืออันตรายข้าจะได้ใช้พลังช่วยเ้าได้ด้วย
จากนั้นเหลยเฟิงก็นำชุดคลุมสีดำออกมาจากถุงและสวมใส จากนั้นก็ออกเดินทางเข้าไปในป่าลึกทันทีคราวนี้เขาต้องหาสมุนไพรเพื่อฝึกการปรุงโอสถเขาจึงมีความตั้งใจอย่างยิ่ง
----------–-------------
ในกลางป่าลึกตอนนี้มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังล่าสัตว์อสูรอยู่พวกเขาเป็คนตระกูลเฟิง สัตว์ที่พวกเขากำลังล่าตอนนี้เป็หมาป่าสีเงินสัตว์อสูรระดับสองความสามารถเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับชีพจรยุทธ หมาป่าสีเงินเป็ที่้าของตลาดมากไม่ว่าจะเป็หนังของมันกรงเล็บและฟันของมันล้วนมีราคา กลุ่มของพวกเขามีคนอยู่สิบกว่าคน และดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเขาใกล้จะได้สัตว์อสูรตัวนี้แล้ว
ไม่นานสัตว์อสูรตัวนี้ก็ถูกกลุ่มล่าสัตว์ตระกูลเฟิงฆ่าร่างของมันถูกชำแหละทันทีส่วนที่เป็ราคาจะถูกเก็บไว้อย่างดีส่วนที่ไม่้าก็จะทิ้ง พวกเราจะเข้าไปให้ลึกกว่านี้ไหม แถวนี้ไม่ค่อยมีสัตว์อสูรให้ล่าเท่าไหร่อีกอย่างสมุนไพรก็ไม่มีเลยแถวนี้ ถ้าเราไม่เข้าไปลึกกว่านี้คงไม่ได้อะไร อวิ๋นชังเฟิงรองหัวหน้ากลุ่มล่าสัตว์กล่าวกับหลงเฟิงหัวหน้ากลุ่มล่าสัตว์ หลงเฟิงคิดอยู่ครู่นึงก่อนจะเอ่ยถ้าไม่เข้าถ้ำเสือจะได้ลูกเสื่ออย่างไร พักกันก่อนค่อยออกเดินทางอีกทุกคนนั่งพักเอาแรงก่อนเราจะเข้าไปเขตป่าลึกให้ทุกคนช่วยกันระวังให้ดีนอกจากสัตว์อสูรที่แช็งแกร่งขึ้นแล้วเราอาจได้เจอกับพวกโจรป่าก็ได้ ทั้งกลุ่มนั่งพักอยู่ประมาณหนึ่งเค่อ พอหายเหนื่อยหลงเฟิงก็สั่งให้ทุกคนเดินทางต่อทันที เมื่อทั้งกลุ่มจากไปก็ปรากฏคนสามคนที่แอพฟังการสนทนาออกมามุมปากยกขึ้นยิ้มอย่างชั่วร้าย ไปเราไปหาหัวหน้าก่อนพอพวกมันเขาไปในส่วนลึกก็ให้พวกมันหาของให้เยอะๆจากนั้นเราค่อยลงมือแน่นอนสามคนนี้ต้องเป็โจรป่าแน่ เมื่อกล่าวจบทั้งสามก็ไปอีกทางที่คิดว่าน่าจะเป็ทางลัดเข้าไปในป่าลึก
ตอนนี้เหลยเฟิงเข้ามาในป่าลึกแล้วเขาเริ่มตามหาสมุนไพรตามสถานที่ต่างๆที่สมุนไพรมักเจริญ เหลยเฟิงได้สมุนไพรมาจำนวนนึงแล้วแต่เขายังไม่เจอสัตว์อสูรที่มีราคาเจอก็แต่สัตว์อสูรธรรมดาทั่วไปไม่คู่ควรให้เสยเวลา
อีกมุมหนึ่งไม่ไกลจากจุดที่เหลยเฟิงอยู่สักเท่าไร มีกลุ่มคนกำลังเก็บสมุนไพรอยู่โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกจับตามองโดยพวกโจรป่า
ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกมันได้ของเยอะแล้วพวกเราควรลงมือเลยดีไหมโจรคนนึงกระซิบถามอีกคนที่น่าจะเป็หัวหน้าของพวกมัน
รออีกก่อนไม่ต้องรีบรอให้พวกมันคืดจะกลับก่อนค่อยลงมือและส่งพวกมันกลับบ้านเก่าเลยทีเดียว โจรคนหัวหน้ากล่าวด้วยสีหน้าชั่วร้าย ที่แรกข้าก็คิดว่าเป็คนกลุ่มใหญ่กว่านี้ดีที่ไม่ได้แจ้งหัวหน้าเสือดำถ้าแจ้งข้าคงโดนลงโทษแน่โจรคนหัวหน้ากล่าว
หัวหน้าตอนนี้ข้าว่าพวกเราได้สมุนไพรมากพอสมควรแล้วส่วนสัตว์อสูรถึงแม่ได้ไม่มากแต่ก็พอแบ่งปันพักพวกแล้วข้าว่าเราควรกลับกันได้แล้วกระมัง อวิ๋นชังเฟิงกล่าว
ถ้าเช่นนั้นเราหาอีกหน่อยแล้วกันเพื่อจะได้อะไรเพิ่มอีกหน่อยหลงเฟิงกล่าว
ได้ จากนั้นทั้งกลุ่มก็หาสมุนไพรต่อไป
อีกด้านหนึงเหลยเฟิงใช้จิตตรวจจับหาสมุนไพรเข้ามาใกล้กับพื้นที่ที่กลุ่มของตระกูลอยู่ พอเข้าใกล้เขาก็ตรวจพบว่าข้างหน้ามีกลุ่มคนกำลังหาสมุนไพรเขากะจะไปอีกทางแต่แล้วเขาก็ตรวจพบว่า มีอีกพวกที่ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวเหมือนแอบติดตามอยู่ เหลยเฟิงรู้ว่สกลุ่มล่าสัตว์ของตระกูลก็มักออกมาหาสมุนไพรเหือนกันเขาจึงเข้าไปใกล้กว่านี้และใช้จิตตรวจสอบดูจนรู้ว่าเป็คนในตระกูลจริงๆ และเขายังรู้ว่ามีพวกโจรที่แอบสะกดรอยตามกลุ่มของตระกูลเขาจึงคิดจะช่วยเหลือกลุ่มนักล่าสัตว์ของตระกูล เพราะในนั้นมีพ่อของมู่เฟิงและพ่อของอวิ๋นเสียวเฟิงด้วย
เหลยเฟิงไม่รีบเข้าไปเตือนแต่รอให้พวกโจรลงมือก่อนเขาถ้้าทั้งกลุ่มรับมือไม่ได้จริงๆถึงจะยื่นมือเข้าช่วย ถ้าเขาเข้าไปและบอกว่ากำลังมีโจรป่าคิดจะฉวยโอกาสชิงทรัพรนกลุ่มนั้นคงไม่เชื่อแน่ เขาจึงได้แต่รอดูสถานการณ์ไปก่อน